expenses bank

วิธีทำ บัญชีรายรับ-รายจ่าย

เคยประสบปัญหาหรือไม่ในการประกอบกิจการแล้วไม่รู้ว่ารายรับรายจ่ายที่จะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีถูกต้องหรือป่าว และไม่อยากจัดทำบัญชี ไม่อยากจ้างสำนักงานบัญชี ไม่ชอบวุ้นวายกับเอกสาร

การจัดทำรายงานเงินสดรับ-จ่าย ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 161) กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีเงินได้พึงประเมิน ตาม มาตรา 40(5)-(8) แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร

การทำบัญชีรายรับรายจ่าย ส่วนใหญ่ จะทำเพื่อ 1.รับรู้รายรับของกิจการตัวเอง 2.ยื่นกู้กับสถาบันการเงินต่างๆ

เหมาะสำหรับ

    • ผู้ประกอบที่เป็นบุคคลธรรมดา และไม่ได้เป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ธุรกิจร้านค้า
    • ขายของออนไลน์

หลักๆ สิ่งที่ต้องนำมาบันทึก ในรายรับ-รายจ่าย

    • รายได้ที่ได้รับจากการประกอบกิจการ
    • ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพื่อประโยชน์ของกิจการ

เอกสารรับจ่าย จำเป็นต้องเก็บหรือไม่?

ความจำเป็นในการจัดเก็บ หากสามารถเก็บไว้ได้ ให้เป็นระเบียบควรจัดเก็บไว้ แต่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าต้องจัดเก็บ แต่หากท่านคิดจะจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายแล้ว ควรจัดเก็บไว้ให้เป็นระเบียบ

วิธีทำบัญชี รายรับ-รายจ่าย เพื่อส่งธนาคาร

การจัดทำบัญชีเพื่อส่งธนาคารยืนกู้สินเชื่อต่างๆ สิ่งที่จำเป็นต้องมี (เอกสารที่ใช้ยื่นขอสินเชื่อ)

1.ต้องนำรายรับที่ได้จากการประกอบกิจกาจเข้าบัญชีเพื่อแสดงรายการใน STATEMENT

        • ควรนำเงินสดฝากกับบัญชีธนาคาร 
        • ฝากอย่างสม่ำเสมอ หรือหากเป็นไปได้ ทุก หรือทุกสัปดาห์ เพื่อจะแสดงให้สถาบันการเงินของท่านเห็นว่า ท่านมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ
        • ไม่ควรนำเงินเข้า แล้วถอนออกภายในวันเดียวอย่างต่อเนื่อง เพราะธนาคารจะมองว่าเป็นการผ่านบัญชีเฉยๆ
        • ควรฝากในชื่อของผู้ที่ต้องการกู้ เป็นระยะเวลาหนึ่ง

2.ใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จค่าใช้จ่ายในที่จ่ายเพื่อประโยชน์ของกิจการเมื่อมีการรับเงินหรือ

        • ใบเสร็จรับเงิน
        • บิลซื้อของที่นำมาใช้เป็นต้นทุน
        • บิลส่งของ
        • ใบเสร็จต่างๆ

ประเภทอาชีพที่ทำบัญชี รายรับ รายจ่าย 

ขอแบ่งเป็น 3 ประเภท หลัก

  1. อาชีพค้าขาย ธุรกิจร้านค้า งานบริการ ประเภทต่างๆ
  2. รับจ้าง
  3. เกษตรกร ทำไร ทำนา ทำสวน

ทั้ง 3 ประเภทนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นอาชีพอิสระ ใช้สูตรการทำบัญชีเหมือนกันหมด คือ นำรายได้-ต้นทุน(ค่าใช้จ่าย) = กำไร/ขาทุน แต่!! ข้อมูลที่จะนำมาใช้จะมีข้อแตกต่างกันบ้าง ต้องศึกษาเพิ่มเติมในธุรกิจของท่าน  เมื่อได้ข้อมูลในแต่ละวันให้นำไปใส่ลงในบัญชีรายรับ-รายจ่าย ที่จัดทำขึ้น

ตัวอย่าง รายรับ-รายจ่ายร้านค้า , รายรับ-รายจ่าย ส่งธนาคาร

(นำข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ใส่ลงไป ตารางรายรับ-รายจ่าย)

วิธีทำบัญชี รายรับ รายจ่าย ส่งธนาคาร

นำมาคำนวณ

รายรับ                          26,450  บาท

รายจ่าย                        28,430  บาท

รายรับ – รายจ่าย =       -1,980  บาท

( จะเห็นได้ว่าบัญชีราย-รายจ่ายในเดือนนี้ ขาดทุน นั้นเอง )

รับจ้างทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

การทำบัญชีรายรับ-ร่ายจ่าย โดยปกติทั่วไป หากท่านเป็นผู้ประกอบการคนเดียว ไม่ต้องการจดทะเบียน ไม่ต้องการจัดทำบัญชีเพื่อ นำส่งส่งการเงิน แต่แค่อยากรับรู้ รายได้ ค่าใช้จ่าย ว่าอาชีพที่ทำอยู่ ก่อให้เกิด กำไร หรือขาดทุน

ในกรณีที่ท่านไม่สามารถจัดทำเองได้

    • พอทราบข้อมูลอยู่บ้างแล้ว
    • ไม่มีเวลา ไม่อยากทำเอง
    • อาชีพที่ท่านทำอยู่มีภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาเกี่ยว (เนื่องจากท่านมีรายได้เกินกว่า 1,800,000 บาท)
    • กลัวผิดพลาด เสียเวลาในการยื่นอนุมัติ

