081 931 8761 9622104@gmail.com
วิธีการสร้างวินัยให้กับลูก

วิธีการสร้างวินัยให้กับลูก

การสร้างวินัยให้กับลูก เป็นเรื่องไม่ง่าย เชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถคุณเมื่ออาชีพแน่นอน คุณพ่อคุณแม่จะสามารถสร้างวินัยให้กับลูกได้ทุก ๆ วัน และในทุก ๆ วัย โดยทำการปลูกฝังผ่านทางกิจวัตรประจำวันของลูกและกิจกรรมที่ได้มีการทำร่วมกันในครอบครัว ตั้งแต่ยังเด็ก ๆ กันเลย ถ้าอย่างนั้นมาติดตามกับการสร้างวินัยให้กับลูก ในช่วงวัยต่าง ๆ

1.วัยขวบปีแรก พ่อแม่จะสามารถสร้างวินัยลูกได้ผ่านการกินเป็นเวลา และนอนเป็นเวลาจากการศึกษาพฤติกรรมเด็กได้มีการพบว่า เด็กหลังอายุ 4 เดือนไปแล้วประมาณร้อยละ 60 ไม่ตื่นมากินนมมื้อดึกแล้ว และเด็กมีร้อยละ 90 ไม่ตื่นมากินนมมื้อดึกหลังอายุ 6 เดือนไปแล้ว การกินการนอนก็ถือได้ว่าเป็นวินัยเริ่มต้นขึ้น

2.วัยเตาะแตะ 1-3 ขวบ เมื่อได้โตขึ้นมาหน่อยพ่อแม่ก็จะเริ่มฝีกวินัยรอบ ๆ ตัวแบบง่าย ๆ ด้วยการต่อยอดจากเรื่องกินเรื่องนอนได้แก่ การเล่นของเล่นแล้ว การเก็บเข้าทีเดิม และการปฏิบัติตามบรรทัดฐานของที่บ้าน

3.วัยอนุบาลประมาณ 3-5 ขวบ เริ่มมีการพูดคุยเรื่องมากขึ้น นอกจากวินัยในบ้านกันแล้ว ลูกควรได้ต่อยอวินัยที่เกียวกับระเบียบนอกบ้าน มากยิ่งขึ้น เช่นระเบียบของโรงเรียน ความรับผิดชอบในเรื่องส่วนตัว การฝึกวินัยช่วงอายุนี้คุณครู้เป็นผู้นำในการปลูกฝัง พ่อแม่จะต้องคอยกระตุ้นกันด้วย เพื่อให้ลูกจะได้จดจำและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

4.วัยเรียน หลัง 6 ปีไปแล้ว พ่อแม่ควรส่งเสริมวินัยที่มีความเกี่ยวกับกฎระเบียบทางสังคมที่ดูโตขึ้น เช่นไม่ทิ้งขยะบถนนไม่บ้วนน้ำลายตาสถานสาธารณะ

5.วัยรุ่น 13 ปีขึ้นไป หากลูกได้รับการฝึกฝนตัวเองมาอย่างดี ตั้งแต่แรกแล้ว ลูกของคุณจะสามารถต่อยอดระเบียวินัยต่าง ๆ ได้อย่างดี ไกล้เคียงผู้ใหญ่มากขึ้น โดยวัยนี้พ่อแม่จะต้องหายห่วงได้แล้ว

เพราะฉะนั้นในการสร้างวินัยให้กับลูก เป็นการสร้างไม่ยากเพียงแต่จะต้องปฏิบัติกันอย่างสม่ำเสมอและพ่อแควรจะต้องมีความอดทนรอตามลำดับในช่วงอายุ ไม่ย่อท้อ และลูกของคุณก็จะเป็นเด็กที่มีความเรียบร้อย เป็นระเบียบ และมีวินัยมากยิ่งขึ้น

พัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวออฟฟิศ

พัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวออฟฟิศ

สำหรับสาออฟฟิศซินโดรมเกิดจากากรทีกล้ามเนื้อของเรานั้น มีการเกร็งตัวเป็นเวลานาน จนทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวและไม่ยอมคลายออก ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานตลอดเวลา จนเกิดความเกร็ง นอกจากนี้แล้วยังส่งผลต่อทางด้านอารมณ์ของร่างกาย ที่เกิดความเครียด จนบางรายอาจจะส่งผลทำให้มีอาการนอนไม่หลับ และเกิดความวิตกกังวลก็เป็นได้ นอกจากนี้แล้ว หากทิ้งไว้นาน ๆ บางรายอาจจะส่งผลความรุ่นแรงถึ้งเป็นโรคหมอรองกระดูกเสื่อมกันเลย เมื่อคุณเองมีอาการออกฟิศซินโดรม ส่วนใหญ่แล้วจะต้องมีการดูแลตนเองในทันที และกิดอาการเรื้อรัง ซึ่งหลังจากการเกิดอาการเรื้อรัง การรักษาให้หายขาดนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้น ควรเริ่มที่มีการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาตนเอง หลีกเลี่ยงออกฟฟิศซินโดรมกันดีกว่าค่ะ

1.เริ่มต้นจากโต๊ะคุณ ควรปรับก่อนเลยว่าการวางโต๊ะและทีนั่ง โดยให้พนังพิงของเก้าอี้นั้น มีการอบรับหลังส่วนล่าง ลองสังเกตตัวเองกันดู ว่าขอบของเก้าอี้ต่ำกว่าระดับเข่าหรือไม่ และเมื่อได้มีการนั่งเก้าอีแล้วขาจะต้องมีการทำมุม 90 องศากับพื้น ที่รองแขนก็จะต้องอยู่ในระบบศอกและเมื่อวางแขนแล้ว ก็ต้องอยู่ในท่าที่สบาย ๆ กันอีกด้วย

2.การวางคอมพิวเตอร์ สำหรับตำแหน่งของการวางคอมพิวเตอร์ในการทำงานต้องให้อยู่ในแนวตรงกับหน้าจอบน ที่จะต้องอยู่ในระดับสายตา ความห่างของจอคอมพิวเตอร์กับสายตา ก็จะต้องอยู่ห่างประมาณ ความยาวของแขนคุณนั่นเอง เพื่อจะดะยะที่สบายตาได้มากยิ่งขึ้น

3.ลักษณะนิสัยในการทำงาน คุณรู้หรือไม่ว่างานของคุณมีเดไลน์ แต่เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานและมีการหลีกเลี่ยงออฟฟิศซินโดรมก็ต้องควรพักอย่างน้อย 5 นาที ในการทำงาน 1 ชั่วโมง โดยได้มีการเดินออกไปที่อื่น ๆ บ้าง เปลี่ยนอิริยบถกันบ้าง ควรออกกำลังกายเป็นประจำ หรือทำการยืดเส้นยื่ดสายแบบเบา ๆ

เมื่อคุณเกิดอาการเหล่านี้ ให้หาไอเท็ม HOT HOT ที่มีในตอนี้ อย่างเช่น ครีมบรรเทาอาการปวด เพื่อให้คอและไหล่เบาบางลงได้ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคนี้กันนั่นเอง

