ตลาดหุ้น 3 Set Index [วันนี้] ราคาหุ้น ดัชนี หลัก คือ Set. Sets หลักทรัพย์

set
Click to rate this post!
[Total: 830 Average: 5]
set
set

set

set คืออะไร… set ต้องสอบไหม?

                สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังจะเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ก็ต้องมีการทำข้อสอบมากมายหลากหลายชนิด โดยหนึ่งในข้อสอบอย่าง SAT ก็สร้างความสับสนให้น้อง ๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว ว่า SAT คืออะไร และข้อสอบ SAT คือจำเป็นจะต้องสอบทุกคนไหม? เพื่อให้ง่ายต่อการวางเรื่องการเรียนได้ดีมากยิ่งขึ้น เรามาดูเรื่องการสอบ SAT กันเลย

 

SAT คืออะไร?

                SAT คือ รูปแบบของการสอบอย่างหนึ่งที่เป็นการสอบวัดระดับมาตรฐานสากล โดยการสอบ SAT มีชื่อเต็ม ๆ ว่า SAT Reasoning Test จะเป็นการวัดระดับความถนัดในวิชาเฉพาะ ไม่ได้สอบรวม ๆ หรือออกข้อสอบจากโรงเรียนปกติ แต่จะมีแนวทางการจัดการข้อสอบ sat จากระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา จัดสอบโดยหน่วยงานที่มีชื่อว่า College Board แบ่งเป็นข้อสอบใช้วัดความถนัดในวิชาเลข (Mathematics) และภาษาอังกฤษ (Reading & Writing) ซึ่ง sat subject test คือจะมีการวัดระดับเฉพาะแค่สองวิชานี้เท่านั้น

โดย sat verbal คือ การวัดทักษะทางด้านภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยจะอยู่ในส่วนของภาษาอังกฤษ (Reading & Writing) และ sat math คือเรียกว่า sat reasoning test คือ การสอบวัดความถนัดในส่วนของวิชาเลขนั้นเอง มักจะกำหนดระยะเวลาในการทำข้อสอบราว ๆ 3 ชั่วโมง ในหนึ่งปีนั้นจะมีการสอบ SAT อยู่ประมาณ 4 ครั้งต่อปี

new sat คือรูปแบบการสอบปัจจุบันที่จะอิงข้อมูลการนำผลการสอบไปใช้ได้ทั่วโลก เรียกง่าย ๆ ว่าผลการสอบ SAT นั้นเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สำหรับประเทศไทยเอง คะแนน sat คือคะแนนที่สามารถนำไปใช้เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยของไทยได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ผลการใช้คะแนน sat test คือรูปแบบที่สามารถนำผลสอบไปใช้ศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติของประเทศไทยได้ด้วยเช่นกัน

 

ข้อสอบ SAT คือ

                รูปแบบของการสอบจะกำหนดระยะเวลาสอบอยู่ที่ 3 ชั่วโมง และจะต้องทำข้อสอบ SAT ทั้ง 2 Part ได้แก่

  1. Evidence-Based Reading & Writing มีการกำหนดระยะเวลาส่วนนี้ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 40 นาที คะแนนเต็ม 800 คะแนน จะมีข้อสอบอยู่ 2 ชุดด้วยกัน ดังนี้
    • PART Reading มีข้อสอบ 52 ข้อ
    • PART Writing and Language มีข้อสอบ 44 ข้อ จาก 4 บทความ

ในส่วนนี้จะเป็น sat critical reading คือผู้สอบต้องเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ซึ่งลักษณะคล้ายเป็น sat essay คือรูปแบบบทความคิดวิเคราะห์รวมอยู่ด้วย

  1. Mathematics มีการกำหนดระยะเวลาส่วนนี้ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 20 นาที คะแนนเต็ม 800 คะแนน จะมีข้อสอบอยู่ 2 ชุดด้วยกัน ดังนี้
    • Math Test – Calculator เป็นการสอบวัดความสามารถคณิตศาสตร์โดยใช้เครื่องคิดเลขได้ มีข้อสอบ 38 ข้อ จะเป็นข้อที่มีตัวเลือกและแบบให้เติมคำตอบเอง
    • Math Test – No Calculator เป็นการสอบวัดความสามารถคณิตศาสตร์โดยห้ามใช้เครื่องคิดเลข มีข้อสอบ 20 ข้อ โดยจะเป็นข้อสอบที่มีตัวเลือกให้ 16 ข้อ และอีก 4 ข้อจะให้เติมคำตอบเอง

