รู้แล้วบอกต่อ ไข่ดาวสูตรดึกดำบรรพ์ ความอร่อยเหนือกาลเวลา

0
186

shutterstock_210266314

ก็แค่ทอดไข่ดาวให้สวยมันจะยากเย็นสักแค่ไหนกันเชียว? ประโยคที่ทำเอาคนพูดหน้าแตกมานับต่อนับ ยิ่งถ้าจะทดให้อร่อยด้วยแล้วยากคูณสองกันเลยทีเดียวท่านผู้ชม และโชว์เหนือมากไปกว่านั้นอีก คือการทอดไข่ดาวสูตรโบร่ำโบราณครับ สูตรนี้ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของผู้เขียนเองครับ

            สมัยก่อนแถวตลาด 100 ปี สามชุก บ้านเกิดของผู้เขียน เวลาจะทำอาหารไม่มีหรอกครับเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า มีแต่เตาอั้งโล่ กระทะเหล็ก ตะหลิวเก่าๆด้ามไม้ไผ่(กรุณาคิดภาพตามเพื่อความอร่อย) ถ่านที่ใช้ก็เป็นถ่านที่เผาเองข้างบ้าน เวลาทำอาหารนี่ต้องใช้ฝีมือสุดๆเพราะเตามันเบาไฟไม่ได้ ต้องหมั่นสังเกตให้ดี เรามาเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนของไข่ดาวสูตรบ้านผมกันเลยครับ

            เริ่มจากการเลือกไข่ สมัยก่อนนิยมไข่เป็ดครับเพราะฟองโตดี อยากกินกี่ฟองก็จัดมาเลย จากนั้นนำไข่เป็ดสีขาวฟองโตๆที่เราเลือกมา ตอกใส่ถ้วยใบเล็กๆ บางคนอาจถามว่าทำไมไม่ตอกใส่กระทะเลย คำตอบคือเราจะทำให้ไข่ดาวของเราฟูฟ่องเป็นวงแหวนดาวเสาร์ ด้วยเคล็ดลับง่ายๆครือ เมื่อตอกไข่ใส่ถ้วยแล้ว ให้เราใช้ปลายด้ามช้อนหรือปลายไม้เล็กๆตีเบาๆที่ตรงไข่ขาวแต่ระวังอย่าให้โดนไข่แดงจนแตกนะครับ(ที่บ้านไม่มีช้อนส้อมมีแต่ช้อนสังกะสีแบบโบราณ) จากนั้นก็ทิ้งไข่ไว้เพื่อรอน้ำมัน

            ขั้นต่อมาคือ การเทน้ำมันใส่ลงในกระทะเหล็กคู่บ้านคู่ครัวไทย แต่ที่พิเศษคือน้ำมันที่ใช้ทอดต้องเป็นน้ำมันหมูครับ เหตุผลคือเมื่อก่อนเวลาทำอาหารเราใช้น้ำมันหมูที่เจียวเองครั้งละมากๆเพื่อเก็บเอาไว้ใช้ กากหมูที่ได้ก็นำไปผัดกับน้ำพริกเผาทำเองรสชาตินี่อร่อยแบบเชลล์ไม่ต้องมาชิม แม่ช้อยไม่ต้องมารำ อร่อยชัวร์  เมื่อได้วัตถุดิบครบแล้ว เราก็นำกระทะขึ้นตั้งไฟรอให้ร้อน ตั้งแต่ขั้นตอนนี้คือการพิสูจน์ความเป็นแม่ผีเรือน เอ้ย แม่ศรีเรือน เพราะจะต้องใช้ทักษะความชำนาญมาก คือเมื่อน้ำมันเริ่มร้อน อาจจะมีกระเด็นบ้างต้องระวังผิวเนียนๆไว้ให้ดี

            พอน้ำมันร้อนได้ที่จะเริ่มมีกลิ่นหอมจางๆของน้ำมันหมู พอน้ำมันในกระทะเริ่มนิ่งไม่กระเด็นอีกแล้วนั่นคือร้อนได้ที่ เราก็นำไข่เป็ดที่เตรียมไว้มาเทใส่กระทะ ภาพเบื้องหน้าคือ(คิดตาม)ไข่เป็ดฟองโตๆกำลังขยายตัวจากน้ำมันกลายเป็นไข่ดาวเป็ดที่มีวงแหวนเหมือนดาวเสาร์ คุณครับ เวลากลิ่นน้ำมันหมูมันสันดาปกับเนื้อไข่เพราะความร้อนนี่นะ มันช่างหอมรัญจวนหัวใจซะจริงๆ พอไข่สุกตามที่ต้องการจะมากจะน้อยแล้วแต่คนชอบ เราก็ตักไข่ดาวเป็ดของเรามาพักไว้ในจาน เพื่อความอร่อยในขั้นตอนสุดท้าย

            ขั้นตอนนี้คือเคล็ดลับจากกาลเวลาครับ เมื่อก่อนเราไม่ใช้ซอสมาจิ้มหรือราดกับไข่ แต่พอไข่สุกแล้วเราจะเทน้ำมันออกจากกระทะจนเกือบหมด เหลือไว้นิดหน่อย จากนั้นเราจะนำไข่ที่ทอดไว้มาใส่ลงไปในกระทะอีกครั้งหนึ่ง แล้วปรุงรสกันในกระทะเลย ด้วยผงชูรสและน้ำปลาอย่างดีที่อยู่ในครัวของเรา(แถวบ้านผมที่สามชุกต้องน้ำปลายี่ห้อ ตาไหวเท่านั้น เดือนหนึ่งจะมาขายครั้งหนึ่งต้องซื้อตุนไว้)พอไข่สัมผัสกับน้ำปลาตราตาไหวและผงชูรส กลิ่นนี่จะหอมไปสามบ้านแปดบ้านให้คนอื่นรู้ว่านี่คือ ไข่ดาวเป็ดของเรา บางบ้านทนไม่ไหวต้องทอดกินที่บ้านบ้างเลยทีเดียว เมื่อไข่ดาวพร้อม ข้าวสวยพร้อม ก็ถึงเวลาของความอร่อยที่สืบทอดกันมายาวนานแล้วล่ะครับ

            นี่ล่ะครับสูตรไข่ดาวดึกดำบรรพ์ที่อาจหายไปตามกาลเวลา ทุกวันนี้เราอาจไม่ใช้น้ำมันหมู ไม่ใช้ไข่เป็ด ไม่ใช้กระทะเหล็กเตาอั้งโล่กันแล้ว แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผมเชื่อว่า กลิ่นการสันดาปของน้ำมันหมู และไข่เป็ด กลิ่นเครื่องปรุงรสแบบไทย มันยังคงหอมรัญจวนใจอยู่ในความทรงจำของคนที่เคยได้สัมผัส โดยที่กาลเวลาไม่สามารถพรากมันไปจากเราได้เลย

ทิ้งคำตอบไว้

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.