วัยรุ่นกับการพัฒนาตนเองเพื่อความสำเร็จในอนาคต

วัยรุ่นกับการพัฒนาตนเองเพื่อความสำเร็จในอนาคต

วัยรุ่นหรือวัยว้าวุ่น เป็นวัยที่มีเรื่องราวต่างๆในชีวิตมากมายเป็นวัยที่มีศักยภาพในการเรียนรู้สิ่งต่างๆอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านสติปัญญา การพัฒนาทางด้านอารมณ์ จึงจำเป็นที่ต้องมีวิธีในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลิศและเป็นวัยรุ่นยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. ตั้งเป้าหมาย เพราะความสำเร็จในชีวิตคือเป้าหมายไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน รวมถึงการใช้เวลาอย่างมีคุณค่าเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการเช่นการตั้งเป้าหมายอยากเป็นนักฟุตบอลจำเป็นต้องขยันฝึกซ้อมอย่างจริงจัง
  2. มีวินัย เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้งานสำเร็จสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆได้ด้วยเวลาอันสั้นซึ่งสามารถกำหนดการเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองและสามารถช่วยควบคุมตนเองได้ดี
  3. สร้างความมั่นใจ เป็นก้าวแรกของความสำเร็จและเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน รวมถึงการใช้ชีวิตในสังคม การเป็นคนกล้าแสดงออดกล้าเผชิญกับเรื่องต่างๆได้อย่างมั่นใจและเสริมให้บุคลิกของคุณให้มีการพัฒนาตนเองไปในทิศทางที่ดี
  4. รับฟังความคิดเห็น และคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่นอย่างมีเหตุผลไม่ควรยึดติดความคิดเห็นของตนเองเป็นใหญ่ เมื่อต้องเจอกับปัญหาควรตั้งสติและหาทางออกอย่างเหมาะสมหรือปรึกษาผู้ใหญ่
  5. มองโลกแง่ดี มีความคิดในเชิงบวกที่ส่งผลให้สุขภาพจิตดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง ซึ่งการมองโลกแง่ดีก็จะทำให้คุณกลายเป็นคิดบวกขึ้นมาได้และเป็นคนที่รู้จักแยกแยะปัญหาหรือสิ่งต่างๆได้ดี
  6. ใช้ชีวิตสมดุล คือการเดินทางสายกลาง ไม่ควรทุ่มเทให้เรื่องใดเรื่องหนึ่งจนมากเกินไป การรู้จักใช้ชีวิตที่สมดุลก็จะช่วยกระตุ้นให้มีความสุขและมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่หักโหมจนเกินวัยตนเอง

การพัฒนาตนเอง ในด้านอารมณ์และจิตใจ EQ ควรทำควบคู่กับพัฒนาด้านสติปัญญา IQ ไม่ควรมุ่งเน้นไปด้านใดด้านหนึ่งมากจนเกินไป ถือเป็นกุญแจที่สำคัญที่นำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและการนำตนไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริงและยั่งยืน  สำคัญช่วงชีวิตวัยรุ่นจะเป็นวัยที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงหากเลือกเดินทางที่ผิดด้วยสิ่งแวดล้อมที่ยั่วยวนให้หลงผิด จำเป็นต้องต้องรู้จักคิดวิเคราะห์ให้เป็นเพื่อสำเร็จในอนาคตของตัวคุณเอง

พัฒนาตนเองหลังจากอกหักที่เห็นผลได้จริง

พัฒนาตนเองหลังจากอกหักที่เห็นผลได้จริง

อกหักดีกว่ารักไม่เป็น เป็นคำพูดที่ใครหลายคนมักจะปลอบเมื่อเวลาเราอกหัก อาการอกหักมักจะมีอาการซึมเศร้า เก็บกด ย้ำคิดจำแต่เรื่องเก่าๆ ที่แย่ๆ รู้สึกโดดเดี่ยว ทำให้ไม่สามารถจะอยู่ต่อไปได้บนโลกใบนี้ แต่นั่นคือความคิดที่ผิด หากคุณสามารถกลับตัวได้เร็วและพัฒนาตนเองให้กลับมาดีขึ้นจนแฟนเก่ารู้สึกอิจฉาและเสียดายที่ทิ้งคุณไปในวันนั้น สามารถทำได้ดังนี้