สิ่งที่ต้องทราบหากรับงาน หรือ จัดทำ บัญชีรายรับ – รายจ่าย คือ

  1. ต้องจัดทำเป็นภาษาไทย หากจัดทำเป็นภาษาต่างชาติให้มีภาษาไทยกำกับ
  2. ต้องลงรายการรับ-จ่าย ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่มีรายได้หรือรายจ่าย
  3. รายการที่นำมาลงในรายงานเงินสดรับ-จ่าย
    • ต้องมีเอกสารประกอบการลงรายงาน เช่น ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงิน
    • รายจ่ายที่นำมาลงในรายงานรายรับ-รายจ่าย ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบธุรกิจ ต้องไม่เป็นรายจ่ายส่วนตัว
    • สำหรับภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายนั้น สามารถนำมาลงเป็นต้นทุนของสินค้า หรือค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวน เพราะผู้ประกอบการไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • หากมีการขายสินค้า/ให้บริการ ซื้อสินค้า หรือจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นเงินเชื่อ ให้บันทึกรายการนั้นในวันที่ได้รับชำระ หรือจ่ายชำระ โดยอธิบายเพิ่มเติมในช่องหมายเหตุ
    • การลงรายการรายรับและรายจ่ายสามารถลงเป็นยอดรวมของวัน โดยมีเอกสารประกอบรายรับ-รายจ่ายนั้น หรือลงแยกเป็นรายการก็ได้
    • สรุปยอดรายรับ รายจ่ายทุกๆ เดือน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ท่านสามารถจ้างบุคคล หรือ สำนักงานบัญชี  ให้จัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายได้ ไม่ถือว่าผิด

ตัวอย่างบัญชี รายรับ-รายจ่าย ประจำเดือน

การบันทึกรายรับ – รายจ่าย หมายถึง การจดบันทึกรายการข้อมูลด้านการเงินของการปฏิบัติงานทั้งที่เกี่ยวข้องกับรายการที่รับเข้ามาและรายการที่ต้องจ่ายออกไป เพื่อให้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านการเงินตลอดจนผลของการดำเนินงานนั้นไว้ว่าคงเหลือเงินหรือไม่ จำนวนเท่าไรและ เปรียบเทียบผลการดำเนินกิจการว่าได้กำไรหรือขาดทุน ซึ่งการบันทึกรายการรับ – จ่าย เป็นพื้นฐานขั้นต้นของการจัดการด้านการเงินเพื่อใช้ใน การวางแผน การควบคุมการใช้เงินให้เกิดประโยชน์

ตัวอย่าง

วิธีทำบัญชี รายรับ รายจ่าย ส่งธนาคาร

 

การบันทึกบัญชี รายรัย-รายจ่าย ทำเอง

การจดบันทึกรายการข้อมูลด้านการเงินทั้งที่เกี่ยวกับรายการที่รับเข้ามาและรายการที่ต้องจ่ายออกไปในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางด้านการเงิน ตลอดจนผลของการใช้จ่ายไปนั้นว่าคงเหลือเงินหรือไม่ จำนวนเท่าไร

ประโยชน์ของการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

    • ทำให้ทราบฐานะทางการเงินว่าในแต่ละวันเราใช้จ่ายไปเท่าไหร่
    • ใช้ประกอบการวางแผนในการใช้จ่ายเงิน
    • ใช้เป็นข้อมูลรายจ่ายปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อให้เราเหลือเงินมากขึ้น
วิธีทำบัญชี รายรับ รายจ่าย ส่งธนาคาร

Close bank account

 

รายงานการประชุม

ประชุม ปิดบัญชี ธนาคาร
ประชุม ปิดบัญชี ธนาคาร

บริษัท………………………………………………………………………จำกัด

ประชุม ณ สำนักงานบริษัท

ประชุม ณ สำนักงานบริษัท เลขที่…………………………………………………………………………………………………………

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย

  1. ……………………………………………………………….         ประธานที่ประชุม
  2. ………………………………………………………………          กรรมการ
  3. ……………………………………………………………..           กรรมการ

โดย……………………………….ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้เปิดการประชุมตามวาระ ดังนี้

    • วาระที่ 1 ……………………………………………………
    • วาระที่ 2 …………………………………………………… 

ลงชื่อ…………………..

             ……………..

receiving table

การทําบัญชีรายรับ-รายจ่ายการบันทึกรายรับ-รายจ่าย

หมายถึง การจดบันทึกรายการข้อมูลด้านการเงินของการปฏิบัติงานทั้งที่เกี่ยวข้องกับรายการที่รับเข้ามาและรายการที่ต้องจ่ายออกไป เพื่อให้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านการเงินตลอดจนผลของการดำเนินงานนั้นไว้ว่าคงเหลือเงินหรือไม่ จำนวนเท่าไรและ เปรียบเทียบผลการดำเนินกิจการว่าได้กำไรหรือขาดทุน ซึ่งการบันทึก รายการรับจ่าย เป็นพื้นฐานขั้นต้นของการจัดการด้านการเงินเพื่อใช้ใน การวางแผน การควบคุมการใช้เงินให้เกิดประโยชน์

วิธีทำรายรับรายจ่ายประจำเดือน คลิก!!

