รายรับรายจ่าย

ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

การทำบัญชีรายรับรายจ่าย นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกธุรกิจควรทำ เพื่อเป็นการตรวจสอบถึงที่มาของรายได้ในแต่ละเดือน และรายจ่ายที่ต้องจ่ายออกไป เพื่อจะได้ทราบถึงรายการที่ต้องจ่ายออกไป ซึ่งการทำบัญชีรายรับ รายจ่ายสามารถช่วยกำหนดทิศทางให้กับการดำเนินธุรกิจได้โดยตรง เพราะเมื่อคุณรู้ถึงรายการบัญชีในแต่ละเดือน ว่ามีทิศทางหรือแนวโน้มจากเดือนที่ผ่าน ๆ มาเป็นอย่างไรแล้ว ก็สามารถนำมาเป็นตัวกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในเดือนถัดไปได้ด้วย

รู้จักรายรับ และรายจ่าย

รายรับ

รายรับ คือ เงินหรือรายได้ที่เข้ามาจากการทำธุรกิจ รวมทั้งผลประโยชน์ที่สืบเนื่องมาจากการทำธุรกิจด้วย การลงบัญชีรายรับรายจ่ายต้องลงรายการทุกวัน หรือไม่เช่นนั้นก็ไม่ควรปล่อยให้เกิน 3 วัน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดความคลาดเคลื่อนของรายการบัญชี

รายจ่าย

รายจ่าย คือ เงินที่ถูกจ่ายออกไปเนื่องในกิจการนั้น ๆ ซึ่งการคำนวณรายรับและรายจ่ายนั้น ให้คำนวณในแต่ละเดือนเป็นคราว ๆ ไป

เพราะเหตุใดผู้ประกอบการจึงควรเริ่มต้น การทำบัญชี รายรับ รายจ่าย

รายรับรายจ่ายประจำเดือน
รายรับรายจ่ายประจำเดือน

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายสำหรับผู้ประกอบการบางประเภท กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องแสดงรายการบัญชีรายรับรายจ่าย  เช่น ผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียนบริษัท ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า หรือแม่ค้าออนไลน์ก็ตาม การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เลือกว่าต้องการเลือกหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษี 2 รูปแบบคือ อัตราเหมา หรือหักตามจริง ซึ่งหากผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการให้หักค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงแล้วล่ะก็ กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้ประกอบการประเภทนี้จัดทำบัญชีแสดงรายการรับจ่ายในแต่ละวัน เพื่อแสดงต่อสรรพากรในการหักค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงนั่นเอง

ดังนั้นคุณจึงควรเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายของธุรกิจตั้งแต่เริ่มแรก เพราะการทำธุรกิจในช่วงแรกยังเป็นช่วงที่อาจจะยังไม่ได้กำไรในแต่ละเดือน เพราะการที่เพิ่งลงทุนจากการเริ่มต้นทำธุรกิจ แม้อาจจะมีรายได้เข้ามา แต่ก็ยังไม่คุ้มกับการลงทุนไปทั้งหมดนั่นเอง แต่ก็มีหลาย ๆ ธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะมากนัก จึงอาจทำให้ได้กำไรตั้งแต่เดือนแรก  ซึ่งการทำบัญชีรายรับรายจ่ายตั้งแต่แรกเริ่มนั้น จะทำให้รู้ทิศทางการตลาด และแนวโน้มของธุรกิจ อีกทั้งการทำบัญชีรายรับรายจ่ายยังสามารถรู้ถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นภาระหรือส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณได้ด้วย

เริ่มต้นการทำบัญชี รายรับ รายจ่าย อย่างไร

ส่วนประกอบของบัญชีรายรับ-รายจ่าย
ส่วนประกอบของบัญชีรายรับ-รายจ่าย

1.เริ่มบันทึกรายการรับ

รายจ่ายในแต่ละวันโดยแบ่งรายการออกเป็นวันในแต่ละเดือน กำหนดให้มีช่องรายการรับและจ่าย ชื่อรายการ และจำนวนเงินที่รับหรือจ่ายนั้น ๆ ด้วย รวมทั้งควรมีช่องระบุหมายเหตุที่สามารถทำให้ผู้บันทึกเข้าใจได้ง่ายด้วย

