เกรดเฉลี่ย Gpax 2 คิด คํานวณ [GPA] อะไร โปรแกรม สะสม

Click to rate this post!
[Total: 1984 Average: 5]

GPAX

gpax คือ

GPAX คือ เกรดเฉลี่ยสะสม

gpax คือ อะไร

ผลการเรียนเฉลี่ยเกรดของทุกวิชาที่ได้เรียนมาตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (หรือเทียบเท่า) ในปีการศึกษา 2548 (พ.ศ. 2549) จะนำมาใช้ 10% จากองค์ประกอบในการรับทั้งหมด และจะเพิ่มขึ้นในปีต่อ ๆ ไป หรือ GPAX คือเกรดเฉลี่ยสะสมในแต่ละเทอม

gpax คือ กี่เทอม

ถ้าในระเบียบการบอกว่า GPAX 5 เทอม หมายถึง ต้องเอาเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ ม.4 เทอม 1 – ม.6 เทอม 1นั่นเอง

คะแนน gpax คือ

คะแนน GPAX   หรือผลการเรียนเฉลี่ยสะสม คือการเอาผลการเรียนทุกเทอม ทุกวิชา มารวมกันและทำการหาค่าเฉลี่ย

gpax คือ คะแนน อะไร

ยกตัวอย่าง การกำหนดให้มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) 5 เทอม ไม่ต่ำกว่า 3.00 นั่น

หมายถึงการเอาผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ ม.4 เทอม 1 ถึง ม.6 เทอม 1 มารวมกัน

เพื่อหาค่าเฉลี่ย แล้วต้องได้ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไปถึงจะผ่านเงื่อนไข หรือในกรณีที่กำหนดมาว่าใช้ GPAX ตลอดหลักสูตรก็หมายความว่าต้องใช้ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมทั้ง 6 เทอมนั่นเอง เป็นคะแนนที่ใช้ใน TCAS ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำผ่านคุณสมบัติ หรือ ใช้คำนวณคะแนนในการคัดเลือก

เพื่อง่ายแก่ความเข้าใจและการนำไปใช้งานได้จริง สามารถศึกษาและสามารถคะแนนได้ตามเว็ปไซต์โปรแกรมคำนวณเกรดเฉลี่ยต่อเทอม

https://cal.postjung.com/gpa

gpax 20 คือ

GPAX 20% หมายความว่า การคิดเพียง 20% ที่เหลืออีก 80% เอามาจากคะแนนสอบ

คะแนนเต็ม GPAX 4.0 =20 %

  • เกรดเฉลี่ย 6 เทอมเราได้ 3.2 ก็เท่ากับ 3.2 X 20% / 4.0 = 16%
  • คะแนนเต็ม 30,000 เราได้ 16% ก็เท่ากับ 4,800 คะแนน

ต้องการ 21,000 คะแนน เพื่อเข้าวิศวะ

ต้องทำคะแนนอีก 21,000 – 4,800 = 16,200 คะแนน จาก O-Net และ GAT-PAT

ตัวอย่าง สรุปรวมคะแนน

นายปลูกปัญญา จะยื่น Admissions เข้า วิศวกรรมศาสตร์ จุฬา

ใช้สัดส่วนคะแนน คือ GPAX 20%, O-NET 30%, GAT 15%, PAT 2 15%, PAT 3 20%

คะแนนของ นายปลูกปัญญา

GPAX 3.80 = 5,700 O-NET (5 วิชา) = 5,670 GAT 250 คะแนน = 3,750

PAT 2 120 คะแนน = 1,800 PAT 3 175 คะแนน = 3,500

รวมคะแนนการยื่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ = 20,420 หรือ 68.06%

(การคิดคะแนนเป็น % ให้เอาจำนวนคะแนนหลักหมื่นที่ได้ หาร 300)

