Click to rate this post!
[Total: 122 Average: 5]
เนื้อหา ซ่อน

รับทำบัญชีราคาถูก

การกำหนดอัตราค่าบริการ ทำบัญชีในปัจจุบัน ยังไม่มีหน่วยงานที่ออกมากำหนด อย่างชัดเจน ทำให้ ทำบัญชีทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ กำหนดค่าทำบัญชีเองตามความสามารถ ซึ่งไม่ผิด เว้นแต่ท่านเป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ที่จำเป็นต้องกำหนดขึ้นมาเองอย่างชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นว่าคิดค่าบริการอย่างไร

สาเหตุการเก็บค่าบริการรับทำบัญชีราคาถูก เช่น

    • ต้องการลูกค้า เป็นอันดับแรก
    • ไม่สามารเรียกราคาเทียบกับสำนักงานบัญชีที่เปิดมานานได้
    • อาจต้องหาประสบการณ์ในการทำงานก่อน
    • ผู้ประกอบการยังไม่ไว้ใจ หากต้องจ่ายค่าบริการแพง
    • เจอผู้ประกอบการที่พอใจในค่าบริการ
    • เป็นลักษณะบุคคล ไม่ใช้สำนักงานบัญชี ไม่ต้องเลี้ยงลูกน้อง

ค่าบริการทำบัญชีราคาถูกไม่ใช้ ไม่ดีเสมอไป บางครั้งท่านอาจเจอ สำนักงานบัญชีหรือบุคคล ที่มีความรับผิดชอบจริงๆ แต่ไม่สามารถสู้กับการตลาดของ สำนักงานบัญชีที่เปิดมานานแล้ว จึงอาจทำให้คิดอัตราค่าบริการให้ถูกกว่าทั่วไป ผู้ประกอบจึงควรเลือก ให้เหมาะสม กับกิจการของท่าน และยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้

รับทำบัญชี ออนไลน์ รับทำบัญชีที่บ้าน

ในปัจจุบันบางครั้งการทำบัญชี ผู้ประกอบการที่ไม่ได้จ้างสำนักงานบัญชี มีการจ้างผู้บัญชีอิสระ ที่เป็นลักษณะบุคคล ที่ขึ้นชื่อผู้ทำได้ อาจมีการรับทำบัญชีที่บ้าน ไม่ได้มีสำนักงานที่ตั้ง อย่างชัดเจน อาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย  เพราะงานบัญชีเป็นงานบริการ ไม่สามารถจับต้องได้ ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือ ของบุคคล หรือ บริษัทนั้นๆ หากต้องการใช้บริการ ควรศึกษา หรือ ลองเช็คประวัติหรือ ดุความเป็นมาของผู้ทำก่อน

การทำบัญชีออนไลน์

อดีต หากพูดถึงการทำบัญชี ออนไลน์ อาจเป็นเรื่องไกลตัว แต่ปัจจุบัน โปรแกรมบัญชี หลายๆ โปรแกรม พัฒนาให้สามารถทำบัญชี ออนไลน์ได้ ทำให้นักบัญชีสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ อีกทั้ง ปัจจุบันมีบริการขนส่งเอกชนมากขึ้นการรับ-ส่งเอกสารเป็นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และ สรรพากร ยังคงพัฒนาการเปิดบิลซื้อ ขาย ใบกำกับภาษี แบบออนไลน์ และพยายามให้ผู้ประกอบการใช้ให้แพร่หลายมากขึ้น ทำให้สิ่งเหล้านี้ อาจเรียกได้ว่า การทำบัญชีแบบออนไลน์ได้อย่างเต็มระบบมากยิ่งขึ้น

” การทำบัญชีในลักษณะเป็นสำนักงานบัญชี ยังจำเป็นที่จะต้องมีที่ตั้งสำนักงานให้ชัดเจน เนื่องจาก ยังมี พ.ร.บ.การบัญชี และกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้มีการจัดเก็บเอกสารทางบัญชีไว้สถานประกอบการ “

