QA INSPECTER 3 คุณภาพ สรุป QA กับ QC ต่างกัน QC QA QM คืออะไร เงินเดือนเท่าไหร่ จบอะไร

Click to rate this post!
[Total: 228 Average: 5]

การตรวจสอบคุณภาพ

ตัวอย่างการควบคุมคุณภาพ qa
ตัวอย่างการควบคุมคุณภาพ

รอบรู้เรื่องการควบคุมคุณภาพ QA, QC

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องการควบคุมคุณภาพว่าจะต้องมีมาตรฐานตามหลักการสากล แต่หลักการควบคุมมาตรฐานเหล่านั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นไปตามหลักมาตรฐานจริง ๆ เมื่อเราจะต้องซื้อหรือใช้บริการสินค้าหรือผลิตภัณฑ์สิ่งใดสิ่งหนี่งเมื่อเราเห็นว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์สิ่งนั้นผ่านการควบคุมมาตรฐานมาแล้ว เพราะสิ่งที่จะสามารถการันตีได้ว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เหล่านี้ว่าได้รับมาตรฐานเรียกว่าการควบคุมมาตรฐานคุณภาพ หรือ (Quality Control–Q.C.)

qa engineer คือ

โดยจะใช้หลักการควบคุมคุณภาพคล้ายกันไปทั่วโลก แต่จะมีมาตรฐานเรื่องละเอียดในการผลิตหรือคุณภาพแบบละเอียดยิบย่อยแต่ต่างกันออกไป ทั้งนี้พอเรารับรู้แล้วว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ผ่าน การควบคุมมาตรฐานคุณภาพ หรือ (Quality Control–Q.C.) คนส่วนใหญ่จึงรู้สึกวางใจว่าจะสามารถได้รับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานมาแล้ว แต่ทว่าคำว่าการควบคุมมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ตามหลักสากลนั้นแท้จริงคือการควบคุมคุณภาพอย่างไร มีหลักเกณฑ์มาตรฐานลักษณะใด แล้วเราจะสามารถไว้วางใจเรื่องการควบคุมคุณภาพเหล่านั้นได้จริงหรือไม่

การควบคุมมาตรฐาน

การตรวจสอบคุณภาพ
การตรวจสอบคุณภาพ

มีการควบคุมมาตรฐานคุณภาพเกิดขึ้น

เมื่อเราจะตัดสินใจเลือกซื้อเลือกใช้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์สิ่งใดสิ่งหนี่ง แน่นอนว่าในท้องตลาดก็จะมีสินค้าชนิดเดียวกันแต่มีความแตกต่างกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นราคา ยี่ห้อ ขนาด สี น้ำหนัก และอื่น ๆ มากมาย ซึ่งก็จะปรากฏข้อมูลอยู่ที่ฉลากของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แต่ผู้บริโภคที่เป็นคนซื้อจะแน่นอนใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่บนฉลากนั้นเป็นข้อมูลที่ตรงตามที่กล่าวอ้าง ตัวอย่างเช่น ครีมยี่ห้อ A บรรจุแพ็ตแน่นหนาอย่างสวยงาม บอกว่าขนาดบรรจุ 50 กรัม แต่พอสินค้ามาจริงกระปุกนั้นอาจจะบรรจุเหลือเพียง 35 กรัม ก็ได้เช่นกัน ดังนั้นจากตัวอย่างข้างต้นนี้ รัฐบาลจึงได้กำหนดให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์มีการมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามคุณภาพที่เหมาะสมของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ตามชนิดนั้น ๆ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค

ตัวอย่าง เอกสาร qc
ตัวอย่าง เอกสาร qc

โดยจะมีวิธีการกำหนดการควบคุมด้วยการใช้วิธีกำหนดคุณภาพด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ม.อ.ก.) ด้วยมาตรฐานที่ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกที่เข้าช่วยควบคุมเรื่องคุณภาพ ทำให้ผู้บริโภคที่ซื้อหรือใช้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์มั่นใจการใช้สินค้ามากขึ้น สามารถเชื่อถือและไว้วางใจได้จริง เชื่อถือฉลากได้ตามที่กล่าวอ้างคุณภาพทางลักษณะเป็นทางกายภาพและทางเคมี ได้แก่ ความเป็นกรด น้ำหนัก ขนาด และสี เป็นต้น

การควบคุมมาตรฐานมีกี่ประเภท

ว่าด้วยเรื่องการควบคุมเกี่ยวกับงานด้านคุณภาพนั้นเราจะสามารถแบ่งลักษณะการทำงานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่

