passive income 5 pipe มีอะไรบ้าง the แปล สร้างรายรับ สม่ำเสมอ ทรัพย์ เงินทุน

Click to rate this post!
[Total: 217 Average: 5]

passive income

       Passive Income หมายถึง เงินที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ หรือสร้างรายรับกลับมาอย่างสม่ำเสมอจากสินทรัพย์ที่ลงทุน เป็นการให้ “เงินทำงาน” “สร้างมูลค่าเพิ่ม” และ “สร้างผลตอบแทนในระยะยาว” แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลา เช่น การลงทุนในหุ้น ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ ทองคำ แต่ในบทความนี้จะกล่าวถึงเรื่อง “การลงทุนในหุ้น”

 

passive income

 

     Passive incomeจึงเป็นรายได้มาจากการที่เราลงแรงไปในตอนแรก แต่ยังคงได้รายได้นั้นกลับมาอย่างต่อเนื่อง แม้งานจะเสร็จสิ้นไปแล้วก็ตาม กล่าวคือ เป็นเงินที่สามารถสร้างกระแสเงินสดหรือรายรับกลับมาอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

 

passive income มีอะไรบ้าง

  1. เงินปันผลจากหุ้นพื้นฐานหรือดอกเบี้ยจากธนาคาร
  2. ขายของออนไลน์ผ่าน Drop Shipping:
  3. สร้างธุรกิจและจ้างผู้จัดการดูแลแทน
  4. ปล่อยห้องว่างในบ้านให้เช่า หรือการซื้อคอนโด เพื่อปล่อยเช่า

         รายได้ที่สร้างกระแสเงินสดให้กับเราเรื่อยๆ  “passive income  โดยไม่ต้องลงมือทำงานตลอดเวลา เพียงแค่ลงมือทำในช่วงแรกเพื่อสร้างช่องทางหรือสินทรัพย์ขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นก็คอยเก็บเกี่ยวดอกผลจากสินทรัพย์นั้น

 

เงินปันผลจากหุ้นพื้นฐานหรือดอกเบี้ยจากธนาคาร

       การซื้อหุ้นพื้นฐานดีๆ ที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ หรือการซื้อพันธบัตร หรือฝากเงินเพื่อกินดอกเบี้ย และได้รับเงินปันผลก็ที่นิยมกันมาก ถึงแม้ว่าผลตอบแทนจะไม่หวือหวาอะไร แต่ทุกคนก็สามารถทำได้ ปลอดภัย และได้เงินจริงแน่นอน

 

ขายของออนไลน์ผ่าน Drop Shipping

       การทำสัญญากับโรงงานหรือร้านขายส่งไว้ แล้วเมื่อเรามีลูกค้าแล้ว เราก็แค่ส่งออเดอร์และโอนเงินให้เค้า ส่วนโรงงานหรือร้านขายส่งก็มีหน้าที่ส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยหน้าที่แค่โพส ตอบคำถาม รับออเดอร์ แล้วก็รับเงินจากลูกค้า

 

สร้างธุรกิจและจ้างผู้จัดการดูแลแทน

        คล้ายๆกับการขายของออนไลน์แล้ว outsource หลายๆฝ่ายช่วยดูแล สามารถสร้างธุรกิจอะไรก็ได้และจ้างผู้จัดการเข้ามาบริหารงานแทน แต่ต้องมั่นใจด้วยว่าธุรกิจที่กำลังทำนี้มีความแข็งแรงมากพอและผู้จัดการที่จ้างมาก็ต้องเก่งและสามารถไว้ใจได้ด้วย

 

ปล่อยห้องว่างในบ้านให้เช่า หรือการซื้อคอนโด เพื่อปล่อยเช่า

      เป็นการสร้าง passive income ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องปล่อยเช่าระยะยาว หรือปล่อยเช่าทั้งหลัง สามารถปล่อยเช่าได้ทั้งแบบรายวัน รายวีค หรือแม้กระทั่งเฉพาะช่วงฮอลิเดย์ก็ได้ เป็นการสร้างความมั่นคงและคลาสสิคทางรายได้มากๆ

