ห้าม 1 ตลาดหุ้น Set Index วันนี้ ราคาหุ้น ดัชนี หลัก

set
Click to rate this post!
[Total: 1507 Average: 5]

set

set คืออะไร… set ต้องสอบไหม?

                สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังจะเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ก็ต้องมีการทำข้อสอบมากมายหลากหลายชนิด โดยหนึ่งในข้อสอบอย่าง SAT ก็สร้างความสับสนให้น้อง ๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว ว่า SAT คืออะไร และข้อสอบ SAT คือจำเป็นจะต้องสอบทุกคนไหม? เพื่อให้ง่ายต่อการวางเรื่องการเรียนได้ดีมากยิ่งขึ้น เรามาดูเรื่องการสอบ SAT กันเลย

 

SAT คืออะไร?

                SAT คือ รูปแบบของการสอบอย่างหนึ่งที่เป็นการสอบวัดระดับมาตรฐานสากล โดยการสอบ SAT มีชื่อเต็ม ๆ ว่า SAT Reasoning Test จะเป็นการวัดระดับความถนัดในวิชาเฉพาะ ไม่ได้สอบรวม ๆ หรือออกข้อสอบจากโรงเรียนปกติ แต่จะมีแนวทางการจัดการข้อสอบ sat จากระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา จัดสอบโดยหน่วยงานที่มีชื่อว่า College Board แบ่งเป็นข้อสอบใช้วัดความถนัดในวิชาเลข (Mathematics) และภาษาอังกฤษ (Reading & Writing) ซึ่ง sat subject test คือจะมีการวัดระดับเฉพาะแค่สองวิชานี้เท่านั้น

โดย sat verbal คือ การวัดทักษะทางด้านภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยจะอยู่ในส่วนของภาษาอังกฤษ (Reading & Writing) และ sat math คือเรียกว่า sat reasoning test คือ การสอบวัดความถนัดในส่วนของวิชาเลขนั้นเอง มักจะกำหนดระยะเวลาในการทำข้อสอบราว ๆ 3 ชั่วโมง ในหนึ่งปีนั้นจะมีการสอบ SAT อยู่ประมาณ 4 ครั้งต่อปี

new sat คือรูปแบบการสอบปัจจุบันที่จะอิงข้อมูลการนำผลการสอบไปใช้ได้ทั่วโลก เรียกง่าย ๆ ว่าผลการสอบ SAT นั้นเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สำหรับประเทศไทยเอง คะแนน sat คือคะแนนที่สามารถนำไปใช้เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยของไทยได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ผลการใช้คะแนน sat test คือรูปแบบที่สามารถนำผลสอบไปใช้ศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติของประเทศไทยได้ด้วยเช่นกัน

 

ข้อสอบ SAT คือ

                รูปแบบของการสอบจะกำหนดระยะเวลาสอบอยู่ที่ 3 ชั่วโมง และจะต้องทำข้อสอบ SAT ทั้ง 2 Part ได้แก่

  1. Evidence-Based Reading & Writing มีการกำหนดระยะเวลาส่วนนี้ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 40 นาที คะแนนเต็ม 800 คะแนน จะมีข้อสอบอยู่ 2 ชุดด้วยกัน ดังนี้
    • PART Reading มีข้อสอบ 52 ข้อ
    • PART Writing and Language มีข้อสอบ 44 ข้อ จาก 4 บทความ

ในส่วนนี้จะเป็น sat critical reading คือผู้สอบต้องเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ซึ่งลักษณะคล้ายเป็น sat essay คือรูปแบบบทความคิดวิเคราะห์รวมอยู่ด้วย

  1. Mathematics มีการกำหนดระยะเวลาส่วนนี้ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 20 นาที คะแนนเต็ม 800 คะแนน จะมีข้อสอบอยู่ 2 ชุดด้วยกัน ดังนี้
    • Math Test – Calculator เป็นการสอบวัดความสามารถคณิตศาสตร์โดยใช้เครื่องคิดเลขได้ มีข้อสอบ 38 ข้อ จะเป็นข้อที่มีตัวเลือกและแบบให้เติมคำตอบเอง
    • Math Test – No Calculator เป็นการสอบวัดความสามารถคณิตศาสตร์โดยห้ามใช้เครื่องคิดเลข มีข้อสอบ 20 ข้อ โดยจะเป็นข้อสอบที่มีตัวเลือกให้ 16 ข้อ และอีก 4 ข้อจะให้เติมคำตอบเอง

มีคะแนนเต็ม 1,600 คะแนน สามารถใช้ความคิดและตอบได้เต็มที่โดยไม่มีการติดลบข้อที่ตอบผิด