ลักษณะการรับงานทำบัญชีในปัจจุบัน หลักๆ

  • รับทำเฉพาะภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษี หัก ณ ที่จ่าย ภาษีต่างๆ) ลักษณะนี้เป็นการรับงานยื่นภาษีให้อย่างเดียว ไม่ได้มีการลงบันทึกบัญชีเพื่อจัดทำงบการเงินให้ผู้ประกอบการในการทำบัญชีลักษณะนี้ต้องจัดทำแบบให้ยื่น ภ.พ.30 เป็นประจำทุกๆเดือน ไม่ว่าผู้ประกอบการจะมียอดซื้อ ขาย หรือไม่
  • รับทำบัญชีแต่ไม่รับยื่นภาษี เป็นการรับงานทำบัญชีที่จัดทำงบเพื่อยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่ไม่รับยื่น ภ.พ.30 เนื่องจาก อาจไม่มีเวลาเป็นประจำทุกๆ เดือน เพื่อนั่งบิลซื้อ-ขายให้ได้ หรือบางครั้งผู้ประกอบการไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • รับทำบัญชีครบวงจร เป็นการจัดทำในลักษณะนำเอกสาร ทั้งหมดของผู้ประกอบการ ทำจัดทำ ทั้งงบการเงิน และดูและ ภาษีทั้งหมด ของกิจการ มีการจัดทำประกันสังคมให้ และพบสรรพากรหากกิจการโดยตรวจสอบ
  • รับยื่นเฉพาะงบการเงิน ในปัจจุบัน การทำบัญชี เน้นการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น บางครั้งผู้ประกอบการ อาจพบเจอปัญหา เมื่อออกงบเสร็จแล้ว พบว่าบริษัทของท่านไม่ได้ยื่นงบการงบในระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าการเงิน เกิดจากผู้ทำบัญชียื่นไม่เป็น หรือไม่ได้ยื่นงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ ทำให้ปัจจุบัน มีการรับยื่นงบการให้นั้นเอง

โดยทั่วไปการรับงานแบบ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่เป็นสำนักงานบัญชี ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของผู้ประกอบการ กับผู้ รับทำบัญชี

สำนักงานบัญชี บริษัทที่จดจัดตั้งขึ้นมา เพื่อบริการ ดูแลบัญชีให้แก่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจภายในประเทศไทย

ปัจจุบันในการเปิดสำนักงานบัญชีของเด็กรุ่นใหม่มีมากขึ้น และการเปิดสำนักงานบัญชีก็ไม่ยากนัก หากเรียนจบบัญชีและตรงตามหลักสูตรก็สามารถประกอบกิจการนี้ได้

ในการ “รับทำบัญชี” มีหลายรูปแบบมากในปัจจุบัน เนื่องจาก ผู้ประกอบการมีการเข้าถึงนักบัญชีรุ่นใหม่ ที่อาศัยเทคโนโลยี ในโลกปัจจุบัน รับงานลูกค้าอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคิดค่าบริการที่ราคาถูก หรือ การดูแลเอกสารการลงบัญชีให้บางส่วน หากอยากได้บริการอย่างอื่นเพิ่มก็ต้องจ่ายเพิ่ม หรือแม้กระทั้งดูแลให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ ทำให้การเปิดสำนักงานบัญชีอาจไม่จำเป็นสำหรับนักบัญชีรุ่นใหม่ แต่!! หากท่านคิดอยากจะเปิดสำนักงานบัญชี

