081 931 8761 9622104@gmail.com
มาประหยัดแบตด้วยวิธีง่ายๆ กันเถอะ (สำหรับระบบปฏิบัติการ ANDROID)

มาประหยัดแบตด้วยวิธีง่ายๆ กันเถอะ (สำหรับระบบปฏิบัติการ ANDROID)

 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก

http://www.techmoblog.com/how-to-avoid-destroying-your-phones-battery/

               สำหรับทุกวันนี้ยุคที่เต็มไปด้วยการใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตมากมายทุกหนแห่ง เรียกว่าเป็นยุคของ 3G และ 4G อย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าเมื่อคุณใช้โทรศัพท์มือถือแบบเปิดอินเตอร์เน็ตนั่นย่อมทำให้คุณต้องพบเจอกับปัญหาแบตเตอรี่หมดง่ายมากยิ่งขึ้น ทุกฟีเจอร์ที่คุณใช้งานต่างก็ล้วนเป็นฟีเจอร์ที่ต้องใช้พลังงานแบตมากพอสมควรจนทำให้ไม่ว่าเราจะไปที่ใดก็ตามเราจึงมักพบผู้คนจำนวนมากพกพาสิ่งสำคัญอย่าง “แบตสำรอง (POWER BANK)” กันแทบจะทุกคน บางคนก็พกทีละหลายเครื่อง ซึ่งวันนี้ทางเราได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้และอยากที่จะมาบอกกล่าววิธีการช่วยประหยัดแบต (สำหรับระบบปฏิบัติการ ANDROID) ให้ทราบกันเล็กน้อยไปชมพร้อมๆ กันเลย

  1. .ให้ปิดพวกฟังก์ชันที่คุณไม่ได้ใช้งานออกเสียก่อน

เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่ได้ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณย่อมต้องปิดการใช้งานสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดอยู่เสมอซึ่ง
การทำเช่นนั้นก็เพื่อเป็นการช่วยประหยัดพลังงาน ทำให้ไม่ต้องเสียค่าไฟไปโดยไม่จำเป็นและสำหรับโทรศัพท์สมาทโฟนก็เป็นสิ่งต้องทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน คือ คุณควรทำการปิดพวกฟังก์ชันต่างๆ ที่คุณไม่ได้ใช้งานในขณะนั้นออกให้หมดเสียก่อน พยายามอย่าปล่อยให้ฟังก์ชันเหล่านั้นยังคงทำงานอยู่ ตัวอย่างฟังก์ชันอาทิเช่น การใช้งานระบบบลูทูธ,
การใช้งานระบบ GPS, การใช้งานแอพเกมต่างๆ

  1. ปิดระบบสั่นดีกว่า

คุณทราบหรือไม่ว่าการที่คุณทำการเปิดระบบสั่นเอาไว้จะยิ่งทำให้เป็นการสิ้นเปลืองการใช้งานแบตมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณควรปิดการใช้งานส่วนนี้เป็นดีสุด

  1. ไม่จำเป็นต้องตั้งสิ่งที่เราเรียกว่า “การแจ้งเตือน” ไว้เสมอ

จริงอยู่ที่การแจ้งเตือนต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่เล่นโทรศัพท์มือถือแต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าการแจ้งเตือนเหล่านี้ยิ่งทำให้แบตของคุณหมดไวมากขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะเมื่อใดก็ตามที่การแจ้งเตือนเกิดขึ้นนั่นย่อมหมายความว่าหน้าจอของคุณย่อมต้องติดอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นควรเปิดส่วนที่เป็นแจ้งเตือนเท่าที่จำเป็นก็เพียงพอแล้ว

 

 

นิสัยของคนที่ชอบติดมือถือ

นิสัยของคนที่ชอบติดมือถือ

ในปัจจุบันนี้ มองไปหาทางไหนก็คงเห็นแต่คนถือโทรศัพท์มือถือกันเต็มไปหมด ซึ่งพฤติกรรมแบบไหนกันบ้าง ที่มีการสร้างความละเอือมระอาให้กับคนใกล้ตัวที่พบเห็นกันบ้าง ถ้าอย่างนั้นมาดูนิสัยคนที่ชอบติดมือถือ