  1. QC (Quality Control) การควบคุมคุณภาพ เป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านการทำงานโดยตรงเพื่อให้สามารถดำเนินงานให้ได้สินค้าตรงตามแผนงาน
  2. QA (Quality Assurance) การประกันคุณภาพ เป็นการวางแผนเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าหรือผลิตบริการให้ได้รับมาตรฐาน
  3. QS (Quantity Surveyor) ผู้ตรวจสอบปริมาณงาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับการคาดการณ์ถึงจำนวนปริมาณของงาน รวมทั้งราคาของงาน

ความหมายและรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมมาตรฐานแต่ละประเภท

  1. QA (Quality Assurance) การประกันคุณภาพ ความหมาย เป็นเรื่องการประกันคุณภาพของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ลักษณะงาน โดยจำมีวิธีการดำเนินการโดยจะส่วนของนักวางแผน ต้องวางแผนไว้อย่างล่วงหน้า เพื่อกำหนดว่าจะมีขั้นตอนการผลิตสินค้าให้เป็นไปตามที่กำหนดได้อย่างไร ให้ได้ปริมาณตามที่ความต้องการของลูกค้าและผู้ผลิต โดยจะต้องคาดการณ์ลักษณะการทำงาน นอกจากมีการวางแผนแล้วก็จะต้องวิเคราะห์ปัญหาล่วงหน้าด้วยเช่นกัน
  1. QC (Quality Control) การควบคุมคุณภาพ เป็นเรื่องของการการควบคุมคุณภาพสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามมาตรฐานสากล ลักษณะงาน โดยนำแผนงานที่ได้จากการวางแผนคุณภาพ QA (Quality Assurance) หรือการประกันคุณภาพมาปฏิบัติจริงให้เป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้ และได้กำหนดไว้แล้ว หากพบว่าสินค้าอะไรก็ตามไม่เป็นไปตามที่ได้รับมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้แล้วจะต้องถูกคัดออกเพราะผิดหลักเกณฑ์หรือเรียกได้ว่าไม่ได้รับมาตรฐานนั้นเอง

การแบ่งขั้นตอนควบคุมคุณภาพ

สำหรับด้านการทำงานเพื่อควบคุมคุณภาพ QC จะต้องแบ่งลักษณะของการดำเนินการโดยจะแบ่งเป็นการควบคุมมาตรฐานคุณภาพสำหรับก่อนดำเนินงาน ในระหว่างการดำเนินงาน และภายหลังการดำเนินงานแล้ว ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

  • การตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ (Raw Material)

ผู้ผลิตจะต้องคัดสรรวัตถุดิบที่ได้รับมาตรฐานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เรียกได้วว่าวัตถุดิบทุกชิ้นจะต้องมี Certificate of Analysis โดยจะก่อนนำวัตถุดิบต่าง ๆ มาผลิตใหม่จะต้องทราบข้อมูลการนำเข้าจากผู้ขายอย่างชัดเจน ต้องมีการสุ่มตรวจวัตถุดิบที่สั่งซื้อเป็นระยะ ไม่สามารถเลือกวัตถุดิบทดแทนหรือหาวัตถุแทนที่ได้เองตามใจชอบ จำต้องมีการกำหนดวัตถุที่จะนำมาใช้อย่างชัดเจน หากปรับเปลี่ยนวัตถุดิบเพียงหนึ่งอย่างก็จะต้องได้รับการวางแผนการดำเนินงานใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ QA

  • การตรวจสอบคุณภาพบรรจุภัณฑ์ (Packaging)

การบรรจุภัณฑ์จะต้องได้รับการกำหนดขนาดและจะต้องมีมาตรฐานเป็นไปตามที่ได้รับการรับรองแล้วว่าสามารถนำมาใช้ในการบรรจุสินค้าชนิดนั้น ๆ เรียกได้ว่าต้องมีความเหมาะสมกันระหว่างสินค้าและบรรจุภัณฑ์ และจะต้องมีการสุ่มตรวจด้วยเช่นเดียวกัน

  • การตรวจสอบคุณภาพเนื้อผลิตภัณฑ์ (Bulk)

การที่จะทราบได้อย่างแน่นอนว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ได้รับมาตรฐานการผลิตเป็นไปตามที่ต้องการทุกชิ้นหรือไม่ จะใช้วิธีการสุ่มตรวจเพื่อทำการทดสอบเนื้อของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ โดยก็จะเป็นการทดสอบเนื้อสารใน 2 ลักษณะ ดังนี้

