Present Simple Tense โครงสร้าง ช่อง 3 คือ เช็ค Grammar ตัวอย่าง

present simple tense
Click to rate this post!
[Total: 211 Average: 5]

Present Simple Tense

Present Simple Tense คือ โครงสร้างประโยคปัจจุบัน แบบพื้นฐานง่ายๆ ใช้บอกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

โครงสร้าง Present Simple Tense

โครงสร้าง Present Simple Tense มีโครงสร้างที่เรียบง่าย โดยสิ่งสำคัญหลักอย่างหนึ่งคือการใช้คำกริยาช่อง 1 แต่ก็มีความซับซ้อนเล็กน้อย ตรงที่จะมีการใช้คำกริยารูป s/es ด้วย โดยจะมีหลักการคือ

  • ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ ( เช่น we, they, boys, teachers, dogs, books ) หรือเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 1 และ 2 ( I และ you) เราจะต้องใช้คำกริยารูปปกติ ( เช่น go, come, eat, drink, walks )
  • ถ้าประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 (เช่น he, she, it, boy, teacher, cat, pen) เราจะต้องใช้คำกริยารูปที่เติม s/es (เช่น goes, comes, eats)

รูปประโยคของ Present Simple Tense เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ มีรูปแบบดังต่อไปนี้

Present Simple Tense ประโยคบอกเล่า

โครงสร้างของประโยคบอกเล่า : Subject + Verb.1 + ( Object/Complement ) ตัวอย่างประโยคบอกเล่า เช่น

  • I love my dog. ( ฉันรักสุนัข )
  • He plays tennis very well. ( เขาเล่นเทนนิสเก่งมาก )
  • She goes to theater every week. ( เธอไปโรงหนังทุกสัปดาห์ )
  • They enjoy playing guitar. ( พวกเขาสนุกกับการเล่นกีตาร์ )
ประโยคบอกเล่า present simple
ประโยคบอกเล่า present simple

ความรู้เพิ่มเติม : หลักการเติม s,es คือ คำกริยาที่ลงท้ายด้วย ch, o, s, ss, sh, x ให้เติม es เมื่อประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (He, She, It) เช่น

  • She goes to see a movie. ( เธอไปดูหนัง )
  • He washes his car. ( เขาล้างรถ )
  • It makes me happy. ( มันทำให้ฉันมีความสุข )

Present Simple Tense ประโยคคำถาม

การใช้ present simple tense ในประโยคคำถาม จะมีโครงสร้างหลักๆ 2 แบบ คือ

ประโยคที่ใช้ verb to be เป็นคำกริยาหลัก ถ้าประโยคมี verb to be ( is, am, are ) เป็นคำกริยาหลัก จะขึ้นต้นประโยคด้วย verb to be โครงสร้างของประโยคคำถาม : Verb to be + subject + (object/complement)? ตัวอย่างประโยคคำถาม เช่น

  • Is he play football?
  • ( เขาเล่นฟุตบอลหรือเปล่า )
  • ประโยคบอกเล่า : He is plays football.
  • Am I right?
  • ( ฉันถูกหรือเปล่า )
  • ประโยคบอกเล่า : I am right.
  • Are they swimmer?
  • ( พวกเขาเป็นนักว่ายน้ำหรือเปล่า )
  • ประโยคบอกเล่า : They are swimmer.

ประโยคที่ไม่ได้ใช้ verb to be เป็นคำกริยาหลัก

ถ้าประโยคมีคำกริยาหลักเป็นคำกริยาอื่นที่ไม่ใช่ verb to be จะขึ้นต้นประโยคด้วย do/does แล้วคงคำกริยาหลักไว้หลังประธาน เหมือนประโยคบอกเล่าโครงสร้างของประโยคคำถาม : Do/Does + subject + verb 1 + ( object/complement )? ตัวอย่างประโยคคำถาม เช่น

  • Do they play piano?
  • ( พวกเขาเล่นเปียโนหรือเปล่า )
  • ประโยคบอกเล่า : They play piano
  • Do they go to school yesterday?
  • ( พวกเขาได้ไปโรงเรียนเมื่อวานหรือเปล่า )
  • ประโยคบอกเล่า : They go to school yesterday.
ประโยคคำถาม present simple
ประโยคคำถาม present simple