1.พวกบ้าเกมเข้าเส้น คุณควรสังเกตได้เลยว่า เหล่าบรรดาคนที่ติดเกมขนาดหนัก จะเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมเพียงอย่างเดียว จนเหมือนกับการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในอีกโลกกันเลย ไม่ว่าจะเดิน นอน นั่ง คุณก็จะเห็นคอเกกมเหล่านี้นั่งเล่นอย่างไม่รู้จักเหนื่อยกันเลย

2.เม้าท์ไม่หยุดแม้ขณะขับรถ ถึงแม้ว่าเวลาที่จะต้องใช้สมาธิและความระมัดระวังที่สูงอย่างตอนขับรถ คนติดโทรศัพท์ก็มักจะมีการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพูดคุยกับเพื่อน ๆ หรือแฟนของตัวเอง โดยที่ไม่ได้มีการคำนึงถึงความปลอดภัยของคนที่นั่งรถมาด้วยกันเลย ผู้ใช้รถคันอื่น ๆ รวมทั้งคนเดินถนนกันเลยทีเดียว คุณเองไม่ควรอ้างว่าคุณใช้สมอลล์ทอร์ค ในขณะขับรถ ยังไงก็ทำให้เสียสมาธิได้เช่นกัน เมื่อคุณเผลอนิดเดียวก็เกิดอุบัติเหตุได้

3.พวกที่ชอบถือหูฟังคุยโทรศัพท์ไปด้วย สำหรับพฤติกรรม ของคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือบางคนก็เข้าข่าวที่น่ารำคาญอยู่ เนื่องจากใช้สมอลล์ทอร์ค เพื่อความสะดวกในการคุย แต่มันน่าหงุดหงิดตรงที่ คุณเองนำมาใช้ฟัง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องถือโทรศัพท์ ให้มื่อยมือนั่นเอง

4.ชอบโอ้อวดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ตัวเองใช้ ซึ่งจะมีคนอีกประเภทหนึ่ง ที่สามาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมา เมื่อไหร่ ก็ต้องรีบซื้อกันเลย เพื่อมาถืออวดคนอื่น ๆ ว่าตัวเองมีมือถือสุดเจ๋ง แบบคุณภาพ แบบที่ไม่ค่อยมีคนใช้กันเลย บางทีเราก็เข้าใจคนประเภทนี้ว่า จะโชว์พาวไปทำไม มันไม่ได้ทำให้ตัวเองดูน่าสนใจเลยสักนิด แถมยังดูน่ารำคาญอีกด้วย

ดังนั้น พฤติกรรมในการใช้โทรศัพท์แบบนี้ อาจจะทำให้คุณเกิดอันตรายได้เช่นกัน หากคุณไม่อยากให้เกิดอันตราย ก็ควรหลีกเลียงพฤติกรรมเหล่านี้กันเลยดีกว่าค่ะ

วิธีการประหยัดแบตสำหรับไอโฟนที่เห็นผล

วิธีการประหยัดแบตสำหรับไอโฟนที่เห็นผล

ขอบคุณภาพประกอบจาก

https://kantawongnattaphol.wordpress.com/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-3/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B9%88/

 

สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ไอโฟนปัญหาหนึ่งที่หลายคนมักต้องพบเจอเป็นประจำไม่ว่าคุณนั้นจะใช้โทรศัพท์รุ่นใดก็ตามแม้กระทั่งรุ่นล่าสุดอย่าง IPHONE 6S ก็ยังคงต้องพบเจอกับปัญหานี้เช่นเดียวกัน นั่นคือ ปัญหาแบตหมดไวนั่นเอง วันนี้เราจึงมี 2 ทริคดีๆ เพื่อการประหยัดแบตสำหรับไอโฟนมาฝากพี่ๆ ทุกคนกันด้วย…ไปดูพร้อมกันเลย

  1. ทำการเคลียร์แรมไอโฟน วิธีการมีดังนี้

– ให้คุณกดที่ปุ่ม POWER ค้างไว้เป็นเวลา 3 วินาทีจนกว่าจะขึ้นปุ่มที่ใช้ในการปิดเครื่อง (SLIDE TO POWER OFF)

