จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 4 ซื้อขาย ออนไลน์ บุคคลธรรมดา จดทะเบียนการค้าออนไลน์

Click to rate this post!
[Total: 154 Average: 5]

การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ กิจการมีระบบการสั่งซื้อ มีระบบการชําระเงิน ออฟไลน์หรือ ออนไลน์ มีระบบสมัครสมาชิก บริการข้อมูลหรืออื่น ๆ โดยมีการคิดค่าใช้จ่าย (ถือเป็นการขายบริการ) ชัดเจน และเปิดมาโดยมีวัตถุที่ประสงค์หลักในการรับจ้างโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้อื่น และมีรายได้จากการโฆษณานั้น

ตามพระราชบัญญัติตามพระราชบัญญัติ ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดิมได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2546 ให้ผู้ซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการ

จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

แบ่งได้ 4 รูปแบบ

  • ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ
  • เครือข่ายอินเทอร์เน็ต บริการอินเทอร์เน็ต
  • ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และบริการ
  • ตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต เป็นครั้งแรก

ต่อมากรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ข้อ (5) กําหนดให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจ ไม่ว่าจะเป็น

  • บุคคลธรรมดา
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
  • ห้างหุ้นส่วนจํากัด
  • บริษัทจํากัด

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือบริษัทมหาชน จํากัด ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด ทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ซึ่ง ในส่วนที่ถือว่าเป็นการจดของทะเบียนพาณิย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่

  1. การซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  2. การบริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider : ISP)
  3. ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Web Hosting)
  4. บริการตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Marketplace)

เว็บไซต์ที่เข้าค่ายต้องจด

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์

  • เว็บไซต์ซึ่งมีระบบการสั่งซื้อ เช่น ระบบกรอกฟอร์ม ระบบตะกร้า E-mail เป็นต้น
  • เว็บไซต์ซึ่งมีระบบสมัครสมาชิก เพื่อรับบริการข้อมูลโดยมีการคิดค่าบริการ
  • รับจ้างโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้อื่น หรือมีรายได้จากการรับจ้าง โฆษณานั้น
  • รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • เว็บไซต์ที่ให้บริการเกมส์ออนไลน์ซึ่งคิดค่าบริการจากผู้เล่น
  • เว็บไซต์ที่มีการส่งมอบสินค้าหรือบริการผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การ Download เพลง โปรแกรม เกมส์ Ringtone Screensaver SMS เป็นต้น

เงื่อนไขต้องของผู้จดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์

  1. จะต้องมีการยื่นคำขอสำหรับธุรกิจนั้นเพียง 1 คำขอยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์ กล่าวคือ 1 คำขอต่อ 1 เว็บไซด์หรือต่อร้านค้าออนไลน์
  2. ผู้ที่สามารถมาจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์ได้จะต้องมีธุรกิจเรียบร้อยแล้ว มีร้านค้าแบบออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ถ้ามีแค่ชื่อร้านหรือแค่ชื่อร้านค้าจะยังไม่สามารถมาขอจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์ได้
  3. การจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์จะต้องประกอบธุรกิจตามที่กฎหมายผู้ประกอบพาณิชยกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องจดทะเบียนพาณิชกำหนด 4 อย่าง
  4. การทำกิจการต้องไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงแค่การโฆษณา หรือเป็นสื่อออนไลน์เผยแพร่ข้อมูล รวมทั้งการประชาสัมพันธ์เท่านั้น เพราะนับเฉพาะการซื้อขายหรือทำกิจการตามที่กฎหมายกำหนด 4 อย่าง
  5. การจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์ไม่ใช่แค่เว็บไซด์ แต่นับรวมกับการซื้อขายสินค้าบนโซเชียลมีเดียด้วยเช่นกัน เช่น Facebook, Instragram
  6. เมื่อทำการจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์เรียบร้อยแล้วสามารถนำเลขทะเบียนแสดงบนหน้าร้านค้าออนไลน์ได้ทันที
  7. กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอนุญาติให้นำเครื่องหมายสัญลักษณ์ DBD Registered มอบให้เฉพาะร้านค้าออนไลน์ที่เป็นกรณีเว็บไซด์เท่านั้น กล่าวคือต้องมีโดเมนเนมของตนเองแล้วเท่านั้น กรณีร้านค้าออนไลน์แบบโซเชียลมีเดียไม่สามารถใช้เครื่องหมายรับรองแบบ DBD Registered เฉพาะได้