ระบบ gpax คือ

ระบบ GPAX OBEC หมายถึง ระบบการรายงานผลคะแนนการเรียนเฉลี่ยสะสม ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำขึ้น เพื่อรวบรวมข้อมูลผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า(GPAX) จากสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสังกัดอื่น ๆ ที่มีการจัดการเรียนการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า เพื่อจัดส่งให้สำนักงานเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)เพื่อใช้ในการดำเนินงานการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS)

gpa gpax คือ

GPA คือ จีพีเอ

หมายถึง เกรดเฉลี่ย

ย่อมาจาก Grade Point Average

หรือที่เรียกว่า ผลการเรียนของแต่ละรายวิชา, ผลการเรียนเฉลี่ย

GPA คือ ผลการเรียนสะสมของผู้เรียนในทุกรายวิชาที่เรียนตลอดหลักสูตรของแต่ละช่วง ชั้นการเรียน  ที่นำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ย (Mean)

เพื่อแสดงภาพรวมของผลการเรียนตลอดหลักสูตรของผู้เรียนอันเป็นผลผลิตของหลัก สูตรว่าอยู่ในระดับใด  ซึ่งจะช่วยสะท้อนให้เห็นระดับความรู้ ความสามารถและความสนใจในการศึกษาในภาพรวมของผู้เรียนแต่ละคน

ดังนั้นการคำนวณหาค่าผลการเรียนเฉลี่ย (GPA)  สามารถคำนวณได้จากการนำผลรวมของผลคูณระหว่างหน่วยการเรียนกับระดับผลการ เรียนที่ได้ในแต่ละรายวิชา  แล้วหารด้วยผลรวมของหน่วยการเรียนทุกรายวิชาตลอดหลักสูตร

ยกตัวอย่าง

GPA กลุ่มสาระวิชาภาษาไทย, GPA กลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์  หรือ อาจจะไว้เรียกเกรดเฉลี่ยในแต่ละเทอมก็ได้ เช่น เกรด ม.6 เทอม 1 ได้ GPA 3.25 และ ม.6 เทอม 2 ได้ GPA 3.30

GPAX คือ เกรดเฉลี่ยสะสม

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ผลการเรียนเฉลี่ย gpax คือ การเอาเกรดเฉลี่ยสะสมทุกเทอม ทุกวิชา มารวมกันและทำการเฉลี่ย

ยกตัวอย่าง

ใช้ GPAX 5 เทอม  คือ การใช้เกรดเฉลี่ยตั้งแต่ ม.4 เทอม 1 – ม.5 เทอม 1

ถ้ากำหนดมาว่าใช้ GPAX ตลอดหลักสูตร ก็หมายความว่าใช้เกรดทั้ง 6 เทอม

ในระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานการรับนิสิตและนักศึกษา การนำ gpa กับ gpax คือ ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ในกลุ่มรายวิชาที่กำหนดให้มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 3.00 นั้นหมายถึง การเอาเกรดทุกเทอมที่มีของ วิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ มารวมกันหาค่าเฉลี่ย แล้วต้องได้ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไปถึงจะผ่านเกณฑ์ที่กำหนดตามเงื่อนไขการรับสมัครเข้าศึกษา

วิธีการคิดเกรด gpax คือ

  1. ต้องการคิด GPAX รวมกี่เทอม ให้เอาเกรดและหน่วยกิตของเทอมที่ใช้มาคิดรวมกันทั้งหมด
  2. นำเกรดที่ได้ในแต่ละวิชา x หน่วยกิต ของวิชานั้นๆ ทำให้ครบทุกวิชา
  3. บวกผลรวมจากข้อ 2 ทั้งหมด
  4. นำผลรวมจากข้อ 3 หารด้วย ผลรวมของหน่วยกิตทั้งหมด

สรุปคะแนน GPAX คือ

ยกตัวอย่าง คือ ถ้าในระเบียบการบอกว่า เกรดเฉลี่ย (GPAX) คือ 5 เทอม หมายถึง ต้องเอาเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ ม.4 เทอม 1 – ม.6 เทอม 1

หากในระเบียบการบอกว่าเอา GPAX ตลอดหลักสูตร นั่นหมายถึง ต้องใช้ GPAX คือ เกรดกี่เทอม         นั้นคือ เกรดทั้งหมด 6 เทอมทั้งหมดนั่นเอง และรวมถึง GPAX แบบกลุ่มรายวิชาด้วย