สิ่งที่สำคัญในการเปิดสำนักงานบัญชี

1.มีความรู้ความสามารถในงานที่รับทำ

การรับงานในระบบสำนักงานบัญชี ในประเทศไทย ไม่ได้บริการเหมือนกันหมดทั้งประเทศ แต่ละที่จะมีลักษณะการรับงานที่แตกต่างกันไป แต่ระบบงานหลักๆ จะคล้ายคลึงกัน โดย อาศัยมาตรฐานการบัญชี พรบ.การบัญชี และ ระบบภาษีที่เหมือนกัน แต่การดำเนินงาน ก็อาศัยตามที่ถนัด หรือตามที่นโยบายบริษัทกำหนด เช่น บางสำนักงานบัญชี ถนัดงาน รับเหมาก่อส้ราง บางที่ถนัด งานซื้อมา-ขายไป ,ร้านอาหาร หรือ บางแห่งถนัดเช่าอาคารพาณิชย์ ห้องเช่า เป็นต้น

หากผู้ประกอบเลือกสำนักงานบัญที่ถนัดในกิจการของท่าน ก็เป็นผลดีของผู้ประกอบการ เพราะสำนักงานบัญชีจะแนะนำ ให้คำปรึกษา เพื่อลดข้อปิดพลาดในการทำงาน 

2.ความรับผิดชอบ  ตรงต่อเวลา ซื่อสัตย์

แน่นนอนความรับผิดชอบในงานมักเป็นส่วนประกอบที่ดีของ ทุกสาขาอาชีพ แต่สำนักงานบัญชีจะวัดความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา และ ซื่อสัตย์ของงานได้อย่างไร ?

ในการทำงานทุกมักมีข้อผิดพลาดเสมอ ไม่มากก็น้อย แต่หลังจากผิดพลาดละ? เช่น

  • ไม่ทิ้งงานระหว่างให้บริการลูกค้า
  • แก้ไข้สิ่งผิดพลาดให้ถูกต้องก่อนลูกค้าจะเลิกใช้บริการ
  • ยื่นภาษีให้ตรงตามระยะเวลากำหนด เพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดค่าปรับ
  • นำส่งเงินภาษีที่ได้รับจากลูกค้าให้สรรพากร เป็นต้น

ในการทำงานทุกครั้งจะต้องมีข้อผิดพลาด ไม่มากก็น้อย แต่หลังจากผิดพลาดละ? สำนักงานบัญชีควรรับผิดชอบแก้ไข้ และไม่ทิ้งงานที่ทำของลูกค้าในขนาดเป็นลูกค้ากันอยู่

3.อิสระในการทำงาน

ความอิสระในการทำงานเป็นสิ่งที่สำนักงานบัญชีทุกที่ควรมี เนื่องจากการทำงานสายอาชีพนี้ มักเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหลายฉบับ และหากผู้ปะรกอบการกระทำผิด โดยเจตนา หรือ ไม่เจตนา ก็อาจมีการตัดเตือนหรือแนะนำให้ผู้ประกอบการปรับปรุงให้ถูกต้อง แต่ถ้า สำนักงานบัญชีขาดอิสระในการทำงาน แน่นอน!! ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการบันทึกบัญชี หรือดูแลเอกสารของ กิจการที่กระทำความผิด ต้องเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ดังนั้น หากสำนักงานบัญชีไหน ที่มีความอิสระในการทำงาน แสดงให้เห็นว่า สำนักงานบัญชีนั้น ย่อมมีความสามารถในการทำงานให้กับลุกค้าทุกรายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

4.ระยะเวลาที่เปิดกิจการ

ระยะเวลาที่เปิดกิจการ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจของสำนักงานบัญชี หากท่านคิดจะเปิดสำนักงานบัญชีต้องอดทนเป็นอย่างมาก เพราะใน ช่วงแรกอาจจะติดขัดบ้าง ลูกค้าไม่มีบ้าง ทำผิดบ้าง หาดท่านอดทน และใช้ความพยายามประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นไปได้ จะทำให้ ความน่าเชื่อของ สำนักงานบัญชียิ่งมากขึ้น เมื่ออายุสำนักงานบัญชีมากขึ้น