  • ใช้หลักการในการทดสอบทางกายภาพและทางเคมีของเนื้อผลิตภัณฑ์ (Physical Chemical Testing) ในลักษณะภายนอก (Appearance) อาทิเช่น สี (Color) ,กลิ่น (Odor) ,ความเป็นกรด-ด่าง (pH) และความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ (Viscosity) เป็นต้น
  • ใช้หลักการในการทดสอบเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อที่สามารถเป็นสาเหตุหรือก่อโรคต่าง ๆ ขึ้นไป โดยจะต้องถูกสุ่มเพื่อส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO17025 เท่านั้น และจะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด (Microbiology Testing)
  • การตรวจสอบคุณภาพระหว่างการผลิต

สำหรับการควบคุมมาตรฐานในส่วนนี้เป็นการตรวจคุณภาพมาตรฐานระหว่างการผลิต จำเป็นจะต้องใช้การกำหนดสุ่มที่เป็น QC Line มาทำการสุ่มตรวจไลน์ในการผลิตขึ้นมา อาจจะกำหนดสุ่ม 10 ชิ้นแรกของการผลิต หรือการหยิบสุ่มตรวจทุกชั่วโมง ว่าเป็นไปตามมาตรฐานการประกันคุณภาพ QA หรือไม่

  • การตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Finish Good)

ลำดับสุดท้ายคือการการตรวจคุณภาพภายหลังการผลิตแล้วนั้นเองว่าที่ผลิตมานั้นได้รับาตรฐานในการผลิตจริงตรงตามที่กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร ซึ่งจะต้องใช้ลักษณะของการเก็บผลิตภัณฑ์สำหรับนำมาตรวจสอบภายหลังอีกครั้ง ซึ่งก็คือการเก็บ Retain Sample ขึ้นมาเท่านั้น

  1. QS (Quantity Surveyor) ผู้ตรวจสอบปริมาณงาน เป็นบุคคลที่ทำการตรวจสอบปริมาณงานจากรูปแบบที่ได้รับเพื่อทำการประเมินงาน ลักษณะงาน เป็นการทำงานที่จะต้องใช้บุคคลเข้าช่วยว่าสามารถบรรลุผลการดำเนินงานตรงตามที่ต้องการทั้งหมดหรือไม่ต้องอาศัยความรู้เพื่อจัดทำเอกสาร บางครั้งเรียกตำแหน่งงานนี้ว่าเป็นนักพยากรณ์ ซึ่งจะต้องทำงานตั้งแต่การดูปริมาณสินค้าหรืองานทั้งหมด มีการสำรวจราคาเพื่อนำมาประเมินการคำนวณงาน ราคาการดำเนินงาน ตลอดจนการเข้าควบคุมด้านงบประมาณ และจะต้องมีการจัดทำเอกสารด้านรายจ่ายเกี่ยวกับโครงการอย่างครอบคลุม

ดังนั้นการทำงานทั้งหมดจำต้องมีความเกี่ยวข้องกันในการดำเนินงานเพื่อสร้างคุณภาพของสินค้าขึ้นมา ซึ่งกระบวนการดำเนินการจะต้องมีทั้งเรื่องการตรวจสอบและการควบคุมคุณภาพ (QC) การประกันคุณภาพ (QA) และมีผู้ตรวจสอบปริมาณงาน (QS) โดยเมื่อมีการดำเนินการครอบคลุมตามรายละเอียดได้อย่างครบทุกด้านแล้ว ก็จะเป็นการตรวจสอบเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยจะสามารถเรียกวงจรการควบคุมคุณภาพเหล่านี้ได้ว่าเป็น “วงจรคุณภาพ” (Quality Loop)

ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพสินค้า

ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพสินค้า
ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพสินค้า

ผู้ที่ต้องการขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าสายงานด้านการควบคุมคุณภาพจะต้องมีคุณสมบัติลักษณะใดเป็นพิเศษ

ผู้ที่ต้องการใช้ความรู้พื้นฐานและความรู้เกี่ยวกับเรื่องของมาตรฐาน ISO ว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง

  1. QC (Quality Control) การควบคุมคุณภาพ

มักจะต้องการผู้ปฎิบัติงานที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นคือ เป็นบุคคลที่ได้รับวุฒิตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป จบด้านที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแห่งนั้นก็จะพิจารณาเป็นพิเศษได้ด้วย สามารถใช้ความรู้พื้นฐานเรื่องการควบคุมงานคุณภาพได้และมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของมาตรฐาน ISO แต่ละประเภท สามารถใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี ต้องการบุคคลที่มีประสบการณ์หรือเคยฝึกอบรมมาก่อนแล้ว

โดยจะต้องการบุคคลที่มีบุคลิกภาพเก่งด้านการวางแผนงาน สื่อสารได้ดีเยี่ยมสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้เป็นอย่างดี และต้องเป็นคนช่างสังเกต มีความรอบคอบ เป็นคนละเอียดในการทำงาน