ตรางรายรับรายจ่าย

download bill

ฟอร์ม บิล เงินสด

บิลเงินสด
download form

เอกสารทางบัญชี

ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม

แบบฟอร์ม เอกสารประกันสังคม


หนังสือสัญญา เอกสารยินยอม


เอกสารกรมสรรพากร

หมวดชื่อเอกสารชื่อภาษาอังกฤษ
ใบ AEจ่ายเงินมัดจำDesposit Paymentดาวน์โหลด
ใบ AIรับเงินมัดจำDeposit Receiveดาวน์โหลด
ใบ BDฝากเงินสดเข้าธนาคารCash Depositดาวน์โหลด
ใบ BQใบนำฝากเช็คCheque Depositดาวน์โหลด
ใบ BQใบขายลดเช็คDiscounting Chequeดาวน์โหลด
ใบ BRใบรับวางบิลA/R Bill Collection Listดาวน์โหลด
ใบ BSใบวางบิลA/P Bill Collection Listดาวน์โหลด
ใบ BTโอนเงินระหว่างธนาคารBank Transferดาวน์โหลด
ใบ BUรับดอกเบี้ยธนาคารInterest Incomeดาวน์โหลด
ใบ BVจ่ายค่าดอกเบี้ยInterest Expensesดาวน์โหลด
ใบ BVจ่ายค่าธรรมเนียมBank Chargesดาวน์โหลด
ใบ BWถอนเงินสดจากธนาคารCash Withdrawalดาวน์โหลด
ใบ CAเพิ่ม/ลดต้นทุนสินค้าCost Adjustmentดาวน์โหลด
ใบ CAปรับค่าขนส่งสินค้าFreight Adjustmentดาวน์โหลด
ใบ CAปรับปรุงค่าประกันภัยInsurance Adjustmentดาวน์โหลด
ใบ CNใบลดหนี้/รับคืนSales Returns and Allowancesดาวน์โหลด
ใบ CPใบเพิ่มหนี้(ของเจ้าหนี้)A/P Credit Noteดาวน์โหลด
ใบ DNใบลดหนี้/ส่งคืนPurchase Returns and Allowancesดาวน์โหลด
ใบ DPจ่ายคชจ.จากเงินทดรองจ่ายย่อยDisbursement from Petty Cashดาวน์โหลด
ใบ DRใบเพิ่มหนี้(ลูกหนี้)A/R Debit Noteดาวน์โหลด
ใบ HPซื้อเงินสดCash Purchaseดาวน์โหลด
ใบ HSขายเงินสดCash Salesดาวน์โหลด
ใบ IVขายเชื่อCredit Salesดาวน์โหลด
ใบ JUปรับปรุงเพิ่ม/ลดสินค้าQuantity Adjustmentดาวน์โหลด
ใบ JUรับ ส/ค สำเร็จรูปจากการผลิตFinished Goods from Processดาวน์โหลด
ใบ JUปรับปรุงจากการตรวจนับPhysical Count Adjustmentดาวน์โหลด
ใบ OEบันทึกค่าใช้จ่ายอื่นๆOther Expressดาวน์โหลด
ใบ OIบันทึกรายได้อื่นๆOther Incomeดาวน์โหลด
ใบ OUจ่ายสินค้าใช้ภายในInternal Issueดาวน์โหลด
ใบ OUจ่ายวัตถุดิบเพิ่มการผลิตMaterial Issue for Processingดาวน์โหลด
ใบ OUจ่ายสินค้าเป็นตัวอย่างIssue for Sampleดาวน์โหลด
ใบ OUตัดสินค้าชำรุดใบสั่งซื้อDefect Stockดาวน์โหลด
ใบ POใบสั่งซื้อPurchase ordersดาวน์โหลด
ใบ PSจ่ายชำระหนี้Paymentsดาวน์โหลด
ใบ QPถอนเงินสดด้วยเช็คCheque Withdrawalดาวน์โหลด
ใบ QTใบเสนอราคาQuoteดาวน์โหลด
ใบ REรับชำระหนี้Receiptดาวน์โหลด
ใบ RLโอนย้ายระหว่างคลังRelocate Stockดาวน์โหลด
ใบ RRซื้อเงินเชื่อCredit Purchaseดาวน์โหลด
ใบ SOใบสั่งขายSales Ordersดาวน์โหลด
ใบ VRเบิกชดเชยเงินทดรองจ่ายย่อยReimburse Petty Cashดาวน์โหลด
ดาวน์โหลด
สมการบัญชี

สมการบัญชี (Accounting Equation) หมายถึง สมการที่แสดงความสัมพันธ์ของทรัพยากรกิจการ โดยแสดงความสัมพันธ์ 3 ส่วน สินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของ(ทุน) ซึ่งจะต้องสมดุลกันตามสมการบัญชีเสมอ โดยสามารถเขียนรูปแบบสมการบัญชี ดังนี้ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ (ทุน)

เพื่อให้ศึกษาวิชาการบัญชีได้เข้าใจและง่ายขึ้น เราจะมาเริ่มต้นกันที่การรู้จักสมการบัญชี ซึ่งสมการบัญชี คือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ จะเห็นได้ว่าในสมการบัญชีมีคำที่เกี่ยวข้องอยู่ทั้งหมด 3 คำ คือคำว่า สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เราจะมาทำความเข้าใจกับคำทั้งสามคำนี้ก่อน สินทรัพย์ (Assets) หมายถึง ทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าที่วัดได้เป็นตัวเงินที่กิจการเป็นเจ้าของ ซึ่งจะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้ เช่น เงินสด รถยนต์ สัมปทาน เป็นต้น เราสามารถจำแนกสินทรัพย์ออกเป็นประเภทต่าง ๆ 4 ประเภท ดังนี้

สมการบัญชี
  1. สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่เป็นเงินสด หรือสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1 รอบระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจหรือ 1 ปี ได้แก่
    • 1.1 เงินสด (Cash) หมายถึง ธนบัตร และเหรียญกษาปณ์ที่กิจการมีอยู่ในมือ และรวมถึงเช็คที่ถึงกำหนดได้รับเงินแล้วแต่กิจการยังไม่ได้นำไปขึ้นเงินหรือนำฝากธนาคาร ดราฟท์ ธนานัติ แคชเชียร์เช็ค เป็นต้น

      1.2 เงินฝากธนาคาร (Cash in Bank or Deposit) หมายถึง บัญชีเงินฝากธนาคารที่กิจการมีอยู่ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากประจำ

      1.3 เงินลงทุนระยะสั้น (Short-term Investment) หมายถึง การที่กิจการได้นำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนในหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเก็งกำไรในระยะสั้น ๆ แล้วขายคืนภายใน 1 ปี

      1.4 ลูกหนี้การค้า (Account Receivable) หมายถึง จำนวนเงินที่ลูกค้ามีภาระผูกพันที่จะต้องชดใช้ให้กับกิจการในอนาคตข้างหน้าอันเนื่องมาจากธุรกิจการค้า