 

        สมัยนี้เราไม่จำเป็นต้องซื้อบ้านเป็นหลังๆ ซื้อคอนโดมาทั้งห้อง และใช้เงินเยอะๆเท่านั้น แต่สามารถซื้อ ‘หน่วยลงทุน’ ประเภท crowdfunded real estate เป็นกองทุนที่เอาเงินทุกคนมารวมกันเพื่อไปสร้างห้าง สร้างตึก แล้วเอาปันผลมาแบ่งให้กับผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของเงินลงทุน หรือ ‘หุ้น’ ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

 

        การลงทุนที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น การซื้อบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม เพื่อปล่อยเช่า ซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ ก็จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ “ค่าเช่า” ที่ส่วนใหญ่จะทำสัญญาจ่ายกันเป็นรายเดือน นั่นหมายความว่า หากเราลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ แล้วมีคนเช่า เราก็จะได้รับกระแสเงินสดต่อเนื่องในทุกๆ เดือน

 

passive income คือ

 

passive income คือ อะไร

  1. ฝากเงินในธนาคาร
  2. ซื้อประกันออมทรัพย์ หรือ ประกันสะสมทรัพย์
  3. ลงทุนในตราสารหนี้ หรือ กองทุนรวมตราสารหนี้
  4. ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ กองทุนอสังหาริมทรัพย์
  5. ลงทุนในหุ้น หรือ กองทุนรวมหุ้น

 

Example คือ

การยกตัวอย่าง เปรียบเทียบ Active Income และ Passive Income

          “Active Income” มีความหมายตรงกันข้ามกับ “Passive Income” รายได้ทั้งสองประเภทนี้นั้นต่างกัน

Active Income

        เป็นรายได้ที่ได้รับจากการให้บริการ ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ ค่าจ้าง เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น ทิป คือเป็นรายได้ที่มาจากการทำงาน การประกอบอาชีพ นั่นเอง

 

passive income หมาย ถึง

  • ถ้าจะแปลกันตรงๆแล้ว
  • คำว่า Passive ก็คือ ‘การอยู่เฉยๆ’
  • คำว่า Income ก็แปลว่า ‘รายได้’

ส่วนคำว่า Passive Income ไม่ได้แปลว่า “การมีรายได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไร”

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว Passive Income หมายถึงการ ‘ลงทุน ลงแรงหนักๆในช่วงแรก และดูแลเครื่องมือทำเงินของเรานิดๆหน่อยๆ เพื่อให้มันยังสามารถสร้างรายได้ให้อย่างต่อเนื่อง’ ซึ่งการลงทุน ลงแรงที่ว่านี่ก็สามารถทำได้หลายวิธี และเราไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกทำเพียงอย่างเดียว เราสามารถทำ 2-3-4-5 อย่างไปพร้อมๆกันก็ยังได้

 

recurring income คือ

        รายได้ที่เข้ามาต่อเนื่องเป็นรายเดือนหรือรายปี ซึ่งค่อนข้างมั่นคงและแน่นอน โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการเป็นสมาชิกของลูกค้า

 

ข้อดีของโมเดลธุรกิจลักษณะแบบนี้คือ

  • สามารถเน้นไปที่พัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้ลูกค้าได้เต็มที่ไม่ต้องห่วงเรื่องการขายมากนัก
  • ลดค่าใช้จ่ายเรื่องการขาย ที่จะต้องหาลูกค้าใหม่อยู่ตลอด
  • การดูแลลูกค้าอย่างดี ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ อาจจะได้ลูกค้าใหม่จากการแนะนำโดยอาจไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
  • รายได้เข้ามาตลอดและค่อนข้างมั่นคง ทำให้สามารถคำนวณรายได้แม่นยำ
  • ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจได้
  • สามารถเจาะตลาดลูกค้ารายได้น้อยลงได้มากขึ้นด้วย
  • การรักษาบริการหรือหาคอนเทนต์ใหม่มาเสนอให้ลูกค้าตลอด

