อุ๊ย!!!กลิ่นปาก เรื่องใหญ่ที่ต้องจัดการให้สิ้นซาก

0
142

shutterstock_279152312

ก่อนจะเริ่มต้นอ่านบรรทัดถัดไป อยากให้คุณลองหลับตา(หลับตาสิครับรออะไร) ที่นี้ ลองนึกถึงเพื่อนสักคนที่มีกลิ่นปากแรงมากๆ คุณจำความรู้สึกตอนอยู่ใกล้เพื่อนคนนั้นได้ไหมว่า คุณรู้สึกอย่างไร(หวังว่าคุณจะไม่ใช่คนนั้นของเพื่อนๆซะเอง)

ใช่แล้วครับไม่มีใครอยากอยู่ใกล้คนที่มีกลิ่นปากแรงๆ และตัวเราเองก็คงไม่อยากเป็นที่รังเกียจของคนรอบข้างด้วย เพราะกลิ่นปากมันทำลายภาพพจน์ของเราเอามากๆ

โดยมากแล้ว ผู้ชายจะมีกลิ่นปากที่รุนแรงกว่าผู้หญิงครับ เพราะผู้หญิงมักจะดูแลตัวเองดีกว่านั่นเอง ในขณะที่ผู้ชายอย่างเราๆ(ผมและคุณผู้อ่านผู้ชาย) มักจะละเลยการดูแลสุขภาพในช่องปาก แถมยังมีพฤติกรรมชอบบริโภคสิ่งเป็นพิษ เช่น สูบบุหรี่ กินเหล้า แบบนี้ล่ะครับทำให้เกิดกลิ่นปากเอาได้ง่ายๆ และยังทำให้เราเสียบุกคลิกภาพโดยไม่รู้ตัว เพราะเรามักไม่ได้กลิ่นของปากตัวเอง แต่คนรอบข้างนี่สิรับไปเต็มๆ

สาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก ที่พบได้บ่อยที่สุดคือเรื่องของความสะอาดในช่องปาก ตามซอกฟันเล็กๆที่เราทำความสะอาดไม่ทั่วถึง ถ้าเศษอาหารสะสมมากๆก็จะเน่าบูดอยู่ในปากเรานั่นเอง(น่ากลัวเนอะ)

นอกจากเศษอาหารแล้วตัวการของกลิ่นปากที่ร้ายกาจที่สุดและอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล บนลิ้นของเรานั่นเองครับ

เพราะโคนลิ้นของเราเป็นบ้านอันแสนสุขของแบคทีเรียชนิดหนึ่ง เมื่อเมือกจากช่องจมูกไหลลงคอ ไอ้เจ้าแบคทีเรียตัวนี้ก็จะทำปฏิกิริยากับเมือกนี้และเปลี่ยนสภาพเป็นกำมะถัน ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในช่องปากของเราได้

นอกจากนี้อาจเป็นเพราะการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือระบบย่อยอาหาร ภาวะมีประจำเดือน รวมถึงการรับประทานอาหารไม่ถูกหลักด้วย

เคล็ดลับขจัดกลิ่นปาก

            1.ดูแลใส่ใจสุขภาพในช่องปากให้ดี ก็อย่างที่รู้ๆเลยครับ แปรงฟันวันละสองครั้ง หรือแปลงทุกครั้งหลังอาหารยิ่งดีเลย

            2.ทำความสะอาดโคนลิ้นทุกครั้งที่แปรงฟัน ขจัดเจ้าแบคทีเรียตัวร้าย

            3.ใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นตัวช่วย หรือใช้ยาสีฟัน ที่ปกป้องยาวนาน 12 ชั่วโมง(มีเขียนข้างกล่องครับผู้เขียนก็ใช้)

            4.ดื่มน้ำให้เพียงพอ น้ำจะช่วยชำระแบคทีเรียได้ครับ

            5.งดอาหารกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หอมใหญ่ พริกไทย เนยแข็ง

            6.ผักบางชนิดช่วยได้ครับ เช่น ผักชีฝรั่ง ใบสะระแหน่หรือใบมิ้นท์ หรือลูกอมกลิ่นมิ้นท์ก็ได้ติดตัวเอาไว้เลย มีกลิ้นปั๊บอมปุ๊บ

            7.กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีกากใย

            6.งดเหล้าหรือบุหรี่ ดีทั้งต่อปากและเงินในกระเป๋าครับ

            7.ควรไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจเช็คสุขภาพปากและฟันครับ

เพียงแค่นี้ก็ห่างไกลจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ของคนรอบข้างได้แล้ว จะตอนไหนก็มั่นใจไร้กังวลว่าไม่มีกลิ่นปากแน่นอน ไม่เชื่อ ถามคนที่นอนข้างๆดูสิครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.