      1.5 ตั๋วเงินรับ (Notes Receivable) หมายถึง เอกสารหรือสัญญาที่ลูกค้าหรือลูกหนี้ได้ออกให้แก่กิจการเพื่อใช้เป็นเอกสารในการเรียกเก็บเงินภายหลัง เช่น ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน เช็คลงวันที่ล่วงหน้า เป็นต้น

      1.6 สินค้าคงเหลือ (Inventories) หมายถึง สินค้าสำเร็จรูป งานระหว่างผลิต วัตถุดิบ ที่มีไว้เพื่อจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อใช้ในการผลิต แต่ยังไม่ได้จำหน่ายออกไปจากกิจการ ยังคงเหลืออยู่ในกิจการ

      1.7 ลูกหนี้อื่น ๆ (Other Receivables) หมายถึง ลูกหนี้ที่เกิดจากเหตุการณ์อื่นที่ไม่ใช่เกิดจากการดำเนินธุรกิจตามปกติของกิจการ เช่น เกิดจากการกู้ยืม เป็นต้น

      1.8 รายได้ ค้างรับ (Accrued Revenue) หมายถึง รายได้อื่น ๆ ที่ไม่เป็นรายได้จากการดำเนินธุรกิจตามปกติของกิจการที่กิจการควรจะได้รับ แต่ยังไม่ได้รับ เช่น ดอกเบี้ยค้างรับ เป็นต้น

      1.9 ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Expenses) หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่กิจการได้จ่ายเงินไปก่อน โดยที่ยังไม่ได้รับประโยชน์จากเงินที่จ่ายไปนั้น เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยจ่ายล่วงหน้า ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า เป็นต้น

      1.10 วัสดุสิ้นเปลือง (Supplies) หมายถึง วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการที่มีลักษณะที่ใช้แล้วหมดไปภายใน 1 ปี เช่น น้ำมันหล่อลื่น ด้าย ผงซักฟอก เป็นต้น และถ้าหากวัสดุสิ้นเปลืองนั้นใช้ในสำนักงาน ก็จะถูกเรียกว่า วัสดุสำนักงาน (Office Supplies) เช่น ปากกา ดินสอ ลวดเย็บกระดาษ เป็นต้น

  1. เงินลงทุนระยะยาว (Long-term Investment) หมายถึง จำนวนเงินที่กิจการนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนในอนาคตข้างหน้า โดยตั้งใจจะลงทุนเป็นระยะเวลานานเกินกว่า 1 ปี
  2. สินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่มีตัวตนและมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี ที่กิจการมีไว้เพื่อที่จะใช้ผลิตสินค้าหรือบริการเพื่อที่จะก่อให้เกิดรายได้กับกิจการ                                                                                                                        ตัวอย่างของสินทรัพย์ถาวร  ที่ดิน อาคาร รถยนต์ เครื่องจักร เป็นต้น
  3. สินทรัพย์อื่น (Other Assets) หมายถึงสินทรัพย์อื่นที่นอกเหนือจากสินทรัพย์ที่ได้กล่าวมาแล้วทั้ง 3 ประเภท ในทางบัญชีสินทรัพย์อื่นนี้จะหมายถึง สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน เช่น สัมปทาน สิทธิบัตร เป็นต้น ซึ่งสินทรัพย์อื่นนี้จะมีอายุการใช้ประโยชน์เกิน 1 ปี หนี้สิน (Liabilities) หมายถึง จำนวนเงินที่กิจการเป็นหนี้บุคคลหรือกิจการอื่น ซึ่งมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนให้กับบุคคลหรือกิจการเหล่านั้นในอนาคตข้างหน้า

4.สินทรัพย์อื่น (Other Assets) หมายถึงสินทรัพย์อื่นที่นอกเหนือจากสินทรัพย์ที่ได้กล่าวมาแล้วทั้ง 3 ประเภท ในทางบัญชีสินทรัพย์อื่นนี้จะหมายถึง สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน เช่น สัมปทาน สิทธิบัตร เป็นต้น ซึ่งสินทรัพย์อื่นนี้จะมีอายุการใช้ประโยชน์เกิน 1 ปี หนี้สิน (Liabilities) หมายถึง จำนวนเงินที่กิจการเป็นหนี้บุคคลหรือกิจการอื่น ซึ่งมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนให้กับบุคคลหรือกิจการเหล่านั้นในอนาคตข้างหน้า

หนี้สินสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

1.หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) หมายถึง หนี้สินที่กิจการมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ได้แก่

    • 1.1 เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร (Bank Overdraft) หมายถึง เงินที่กิจการเบิกเกินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งธนาคารยอมให้เบิกเกินบัญชีไปก่อนในระยะสั้น ๆ ซึ่งกิจการจะต้องชำระคืนธนาคารในอนาคต                            1.2 เงินกู้ยืมธนาคารระยะสั้น (Short-term Bank Loan) หมายถึง การที่กิจการได้ทำสัญญาตกลงกับธนาคารในการกู้ยืมเงินจำนวนหนึ่ง โดยที่มีกำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี                                                                                            1.3 เจ้าหนี้การค้า (Account Payable) หมายถึงจำนวนเงินที่กิจการมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระให้กับบุคคลหรือกิจการอื่นเป็นค่าสินค้าหรือบริการที่กิจการซื้อมาเป็นเงินเชื่อ                                                                                            1.4 ตั๋วเงินจ่าย (Notes Payable) หมายถึง เอกสารที่กิจการออกให้กับบุคคลหรือกิจการ เพื่อเป็นสัญญาว่าเมื่อครบกำหนดตามเอกสารนั้น กิจการจะจ่ายเงินให้กับผู้ที่ถือเอกสาร ในจำนวนเงินตามเอกสารนั้น                  1.5 รายได้รับล่วงหน้า (Deferred Revenue) หมายถึง รายได้ที่กิจการได้รับเงินมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า ซึ่งจะมีภาระผูกพันที่จะต้องส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าในอนาคตเนื่องจากได้รับเงินมาแล้ว                                                                                                                                                                                          1.6 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses) หมายถึง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ครบกำหนดที่จะต้องจ่ายแล้ว แต่กิจการยังไม่ได้จ่ายเงิน และกิจการยังไม่เคยรับรู้และมีการบันทึกบัญชีมาก่อน จนถึงวันสิ้นงวดบัญชีของกิจการ เช่น ค่าเช่าค้างจ่าย ค่าสาธารณูปโภคค้างจ่าย เป็นต้น                                                                                                             1.7 เจ้าหนี้อื่น (Other Payable) หมายถึง ภาระผู้พันที่กิจการจะต้องชำระหนี้ให้กับบุคคลหรือกิจการอื่น ที่ไม่ใช่เจ้าหนี้การค้า เช่น เจ้าหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมระยะสั้นที่ไม่ใช่ธนาคาร เป็นต้น