เว็บไซต์ที่ ไม่ต้องจดทะเบียน

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์

  • มีเฉพาะหน้าร้านโชว์สินค้าของตนเอง แต่ทําการค้าในช่องทางปกติ (ไม่ใช่ อินเทอร์เน็ต) แม้จะมีข้อความแจ้งว่าให้ติดต่อได้ เช่น สนใจโทร.ติดต่อ…. หรือ สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมที่ ……….
  • 2 การประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข้อมูลแก่สมาชิกหรือบุคคลทั่วไป โดยไม่ คิดค่าใช้จ่ายหรือบริการ เช่น เพื่อการสอน ประกาศรับสมัครงาน
  • 3 การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท หรือสินค้า
  • 4 เว็บไซต์ส่วนตัว (ส่วนบุคคล) ที่สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว การงาน การศึกษา หรือความสนใจส่วนตัว
  • 5 เว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางด้านข้อมูล โดยมีจุดประสงค์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยไม่มีการเสียค่าสมาชิก หรือค่าใช้จ่ายใดๆ

ยื่นคําขอจดทะเบียน

การยื่นคําขอจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ขั้นตอนและหลักเกณฑ์การยื่นคําขอจดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ทั้งตั้งใหม่ เปลี่ยนแปลง และเลิกประกอบพาณิชยกิจ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการจดทะเบียนพาณิชย์ทั่วไป

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนพาณิชย์อีเล็กทรอนิกส์    

ใช้เอกสารแบบเดียวกับจดทะเบียนพาณิชย์ทั่วไป แต่เพิ่มเติมคือ รายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ โดยผู้ประกอบการที่มีเว็บไซต์มากกว่า 1 เว็บไซต์จะต้องกรอก เอกสารเกี่ยวกับเว็บไซต์แยกแต่ละเว็บไซต์ (1 เว็บไซต์ : เอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ 1 แผ่น) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

การขอรับเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (REGISTERED)

แบ่งได้ 2 กรณี คือ

  • นายทะเบียนจัดส่งข้อมูลให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งข้อมูลเพื่อขอรับโดยตรง โดย ส่งสําเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พค.0403) พร้อมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ ผ่านทางโทรสาร หมายเลข 0 2547 5973 หรือส่งทางอีเมล์ e-commerce@dbd.go.th

เอกสารที่ต้องใช้เพื่อขอเครื่องหมาย DBD Registered ดังนี้

สำหรับการจะเดินทางไปจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก็ควรเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อมเพื่อให้การจดทะเบียนราบรื่น ทั้งนี้การขอเครื่องหมาย DBD Registered เป็นเสมือนส่วนเพิ่มเติมจากการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายที่นำมาประดับเพิ่มเติมโดยจะขอได้เฉพาะร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซด์ที่มีโดเมนเนมของตนเองเท่านั้น

  1. ใช้สำเนาเอกสาร ทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พค.0403)
  2. ใช้สำเนาเอกสารซึ่งเป็นรายละเอียดเว็บไซด์ (เอกสารแนบ ทพ.) โดยยื่นคำขอเพียง 1 ใบต่อ 1 เว็บไซต์เท่านั้น
  3. ใช้สำเนาเอกสารที่ได้ทำการจดทะเบียนโดเมนเนม ซึ่งต้องปรากฏชื่อตรงกันเป็นชื่อของผู้จดทะเบียนโดเมนเนมที่เป็นเจ้าของกิจการจดทะเบียนพาณิชย์
  4. แสดงเอกสารอื่นที่มี (ถ้ามี) โดยอาจจะแนบเพิ่มเติมหรือไม่ก็ได้ หากไม่ครบทางเจ้าหน้าที่อาจจะเรียกขอเพิ่มเติม เช่น เอกสารที่ของตัวแทนจำหน่ายสินค้าชนิดนั้น ๆ หรือเอกสารเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

เมื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับข้อมูลแล้ว จะทําการตรวจสอบพร้อมทั้งบันทึก ลงฐานข้อมูล จึงจะอนุมัติเครื่องหมายฯ โดยการจัดส่ง Source Code ผ่านทางอีเมล์