โมเดลธุรกิจแบบ recurring income

  1. การเป็นสมาชิก (Subscription)
  2. ค่าใช้จ่ายรายเดือน
  3. ใช้สินค้าเป็นรายเดือน
  4. Software as a Service (SaaS)
  5. การดูแลรักษา
  6. การแบ่งรายได้เป็นแบบ Retainer Plans

การเป็นสมาชิก (Subscription)

          ให้ลูกค้าสมัครสมาชิกรายเดือนหรือรายปี เช่น Netflix ดูวีดีโอสตรีมมิ่ง การโค้ชหรือที่ปรึกษารายเดือน ซึ่งถ้าสามารถตัดยอดชำระรายเดือนเป็นอัตโนมัติได้ยิ่งทำให้ธุรกิจแบบนี้มั่นคงมากขึ้นและไม่เป็นการกดดันลูกค้าทุกเดือน โดยตัดทางบัตรเครดิต หักทางบัญชีธนาคาร หรือ Paypal

 

ค่าใช้จ่ายรายเดือน

          ค่าบริการโทรศัพท์มือถือที่เป็นแพคเกจรายเดือน จะจำกัดการใช้บริการตามจำนวนแพคเกจที่ลูกค้าเลือก ถ้าต้องการบริการที่มากขึ้นต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะขึ้น

 

ใช้สินค้าเป็นรายเดือน

         เปลี่ยนจากการขายเป็นชิ้นเป็นการสมัครสมาชิกแล้วเป็นการส่งสินค้าให้เป็นรายเดือน ธุรกิจ Nespresso ที่ทำเครื่องชงกาแฟแคปซูล ซึ่งต้องใช้แคปซูลกาแฟจากแบรนด์นี้เท่านั้น ทำให้รายได้ไม่จบอยู่แค่การขายเครื่องชงกาแฟ แต่คนยังต้องซื้อPod จาก Nestle อยู่เรื่อยๆ

 

Software as a Service (SaaS)

        เปลี่ยนการขายโปรแกรมซอฟแวร์เป็นการขายบริการหรือระบบสมัครสมาชิก Microsoft office เปลี่ยนจากขายขาดเป็นสมาชิกรายเดือน ที่เห็นชัดคือบริษัท Adobe เจ้าของโปรแกรมที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีคือ Photoshop, Adobe Illustrator, Adobe Premiere Pro หลังจากเวอร์ชั่น CS6 ที่ขายขาดแล้ว เปลี่ยนเป็นระบบสมาชิก(หรือที่เรียกกันว่าสมาชิก Creative Cloud) Adobe เปลี่ยนเวอร์ชั่นมาเป็น Creative Cloud หรือที่เรียกกันว่า CC

 

การดูแลรักษา

            รายได้ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง บริษัทขายรถยนต์ให้ลูกค้าแล้ว ต้องมีการเข้าบำรุงรักษาตามรักษาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีครั้ง ซึ่งตรงนี้เป็นรายได้อีกทางของธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ ที่ได้ทั้งค่าอะไหล่และค่าแรง ซึ่งเป็นธุรกิจที่รายได้ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และ เป็นธรรมชาติของธุรกิจประเภทนี้ถ้าบริการลูกค้าดี ลูกค้าได้รับความพึงพอใจ ลูกค้าอาจแนะนำต่อทั้งการซื้อขายรถยนต์ของบริษัทนี้หรือศูนย์บริการนี้

 

การแบ่งรายได้เป็นแบบ Retainer Plans

            สร้างสินค้าหรือบริการ งาน Project ที่จ่ายครั้งเดียวก้อนใหญ่ เปลี่ยนเป็นจ่ายเป็นเดือนแทน ซึ่งนอกจากลดภาระลูกค้าได้แล้ว ยังทำให้ขายดีขึ้นอีกด้วย ขาย software แบบขายขาดก็เปลี่ยนเป็นรายเดือนแทน การซื้อรถยนต์หรือจักรยานยนต์เป็นเงินผ่อน ซึ่งแทนที่จะขายรถราคาเป็นล้านโดยให้ลูกค้าจ่ายเงินก้อนเดียว ก็มีระบบผ่อนเป็นรายเดือนให้ลูกค้า

