ซื้อรถยนต์มือสองต้องดูตรวจดูอะไรบ้าง

0
128

ก่อนที่จะต้องตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสองจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง สำหรับใครที่ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์จำเป็นต้องหาผู้ที่มีความรู้มาช่วยตรวจสอบเบื้องต้นก่อนโดยเฉพาะระบบของเหลวในรถ เช่น

  1. น้ำมันเครื่อง ตรวจสอบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง การวัดระดับน้ำมันเครื่อง ต้องทำหลังจากดับเครื่องยนต์และพักทิ้งไว้นานกว่า 5 นาที ควรตรวจสอบบนพื้นราบจึงจะวัดระดับได้ ว่าระดับน้ำมันอยู่ในเกณฑ์หรือไม่ หรือเติมน้ำมันเสร็จให้ปิดฝาแล้วสตาร์ทรถยนต์เพื่อให้น้ำมันเครื่องมีการไหลเวียนและดับเครื่องยนต์และรอเวลาเพื่อตรวจสอบว่ามีน้ำเข้ามาปะปนกับน้ำมันเครื่องหรือไม่ ถ้ามีน้ำมันเครื่องจะมีสีเหมือนกาแฟใส่นมให้รีบเปลี่ยนทันที
  2. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ หมั่นตรวจสอบเติมทุกๆ 1 สัปดาห์ โดยปกติน้ำมันพวงมาลัยจะลดระดับลงช้ามาก 1 เดือนแทบไม่ยุบ หากลดลงเร็วให้คาดการว่ามีการรั่วซึมต้องรีบซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน สามารถเปลี่ยนได้ทุก 1-2 ปี ก็จะทำให้พวงมาลัยเพาเวอร์ทนทานยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถเปลี่ยนได้เองที่บ้าน หรือจะเข้าใช้บริการที่ศูนย์รถยนต์ก็ได้
  3. น้ำมันเบรก จำเป็นต้องเปลี่ยนตามกาลเวลา เพื่อควบคุมจุดเดือด และไล่ความชื้น ควรเปลี่ยนทุกๆ 1-2 ปี ในบางครั้งอาจทำให้เกิดสนิมในระบบเบรกได้ จนกระบอกเบรกหรือลูกยางเบรกเสียหายได้
  4. น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย ซึ่งจะเสื่อมสภาพได้ตามระยะทางและเวลา ซึ่งมีอายุการใช้งานประมาณ 20,000 -30,000 กิโลเมตรต่อปี ถึงแม้ใช้งานไม่ครบก็จำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะความชื้นหรือความร้อนระหว่างการใช้งานก็อาจทำให้เสื่อมสภาพได้ บางครั้งอาจมีน้ำเข้าแทรกซึมได้จนทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพ
  5. น้ำหม้อน้ำ ควรเติมน้ำยาป้องกันความร้อนซึ่งอาจมีผลด้านการช่วยระบายความร้อนไม่มาก แต่ช่วยป้องกันสนิมได้สำหรับอัตราส่วนในการเติมน้ำยาป้องกันความร้อนของแต่ละรุ่นจะไม่เท่ากัน ควรศึกษารายละเอียดก่อนเติมเพื่อทำความเข้าใจ
  6. น้ำฉีดกระจก หมั่นเติมให้เต็มเพราะมีโอกาสใช้ตลอดสามารถผสมน้ำยาทำความสะอาดไว้ด้วยก็ได้เพื่อประสิทธิภาพการทำความสะอาดได้ดีมากขึ้น

การซื้อรถยนต์มือสองจำเป็นต้องตรวจสอบให้ดีเมื่อนำมาใช้จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาต่างๆตามมาภายหลังให้ปวดหัว

ทิ้งคำตอบไว้

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.