– เมื่อขึ้นปุ่มที่ใช้ในการปิดเครื่อง (SLIDE TO POWER OFF) เรียบร้อยแล้วให้คุณทำการปล่อยมือออกจากปุ่ม POWER โดยที่คุณยังคงปล่อยค้างหน้าจอดังกล่าวไว้

– จากนั้นให้คุณการกดปุ่ม HOME ค้างไว้เป็นเวลา 5 วินาที

– จากนั้นให้คุณรอจนกระทั่งหน้าจอเกิดการเด้งกลับไปที่ส่วนหน้าจอ HOME เพียงเท่านี้ถือเป็นอันเสร็จสิ้นการเคลียร์แรม

  1. ทำการเคลียร์ CACHE ของไอโฟน

จริงๆ แล้วทุกครั้งที่คุณทำการเล่นแอพลิเคชันใดก็ตามตัวเครื่องย่อมต้องมีการเก็บพวก CACHE เอาไว้เสมอ (ยิ่งแอพลิเคชันใดยิ่งเล่นมากนั่นจะยิ่งมีการเก็บ CACHE มากขึ้นเท่านั้น) ซึ่งนั่นจะเป็นสิ่งที่ยิ่งทำให้ไอโฟนของคุณเกิดการทำงานที่ล่าช้ามากขึ้น วิธีการเคลียร์พวก CACHE นั้นทำง่ายๆ ด้วยการ

– ให้คุณทำการเปิดแอพลิเคชันที่คุณต้องการ

– จากนั้นคุณทำการแท็ปที่บริเวณไอคอนที่อยู่ทางด้านล่างของหน้าจอ กดไปจำนวนทั้งสิ้น 10 ครั้ง

– เมื่อคุณกดครบ 10ครั้งแล้วหน้าจอไอโฟนของคุณก็จะเปลี่ยนเป็นหน้าจอที่มีลักษณะสีขาวเป็นระยะเวลาหนึ่ง รอสักครู่หน้าจอของคุณก็จะกลับมาเป็นหน้าจอดังเดิมเพียงเท่านี้ก็เป็นการเคลีย CACHE เรียบร้อย

 

 

 

 

ไอทีและเทคโนโลยีที่น่าจับตามมองในปี

ไอทีและเทคโนโลยีที่น่าจับตามมองในปี

ไอทีและเทคโนโลยีที่น่าจับตามมองในปี17 ที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางไอทีและเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจที่นำมาต่อยอดพัฒนาธุรกิจได้ในอนาคต ดังนี้

  1. Food Structure Design เป็นไอทีและเทคโนโลยีที่จะมาช่วยเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้างอาหารเพื่อให้อาหารที่ดีมีความน่ารับประทานมากขึ้น มีเนื้อสัมผัสดีและช่วยให้กลิ่น รสชาติ สารอาหารได้ครบถ้วน โดยอาศัยความรู้เรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ถือเป็นงานวิจัยที่มาแรง
  2. Micro Supercapacitor เป็นไอทีและเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เช่นพัฒนาให้เสื้อผ้าสามารถใช้ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือได้ โดยมีโครงสร้างง่ายๆที่ประกอบด้วยไฟฟ้า 2 ขั้ว และสารอิเล็กโทรไลต์เมื่อชาร์ทไฟฟ้าประจุบวก ลบ จะวิ่งไปยังขั้วตรงข้ามเมื่อคาบประจุก็จะวิ่งกลับมาที่สารอิเล็กโทรๆไลต์เหมือนเดิม ซึ่งจะต่างจากแบตเตอรี่ในปัจจุบัน
  3. Programmable Materials ซึ่งในอนาคตใกล้อาจจะมียานพาหนะที่ออกแบบเรื่องรูปร่าง ปัจจุบันมีวัสดุที่เปลี่ยนแปลงสภาพบางอย่างได้เมื่อถูกกระตุ้นเช่น แก้วน้ำที่เติมน้ำร้อนจะมีภาพปรากฏให้เห็น หลอดไฟที่มีสัญญาณเรียกเข้ามายังมือถือก็จะสว่างขึ้น  ปัจจุบันมีความพยายามที่จะออกแบบยานยนต์หรืออากาศยานด้วยวัสดุโปรแกรมได้  เช่นกรณีของคาร์บอนไฟเบอร์โปรแกรมคาร์บอนเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง เหนียว น้ำหนักเบา และใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม
  4. Image & VDO Content Analytics ปัจจุบันกล้องดิจิทัล สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพได้ ระบบคลาวด์ที่มีพื้นที่เก็บข้อมูลเหลือเฟือ การเจริญเติบโตของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้คนทุกมุมโลกเชื่อมต่อ จึงมีความสำคัญในการจัดข้อมูลขนาดใหญ่ ในโครงการสำคัญๆของชาติ
  5. ได้นำมาใช้วิเคราะห์ภาพ และวิดีโอในทางอุตสาหกรรมบ้างแล้วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมอาทิเช่น หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมดิจิทัล รวมถึงร้านสะดวกซื้อ งานรักษาความปลอดภัย

ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าการพัฒนาเทคโนโลยีจะช่วยให้การดำเนินชีวิตได้สะดวกมากขึ้นและการดำเนินธุรกิจที่ทันสมัยมากขึ้น และบ่งอย่างก็สามารถนำมาใช้ได้จริง สำหรับคนทั่วไปอาจจะมองเป็นเรื่องที่ใช้เพียงแค่ติดต่อสื่อสารเท่านั้น แต่ความเป็นจริงมันมีประโยชน์มากกว่าที่คุณเห็นและคิดหลายเท่าตัว

ไอทีและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุ

ไอทีและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุ

เมื่อความกังวลของลูกหลานที่ต้องให้พ่อแม่สูงอายุอยู่ที่บ้านตามลำพัง ในขณะที่ตนเองต้องออกไปทำงาน ส่วนใหญ่มักจะมองหาตัวช่วยในเรื่องของไอทีและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นช่วยดูและลดปัญหาความกังวลใจเหล่านี้ลง คือ

  1. ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินกับพ่อแม่ จะทำอย่างไรให้ท่านสามารถติดต่อลูกๆ ได้ สำหรับการเลือกใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนอาจจะดูยุ่งยากไปบ้าง สำหรับผู้ที่สูงอายุจะต้องเป็นโทรศัพท์ที่มีหน้าจอใหญ่ ตัวหนังสือใหญ่ สามารถใช้งานได้ง่าย มีเสียงที่ชัดและดัง ในยามฉุกเฉินสามารถใช้ได้สะดวกเช่นการตั้งฟังก์ชันง่ายๆให้ท่านใช้โทรด่วน จะต้องเป็นเบอร์ลูกที่มาหาได้ทันทีเวลาที่มีปัญหา
  2. พ่อแม่ที่ชอบทำความสะอาด อาจจะกังวลว่าเมื่อท่านชราอาจจะไม่สามารถเก็บกวาดได้ เมื่อห้ามไม่ได้ก็ต้องหาตัวช่วยเช่นเครื่องดูดฝุ่นมาเป็นใช้แทน ซึ่งมีให้เลือกหลายรุ่นแล้วแต่ความต้องการและการใช้งาน
  3. พ่อแม่มักจะลืมกินยา จึงมีไอทีและเทคโนโลยีที่ทันสมัยนำมาช่วยเตือนเมื่อถึงเวลาทานยา โดยปัจจุบันนิยมใช้กันมากขึ้นจะมีเสียงเตือนก็จะทราบได้ทันทีว่าถึงเวลาต้องทานอาหาร หรือมีบางผลงานที่จะมียาออกมาให้ด้วยซึ่งจะสะดวกอย่างมากสำหรับผู้สูงอายุที่ขี้หลงขี้ลืม
  4. สำหรับผู้ที่หลงลืมเมื่อเวลาเข้าครัว แน่นอนว่าเมื่อเริ่มมีอายุที่สูงขึ้นการหลงลืมเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกันกับการอุ่นอาหารแล้วลืมเปิดไฟทิ้งไว้ก็อาจจะทำให้ไฟไหม้ได้แต่ด้วยความทันสมัยของไอทีและเทคโนโลยีที่มีระบบอัจฉริยะที่ช่วยตัดไฟเครื่องครัวระบบจะทำการตัดไปอัตโนมัติเมื่อมีความร้อนที่สูงกว่าที่กำหนดไว้
  5. ไม่ได้ยินเสียกริ่ง จะแก้ปัญหาเรื่องของการได้ยิน เมื่อมีแขกมาเยี่ยมบ้านแล้วกดกริ่งคุณอาจจะไม่ได้ยิน การติดตั้งระบบด้วยความทันสมัยก็จะเปลี่ยนเป็นไฟติดหรือไฟกระพริบเป็นการเตือนก็จะสามารถทราบได้ทันทีว่ามีแขกมาเยือน