 

SAT Subject Test คือ

                สำหรับ SAT Subject Test หรือเรียกว่า SAT II คือ การสอบวิชาเฉพาะทางเพื่อวัดความถนัดที่ต้องการเท่านั้น มักจะนิยมนำผลการสอบเฉพาะด้านไปยื่นเรื่องต่อระดับอุดมศึกษาหรือระดับมหาวิทยาลัย ทำให้ผู้สอบมักจะเป็น high school graduation sat โดย SAT Subject Test คือ การสอบที่ต้องเลือกวิชาเฉพาะที่ต้องการ โดยจะเปิดสอบด้วยกันหลากหลายวิชา กำหนดระยะเวลาในการสอบวิชาละ 60 นาที และเป็นคำถามแบบ Multiple Choice สำหรับคนที่สนใจ สามารถเลือกวิชาที่ต้องการได้สูงสุด 3 วิชา และจะเปิดให้สอบปีละ 5 ครั้ง ดังต่อไปนี้

Mathematics (เป็นการวัดผล SAT II ซึ่ง sat math จะเป็นระดับที่ยากกว่าใน SAT I)

  1. Mathematics Level 1
  2. Mathematics Level 2

Science

  1. Chemistry
  2. Physics
  3. Biology E/M

History & Social Studies

  1. S. History
  2. World History

English

  1. Literature

Reading ONLY

  1. French
  2. German
  3. Modern Hebrew
  4. Spanish
  5. Italian
  6. Latin

Reading & Listening

  1. French with Listening
  2. German with Listening
  3. Spanish with Listening
  4. Chinese with Listening
  5. Korean with Listening
  6. Japanese with Listening

อย่างไรก็ตาม คะแนนการสอบแบบแต่ละวิชา ขึ้นอยู่กับทางมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขด้วยเช่นกัน การสอบเป็นเพียงการวัดผลเท่านั้น และหากใครสนใจก็สามารถเตรียมตัวให้พร้อมและติดตามได้ว่าจะมีการกำหนดวันสอบแต่ละปีช่วงไหนบ้าง ซึ่งวันที่เปิดรับและวันกำหนดสอบจะเป็นคนละวันกัน ผู้ที่สนใจจะต้องจองสิทธิในการสอบให้เรียบร้อย ซึ่งศูนย์การสอบหรือสนามสอบ SAT จะมีอยู่ทั่วประเทศไทย กระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ ทำให้น้อง ๆ ที่สนใจไม่ต้องเดินทางไกล ได้แก่ ศูนย์สอบกรุงเทพฯและปริมณฑล, ภาคกลางและภาคตะวันออก, ภาคเหนือ, ภาคใต้

 

หากสนใจก็ต้องรีบวางแผนเพื่อเตรียมตัวให้ดี เพราะการลงทะเบียนสมัครสอบ SAT มักจะเต็มเร็ว ๆ ในแต่ละรอบ ควรเข้าไปดูสถานที่สอบที่เปิดทำการทางออนไลน์ให้เรียบร้อยก่อน เมื่อถึงเวลาที่สามารถลงทะเบียนจองสมัครสอบได้จะได้รีบเข้าไปสมัครสอบให้ไว อีกหนึ่งเคล็ดลับดีดีสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการสอบ SAT ก็ควรจะหมั่นฝึกทำข้อสอบอยู่บ่อย ๆ ดูเรื่อง sat vocabulary และเรื่องที่จะสอบให้ดีเพื่อเป็นการเตรียมตัว ไม่ต้องประหม่า ทำให้เต็มที่ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลย

 

คำค้น : index index graph ระบบ e-learning วันนี้ 100 kbank scb ptt or โปรแกรม index วันนี้ กราฟ banpu bbl e learning stgt aot cpf true เฉลย elearning index วันนี้ lh 50 tisco delta advance makro pttgc gunkul bts แปลว่า elearning tidlor ea jts or th kce ttb xpg sta bem index ย้อนหลัง scc gpsc cpall ivl wha fire to the rain bgrim

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลที่มาอ้างอิง

  • SAT คืออะไร? ทำไมต้องสอบ SAT. 09 กรกฎาคม จากเว็บไซด์ https://www.admissionpremium.com/inter/news/5679
  • SAT คืออะไร ? ครบทุกข้อมูลที่ต้องรู้เกี่ยวกับข้อสอบ SAT. 11 Aug 2020. จากเว็บไซด์ignitebyondemand.com/sat-คืออะไร/

อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 23 มกราคม 2023

Leave a Comment

Scroll to Top