  1. QA (Quality Assurance) การประกันคุณภาพ

มักจะต้องการผู้ปฎิบัติงานที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นคือ เป็นบุคคลที่ได้รับวุฒิตั้งแต่ ปวส. ขึ้นไป สามารถใช้ความรู้พื้นฐานเรื่องการควบคุมงานคุณภาพได้และมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของมาตรฐาน ISO แต่ละประเภท สามารถใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี ต้องการบุคคลที่มีประสบการณ์หรือเคยฝึกอบรมมาก่อนแล้ว

โดยจะต้องการบุคคลที่มีบุคลิกภาพที่มีระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ และจะต้องเป็นคนช่างสังเกต มีความรอบคอบ เป็นคนละเอียดในการทำงาน

  1. QS (Quantity Surveyor) ผู้ตรวจสอบปริมาณงาน

มักจะต้องการผู้ปฎิบัติงานที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นคือ เป็นบุคคลที่ได้รับวุฒิตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขางานที่เกี่ยวข้อง เช่น วิศวกรรม วิทยาศาสตร์การอาหาร เป็นต้น

โดยจะต้องการผู้ที่มีประสบการณ์ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ และมีบุคลิกภาพที่ช่างสังเกต มีความรอบคอบ เป็นคนละเอียดในการทำงาน และมีทักษะโดดเด่นเรื่องการสื่อสารได้เป็นอย่างดี

สรุป

การจะตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใดก็ตามที่เราเห็นแล้วว่ามีการควบคุมมาตรฐานการผลิตซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล ISO แต่ละประเภทก็จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจได้มากขึ้นอย่างแน่นอน จากนี้หากจะต้องการเลือกใช้หรือซื้อบริการอะไรก็ตามโดยที่เลือกจากสัญลักษณ์ ISO กำหนด ก็จะทำให้ทราบได้ทันทีว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ผ่านการสควบคุมมาตรฐานมาแล้วเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามมาตรฐาน ISO ก็จะกำหนดตัวเลขไม่เหมือนกัน เช่น ISO 900, ISO 45001,ISO 13485,ISO 22000, ISO 27001 ก็จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของอุตสาหกรรมที่จะเหมาะสมกับมาตรฐาน ISO ไหน ยิ่งนานวันเข้ามาตรฐานก็จะเพิ่มระดับการเข้าควบคุมให้มีมากขึ้นเพราะอุตสาหกรรมมีมาเท่าไร ระดับและมาตรฐานก็จะต้องเพิ่มขึ้นไปตามยุคสมัยให้สอดรับกับเทคโนโลยีการผลิต ปัจจุบันจึงมีหน่วยงานหรือองค์กรหันมาให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมมาตรฐานคุณภาพให้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อสร้างความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพ ถือเป็นการสร้างจุดแข็งในการเติบโตขององค์กรหรืออุตสาหกรรมชนิดนั้น ๆ ให้แข็งแกร่งระยะยาวได้อีกด้วย เพราะอุตสาหกรรมที่ได้รับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพได้มากเท่าไร โอกาสสร้างตลาดจากระยะประเทศไปสู่เวทีโลกก็จะง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นมาตรฐานระดับสากล นับว่าเป็นข้อดีที่ส่งผลต่อทั้งกับฝั่งของผู้ผลิตเองหรือฝั่งด้านอุตสาหกรรมรวมทั้งเป็นผลดีต่อกลุ่มผู้บริโภคที่จะสามารถมั่นใจเรื่องสินค้าได้อย่างไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งตรวจสอบเองให้เสียเวลาอีกด้วย

qc ย่อมาจาก : Quality Control การควบคุมคุณภาพ เป็นการตรวจสอบสินค้าและบริการให้เป็นไปตามมาตรฐาน (Standard) ซึ่งถูกต้องหรือสอดคล้องตรงตามแผนที่ได้วางไว้ ทั้งในด้านคุณภาพ (Quality) และปริมาณ (Quantity)

การควบคุมคุณภาพสินค้า หรือ QC (Quality Control)  เป็นการควบคุมมารตราฐานเพื่อสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าสูงสุด ด้วยกระบวนการ Inspection คือกระบวนการการตรวจสอบตำหนิและจุดบกพร่องของผลิตภัณฑ์ เพื่อที่จะทำการส่งกลับไปแก้ไขหรือคัดทิ้ง จากนั้นจึงทำการบันทึกและเก็บสถิติของลักษณะรวมทั้งจำนวนผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกิดการบกพร่อง

 
โทร.081-931-8341
 

Leave a Comment

Scroll to Top