มีคะแนนเต็ม 1,600 คะแนน สามารถใช้ความคิดและตอบได้เต็มที่โดยไม่มีการติดลบข้อที่ตอบผิด

 

SAT Subject Test คือ

                สำหรับ SAT Subject Test หรือเรียกว่า SAT II คือ การสอบวิชาเฉพาะทางเพื่อวัดความถนัดที่ต้องการเท่านั้น มักจะนิยมนำผลการสอบเฉพาะด้านไปยื่นเรื่องต่อระดับอุดมศึกษาหรือระดับมหาวิทยาลัย ทำให้ผู้สอบมักจะเป็น high school graduation sat โดย SAT Subject Test คือ การสอบที่ต้องเลือกวิชาเฉพาะที่ต้องการ โดยจะเปิดสอบด้วยกันหลากหลายวิชา กำหนดระยะเวลาในการสอบวิชาละ 60 นาที และเป็นคำถามแบบ Multiple Choice สำหรับคนที่สนใจ สามารถเลือกวิชาที่ต้องการได้สูงสุด 3 วิชา และจะเปิดให้สอบปีละ 5 ครั้ง ดังต่อไปนี้

Mathematics (เป็นการวัดผล SAT II ซึ่ง sat math จะเป็นระดับที่ยากกว่าใน SAT I)

  • Mathematics Level 1
  • Mathematics Level 2

Science

  • Chemistry
  • Physics
  • Biology E/M

History & Social Studies

  • S. History
  • World History

English

  • Literature

Reading ONLY

  • French
  • German
  • Modern Hebrew
  • Spanish
  • Italian
  • Latin

Reading & Listening

  • French with Listening
  • German with Listening
  • Spanish with Listening
  • Chinese with Listening
  • Korean with Listening
  • Japanese with Listening

อย่างไรก็ตาม คะแนนการสอบแบบแต่ละวิชา ขึ้นอยู่กับทางมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขด้วยเช่นกัน การสอบเป็นเพียงการวัดผลเท่านั้น และหากใครสนใจก็สามารถเตรียมตัวให้พร้อมและติดตามได้ว่าจะมีการกำหนดวันสอบแต่ละปีช่วงไหนบ้าง ซึ่งวันที่เปิดรับและวันกำหนดสอบจะเป็นคนละวันกัน ผู้ที่สนใจจะต้องจองสิทธิในการสอบให้เรียบร้อย ซึ่งศูนย์การสอบหรือสนามสอบ SAT จะมีอยู่ทั่วประเทศไทย กระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ ทำให้น้อง ๆ ที่สนใจไม่ต้องเดินทางไกล ได้แก่ ศูนย์สอบกรุงเทพฯและปริมณฑล, ภาคกลางและภาคตะวันออก, ภาคเหนือ, ภาคใต้

 

หากสนใจก็ต้องรีบวางแผนเพื่อเตรียมตัวให้ดี เพราะการลงทะเบียนสมัครสอบ SAT มักจะเต็มเร็ว ๆ ในแต่ละรอบ ควรเข้าไปดูสถานที่สอบที่เปิดทำการทางออนไลน์ให้เรียบร้อยก่อน เมื่อถึงเวลาที่สามารถลงทะเบียนจองสมัครสอบได้จะได้รีบเข้าไปสมัครสอบให้ไว อีกหนึ่งเคล็ดลับดีดีสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการสอบ SAT ก็ควรจะหมั่นฝึกทำข้อสอบอยู่บ่อย ๆ ดูเรื่อง sat vocabulary และเรื่องที่จะสอบให้ดีเพื่อเป็นการเตรียมตัว ไม่ต้องประหม่า ทำให้เต็มที่ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลย

 

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลที่มาอ้างอิง

  • SAT คืออะไร? ทำไมต้องสอบ SAT. 09 กรกฎาคม จากเว็บไซด์ https://www.admissionpremium.com/inter/news/5679
  • SAT คืออะไร ? ครบทุกข้อมูลที่ต้องรู้เกี่ยวกับข้อสอบ SAT. 11 Aug 2020. จากเว็บไซด์ignitebyondemand.com/sat-คืออะไร/

อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 23 กรกฎาคม 2022

Leave a Comment

Scroll to Top