ยกตัวอย่าง คือ GPAX รายวิชาภาษาอังกฤษ ไม่ต่ำกว่า 2.50 ก็หมายถึง เกรดทุกเทอมในรายวิชาภาษาอังกฤษ นำมารวมกันและหาค่าเฉลี่ยต้องไม่ต่ำกว่า 2.50 ถึงมีสิทธิ์ตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยและเลือกคณะที่กำหนดในระเบียบได้นี้เอง

คะแนน GPAX เยอะมีผลดี

– สามารถเลือกสมัครได้หลากหลาย เพราะคะแนนผ่านเกณฑ์คุณสมบัติผู้สมัคร

ในการรับสมัครในระบบ TCAS แต่ละรอบ แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีระเบียบการของแต่ละคณะสาขา และเกือบทุกที่มีการกำหนดใช้คะแนน GPAX และได้มีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำเอาไว้ ดังนั้นการที่เรามีคะแนน GPAX ที่ดี จึงเป็นเสมือนใบเบิกทางซึ่งทำให้น้องๆมีโอกาสในการเลือกสมัครได้หลายสาขาวิชา

– มีโอกาสติดหลายรอบ

การมีคะแนน GPAX เยอะจะเพิ่มโอกาสในการสอบติดมากขึ้น เพราะยิ่งมีคะแนนสูงโอกาสก็ยิ่งมาก  เพราะในระบบ TCAS ใช้คะแนน GPAX เป็นเกณฑ์คัดเลือกหลายรอบ ถ้าน้องพลาดรอบไหนไป ก็ยังสามารถสมัครรอบต่อไปได้อีก

– มีโอกาสในการสมัครโครงการนักเรียนทุน

การที่มีคะแนน GPAX สูงๆมีโอกาสสมัครเรียนในโครงการทุนของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดได้ ซึ่งโครงการทุนส่วนใหญ่พิจารณาจากคะแนน GPAX ที่เฟ้นหานักเรียนที่เรียนดีมีความสามารถ เกรดเฉลี่ยที่ดีจึงมีผลในการคัดเลือกคนสอบติด

– ช่วยเพิ่มคะแนนใน Admission 2 ให้มากขึ้น

TCAS รอบที่ 3 Admission ในรูปแบบ Admission 2 (รับกลางร่วมกัน) ใช้คะแนน GPAX (6 เทอม) 20% หรือเท่ากับ 6,000 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 30,000 คะแนน) หมายความว่า ถ้าคะแนนส่วนนี้มีเยอะ ก็ใช้เป็นฐานคะแนนสะสมได้เยอะ ยิ่งคะแนนรวมของรูปแบบ Admission 2 มากเท่าไหร่ โอกาสติดก็มีมากขึ้น ฉะนั้น GPAX จึงสำคัญมากในรอบที่ 3 รูปแบบ Admission 2

ดังนั้น gpa และ gpax คือ อะไร

คือ การใช้คะแนน GPAX ในแต่ละรอบ TCAS ระบบที่ใช้ในการคัดเลือกการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ย่อมาจาก Thai University Central Admission System  แบ่งการรับออกเป็น 4 รอบ ประกอบไปด้วย

  • รอบที่ 1 รอบ Portfolio (รอบใช้แฟ้มสะสมผลงาน)
  • รอบที่ 2 รอบ Quota (รอบโควตา)
  • รอบที่ 3 รอบ Admission (รอบแอดมิชชั่น)
  • รอบที่ 4 รอบ Direct Admission (รอบรับตรงอิสระ)

TCAS แต่ละรอบมีจุดเด่นและรายละเอียดการรับสมัครที่แตกต่างกัน จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลแต่ละรอบอย่างละเอียด https://www.dek-d.com/tcas/58455/

รอบที่ 1 –  รอบที่ 3 รูปแบบ Admission 1 (รับตรงร่วมกัน)

รอบที่  1ใช้ Portfolio  ไม่ใช้คะแนนสอบ ใช้แค่แฟ้มสะสมผลงาน สมัครโดยตรงกับเว็บมหาวิทยาลัย เหมาะกับผู้ที่มีผลงานโดดเด่น และมีคุณสมบัติถึงตามที่คณะและมหาวิทยาลัยกำหนด เพราะจะต้องมีหลักฐานที่แสดงถึงความสามารถต่างๆ