5.ประสบการณ์ของพนักงานบัญชีในบริษัท

หากท่านเป็นสำนักงานบัญชีเปิดใหม่ อาจให้ความเชื่อถือแก่ลูกค้าไม่ได้มากนัก แต่ถ้าท่านมีประสบการณ์ในการทำงานมาก ก็ทำให้กลายเป็นจุดแข็งได้อย่างสบาย เพราะการรับงานบัญชีในสำนักงานบัญชีเปิดใหม่ หากท่านผิดพลาดในช่วงปีแรก ความน่าเชื่อถือ หรือโอกาสที่จะได้ดูแลลูกค้ารายนั้น อาจหมดไป จึงต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำงานบัญชีที่มากเพื่อดูแลลุกค้าด้วยตัวเองในช่วงแรกๆ ก่อนจะให้พนักงานรับผิดชอบงานต่อ

เปิดบริการและอำนวยความสะดวก

สำนักงานบัญชี เปิดบริการ รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี จัดตั้งขึ้นจากการเรียกร้องของลูกค้าที่ใช้บริการ รับทำบัญชีกับผู้บริหารมายาวนานและต่อเนื่อง เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของ ผู้ประกอบการที่มีอุปการคุณ และสนับสนุนให้จัดตั้งเป็นสำนักงานบัญชี ทางผู้บริหาร เร่งเห็นถึงความต้องการใช้ที่ผู้ใช้บริการสำนักงานบัญชีอย่าง เต็มรูปแบบ และเรา

พร้อมทั้งทีมงานทางด้านบัญชีคอมพิวเตอร์พัฒนาระบบงานและระบบการ รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชีที่ใช้เฉพาะงานใน สำนักงานบัญชี เพื่อป้องกันการผิดพลาดในการ บันทึกบัญชี โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการตรวจทาน ทำให้สำนักงานบัญชี รับทำบัญชี ได้ถูกต้องและครบถ้วนมากที่สุด

ทีมงาน”จดทะเบียนบริษัท.com” บริการจดทะเบียนบริษัท ราคาถูก โดยทีมงานมืออาชีพราคาประหยัด ฟรี! ตรายาง

คุณสามารถ จดทะเบียนบริษัท ได้ด้วยตัวเอง

วิธีการจดทะเบียนบริษัท กับสิ่งที่ควรรู้ ก่อนการจดทะเบียนบริษัท

รูปแบบของการดำเนินธุรกิจ การประกอบธุรกิจ การค้าอาจดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งโดยบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของกิจการโดยลำพัง หรืออาจดำเนินการโดยร่วมลงทุนกับบุคคลอื่นเป็นกลุ่มคณะก็ได้ การที่จะตัดสินใจเลือกดำเนินธุรกิจการค้าในรูปแบบใดนั้น ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญหลายประการด้วยกัน เช่น ลักษณะของกิจการค้า เงินทุน ความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจเป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบธุรกิจนั้นประสบผลสำเร็จนำมาซึ่งผล ประโยชน์และกำไรสูงสุด

รูปแบบองค์กรธุรกิจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1.เป็นนิติบุคคล (จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย)

  • ห้างหุ้นส่วน
    • ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
    • ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • บริษัทจำกัด
  • บริษัทมหาชนจำกัด
  • องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมายเฉพาะ

2.องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมายเฉพาะ

  • กิจการค้าเจ้าของคนเดียว
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ

คำถามที่ทุกคนถามบ่อยๆ “หจก ต่างจาก บริษัท ตรงไหน”

หลายๆคน ที่จะเริ่มประกอบธุรกิจ มักจะตั้งคำถามอยู่เสมอ และมักจะไม่ค่อยได้รับคำตอบที่โดนใจ ว่าจะเลือกแบบไหนดี แต่ในครั้งนี้ อาจแนะนำว่า หากท่านต้องการประกอบธุรกิจจริงๆ ต้องถามกับตัวเองว่าต้องการทำระยะสั้นหรือระยะยาว หากต้องการลองทำดู ก็จะแนะนำให้จดเป็นหจก. แต่ถ้าหากต้องการทำระยะยาวก็เปิดเป็นบริษัทฯ เหตุที่แนะนำเช่นนั้นก็เพราะ ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท จะสูงกว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด

จองชื่อบริษัท

ในการจองชื่อเพื่อจดทะเบียนบริษัท มักจะมีข้อจำกัดเนื่องจากมีการจดทะเบียนบริษัท มาก่อนหน้านี้แล้วหลายสิบปี ชื่อที่เราชอบมักจะซ้ำ ไม่ว่าจะพ้องเสียงอีก มันเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวในการจองชื่อบริษัท ซึง ยังจะมีข้อจำกัดในการจองชื่อบริษัท ตาม คำแนะนำในการจองชื่อ เพื่อจดทะเบียนบริษัท ของกรมพัฒนาธุรกิจ อีกด้วย

ตัวอย่าง การจดทะเบียนบริษัท

หลังจากจองชื่อเพื่อจะจดทะเบียน แล้วระหว่างรอการทำตรายางเราก็มาพิมพ์แบบฟอร์มการจดทะเบียนบริษัท ได้ตาม ตัวอย่าง การกรอกแบบฟอร์ จดทะเบียนบริษัท ที่เรามีให้ มีรายละเอียดค่อนข้างมากหน่อยแต่ไม่เกินความสามารถครับ

การทำตรายาง

สำหรับจดทะเบียนบริษัท หลังจากจองชื่อเพื่อจะจดทะเบียน ได้แล้วก็ถึงเวลาต้องออกแบบตรายางเพื่อใช้ในการจดทะเบียน แต่การทำตรายางก็มีข้อกำหนดในการทำตรายาง ต้องศึกษาก่อนทำจะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยสิ้นเปลือง ระยะเวลาในการจดทะเบียนบริษัท ในปัจจุบันการจดทะเบียนบริษัท จะใช้ระยะเวลาเพียงวันเดียวหากเอกสารทุกอย่างถูกต้อง…

รับจดทะเบียนบริษัท

จดทะเบียนบริษัท ต้องใช้กี่คน จดทะเบียนบริษัท 1 คน ได้ไหม?

เป็นคำถามสุดคลาสสิก สำหรับผู้ประกอบหน้าใหม่ เนื่องช่วง 3 4 ปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงข้อมูลที่สามารถจดทะเบียนบริษัท 1 คนได้ โดยมีการแชร์บทความจาก แหล่งที่น่าเชื่อถือๆ บ้าง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันอยู่สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่

ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถจดเบียนบริษัท 1 คนได้ หากจะประกอบกิจการ เจ้าของคนเดียวก็สามารถทำได้อยู่ แต่จะไม่ได้อยู่ในรูปแบบของ บริษัท จำกัด นั้นเอง

รู้หรือไม่ว่า เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนบริษัท
มีอะไรบ้าง ?

