การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ บุคคลธรรมดา จดทะเบียนการค้าออนไลน์ 2564 เสียภาษี shopee เพื่ออะไร ประโยชน์อย่างไร

Click to rate this post!
[Total: 53 Average: 5]
You must sign in to vote

การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ กิจการมีระบบการสั่งซื้อ มีระบบการชําระเงิน ออฟไลน์หรือ ออนไลน์ มีระบบสมัครสมาชิก บริการข้อมูลหรืออื่น ๆ โดยมีการคิดค่าใช้จ่าย (ถือเป็นการขายบริการ) ชัดเจน และเปิดมาโดยมีวัตถุที่ประสงค์หลักในการรับจ้างโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้อื่น และมีรายได้จากการโฆษณานั้น 

ตามพระราชบัญญัติตามพระราชบัญญัติ ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดิมได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2546 ให้ผู้ซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการ

จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

แบ่งได้ 4 รูปแบบ

  • ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ
  • เครือข่ายอินเทอร์เน็ต บริการอินเทอร์เน็ต
  • ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และบริการ
  • ตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต เป็นครั้งแรก

ต่อมากรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ข้อ (5) กําหนดให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจ ไม่ว่าจะเป็น

  • บุคคลธรรมดา
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
  • ห้างหุ้นส่วนจํากัด
  • บริษัทจํากัด

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือบริษัทมหาชน จํากัด ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด ทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ซึ่ง ในส่วนที่ถือว่าเป็นการจดของทะเบียนพาณิย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่

  1. การซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  2. การบริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider : ISP)
  3. ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Web Hosting)
  4. บริการตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Marketplace)

เว็บไซต์ที่เข้าค่ายต้องจด

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์

  • เว็บไซต์ซึ่งมีระบบการสั่งซื้อ เช่น ระบบกรอกฟอร์ม ระบบตะกร้า E-mail เป็นต้น
  • เว็บไซต์ซึ่งมีระบบสมัครสมาชิก เพื่อรับบริการข้อมูลโดยมีการคิดค่าบริการ
  • รับจ้างโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้อื่น หรือมีรายได้จากการรับจ้าง โฆษณานั้น
  • รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • เว็บไซต์ที่ให้บริการเกมส์ออนไลน์ซึ่งคิดค่าบริการจากผู้เล่น
  • เว็บไซต์ที่มีการส่งมอบสินค้าหรือบริการผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การ Download เพลง โปรแกรม เกมส์ Ringtone Screensaver SMS เป็นต้น

เว็บไซต์ที่ ไม่ต้องจดทะเบียน

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์

  • มีเฉพาะหน้าร้านโชว์สินค้าของตนเอง แต่ทําการค้าในช่องทางปกติ (ไม่ใช่ อินเทอร์เน็ต) แม้จะมีข้อความแจ้งว่าให้ติดต่อได้ เช่น สนใจโทร.ติดต่อ…. หรือ สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมที่ ……….
  • 2 การประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูลแก่สมาชิกหรือบุคคลทั่วไป โดยไม่ คิดค่าใช้จ่ายหรือบริการ เช่น เพื่อการสอน ประกาศรับสมัครงาน
  • 3 การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท หรือสินค้า
  • 4 เว็บไซต์ส่วนตัว (ส่วนบุคคล) ที่สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว การงาน การศึกษา หรือความสนใจส่วนตัว
  • 5 เว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางด้านข้อมูล โดยมีจุดประสงค์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยไม่มีการเสียค่าสมาชิก หรือค่าใช้จ่ายใดๆ

ยื่นคําขอจดทะเบียน

การยื่นคําขอจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ขั้นตอนและหลักเกณฑ์การยื่นคําขอจดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ทั้งตั้งใหม่ เปลี่ยนแปลง และเลิกประกอบพาณิชยกิจ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ทั่วไป

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนพาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์    

ใช้เอกสารแบบเดียวกับจดทะเบียนพาณิชย์ทั่วไป แต่เพิ่มเติมคือ รายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ โดยผู้ประกอบการที่มีเว็บไซต์มากกว่า 1 เว็บไซต์จะต้องกรอก เอกสารเกี่ยวกับเว็บไซต์แยกแต่ละเว็บไซต์ (1 เว็บไซต์ : เอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ 1 แผ่น) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

การขอรับเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (REGISTERED)

แบ่งได้ 2 กรณี คือ

  • นายทะเบียนจัดส่งข้อมูลให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งข้อมูลเพื่อขอรับโดยตรง โดย ส่งสําเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พค.0403) พร้อมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ ผ่านทางโทรสาร หมายเลข 0 2547 5973 หรือส่งทางอีเมล์ e-commerce@dbd.go.th

เมื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับข้อมูลแล้ว จะทําการตรวจสอบพร้อมทั้งบันทึก ลงฐานข้อมูล จึงจะอนุมัติเครื่องหมายฯ โดยการจัดส่ง Source Code ผ่านทางอีเมล์

ประโยชน์ของการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ

สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประกอบการในระดับหนึ่ง โดยกรมพัฒนาธุรกิจ การค้าจะออกเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (REGISTERED) ให้แก่ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน เพื่อนําไปแสดงไว้บนเว็บไซต์ของตนเอง เมื่อผู้บริโภค (ผู้ซื้อ) เห็น เครื่องหมาย REGISTERED แล้วจะเกิดความมั่นใจในการทําธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมาก

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะนํารายชื่อเว็บไซต์ที่จดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ไปเผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์ของกรมฯ (www.dbd.go.th) เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ของผู้ประกอบการอีกช่องทางหนึ่ง

ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่จดทะเบียนแล้ว สามารถยื่นขอรับ เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ (Trustmark) จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ ซึ่งเครื่องหมาย Trustmark นี้มีความน่าเชื่อถือสูงกว่าเครื่องหมาย REGISTERED มีคุณสมบัติดังนี้

  1. เป็นนิติบุคคลและมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในประเทศไทย
  2. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  3. เป็นเจ้าของชื่อโดเมน
  4. มีคุณสมบัติตรงตาม 8 ข้อบังคับของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.trustmarkthai.com)

การได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมอบรมสัมมนา การได้รับ คําแนะนํา และการได้รับข้อมูลข่าวสารด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

(Visited 77 times, 1 visits today)
 
โทร.081-931-8341
 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top