  1. เปลี่ยน Look ใหม่ของเราให้เจ๋งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเรียน โดยตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต อย่ายึดติดกับเรื่องเดิมๆเพราะอดีตไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปแก้ไขได้ ยิ่งทำตัวตกต่ำก็จะทำให้คนที่ทิ้งคุณไปรู้สึกว่าคิดถูก แต่ถ้าคุณทำให้ดูมีคุณค่าก็จะรู้สึกเสียดายมากกว่า
  2. วางแผนอนาคตเพื่อพัฒนาตนเอง ให้มองเรื่องงานเป็นหลัก เรื่องรักเป็นรอง เพราะหน้าที่การงานเป็นเรื่องที่สำคัญต่อปากท้อง อย่ามัวเสียเวลาต้องมานั่งน้ำตาตกจนเสียงานเสียการเพราะนั่นไม่ใช่ผลดีต่อตัวคุณเอง
  3. เปลี่ยนแปลงตนเองให้ดูดี เช่นการเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว เปลี่ยนทรงผม สีผม เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมๆเช่นลองทำอะไรที่เราไม่เคยทำมาก่อนเพื่อไม่ให้ยึดติดกับภาพเก่าๆ
  4. สุราไม่ได้ช่วยให้หายอกหัก หลายคนที่อกหักมักจะนึกถึงเป็นอย่างแรกเพื่อต้องการให้ลืมเรื่องราวที่แย่ๆ แต่ความเป็นจริงสุราไม่ได้ช่วยให้คุณลืมได้หรือดื่มแล้วจะได้คนรักกลับมา ยิ่งจะทำให้คุณต้องร่างกายทรุดโทรม หรือเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  5. อย่าอยู่เพียงลำพัง เพราะมันจะยิ่งทำให้คุณฟุ้งซ่านมากกว่าบางรายอาจจะทำสิ่งที่คาดไม่ถึงได้เช่น การทำร้ายตัวเอง สำคัญคุณต้องรักตัวเองให้มากไม่ควรทำร้ายตัวเองเด็ดขาด รวมถึงการฟังเพลงรักที่หดหู่

การอกหักไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่การพัฒนาตนเองเพื่อให้กลับมายืนขึ้นได้อีกครั้งนั่นคือปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก ทุกอย่างมีทางแก้ไขขอเพียงคุณต้องใช้สติและกำลังจากคนรอบข้างที่จะช่วยให้คุณผ่านมันมาได้

พัฒนาตนเองสำหรับมนุษย์เงินเดือน

พัฒนาตนเองสำหรับมนุษย์เงินเดือน

  1. อ่านและบันทึก เป็นวิธีพื้นฐานที่สามารถทำตามได้อย่างง่ายๆถึงแม้จะจะไม่ได้เรียนแล้วแต่ก็นำมาประยุกต์ใช้ได้ในยุคปัจจุบันซึ่งไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องจดให้มาก อ่านให้มาก เพียงแค่คุณเห็นไอเดียแนวความคิดแปลกๆก็ขอให้จดเพราะในอนาคตคุณสามารถนำไปปรับปรุงพัฒนาตนเองได้ หากกลัวลืมจดให้สามารถบันทึกไว้ในโทรศัพท์ก็ได้เช่นกัน
  2. เล่นอินเตอร์เนต นอกจากจะมีประโยชน์มากๆสำหรับการหาข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสคุณก็สามารถออกไปท่องโลกกว้างได้อย่างรวดเร็ว เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้คุณสามารถเพิ่มเติมความรู้ได้อย่างง่ายๆ
  3. ถ่ายรูปเก็บไอเดีย เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะช่วยบันทึกความทรงจำและไอเดียเก๋ๆให้กับคุณ เพราะทุกวันนี้โทรศัพท์ของทุกคนจะสามารถถ่ายภาพได้ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากหากนำภาพที่ถ่ายมานั่งดูย้อนหลังบางครั้งคุณอาจได้ไอเดียดีๆนำมาใช้ได้
  4. สนทนาพูดคุย ในการทำงานมีโอกาสพบปะผู้คนมากมายที่สามารถให้ความรู้กับเราได้ ซึ่งความรู้นั้นไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในตำราเท่านั้น เพราะการพูดคุยเป็นการแชร์ประสบการณ์ได้ดี บางครั้งในตำราอาจจะไม่ได้มีการสอนก็เป็นได้
  5. เรียนทางออนไลน์ การเรียนรู้สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันการเรียนการสอนทางออนไลน์มีให้เลือกกว่าที่คิด อยากเรียนอะไร ชอบวิชาอะไร ก็สามารถเลือกได้ซึ่งสะดวกสบายอย่างมากที่สำคัญสามารถเรียนย้อนหลังได้โดยไม่ต้องเดินทางไปเรียน ถือว่าเป็นการเรียนที่ประหยัด สามารถตอบโจทย์ความต้องการของการเรียนได้เป็นอย่างดี
  6. รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้อื่น ไม่ควรปิดกั้นทางความคิด เพราะบางครั้งคุณอาจจะมองข้ามบางเรื่องไป หากมีคนมาช่วยคิดหรือแนะแนวทางก็จะทำให้คุณมีความรู้หรือข้อผิดพลาดในบางเรื่องที่คุณอาจจะมองไม่เห็นได้