รอบที่ 2 Quota

มีการใช้คะแนนสอบ สมัครโดยตรงกับเว็บมหาวิทยาลัย เหมาะกับผู้ที่มีความสามารถพิเศษ และอยู่ในพื้นที่ตามที่คณะและมหาวิทยาลัยกำหนด โดยในรอบโควตานี้ จะมีทั้งโควตาพื้นที่ โควตาโรงเรียน โควตาความสามารถพิเศษด้วย

รอบที่ 3 รูปแบบ Admission 2 (รับกลางร่วมกัน)

ยกเลิกเกณฑ์ Admission 2 ที่ใช้คะแนน O-NET เป็นสัดส่วนในการคัดเลือก 30%)  แต่มหาวิทยาลัยสามารถออกเกณฑ์หลายรูปแบบได้ภายในรอบนี้ เหมาะกับผู้ที่เน้นฟิตการฝึกทำข้อสอบ เพราะรอบนี้เน้นการใช้คะแนนสอบกลางเป็นหลัก

โดยใช้ gpa เกรดเฉลี่ย 6 เทอม (ม. 4 – ม. 6) ใช้คำนวณคะแนนในการคัดเลือก ค่าน้ำหนักคะแนน 20% หรือเท่ากับ 6,000 คะแนน (คะแนนเต็ม 30,000)  ***แนะนำให้ดูตามประกาศ***

รอบที่ 4 Direct Admission

สมัครโดยตรงกับเว็บมหาวิทยาลัย และในปีนี้จะมีเพิ่มขั้นตอนการยืนยันสิทธิ์ในระบบ myTCAS หลังสอบติดด้วย หากสอบติดแล้วไม่เข้าไปยืนยันสิทธิ์ ก็จะถือว่าไม่มีสิทธิ์เข้าศึกษา รอบนี้เหมาะกับผู้ที่อาจจะยังไม่ได้สมัครในรอบก่อนหน้า หรือ พลาดจากรอบก่อนๆ

โดยใช้ gpa เกรดเฉลี่ย 6 เทอม มีทั้งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำผ่านคุณสมบัติ หรือ ใช้คำนวณคะแนนในการคัดเลือก แล้วแต่คณะ/มหาวิทยาลัยกำหนด

อยากสอบติดเข้าเรียนในคณะของมหาวิทยาลัย ต้องได้เกรดเฉลี่ยจะต้องประกอบไปด้วย 2 ตัวสำคัญๆ คือ GPAX และ GPA ในระบบ TCAS                        ่ต้องการ

  • GPAX คือ ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม ทุกภาคการศึกษา คือ การนำเกรดทุกเทอม มาคำนวณรวมกัน เพื่อหาค่าเฉลี่ยตามจำนวนเทอมที่ต้องการ
  • GPA คือ ผลการเรียนเฉลี่ยรายวิชา เช่น GPA วิชาวิทยาศาสตร์, GPA วิชาภาษาอังกฤษ เป็นต้น หรือใช้เรียกเกรดรายเทอมว่า GPA เหมือนกัน เช่น GPA ม.4 เทอม 1 เป็นต้น
  • TCAS ใช้เกรด 5 เทอม นับตั้งแต่ ม.4 เทอม 1 ถึง ม.6 เทอม 1 แต่ละรอบจะใช้เกรดดังนี้

TCAS รอบ 1 ใช้ GPAX 5 เทอม

TCAS รอบ 2 ใช้ GPAX 5 หรือ 6 เทอม (แล้วแต่โครงการจะกำหนด)