ประโยชน์ของการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ

สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประกอบการในระดับหนึ่ง โดยกรมพัฒนาธุรกิจ การค้าจะออกเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (REGISTERED) ให้แก่ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน เพื่อนําไปแสดงไว้บนเว็บไซต์ของตนเอง เมื่อผู้บริโภค (ผู้ซื้อ) เห็น เครื่องหมาย REGISTERED แล้วจะเกิดความมั่นใจในการทําธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมาก

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะนํารายชื่อเว็บไซต์ที่จดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ไปเผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์ของกรมฯ (www.dbd.go.th) เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ของผู้ประกอบการอีกช่องทางหนึ่ง

ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่จดทะเบียนแล้ว สามารถยื่นขอรับ เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ (Trustmark) จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ ซึ่งเครื่องหมาย Trustmark นี้มีความน่าเชื่อถือสูงกว่าเครื่องหมาย REGISTERED มีคุณสมบัติดังนี้

  1. เป็นนิติบุคคลและมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในประเทศไทย
  2. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  3. เป็นเจ้าของชื่อโดเมน
  4. มีคุณสมบัติตรงตาม 8 ข้อบังคับของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.trustmarkthai.com)

การได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมอบรมสัมมนา การได้รับ คําแนะนํา และการได้รับข้อมูลข่าวสารด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

เรื่องควรรู้ ก่อนไปจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาดของโลกธุรกิจต้องอาศัยความรวดเร็วบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น หากธุรกิจใดไม่สามารถปรับตัวได้กับโลกอินเตอร์เน็ตหรือไม่สามารถทำการตลาดตามเทรนด์คนยุคใหม่ก็จะค่อย ๆ ตายหรือดับไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งก็มีหลายธุรกิจที่เราได้เห็นกันว่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะโลกโซเซียล และในทางกลับกันก็มลายหายไปกลายเป็นแบรนด์ในความทรงจำเพราะกระแสการค้าแบบออนไลน์ จึงเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องยอมรับว่าบทบาทของโลกอินเตอร์เน็ตวันนี้เข้ามาส่วนในการใช้ชีวิตประจำของเราแทบจะทั้งหมด การสั่งซื้อินค้าไม่ว่าจะด้วยทางตรงหรือทางอ้อมก็ล้วนแต่ใช้งานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กันทั้งสิ้น คนทุกคนเองต่างก็สื่อสารด้วยระบบอินเตอร์เน็ตได้ การเข้าถึงข้อมูลร้านค้าโดยตรง การค้นหาหรือสืบค้นข้อมูลแทบจะเป็นเรื่องง่ายในคลิกเดียว

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงได้เข้ามามีบทบาทในส่วนนี้ เพื่อช่วยส่งเสริมรวมทั้งมีส่วนสนับสนุนการธุรกิจที่ต้องการเติบโตด้วยโลกอินเตอร์เน็ต โดยเราจะสามารถเรียกลักษณะกิจการแบบนี้ได้ว่าเป็นการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง ซึ่งธุรกิจที่ต้องการใช้บริการลักษณะนี้จะต้องมีการจดทะเบียนสำหรับการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้สามารถการซื้อขายสินค้าและบริการได้แบบถูกกฎหมายบนอินเตอร์เน็ต สามารถคิดง่าย ๆ ว่าก็เหมือนกับการประกอบกิจการทั่วไปเพียงแต่ย้ายมาอยู่บนอินเตอร์เน็ต ลูกค้าหรือพันธมิตรก็จะสามารถเชื่อถือและไว้วางใจคุณภาพและมาตรฐานของคุณได้

เกี่ยวกับการจดทะเบียนประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ว่าด้วยเรื่องกฎหมายข้อบังคับเริ่มแรกนั้นมาจาก กระทรวงพาณิชย์ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 นำขึ้นมาพิจารณาและได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติมซึ่งเป็นเรื่องที่ว่าด้วยผู้ประกอบพาณิชยกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 11)พ.ศ. 2553 ในข้อที่ 5 ซึ่งได้มีข้อกำหนดไว้ว่า กำหนดให้ผู้ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจ  ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือบริษัทมหาชนจำกัด ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด ทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งในส่วนที่ถือว่าเป็นการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่

  1. การซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  2. บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider : ISP)
  3. ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Web Hosting)
  4. บริการตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Marketplace)

จะเห็นได้ว่ามีข้อกำหนดซึ่งเป็นไปตามกฎหมายทั้งหมด 4 หัวข้อย่อยในข้อที่ 5 ซึ่งกล่าวถึงเรื่องผู้การค้าขายบนโลกอินเตอร์เน็ตจะต้องมีการจดทะเบียนประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกกฎหมาย

กฎหมายจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์

หากไม่ทำตามกฎหมายจะมีความผิดอะไร ?

สำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับที่กระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือเป็นนิติบุคคลก็ตามที่ได้ดำเนินการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ไม่มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499 ซึ่งมีโทษเป็นค่าปรับแบบรายวันไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกสืเสร็จสิ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สถานที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้

ปัจจุบันมีสถานที่ที่สามารถให้บริการเกี่ยวกับเรื่องการจดทะเบียนพาณิชย์ได้ทั่วประเทศ โดยจะสามารถจำแนกได้ตามที่ตั้งของสถานประกอบการธุรกิจสาขาสำนักงานใหญ่เป็นหลัก ดังนี้

  1. มีสาขาสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร สามารถยื่นเรื่องการจดทะเบียนได้ที่สำนักเขตประจำท้องที่ที่อยู่อาศัย
  2. มีสาขาสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคอื่น สามารถยื่นเรื่องการจดทะเบียนได้ที่ สำนักงานเขตทะเบียนพาณิชย์เมืองพัทยา เทศบาล หรือองค์การบริการส่วนตำบลประจำท้องที่
  3. มีสาขาสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ต่างประเทศ โดยมีสำนักงานย่อยเป็นสาขาตั้งอยู่ที่ประเทศไทย ก็สามารถยื่นเรื่องการจดทะเบียนได้ที่ที่ สำนักงานเขตทะเบียนพาณิชย์เมืองพัทยา เทศบาล หรือองค์การบริการส่วนตำบลประจำท้องที่ ซึ่งเป็นไปตามเขตที่สำนักงานใหญ่อนุญาตให้สามารถรับผิดชอบสำนักงานได้ในประเทศไทย

จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดีอย่างไร 

สำหรับคนที่ลังเลไม่รู้สึกว่าจะไปจดทะเบียนพาณิชย์ไปเพื่ออะไร และทำไม หากไม่นับเรื่องข้อบังคับทางกฎหมาย ก็ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ กับการประกอบกิจการทั่วไป เมื่อเราต้องทำธุรกิจกับคนที่มีการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วกับคนไม่ได้จนทะเบียนย่อมมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลายแง่มุม อย่างไรก็ตามสามารถกล่าวถือประโยชน์ที่สามารถได้รับอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้

  1. การจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์จะทำให้กิจการมีตัวตนอยู่จริง ทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นทั้งกับต่อลูกค้าหรือพันธมิตรธุรกิจด้วยกันเอง เพราะปกติธุรกิจที่ต้องทำการซื้อขายหรือมีความเกี่ยวข้องกับโลกอินเตอร์เน็ตนั้นก็สร้างความน่าเชื่อถือได้น้อยกว่า กิจการที่เรามองเห็น ๆ กันอยู่แล้ว ดังนั้นหากลูกค้าหรือพันธมิตรไม่เคยมาติดต่อยังสถานที่จริงของธุรกิจ สิ่งที่การันตีธุรกิจได้ก็เป็นการใช้เอกสารราชการอย่าง ใบประกอบกิจการทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์
  2. เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ โดยบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถขอรับเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียน DBD Registered จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ DBD Verified สามารถแสดงให้เห็นได้ว่ารับการตรวจประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างดี
  3. กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะมีหลักสูตรอบรบความรู้ต่าง ๆ ให้กับผู้ที่ได้รับการจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสามารถรับสิทธิ์เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ เช่น ออกบูท อบรม สัมมนา ตลอดจนสามารถรับข่าวสารพิเศษจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วยเช่นกัน
  4. การที่จดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์จะช่วยให้แหล่งเงินทุนให้สินเชื่อได้ง่ายขึ้น เพราะข้อมูลของกิจการมีความน่าเชื่อถือได้จริง เมื่อเทียบกับกิจการออนไลน์บนโลกอินเตอร์เน็ตที่ไม่มีการจดทะเบียนพาณิชย์ทรอนิกส์

ข้อมูลติดต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่วนของสำนักพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

  • โทรศัพท์ 02-547-5960, 02-547-5973
  • E-mail: e-commerce@@dbd.go.th
 
โทร.081-931-8341
 

Leave a Comment

Scroll to Top