2.หนี้สินระยะยาว (Long-term Liabilities) หมายถึง ภาระผูกพันที่กิจการจะต้องชำระคืนบุคคลหรือกิจการอื่น ที่มีระยะเวลาการชำระคืนเกิน 1 ปี แต่ถ้าหากหนี้สินระยะยาวใดที่จะถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปีข้างหน้า หนี้สินระยะยาวจำนวนนั้น จะถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น กิจการกู้เงินกู้ระยะยาวจากธนาคารจำนวน 1,000,000 บาท มีกำหนดชำระคืนเงินต้น 10 ปี ปีละ 100,000 บาท เริ่มชำระคืนเงินต้นปีหน้านี้เป็นปีแรก ดังนั้น เงินจำนวน 100,000 บาท ที่จะต้องชำระคืนในปีหน้า จะถือว่าเป็นหนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินระยะยาวจะเป็นจำนวนเงินเพียงแค่ 900,000 บาท หนี้สินระยะยาวแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

    • 2.1 หุ้นกู้ (Bonds Payable) หมายถึง การที่กิจการกู้เงินจากบุคคลภายนอก โดยออกหุ้นกู้ไว้ให้เป็นหลักฐาน ซึ่งกิจการจะจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นกู้ในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งหุ้นกู้นี้มักจะมีกำหนดการไถ่ถอนมากกว่า 1 ปีและเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนแล้ว กิจการก็จะต้องนำเงินไปชำระคืนให้กับผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งเราเรียกว่าการไถ่ถอนหุ้นกู้นั้นเอง                                                                                                                                                                                                               2.2 เงินกู้ระยะยาว โดยมีการจำนอง หรือเงินกู้จำนอง (Mortgage Loan) หมายถึง การที่กิจการได้ทำการกู้ยืมเงินจากบุคคลหรือกิจการหรือสถาบันการเงิน โดยการนำสินทรัพย์ถาวรของกิจการไปจำนองกับผู้ให้กู้ไว้เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ และเงินกู้นั้นมีกำหนดชำระคืนเงินต้นเกิน 1 ปีขึ้นไป                                                                              2.3 เงินกู้ระยะยาวโดยไม่มีการจำนอง หรือเงินกู้ระยะยาว (Long-term Loan) หมายถึง การที่กิจการได้ทำการกู้ยืมเงินกู้ระยะยาวจากบุคคลหรือกิจการหรือสถาบันการเงิน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ไปค้ำประกัน และเงินกู้นั้นมีกำหนดชำระคืนเงินต้นเกิน 1 ปีขึ้นไป ส่วนของเจ้าของ (Owner’s Equity) หรือบางทีอาจจะเรียกว่า ทุน (Proprietorship) หมายถึง มูลค่าของสินทรัพย์ทีเจ้าของกิจการเป็นเจ้าของโดยปราศจากการมีหนี้สินทึ่จะต้องชำระคืนในอนาคต ส่วนของเจ้าของของกิจการที่ดำเนินงานแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกัน ดังนี้

2.3.1 กิจการเจ้าของคนเดียว (Individual Proprietorship) สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว  ส่วนของเจ้าของคือสินทรัพย์ที่เจ้าของกิจการนำมาลงทุนในกิจการเป็นครั้งแรก ซึ่งจะเรียกว่า ทุนทุนจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากผลการดำเนินงานของกิจการที่มีกำไร หรือจากการที่เจ้าของกิจการนำสินทรัพย์มาลงทุนเพิ่มเติม และทุนจะมีจำนวนลดลงจากผลการดำเนินงานของกิจการที่ขาดทุน หรือจากการที่เจ้าของกิจการได้ถอนทุนคืนไป

2.3.2 กิจการห้างหุ้นส่วน (Partnership) สำหรับกิจการห้างหุ้นส่วน ส่วนของเจ้าของจะเรียกว่า ส่วนของผู้ถือหุ้นซึ่งจะประกอบไปด้วยทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคน และทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้รับส่วนแบ่งกำไร หรือมีการลงทุนเพิ่ม และทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนจะลดลงเมื่อได้รับส่วนแบ่งการขาดทุน หรือเมื่อมีการถอนทุนคืน

2.3.3 กิจการบริษัทจำกัด (Limited Company) สำหรับกิจการบริษัทจำกัด ส่วนของเจ้าของจะเรียกว่า ส่วนของผู้ถือหุ้นซึ่งจะประกอบไปด้วย ทุนเรือนหุ้นไม่ว่าจะเป็นหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ ซึ่งคือจำนวนเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายหุ้นในราคาที่สูงกว่ามูลค่าที่ตราไว้ และกำไรสะสมหรือขาดทุนสะสม ซึ่งหมายถึงผลการดำเนินงานที่สะสมมาในแต่ละปีตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ

จากสมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

ทำให้เราเข้าใจได้ว่าสินทรัพย์ซึ่งเป็นของกิจการนั้นประกอบไปด้วยแหล่งที่มา 2 แหล่ง ก็คือมาจากการกู้ยืมหรือเป็นหนี้บุคคลหรือกิจการอื่นซึ่งมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนในอนาคต (หนี้สิน) และอีกแหล่งคือเป็นของกิจการเองโดยไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนในอนาคต (ส่วนของเจ้าของ)

vertify

ภงด 3

ภ.ง.ด.3 คือ

ภ.ง.ด. 3 แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร สำ หรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส และมาตรา 50 (3) (4) (5) กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) (7) (8) และเสียภาษีตามมาตรา 48 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร

สรุป ให้เข้าใจง่ายๆ หลักๆ จะเป็นเงินที่หักจาก ค่าเช่า ค่าอาชีพอสระ ค่าจ้าง ค่าแรง เงินรางวัล ค่าขนส่ง เมื่อหักแล้วต้องนำส่งให้กรมสรรพากรในเดือนถัดไปหลังจ่ายเงินเดือน กำหนดจ่ายชำระก่อนวันที่ 7 ของทุกๆ เดือน แต่จะหัก เฉพาะบุคคลเท่านั้น วิธีการหักคล้ายกับ ภงด 53

ใครบ้าง? ที่เป็นผู้หัก และ ผู้ถูกหัก

  • ผู้มีหน้าที่หัก -บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม คณะบุคคล
  • ผู้ที่ถูกหัก – ลูกจ้าง พนักงาน หรือ บุคคลที่ได้รับเงินจากการจ้างงานเท่าๆ กันทุกเดือน

วิธีคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

  1. หักภาษี ณ ที่จ่ายทุกคราวที่จ่ายเงินได้ ซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่าย
  2. ออกใบรับรองหัก ณ ที่จ่าย ให้กับผู้ถูกหักเพื่อเป็นหลักฐาน (รูปแบบหนังสือรับรองใช้ตามที่กฎหมายกำหนด)
  3. นำส่งภาษีที่ได้หักไว้ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินต่อสำนักงาน สรรพากรพื้นที่สาขาในท้องที่ที่ผู้มีหน้าที่หักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่ายมีสำนักงานตั้งอยู่

ตัวอย่าง การหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ใน ภ.ง.ด.3 นั้น คือ การหักจากจำนวนเงินที่จะต้องจ่าย เช่น ต้องจ่าย 1,000 บาท ก็นำ อัตราที่สรรพากรกำหนด ไปคูณ ยกตัวอย่าง 1% เพราะฉะนั้น 1,000*1% = 10 บาท จ่ายจริงแค่ 990 บาท อีก 10 นำส่งกรมสรรพากร

ภงด 3

อัตราการหัก ในแต่ละประเภทที่ใช้ หลักๆ

ความรับผิดของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

  1. ถ้าผู้จ่ายเงินซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายมิได้หักและนำส่ง หรือได้หักและ นำเงินส่งแล้วแต่ไม่ครบจำนวนที่ถูกต้องผู้จ่ายเงินต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในการ เสียภาษีที่ต้องชำระตามจำนวนเงินภาษีที่มิได้หักและนำส่งหรือตามจำนวนที่ขาดไป แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ผู้จ่ายเงินได้หักภาษีไว้แล้ว ให้ผู้มีเงินได้ซึ่งต้องเสียภาษีพ้นความ รับผิดที่ต้องชำระเงินภาษีเท่าจำนวนที่ผู้จ่ายเงินได้หักไว้และให้ผู้จ่ายเงินรับผิดชำระ ภาษีจำนวนนั้นแต่ฝ่ายเดียว0(มาตรา054 แห่งประมวลรัษฎากร)
  2. ถ้าผู้จ่ายเงินซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่นำเงินภาษีที่ตนมีหน้าที่หัก นำส่งภายในกำหนดเวลาตาม0จะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องนำส่ง ทั้งนี้ให้คำนวณเงินเพิ่มเป็น รายเดือน (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบฯ จนถึงวันยื่นแบบฯ และนำส่งภาษี(มาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร) ถ้าผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ยื่นแบบฯ ภายในกำหนดเวลาตาม 3. เว้นแต่จะแสดงว่าได้มีเหตุสุดวิสัย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร)
  3. ผู้ใดโดยเจตนาไม่ยื่นรายการที่ต้องยื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 37 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร)

เวลาในยื่นแบบ ต้องยื่นภายใน 7 วันของเดือนถัดไป 

ตัวอย่างเช่น บริษัท ก ว่านาย A  และจ่ายเงินให้นาย A เดือน มกราคม พ.ศ.2562 ดังนั้น บริษัท ก มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย นาย A เดือน มกราคม พ.ศ. 2562 และต้องนำเงินที่หักในเดือน มกราคม พ.ศ.2562 นำส่งกรมสรรพากร โดนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ในเดือน กุมภาพันธ์ เป็นต้น  

ตัวอย่างการยื่น ภ.ง.ด.3

บริษัท ปังปอน จำกัด มีรายละจ่ายค่าจ้างเดือน เมษายน ดังนี้

วันที่ 2   จ่ายค่าเช่า         นาย สมพร มุ่งมัน               จำนวน   2,500   บาท

วันที่ 3   จ่ายค่าจ้างทำของ นาง สมศรี บุญมี            จำนวน   1,500   บาท

              จ่ายค่าขนส่ง       นาย มาโน เสริมดวง           จำนวน      850    บาท

ขึ้นตอนที่ 1

เมื่อมีข้อมูลแล้ว นำมาบันทึกลงลงในแนบ ตามรูปแบบของกรมสรรพากร

ขั้นตอนที่ 2

เมื่อกรอกข้อมูลลงในใบแนบแล้ว นำยอดมา กรอกใส่ใบหน้า (แบบ ภ.ง.ด. 3) แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ภ.ง.ด 3 ถือเป็นเครื่องมือการจัดเก็บภาษีอีกประเภทที่รัฐบาลออกแบบเพื่อรับรู้รายได้ของผู้รับจ้าง ว่ารับเงินมาเท่าไร หากผู้รับจ้างแสดงรายได้ไม่ตรงตามจริง สรรพากรสามารถตรวจสอบยืนยันยอดกับผู้ว่าจ้างได้ โดยตรวจสอบแบบ ภ.ง.ด.3 ที่ผู้จ้างนำส่งไว้นั้นเอง (ภาษี หัก ณ ที่่จ่าย)

สำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชี บริษัทที่จดจัดตั้งขึ้นมา เพื่อบริการ ดูแลบัญชีให้แก่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจภายในประเทศไทย

ปัจจุบันในการเปิดสำนักงานบัญชีของเด็กรุ่นใหม่มีมากขึ้น และการเปิดสำนักงานบัญชีก็ไม่ยากนัก หากเรียนจบบัญชีและตรงตามหลักสูตรก็สามารถประกอบกิจการนี้ได้

ในการ “รับทำบัญ” ชีมีหลายรูปแบบมากในปัจจุบัน เนื่องจาก ผู้ประกอบการมีการเข้าถึงนักบัญชีรุ่นใหม่ ที่อาศัยเทคโนโลยี ในโลกปัจจุบัน รับงานลูกค้าอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคิดค่าบริการที่ราคาถูก หรือ การดูแลเอกสารการลงบัญชีให้บางส่วน หากอยากได้บริการอย่างอื่นเพิ่มก็ต้องจ่ายเพิ่ม หรือแม้กระทั้งดูแลให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ ทำให้การเปิดสำนักงานบัญชีอาจไม่จำเป็นสำหรับนักบัญชีรุ่นใหม่ แต่!! หากท่านคิดอยากจะเปิดสำนักงานบัญชี

สิ่งที่สำคัญในการเปิดสำนักงานบัญชี

1.มีความรู้ความสามารถในงานที่รับทำ

          การรับงานในระบบสำนักงานบัญชี ในประเทศไทย ไม่ได้บริการเหมือนกันหมดทั้งประเทศ แต่ละที่จะมีลักษณะการรับงานที่แตกต่างกันไป แต่ระบบงานหลักๆ จะคล้ายคลึงกัน โดย อาศัยมาตรฐานการบัญชี พรบ.การบัญชี และ ระบบภาษีที่เหมือนกัน แต่การดำเนินงาน ก็อาศัยตามที่ถนัด หรือตามที่นโยบายบริษัทกำหนด เช่น บางสำนักงานบัญชี ถนัดงาน รับเหมาก่อส้ราง บางที่ถนัด งานซื้อมา-ขายไป ,ร้านอาหาร หรือ บางแห่งถนัดเช่าอาคารพาณิชย์ ห้องเช่า เป็นต้น

หากผู้ประกอบเลือกสำนักงานบัญที่ถนัดในกิจการของท่าน ก็เป็นผลดีของผู้ประกอบการ เพราะสำนักงานบัญชีจะแนะนำ ให้คำปรึกษา เพื่อลดข้อปิดพลาดในการทำงาน 

2.ความรับผิดชอบ  ตรงต่อเวลา ซื่อสัตย์

          แน่นนอนความรับผิดชอบในงานมักเป็นส่วนประกอบที่ดีของ ทุกสาขาอาชีพ แต่สำนักงานบัญชีจะวัดความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา และ ซื่อสัตย์ของงานได้อย่างไร ?

ในการทำงานทุกมักมีข้อผิดพลาดเสมอ ไม่มากก็น้อย แต่หลังจากผิดพลาดละ? เช่น

    • ไม่ทิ้งงานระหว่างให้บริการลูกค้า
    • แก้ไข้สิ่งผิดพลาดให้ถูกต้องก่อนลูกค้าจะเลิกใช้บริการ
    • ยื่นภาษีให้ตรงตามระยะเวลากำหนด เพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดค่าปรับ
    • นำส่งเงินภาษีที่ได้รับจากลูกค้าให้สรรพากร เป็นต้น

ในการทำงานทุกครั้งจะต้องมีข้อผิดพลาด ไม่มากก็น้อย แต่หลังจากผิดพลาดละ? สำนักงานบัญชีควรรับผิดชอบแก้ไข้ และไม่ทิ้งงานที่ทำของลูกค้าในขนาดเป็นลูกค้ากันอยู่  

3.อิสระในการทำงาน

          ความอิสระในการทำงานเป็นสิ่งที่สำนักงานบัญชีทุกที่ควรมี เนื่องจากการทำงานสายอาชีพนี้ มักเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหลายฉบับ และหากผู้ปะรกอบการกระทำผิด โดยเจตนา หรือ ไม่เจตนา ก็อาจมีการตัดเตือนหรือแนะนำให้ผู้ประกอบการปรับปรุงให้ถูกต้อง แต่ถ้า สำนักงานบัญชีขาดอิสระในการทำงาน แน่นอน!! ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการบันทึกบัญชี หรือดูแลเอกสารของ กิจการที่กระทำความผิด ต้องเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ดังนั้น หากสำนักงานบัญชีไหน ที่มีความอิสระในการทำงาน แสดงให้เห็นว่า สำนักงานบัญชีนั้น ย่อมมีความสามารถในการทำงานให้กับลุกค้าทุกรายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

4.ระยะเวลาที่เปิดกิจการ

         ระยะเวลาที่เปิดกิจการ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจของสำนักงานบัญชี หากท่านคิดจะเปิดสำนักงานบัญชีต้องอดทนเป็นอย่างมาก เพราะใน ช่วงแรกอาจจะติดขัดบ้าง ลูกค้าไม่มีบ้าง ทำผิดบ้าง หาดท่านอดทน และใช้ความพยายามประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นไปได้ จะทำให้ ความน่าเชื่อของ สำนักงานบัญชียิ่งมากขึ้น เมื่ออายุสำนักงานบัญชีมากขึ้น