2.ลงบันทึกรายการรับ รายจ่าย ภายใน 3 วัน

นับแต่เกิดรายการนั้น ๆ ทั้งนี้เพื่อลดความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นได้

3.บันทึกรายรับ รายจ่ายควรแนบหลักฐาน

ที่เป็นการรับหรือจ่ายเงินออกทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ หลักฐานการรับหรือจ่ายเงินอื่น ๆ แต่ต้องคำนึงถึงรายการทุกชนิดที่จะนำมาบันทึกรายการในแต่ละวันนั้น ต้องเป็นรายการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจหรือเกี่ยวเนื่องจากการทำธุรกิจด้วย

4.วันสุดท้ายของแต่ละเดือน

ให้สรุปยอดบัญชีทั้งรายรับและรายจ่ายจากนั้นเราก็จะรู้ผลกำไรที่เป็นส่วนต่างของการดำเนินธุรกิจในเดือนนั้น ๆ ทั้งยังสามารถนำบัญชีรายรับ รายจ่ายนี้ไปแสดงเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกด้วย ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำบัญชีรายรับ รายจ่ายนี้มาหักค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณเงินได้สุทธิในการเสียภาษีบุคคลธรรมดาตามจริงด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างรายการที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

การเริ่มต้นทำบัญชีรายรับรายจ่ายตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการเกิดความคุ้นชินในการจัดทำ  อีกทั้งยังเป็นการง่ายยิ่งกว่าหากเริ่มจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายในช่วงกลางของการดำเนินธุรกิจ เพราะอาจไม่ได้รายรับ รายจ่ายตามความจริง เนื่องจากระยะเวลาผ่านไป การเก็บข้อมูลต่าง ๆ ก็อาจคลาดเคลื่อนได้นั่นเอง ดังนั้นจึงควรเริ่มต้นการทำบัญชีตั้งแต่เปิดกิจการนั้นเอง

บัญชีร้านค้า

บัญชีร้านค้า

ปัจจุบันการทำธุรกิจเป็นเรื่องที่ง่ายในธุรกิจขนาดเล็ก โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์ซึ่งเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีช่องทางการสื่อสารที่รวดเร็ว ไม่ต้องลงทุนมากในเรื่องของการสร้างหน้าร้าน และมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น
ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้โดยส่วนใหญ่แล้ว หากยังไม่จดทะเบียนบริษัท ก็จะทำธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดา และใช้การเสียภาษีโดยหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษีได้ 2 รูปแบบคือ อัตราเหมา หรือหักตามจริง หากผู้ประกอบธุรกิจท่านใดต้องการหักค่าใช้จ่ายตามจริง

Merchant account
Merchant account

กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจัดทำบัญชีแสดงรายได้และรายจ่ายประจำวัน
ด้วยเหตุนี้การทำบัญชีสำหรับร้านค้าจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ประกอบการขนาดเล็กหลายๆ รายอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าการทำบัญชีนั้นมีไว้สำหรับบริษัทใหญ่หรือเพื่อร้านค้าทั่วไปอย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็สามารถทำบัญชีให้กับร้านได้เหมือนกัน ซึ่งการทำบัญชีให้ร้านนั้นนอกจากจะเป็นการสรุปยอดขายและรายจ่ายในทุกๆ เดือนแล้ว ยังช่วยให้เรามีข้อมูลสรุปรายได้ที่ชัดเจนแน่นอนนอกเหนือจากตัวเลขที่ระบบของเว็บไซต์บันทึกเอาไว้อีกด้วย

การทำบัญชีร้านค้า มีหลักการ 3 ข้อง่าย ๆ ดังนี้

  1. ทำเอกสารให้อ่านง่ายและหมั่นบันทึกยอดรับ-จ่ายทุกวัน

การทำบัญชีทุกประเภท หากคุณทำบัญชีด้วยตัวเองอาจเลือกทำตารางในแบบที่เราเข้าใจง่าย เลือกดูข้อมูลได้ง่าย และยิ่งข้อมูลละเอียดเท่าไรก็ยิ่งทำให้เราสามารถสรุปรายการต่างๆ และมองเห็นความเคลื่อนไหวของตัวเลขสถิติของร้านได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้อย่าลืมบันทึกยอดรายรับและรายจ่ายของร้านทุกวันให้เป็นนิสัย โดยควรจดบันทึกเป็นประจำทุกวัน ไม่ควรมาจดย้อนหลังเพราะอาจทำให้เกิดความผิดพลาดของข้อมูลและตัวเลขได้