TCAS รอบ 3-5 ใช้ GPAX 6 เทอม

แนวทางการสอบติดในคณะและมหาวิทยาลัยที่ปรารถนา

  1. ทำเกรดให้ได้สูงที่สุด เนื่องจากการยิ่งได้เกรดสูงมากเท่าไหร่ ยิ่งมีตัวเลือกในการเลือกคณะและมหาวิทยาลัยได้มากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากเกรดขั้นต่ำที่ผ่านเกณฑ์ด้วยแล้ว การใช้เกรดที่สูงๆมาคำนวณก็จะยิ่งทำให้ได้คะแนนเยอะตามไปด้วย
  2. กรณีถ้าเกรดเฉลี่ยไม่ดี และคิดว่ามาสามารถแก้ไขได้ทัน สามารถสมัครสอบแบบรับตรงใน TCAS ที่ไม่ได้ใช้เกรด และไม่มีเกรดขั้นต่ำ บางที่ก็กำหนด GPAX ไว้ไม่ค่อยสูงมากนัก เกรดเฉลี่ยสะสมจะอยู่ที่ GPAX และ GPA 0, 2.50 ขึ้นไป ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่เน้นการอ่านหนังสือและทำแบบฝึกหัดมากๆ สำหรับลงสู่สนามสอบที่ไม่ใช้เกรด GPA สูงๆในการยื่น ซึ่งต้องหาว่าเกรดที่มี สามารถสมัครสอบที่คณะและมหาวิทยาลัยไหนได้บ้าง
  3. เกรด GPAX และ GPA สะสมที่ปลอดภัยมากที่สุด สามารถเลือกได้หลากหลายคณะ และหลากหลายสถาบันในรั้วอุดมศึกษา คือเกรด GPAX สะสม 00 ขึ้นไป เนื่องจากเป็นเกรดที่สามารถสมัครได้หลายโครงการ สามารถนำมาคำนวณคะแนน ลองเลือกเทียบเคียงกับการจัดอันดับคณะต้องย้อนหลัง ไปสัก 2-3 ปี เพื่อดูการจัดอันดับคะแนนสูงและต่ำ ที่สามารถคาดคะเนคะแนนตอนทำข้อสอบเพื่อเลือกเข้าเรียนในสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยที่ปรารถนาเป็นการเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ
  4. การอ่านหนังสือ การฝึกทำข้อสอบ การขยันเข้าห้องเรียนในโรงเรียน คือเส้นทางที่สามารถสอบติดเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้อย่างไม่ยากนัก และมีนักเรียนจำนวนมากมายที่อ่านหนังสือ ฝึกทำข้อสอบย้อนหลัง การดูวิดีโอแนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอินเตอร์เน็ต สามารถสอบติดได้เป็นจำนวนเยอะมาก โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อเรียนในสถาบันติวเตอร์ เป็นการช่วยผู้ปกครอง พ่อแม่ ลดภาระค่าใช้จ่าย
  5. การเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะการสอบแข่งขันเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น มีอัตราการแข่งขันที่สูงมากขึ้นในทุกๆปี นักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทุกคนส่วนมากมีความใฝ่ฝันอยากเรียนในคณะและสถาบันที่ตนเองได้เลือก เนื่องจากมีความถนัดและชื่นชอบในสถาบัน ส่วนหนึ่งอาจมาจากค่านิยมและอยากให้พ่อแม่ ผู้ปกครองดีใจที่ได้เรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียง การเลือกเรียนในคณะด้านทางสายวิทย์ – คณิต เกรดเฉลี่ยจะ 00 ขึ้นไป จึงสามารถยื่นเข้าสอบได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าคณะทางด้านสายศิลป์ภาษา สายศิลป์คำนวณ จะไม่สูง ฉะนั้นการเตรียมตัวที่ดีคือสามารถเลือกเส้นทางแห่งความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเกินความสามารถ

**** เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคน  เพราะความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อยอยู่ที่นั้น ****

การลำบาก และใช้ความอดทนในวันนี้ สู่เส้นทางแห่งความปรารถนาในวันข้างหน้า

แหล่งอ้างอิง :
https://gpax.obec.go.th/
https://gpax.obec.go.th/assets/uploads/manual/0a805-gpax-obec.pdf
https://www.camphub.in.th/uptcas-ep10-tcas64-gpa-gpax/
https://pantip.com/topic/36359160
https://cal.postjung.com/gpa
https://www.dek-d.com/tcas/58455/


อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 23 กรกฎาคม 2022

Leave a Comment

Scroll to Top