จากการพัฒนาไอทีและเทคโนโลยีให้ทันสมัย สามารถช่วยแก้ปัญหาและทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของคุณนั้นสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ไอทีและเทคโนโลยีกับผู้สูงวัยก็ใช้ได้

ไอทีและเทคโนโลยีกับผู้สูงวัยก็ใช้ได้

ยุคปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางไอทีและเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิต ซึ่งเมื่อสมัยก่อนผู้สูงอายุจะไม่ค่อยให้ความสำคัญและไม่ค่อยมีความรู้เท่าไรนัก แต่ความเป็นผู้สูงวัยก็สามารถใช้งานได้ดีเช่นกันและก็มรประโยชน์ ดังนี้

  1. ช่วยเปิดโลกกว้างให้กับผู้สูงอายุ ด้วยความเจริญของไอทีและเทคโนโลยีที่วัยรุ่นนิยมใช้กันอย่าง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ ผู้สูงวัยก็สามารถช่วยให้คลายเหงาและเป็นแหล่งข้อมูลที่กว้าง รับรู้ข่าวสารหาข้อมูลได้ทันที ทำให้ไม่ต้องตกข่าว รู้ความเคลื่อนไหวของสังคม จะสะดวกมากกว่าอ่านหนังสือที่มีตัวหนังสือขนาดเล็ก
  2. ช่วยสร้างความเพลิดเพลิน ไอทีและเทคโนโลยีจะช่วยย่อโลกใบใหญ่ให้คุณสามารถท่องได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส อยากหาข้อมูลอะไรก็ทำได้ง่ายๆ เช่นการดูหนัง ฟังเพลง การค้นหาเรื่องราวที่ตนเองสนใจ หรือจะอ่านข่าวสาร นิยาย  เล่นเกมลับสมองหรือค้นหาสาระความรู้ต่างๆได้อย่างไม่ยาก ก็จะทำให้เป็นคนแก่ที่มีคุณภาพ รวมถึงการช่วยกระตุ้นให้มีความตื่นตัว รู้สึกตื่นเต้นและเบิกบานมีความสุขจิตใจดีขึ้น
  3. ช่วยฝึกพัฒนาสมอง การเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี จะช่วยในเรื่องของการฝึกความจำ ช่วยพัฒนาสมอง ป้องกันโรคเสื่อมได้เป็นอย่างดี เพราะการฝึกใช้สมองเป็นอีกหนึ่งที่ดี และปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ดีอีกด้วย ทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ล้าหลังมีความทันสมัยและสามารถพูดคุยกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างดี
  4. ช่วยให้ครอบครัวใกล้ชิดกัน การย่อโลกให้เล็กลงด้วยไอทีและเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะทำให้สามารถพูดคุยกันได้ข้ามโลกโดยไม่ต้องเดินทางไปหาเพียงแค่กดโทร เพซไทม์ สไกด์ ก็จะเห็นหน้าได้แล้ว สามารถคุยกันได้ตลอด ช่วยให้ครอบครัวใกล้ชิดกันและมีความอบอุ่นกันมากขึ้น

การใช้เทคโนโลยีกับผู้สูงวัยยังมีกิจกรรมให้ทำเพิ่มมากมายเพื่อช่วยสร้างความเพลิดเพลิน และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทำให้ลดช่องว่างภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี  ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะมีความทันสมัยอย่างมากแต่คุณจะต้องไม่ลืมแวะเวียนกันมาเยี่ยมท่านด้วยตัวเองบ้างจะดีที่สุด