Present Simple Tense ประโยคปฏิเสธ

การใช้ Present Simple Tense ในประโยคปฏิเสธ จะมีโครงสร้างหลักๆ 2 แบบ คือ ประโยคที่ใช้ verb to be เป็นคำกริยาหลัก ถ้าประโยคมี verb to be ( is, am, are ) เป็นคำกริยาหลัก สามารถใช้ not หลัง verb to be ได้เลย โดยเขียน is not ย่อเป็น isn’t และ are not ย่อเป็น aren’t ได้ แต่สำหรับ am not จะไม่ใช้รูปย่อ โครงสร้างประโยคปฏิเสธ : Subject + verb to be + not + ( object/complement ) ตัวอย่างประโยคปฏิเสธ เช่น

  • She isn’t a teacher.
  • ( เธอไม่ใช่คุณครู )
  • ประโยคบอกเล่า : She is a teacher.
  • They aren’t my friends.
  • ( พวกเขาไม่ใช่เพื่อนของฉัน )
  • ประโยคบอกเล่า : They are my friends.

 

ประโยคที่ไม่ได้ใช้ verb to be เป็นคำกริยาหลัก

ถ้าประโยคมี คำกริยาหลักที่ไม่ใช่ verb to be เราจะใช้ do/does + not ไว้หน้าคำกริยาหลัก โดยเราสามารถเขียน do not ย่อเป็น don’t และ does not ย่อเป็น doesn’t โครงสร้างประโยคปฏิเสธ : Subject + do/does + not + verb 1 + ( object/complement ) ตัวอย่างประโยคปฏิเสธ เช่น

  • He doesn’t play guitar.
  • ( เขาไม่ได้เล่นกีตาร์ )
  • ประโยคบอกเล่า : He plays the guitar.
  • They don’t like to eat vegetable.
  • ( พวกเขาไม่ชอบกินผัก )
  • ประโยคบอกเล่า : They like to eat vegetable.

ลักษณะการใช้ Present Simple Tense เพื่อใช้พูดถึงเหตุการณ์ในปัจจุบัน มีลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

  1. ใช้เพื่อพูดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน อดีต หรือความเป็นจริงของธรรมชาติ เช่น
  • Rice is staple food of Thailand. ( ข้าวเป็นอาหารจานหลักของเมืองไทย )
  • Thailand is located in Southeast Asia. ( ประเทศไทยตั้งอยู่ที่ทวีปตะวันออกเชียงใต้ )
  1. ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ นิสัย หรือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน เช่น
  • I drink milk every night. ( ฉันดื่มนมทุกคืน )
  • I read books every day. ( ฉันอ่านหนังสือทุกวัน )
  1. ใช้เพื่อพูดบอกทิศทาง เวลา หรือคำแนะนำ
  • This class starts at 8 o’clock. ( วิชานี้เริ่มตอน 8 โมง )
  • You go straight along the road and turn left at the conner. ( คุณตรงไปตามถนนแล้วเลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม )
ประโยคปฏิเสธ present simple
ประโยคปฏิเสธ present simple

คำบอกเวลากับ Present Simple Tense

Present Simple Tense จะถูกใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเรามักจะเห็นคำบอกเวลาในเชิงความถี่ ( Adverbs of Frequency ) ในประโยคบ่อยๆ ได้แก่

 

Adverbs of Frequency

คำบอกเวลา

Always

สม่ำเสมอ, เป็นประจำ

Usually

มักจะ

Normally

โดยปกติ

Generally

โดยปกติ

Usually

โดยปกติ

Frequently

บ่อย ๆ

Often

บ่อย ๆ

Occasionally

เป็นครั้งคราว

Hardly

แทบจะไม่เคย

Never

ไม่เคย

Rarely

แทบจะไม่เคย

Seldom

นาน ๆ ครั้ง

Sometimes

บางครั้ง

ตัวอย่างประโยคก็อย่างเช่น

adverbs of frequency คือ
adverbs of frequency คือ
  • He always goes to the gym. ( เขาไปที่โรงยิมเป็นประจำ )
  • She never drinks alcohol. ( เธอไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์ )
  • I usually watch a movie after finish homework. ( ฉันมักจะดูหนังหลังจากทำการบ้านเสร็จ )
  • My mom drives me to school sometimes. ( แม่ของฉันขับรถไปส่งที่โรงเรียนบางครั้ง )
  • Lisa often exercises after works. ( ลิซ่ามักจะออกกำลังกายหลังเลิกงาน )

อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 2 พฤษภาคม 2022

Leave a Comment

Scroll to Top