ข้อมูลที่ใช้ในการจดทะเบียนบริษัท

  1. ชื่อของบริษัท (ตามที่ได้จองชื่อไว้)
  2. ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ / สาขา (ตั้งอยู่ ณ จังหวัดใด) พร้อมเลขรหัสประจำบ้านของที่ตั้งสำนักงาน, E-mail, หมายเลขโทรศัพท์ของบริษัทหรือกรรมการและหรือชื่อหรือที่อยู่เว็บไซต์ (URL) ที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ หรือประกอบธุรกิจ
  3. วัตถุที่ประสงค์ของบริษัทที่จะประกอบกิจการค้า
  4. ทุนจดทะเบียน จะต้องแบ่งเป็นหุ้นๆ มีมลค่าหุ้นเท่าๆ กัน (มลค่าหุ้นจะต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท)
  5. ชื่อ ที่อยู่ อายุ หมายเลขโทรศัพท์เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) อาชีพ และจำนวนหุ้นที่ผู้เริ่มก่อการจองซื้อไว้
  6. ชื่อ ที่อยู่ อายุ หมายเลขโทรศัพท์เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) ของพยาน 2 คน
  7. ชำระค่าอากรแสตมป์ 200 บาท
  8. ข้อบังคับ (ถ้ามี)
  9. จำนวนทุน (ค่าหุ้น) ที่เรียกชำระแล้ว อย่างน้อยร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียน
  10. ชื่อ ที่อยู่อายุสัญชาติหมายเลขโทรศัพท์เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่น ๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) ของกรรมการ
  11. รายชื่อหรือจำนวนกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท (อำนาจกรรมการ)
  12. ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตพร้อมค่าตอบแทน
  13. ชื่อ ที่อยู่สัญชาติอาชีพ เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) และจำนวนหุ้น ของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
  14. ดวงตราสำคัญ (ถ้ามี) บริษัทจะไม่จดทะเบียนดวงตราสำคัญของบริษัทก็ได้ หากว่าอำนาจกรรมการไม่ได้กำหนดให้ต้อง ประทับดวงตราสำคัญด้วย

ขึ้นตอนการจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัททำอย่างไร?

ขั้นตอนในทีนี้ ต้องบอกก่อนว่า แบ่งออกเป็น 2 ส่วน หลักๆ คือ

  • ดำเนินการจดทะเบียนเอง ท่านต้องจัดเตรียมเอกสารเองทั้งหมดแล้วต้องหาผู่ที่ลงลายมือชื่อ ทนายความ หรือหัวหน้าสำนักงานบัญชี เพื่อเซ็นรับรองเอกสาร
  • ว่าจ้าง สำนักงานบัญชี หรือสำนักงานทนายความ หากท่านใช้บริการ เอกสารที่ต้องจัดเตรียมทั้งหมด ผู้รับจ้างจะเป็นผู้จัดทำให้ แต่ท่านอาจต้องเตรียมเอกสาร บางฉบับ เพื่อส่งให้กับ ผู้รับจ้าง เช่น
      • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้น 3 คน
      • สำเนาทะเบียนบ้าน ที่ตั้งสถานประกอบการ
      • แผนที่ตั้งสถานประกอบการ
      • ใบจองชื่อ (กรณีลูกค้าได้จองชื่อมาเรียบร้อยแล้ว)

เอกสารที่ใช้จดทะเบียนบริษัท

  1. คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)
  2. แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  3. หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2) ชำระค่าอากรแสตมป์ 200 บาท
  4. รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.3)
  5. แบบวัตถุประสงค์ (แบบ ว.)
  6. รายละเอียดกรรมการ (แบบ ก.)
  7. ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ
  8. หลักฐานให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ใช้เฉพาะในการประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุม เช่น ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์กิจการข้อมูลเครดิต บริหารสินทรัพย์กิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็น)
  9. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5)
  10. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะในการประชุมให้ความเห็นชอบในกิจการ ที่ได้ประชุมจัดตั้งบริษัทพร้อมลายมือชื่อ
  11. สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
  12. สำเนาข้อบังคับ ชำระค่าอากรแสตมป์ 200 บาท (ถ้ามี)
  13. สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นที่บริษัทออกให้ผู้ถือหุ้น
  14. กรณีบริษัทจำกัดมีผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าวถือหุ้นในบริษัทจำกัดไม่ถึงร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน หรือกรณีบริษัทจำกัดไม่มีคนต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้น แต่คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามหรือร่วมลงนาม ผูกพันบริษัท ให้ส่งเอกสารหลักฐานที่ธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของผู้ถือหุ้น ที่มีสัญชาติไทยแต่ละรายประกอบคำขอจดทะเบียน โดยเอกสารดังกล่าวต้องแสดงจำนวนเงินที่สอดคล้องกับ จำนวนเงินที่นำมาลงหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละราย
  15. แบบ สสช.1
  16. แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป
  17. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการและกรรมการทุกคน
  18. สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
  19. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่สามารถยื่นขอจดทะเบียนได้ด้วยตนเอง ก็มอบอำนาจ ให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนโดยทำหนังสือมอบอำนาจและผนึกหรือชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท)