 

residual income

        รายได้ต่อเดือน ต่อปีเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่มาก แต่มีเข้ามาหาตลอด เรื่อยๆ จากการลงแรง ลงทุน หรือการทำบางอย่าง ในครั้งแรก ครั้งเดียว

ยกตัวอย่าง เงินฝาก ในธนาคารสูงถึง 240,000 บาท (ถ้าคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 5% ต่อปี) จึง ได้รับเงินดอกเบี้ย เดือนละประมาณ 1,000 บาท/เดือน (หรือเท่ากับ 12,000 บาท/ปี) เป็นดั่ง Residual Income ต่างหาก ล่ะ

 

monetary แปลว่า เกี่ยวกับเงินตรา, เกี่ยวกับตัวเงิน, เกี่ยวกับการเงิน, เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

Passive Income Active Income

          Passive Income คือ รายได้มาจากการที่เราลงแรงไปในตอนแรก แต่ยังคงได้รายได้นั้นกลับมาอย่างต่อเนื่องแม้งานจะเสร็จสิ้นไปแล้วก็ตาม กล่าวคือ เป็นเงินที่สามารถสร้างกระแสเงินสดหรือรายรับกลับมาอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

ซึ่งจะตรงข้ามกับ “Active Income” ที่เป็นรายได้ที่ได้รับจากการให้บริการ ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ ค่าจ้าง เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น ทิป หรือกล่าวง่าย ๆ คือเป็นรายได้ที่มาจากการทำงาน การประกอบอาชีพนั่นเอง

 

passive income มีอะไรบ้าง

 

เปรียบเทียบ Active Income และ Passive Income

Active Income

    • งานที่ปรึกษาคิดค่าบริการรายชั่วโมง
    • รับงานเขียนแบบฟรีแลนซ์
    • รับจ้างถ่ายรูปและคิดค่าคอมมิชชั่น
    • ขับรถสามล้อรับส่งผู้โดยสาร

Passive Income

    • สร้างคอร์สออนไลน์ให้คนซื้อได้
    • เขียนหนังสือ หรือ เขียน E-Book
    • ขายภาพถ่ายผ่าน Getty Images
    • ให้เช่าพื้นที่โฆษณาหลังรถสามล้อ

      มนุษย์ไม่จำเป็นต้องมีรายได้ Active Income หรือ Passive Income เพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้นการมีรายได้ที่ทั้ง Active และ Passive “ผสมผสานกัน” เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นอกจากทำให้เรามีสภาพคล่องที่ดีขึ้น สามารถสร้างการออมได้เพิ่มขึ้นยังช่วยลดความกังวลทางการเงินในช่วงที่รายได้มีความผันผวน ยังอาจมีเงินมากขึ้นเพื่อใช้สำหรับความสะดวกสบายหรือใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการได้เพิ่มขึ้น อีกข้อดีคือ การลดความกดดันทางอาชีพ สามารถเลือกทำงานแบบที่ชอบ และสามารถเลือกใช้ชีวิตได้อิสระขึ้น

 

       สำหรับคนส่วนใหญ่ที่น่าจะยังไม่มี Passive Income มากนัก ยังต้องอาศัยรายได้แบบ Active Income เป็นหลัก ช่วงที่เรายังพึ่งพิง Active Income และกำลังสะสมทรัพย์สินต่างๆ เพื่อสร้าง Passive Income นั้นสามารถสร้างอิสระของชีวิตในด้านต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง เพื่อแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมประเภทต่างๆ รวมถึงเวลาในการหาความรู้ต่างๆ ทั้งความรู้ในเรื่องที่เราสนใจและความรู้ทางการเงินก็เป็นสิ่งที่คนที่มี Active Income ควรพิจารณาจัดสรรเวลาด้วย