  1. ซื่อสัตย์กับตัวเองและจดบันทึกทุกครั้งที่งบประมาณของร้านมีการเคลื่อนไหว

หลายครั้งที่เจ้าของร้านมักจะชอบหยิบยืมหรือใช้เงินปนกันระหว่างเงินส่วนตัวและเงินของร้าน ด้วยเพราะคิดว่านั่นก็คือเงินของคุณ แต่อย่างไรก็ตามการนำเงินงบประมาณของร้านไปใช้อาจทำให้เมื่อถึงเวลาสรุปยอดประจำเดือนหรือประจำปี ตัวเลขรายรับรายจ่ายที่ได้อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว เราจึงต้องทำการจดบันทึกทุกครั้งที่นำเงินออกจากกองกลางของร้านไม่ว่าจะนำไปใช้จ่ายด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม หากต้องการทำบัญชีอย่างถูกต้องและครบถ้วน ก็ต้องจดบันทึกรายการต่างๆ ด้วยความซื่อสัตย์

  1. สรุปยอดบัญชีทุกเดือนและทำสรุปรายปี

การสรุปยอดบัญชีทุกๆ เดือนจะทำให้เรามองเห็นภาพรวมรายรับและรายจ่ายของร้านค้าออนไลน์ของเรา นอกจากนี้ยังทำให้เมื่อถึงเวลาทำสรุปยอดรายปีก็สามารถรวบรวมข้อมูลและทำสรุปได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

โดยรูปแบบของการทำตารางรายรับ-รายจ่ายสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

เริ่มต้นการสร้างตารางด้วย excel file หรือในสมุดจดโดย จะต้องมีส่วนประกอบสำคัญ  5  ส่วน  แบ่งเป็น

  • ส่วนที่ 1  ช่องวัน เดือน ปี   ให้เขียนวันที่มีรายการรับเงินและจ่ายเงิน
  • ส่วนที่ 2  ช่องรายการ   ให้บันทึกรายละเอียดของรายการรับเงิน และ รายการจ่ายเงินที่เกิดขึ้นประจำวัน
  • ส่วนที่ 3  ช่องรายรับ   ให้บันทึกจำนวนเงินที่ได้รับเข้ามา  เช่น  ขายสินค้า  , กู้ยืมเงิน  เป็นต้น
  • ส่วนที่ 4  ช่องรายจ่าย    แบ่งเป็น  รายจ่ายซื้อสินค้า และ รายจ่ายอื่นๆ
  • ส่วนที่ 5  ช่องลงยอดรวมรายเดือน ให้รวมเงินในแต่ละเดือนสิ้นเดือนให้รวมเงินที่ได้รับและจ่ายไป ในบันทึกรวมเขียนชื่อเดือนกำกับไว้  เมื่อลงรายการครบทุกช่องแล้ว  นำตัวเลขสรุปตอนสิ้นเดือนซึ่งนอกจากเราจะทราบรายได้  รายจ่าย  กำไร(ขาดทุน) ในแต่ละเดือนแล้วเรายังสามารถนำไปแสดงรายได้ในการยื่นเสียภาษีได้อย่างถูกต้อง สะดวก  รวดเร็ว  โดยให้รวมบัญชีเงินสด รับ-จ่าย สรุปยอดทุกเดือนตั้งแต่เดือน มกราคม – ธันวาคม นำไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 และรายรับครึ่งปี ตั้งแต่เดือน มกราคม – มิถุนายน  นำไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยแบบ ภงด.94  อย่าลืมเก็บเอกสารประกอบค่าใช้จ่ายบิล,ใบแจ้งหนี้ใบสำคัญจ่าย และเอกสารรับเงิน เช่น ใบเสร็จรับเงิน,ใบนำฝากธนาคาร,สำเนารายการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคาร แยกเป็นหมวดหมู่รายเดือนให้เรียบร้อย

ดาวน์โหลด แบบฟอร์มบัญชีร้านค้า