***หมายเหตุ หากกิจการของท่าน มีคู่ค้า ที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ รายได้ของบริษัท เกินตามที่กฎหมายกำหนด ก็จำเป็นจะต้องเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

เอกสารที่ใช้ในการเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม มี 2 กรณี

กรณีที่ 1 ยินยอมให้ใช้สถานที่

  1. สำเนาทะเบียนบ้าน
  2. สำเนาบัตรประชาชนเจ้าบ้าน
  3. เอกสารยินยอมให้ใช้สถานที่
  4. รูปถ่ายสถานประกอบการ 3-4 ภาพ
  5. บัตรประชาชนตัวจริงของกรรมการผู้มีอำนาจ
  6. หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน แสดงกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ
  7. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่มีชื่อระบุไว้ในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน

กรณีที่ 2 เช่าสถานประกอบการ

  1. สัญญาเช่าติดอากรสะแตมป์ครบตามจำนวนเงินในสัญญา
  2. สำเนาทะเบียนบ้านผู้ให้เช่า
  3. สำเนาบัตรประชาชนผู้ให้เช่า
  4. รูปถ่ายสถานประกอบการ 3-4 รูป
  5. บัตรประชาชนตัวจริงของกรรมการผู้มีอำนาจ

กรณีทะเบียนบ้านไม่ระบุชื่อเจ้าบ้านและที่อยู่ในบัตรประชาชนไม่ตรงกับทะเบียนบ้าน ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  • สัญญาซื้อขายแสดงกรรมสิทธิ์
  • สำเนาบัตรประชนของผู้ที่มีชื่อระบุอยู่ในสัญญา

สถานที่จดทะเบียน จดทะเบียนบริษัท ที่ไหน

หน่วยงานในสังกัดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 87 แห่ง โดยตั้งอยู่ ในเขตกรุงเทพมหานคร จํานวน 7 แห่ง ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สนามบินน้ํา) สํานักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 1-6 (ปิ่นเกล้า พหลโยธิน รัชดาภิเษก สี่พระยา บางนา และแจ้งวัฒนะ (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา)) และในส่วนภูมิภาคที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจังหวัดละ 1 แห่ง รวมถึงสาขาของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอีก 4 แห่ง คือ แม่สอด เมืองพัทยา หัวหิน และ เกาะสมุย ยกเว้น การขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการซึ่งมีกฎหมายพิเศษ ควบคุม ได้แก่ หลักทรัพย์คลังสินค้า ห้องเย็น ไซโล นายหน้าประกันภัย บริหารสินทรัพย์ให้ยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานบริการจดทะเบียน ดังต่อไปนี้

    • บริษัทจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สนามบินน้ำ)
    • บริษัทจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดใด ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่สำนักงาน พาณิชย์จังหวัดซึ่งบริษัทนั้น มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่

คำขอจดทะเบียนบริษัทได้ทุกพื้นที่ทั่วไทยแล้ว

***หมายเหตุ ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาระบบ ให้สามารถ จดทะเบียนบริษัท ออนไลน์ (online) ได้แล้ว โดย ยื่นจดทะเบียนทางระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration)

จดทะเบียนบริษัท ราคา เท่าไร ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง?