 

ราย ได้ passive income

  1. การขายภาพถ่ายออนไลน์
  2. การขายสติกเกอร์ไลน์
  3. การขาย E-Book
  4. การทำเว็บไซต์ ให้เช่าพื้นที่โฆษณา
  5. การซื้อกองทุน / หุ้นปันผล

       บางคนอาจจะคิดว่า Passive Income ต้องมาจากการลงทุนสูง ๆ ก่อน แต่ความจริงไม่จำเป็นเสมอไป สมัยนี้มีช่องทางมากมายที่มนุษย์เงินเดือนก็สามารถสร้าง Passive Income ให้ตัวเองได้โดยแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่อาจจะลงแรงและใช้มันสมองกันสักหน่อย

สามารถช่องทางสร้าง Passive Income ฉบับมนุษย์เงินเดือน ทำงานประจำไปด้วยและมี ราย ได้ passive income ควบคู่กันไป

 

การขายภาพถ่ายออนไลน์

         สมัยนี้มีเว็บไซต์มากมายที่เปิดให้เราโพสต์ขายรูปถ่ายหรือรูปวาดฝีมือเราได้ เรียกว่าเว็บไซต์ Microstock ลูกค้าที่จะซื้อก็จะเป็นกลุ่มผู้ทำงานกราฟิกดีไซน์ บริษัทจัดทำสื่อ คนทำงานโฆษณา หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการภาพถูกลิขสิทธิ์ เปิดรับรูปหลายประเภทหลายแนว มีลูกค้าอยู่ทั่วโลก เมื่อมีคนคลิกซื้อภาพเรา เราก็จะได้ส่วนแบ่งรายได้จากเว็บไซต์ เมื่อโพสต์รูปไว้แล้วก็สามารถขายได้เรื่อย ๆ ถ้ารูปไหนฮิตติดตลาด เราลงขายครั้งเดียวก็สร้างรายได้เข้ามาตลอด ใครมีฝีมือถ่ายรูปหรือวาดรูปแนะนำวิธีนี้เลย

 

การขายสติกเกอร์ไลน์

      ใครมีฝีมือด้านกราฟิก ออกแบบตัวละคร ก็สามารถทำสติกเกอร์ขายบน Line Store ได้ สมัครลงขายฟรีใน Line Creators Market ไม่เกี่ยงอายุ อาชีพ เพียงลงทะเบียนด้วยบัญชี Line ที่เรามีอยู่ ออกแบบภาพสติกเกอร์ภาพนิ่ง แอนิเมชั่น อิโมจิ หรือตีมโพสต์ขาย ก็จะได้รับส่วนแบ่งสูงสุด 50% ของยอดขาย ทำครั้งเดียวขายได้เรื่อย ๆ สร้าง Passive Income ได้จริง

 

การขาย E-Book

       ใครชอบงานเขียน เขียนนิยาย การ์ตูน ตำรา ฮาวทู ก็สามารถทำเป็น E-Book  หมายถึง หนังสืออิเล็กทรอนิก เพื่อวางขายบนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์ม E-Book ต่าง ๆ ได้ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่คอมพิวเตอร์สักเครื่อง โปรแกรม Microsoft Word โปรแกรมแต่งภาพสำหรับจัดหน้าหนังสือ และไอเดียในการเขียน โดยรายละเอียดของหน้ากระดาษก็จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละเว็บไซต์ เมื่อมีคนดาวน์โหลดหนังสือของเรา ก็จะได้ส่วนแบ่งรายได้จากเว็บไซต์เข้ามาเป็นระยะๆ

 

การทำเว็บไซต์ ให้เช่าพื้นที่โฆษณา

         หารายได้เสริมจากการให้เช่าพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์ ที่นิยมกันทั่วไปก็จะเป็นระบบ Google AdSense ที่ Google จะเช่าพื้นที่หน้าเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่โฆษณาแบนเนอร์ เมื่อมีคนคลิกโฆษณานั้น ก็จะแบ่งรายได้ให้เจ้าของเว็บไซต์ตามจำนวนยอดคลิก บางเว็บไซต์มีคนเข้าเยอะ ก็มีโอกาสทำเงินโดยไม่ต้องลงทุนลงแรงมาก เป็นรายได้เสริมเข้ามาค่อนข้างสม่ำเสมอตราบใดที่ยังมีคนเข้าชมเว็บของเราอยู่