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน มนุษย์ออฟฟิตจะยุ่งมากแค่ไหนก็ตามสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณสามารถช่วยให้พัฒนาตนเองได้ ขอให้คุณไม่ยุ่งจนเกินไปจนไม่มีเวลาทำอะไร เพราะการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุดตราบใดที่คุณยังมีชีวิตและไขว่คว้าต้องการเรียนเพิ่มเติมอยู่เสมอ

นิสัยเสียที่ไม่ช่วยในการพัฒนาตนเอง

นิสัยเสียที่ไม่ช่วยในการพัฒนาตนเอง

นิสัยที่ผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตมักจะไม่ทำกันเพราะนิสัยเหล่านี้จะไม่ช่วยในการพัฒนาตนเองให้มีความเจริญหรือประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เช่น

  1. ไม่มีความอดทน ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีความอดทนอดกลั้นค่อนข้างน้อยมาก ซึ่งมักจะมากับคำว่าเดี๋ยวก่อน พอก่อน ไม่ไหวแล้ว จะเห็นได้จากการเปลี่ยนงานตลอดทำที่ไหนไม่นาน แต่ก็มานั่งสงสัยว่าทำไมคนพวกนี้ถึงตำแหน่งขึ้นไวจัง ตอนเราอยู่ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย
  2. ไม่มีความรับผิดชอบ เป็นนิสัยที่ไม่ดีเอาอย่างมาก แต่มันจะแก้ไขไม่หายหากยังเป็นนิสัยนี้อยู่ เพราะนิสัยนี้จะทำให้ความน่าเชื่อถือในตัวคุณดูลดลง เมื่อคุณทำงานโอกาสที่จะได้รับมอบหน้าที่สำคัญๆคงจะไม่มี ที่สำคัญคุณจะเป็นคนที่ไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วย
  3. ไม่ชอบแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เชื่อว่ามีหลายคนที่หยุดพัฒนาตนเองโดยใช้เหตุผลข้ออ้างต่างๆมากมาย เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดว่าต้องเรียนเพียงแค่ในห้องเรียนเท่านั้น เพราะสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับว่าคุณจะให้ความสำคัญกับมันมากน้อยแค่ไหน
  4. ประเมินตัวเองต่ำ ซึ่งจะทำให้ใครหลายคนเป็นคนขี้วิตก เพราะขาดความมั่นใจว่าจะทำได้หรือไม่ อันนี้เราทำไม่ได้แน่ๆสุดท้ายคุณก็จะเป็นคนที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรสักอย่างสุดท้ายก็จะแพ้ภัยตัวเองไปในที่สุด
  5. คบคนที่ไม่เอาถ่าน แน่นอว่าการคบเพื่อนดีก็จะชักจูงกันทำแต่เรื่องที่ดีๆ หากคบเพื่อนที่กินเล่นไปวันๆหรือเป็นสายบันเทิงก็คงจะไร้แก่นสารไปวันๆ ควรเลือกคบเพื่อนประเภทนี้ให้น้อยที่สุด หากต้องการไปปาร์ตี้กับเพื่อนก็สามารถไปได้แต่ต้องกำหนดวันให้ชัดเจนเช่น 1-2 ครั้งต่อเดือน
  6. ยึดติดความคิดตนเอง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะความคิดของตนเองไม่ได้ถูกเสมอไป บางครั้งเราอาจจะมองข้างบางเรื่องที่สำคัญได้

การพัฒนาตนเอง คุณสามารถเริ่มต้นทำได้ตั้งแต่วันนี้เพื่อความสำเร็จในชีวิต หากคุณเริ่มช้าก็อาจจะตามไม่ทันคนอื่นๆก็ได้ อย่ารอเวลาหรือโชคชะตา ต้องลงมือทำเท่านั้นจึงจะสำเร็จ