แบ่งออกเป็น2แบบ คือ  1.ค่าธรรมเนียม 2.ค่าบริการจ้างจดทะเบียน

  1. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท
  2. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท
  3. หนังสือรับรอง รายการละ 40 บาท
  4. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท
  5. รับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน หน้าละ 50 บาท

****หมายเหตุ หากใช้บริการ สำนักงานบัญชี หรือ สำนักงานทนายความ ค่าบริการ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างรับงาน  

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัท

ทางกรมพัฒนาฯ ได้กำหนดค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนต่างไว้เป็นตรางค่าธรรมเนียมไว้แล้ว แต่ครั้งนี้จะพูดถึงแค่ว่าค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัท จะเป็นเท่าไร
หากดูจากตรางค่าธรรมเนียมแล้วจะแบ่งออกมาเป็นค่าธรรมเนียมบริษัทได้ดังนี้

บาท
1. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
      1.1 ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000,000 บาท500.-
      1.2 ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่กำหนดไว้50.-
            (เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
      1.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท25,000.-
2. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนจัดตั้งบริษัท
      2.1 จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิทุกข้อ(นอกจากการเพิ่มทุน)400.-
      2.2 จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อเพิ่มทุน
            (1) ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มไม่เกิน 1,000,000 บาท500.-
            (2) ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่เพิ่มขึ้น50.-
                 (เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
            (3) ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มตั้งแต่ 50,000,000 บาท25,000.-
3. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด
      3.1 ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000,000 บาท5,000.-
      3.2 ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่กำหนดไว้500.-
           (เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
      3.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป250,000.-
4. จดทะเบียนควบบริษัทจำกัด5,000.-
5. จดทะเบียนการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือ
      ห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด
      5.1 ทุนจำนวนไม่เกิน 1,000,000 บาท5,000.-
      5.2 ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่กำหนดไว้500.-
            (เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
      5.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป250,000.-
6. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมบริษัท
      6.1 จดทะเบียนมติพิเศษ (เพิ่มทุน/ลดทุน/ควบบริษัท)400.-
      6.2 จดทะเบียนเพิ่มทุน
            คิดตามทุนที่เพิ่มทุก 100,000 บาท500.-
            (เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
            เพิ่มทุนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป250,000.-
      6.3 จดทะเบียนลดทุน400.-
      6.4 จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิทุกข้อ400.-
      6.5 จดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับทุกข้อ400.-
      6.6 จดทะเบียนกรรมการเข้าใหม่ คนละ400.-
      6.7 จดทะเบียนกรรมการออก (ไม่กำหนดจำนวนคน)400.-
      6.8 จดทะเบียนแก้ไขอำนาจกรรมการ400.-
      6.9 จดทะเบียนแก้ไขสำนักงานแห่งใหญ่ และ/หรือสำนักงานสาขา400.-
      6.10 จดทะเบียนแก้ไขดวงตรา400.-
      6.11 จดทะเบียนรายการอื่น ๆ ซึ่งเห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ400.-
7. จดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชี400.-
8. จดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี400.-
9. จดทะเบียนแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชี400.-
10. จดทะเบียนแก้ไขสำนักงานผู้ชำระบัญชี400.-
11. จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี400.-

ชื่อบริษัท และห้างหุ้นส่วน คำย่อ ความหมาย และภาษาอังกฤษ

ชื่อบริษัท ภาษาอังกฤษ Company Limited Partnership หรือชื่อห้างหุ้นส่วน ภาษาอังกฤษ Limited Partnership

รับจดทะเบียนบริษัท

Co., Ltd. คืออะไร

Co., Ltd. ย่อมาจาก Company Limited หมายถึง บริษัทจำกัด 

Part., Ltd. คืออะไร

Part., Ltd.  ย่อมาจาก Partnership Limited หมายถึง ห้างหุ้นส่วนจำกัด

Pub Co., Ltd. คืออะไร

Pub Co., Ltd. ย่อมาจาก Public Company Limited หมายถึง บริษัท มหาชน จำกัด

 
ลิ้งค์บทความนี้ : https://www.pangpond.com/?p=151469