 

การซื้อกองทุน / หุ้นปันผล

          วิธีนี้ไม่ต้องลงแรงมาก แต่ต้องใช้เงินลงทุนที่มีอยู่ และความรู้มากพอสมควร ในแต่ละเดือนที่มีเงินเดือนเข้ามา นอกจากจะแบ่งเงินไว้ออมแล้ว อาจจะแบ่งส่วนหนึ่งไปลงทุนในกองทุนหรือหุ้นปันผลที่มีแนวโน้มดี ก็มีโอกาสทำกำไรเป็น Passive Income ได้ โดยมีหลักการเลือกกองทุนเบื้องต้นคือ

 

    • ผลตอบแทนย้อนหลัง 3-5 ปีเป็นบวกสม่ำเสมอ
    • ความเสี่ยงไม่สูงกว่ากองทุนหรือหุ้นประเภทเดียวกัน
    • ทีมบริหารมีประสบการณ์สูง มีความน่าเชื่อถือ
    • เป็นหุ้นที่มีเทรนด์ขาขึ้นในตลาด หรือเป็นกองทุนที่ลงทุนในตลาดที่แนวโน้มดี
    • การเลือกหุ้นและกองทุนต้องทำความเข้าใจว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ และไม่ลงทุนเกินกว่าระดับความเสี่ยงที่เรารับไหว

       รายได้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการจะมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้เงินมาใช้สอยในการดำรงชีวิตและต่อยอด ขยับขยายสิ่งต่างๆ เพื่อให้เราไปถึงเป้าหมายที่วาดเอาไว้ได้ หรือแม้กระทั่งต่อให้เราไม่ได้วาดฝันอะไรเอาไว้ รายได้ก็ยังจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตมากๆ ความสำคัญที่ไม่แพ้กันของการหารายได้ คือการบริหารรายจ่ายและเก็บออม เพราะถ้าเงินได้มากแต่เอาไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนหมดคงไม่ดี

 

       ทางที่ดีเมื่อหาเงินได้ควรแบ่งบางส่วนมาเก็บออมไว้ก่อน เหลือจากเงินออมค่อยใช้จ่าย อุ่นใจว่ามีเงินไว้สร้างอนาคตและสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินอย่างแน่นอน “ลองหาโอกาสทบทวนรายได้ที่เรามีอยู่ในปัจจุบันและหาโอกาสสร้างรายได้ในรูปแบบต่างๆ คนที่มีรายได้หลักแบบ Passive Incomeจากทรัพย์สินแบบเดียว อาจพิจารณาแนวทางการกระจายความเสี่ยงไปยังรายได้ประเภทต่างๆ รวมทั้งศึกษาทบทวนแนวโน้มในอนาคตว่าควรจะปรับหรือกระจายทรัพย์สินเพื่อสร้างรายได้ที่สมดุลอย่างไร”

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งอ้างอิง :

https://th.trade.z.com/content-detail?id=Passive_Income
moneybuffalo.in.th/vocabulary/what-is-passive-income
https://www.tidlor.com/th/article/lifestyle/increase-cash-flow-with-passive-income.html
ncb.co.th/fin-knowledge/5-ways-earn-passive-income-salaryman
https://gelending.com/passive-income/
http://thaipress.com.au/thaipress466_toon.html
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=theshadow&month=22-10-2006&group=11&blog=2
thinkaboutwealth.com/7-hot-recurring-revenue/
https://www.online-english-thai-dictionary.com/?word=monetary&d=1&m=0&p=1
https://www.bangkoklife.com/th/articles/48/97

 


อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 24 ธันวาคม 2021

Leave a Comment

Scroll to Top