5.ประสบการณ์ของพนักงานบัญชีในบริษัท

          หากท่านเป็นสำนักงานบัญชีเปิดใหม่ อาจให้ความเชื่อถือแก่ลูกค้าไม่ได้มากนัก แต่ถ้าท่านมีประสบการณ์ในการทำงานมาก ก็ทำให้กลายเป็นจุดแข็งได้อย่างสบาย เพราะการรับงานบัญชีในสำนักงานบัญชีเปิดใหม่ หากท่านผิดพลาดในช่วงปีแรก ความน่าเชื่อถือ หรือโอกาสที่จะได้ดูแลลูกค้ารายนั้น อาจหมดไป จึงต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำงานบัญชีที่มากเพื่อดูแลลุกค้าด้วยตัวเองในช่วงแรกๆ ก่อนจะให้พนักงานรับผิดชอบงานต่อ


เปิดบริการและอำนวยความสะดวก

สำนักงานบัญชี เปิดบริการ รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี จัดตั้งขึ้นจากการเรียกร้องของลูกค้าที่ใช้บริการ รับทำบัญชีกับผู้บริหารมายาวนานและต่อเนื่อง เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของ ผู้ประกอบการที่มีอุปการคุณ และสนับสนุนให้จัดตั้งเป็นสำนักงานบัญชี ทางผู้บริหาร เร่งเห็นถึงความต้องการใช้ที่ผู้ใช้บริการสำนักงานบัญชีอย่าง เต็มรูปแบบ และเรา

รับทำบัญชี มาอย่างต่อเนื่องทำให้เป็นการพัฒนาและความเก้าหน้าของผู้บริหาร และเพื่อ ตอบสนองความต้องการของทุกๆท่าง ผู้บริหารจึงจัดตั้งเป็นสำนักงานบัญชี เต็มรูปแบบ ตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ประกอบการที่ต้องการและดำเนินกิจการ รับทำบัญชี อย่าง ต่อเนื่อง พัฒนาความรู้ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกิจการ ทุกประเภท พร้อมทั้งทีมงานที่มี ประสิทธิภาพ ผ่านการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องรับงานบัญชี และทำบัญชี มาโดยตลอด

สำนักงานบัญชี

พร้อมทั้งทีมงานทางด้านบัญชีคอมพิวเตอร์พัฒนาระบบงานและระบบการ รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชีที่ใช้เฉพาะงานใน สำนักงานบัญชี เพื่อป้องกันการผิดพลาดในการ บันทึกบัญชี โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการตรวจทาน ทำให้สำนักงานบัญชี รับทำบัญชี ได้ถูกต้องและครบถ้วนมากที่สุด

vertify
รับทำบัญชี

รับทำบัญชีราคาถูก 500 บาท

การกำหนดอัตราค่าบริการ ทำบัญชีในปัจจุบัน ยังไม่มีหน่วยงานที่ออกมากำหนด อย่างชัดเจน ทำให้ ทำบัญชีทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ กำหนดค่าทำบัญชีเองตามความสามารถ ซึ่งไม่ผิด เว้นแต่ท่านเป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ที่จำเป็นต้องกำหนดขึ้นมาเองอย่างชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นว่าคิดค่าบริการอย่างไร

สาเหตุการเก็บค่าบริการรับทำบัญชีราคาถูก เช่น

      • ต้องการลูกค้า เป็นอันดับแรก
      • ไม่สามารเรียกราคาเทียบกับสำนักงานบัญชีที่เปิดมานานได้
      • อาจต้องหาประสบการณ์ในการทำงานก่อน
      • ผู้ประกอบการยังไม่ไว้ใจ หากต้องจ่ายค่าบริการแพง
      • เจอผู้ประกอบการที่พอใจในค่าบริการ
      • เป็นลักษณะบุคคล ไม่ใช้สำนักงานบัญชี ไม่ต้องเลี้ยงลูกน้อง

ค่าบริการทำบัญชีราคาถูกไม่ใช้ ไม่ดีเสมอไป บางครั้งท่านอาจเจอ สำนักงานบัญชีหรือบุคคล ที่มีความรับผิดชอบจริงๆ แต่ไม่สามารถสู้กับการตลาดของ สำนักงานบัญชีที่เปิดมานานแล้ว จึงอาจทำให้คิดอัตราค่าบริการให้ถูกกว่าทั่วไป ผู้ประกอบจึงควรเลือก ให้เหมาะสม กับกิจการของท่าน และยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้

รับทำบัญชี ออนไลน์ รับทำบัญชีที่บ้าน

ในปัจจุบันบางครั้งการทำบัญชี ผู้ประกอบการที่ไม่ได้จ้างสำนักงานบัญชี มีการจ้างผู้บัญชีอิสระ ที่เป็นลักษณะบุคคล ที่ขึ้นชื่อผู้ทำได้ อาจมีการรับทำบัญชีที่บ้าน ไม่ได้มีสำนักงานที่ตั้ง อย่างชัดเจน อาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย  เพราะงานบัญชีเป็นงานบริการ ไม่สามารถจับต้องได้ ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือ ของบุคคล หรือ บริษัทนั้นๆ หากต้องการใช้บริการ ควรศึกษา หรือ ลองเช็คประวัติหรือ ดุความเป็นมาของผู้ทำก่อน


การทำบัญชีออนไลน์

อดีต หากพูดถึงการทำบัญชี ออนไลน์ อาจเป็นเรื่องไกลตัว แต่ปัจจุบัน โปรแกรมบัญชี หลายๆ โปรแกรม พัฒนาให้สามารถทำบัญชี ออนไลน์ได้ ทำให้นักบัญชีสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ อีกทั้ง ปัจจุบันมีบริการขนส่งเอกชนมากขึ้นการรับ-ส่งเอกสารเป็นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และ สรรพากร ยังคงพัฒนาการเปิดบิลซื้อ ขาย ใบกำกับภาษี แบบออนไลน์ และพยายามให้ผู้ประกอบการใช้ให้แพร่หลายมากขึ้น ทำให้สิ่งเหล้านี้ อาจเรียกได้ว่า การทำบัญชีแบบออนไลน์ได้อย่างเต็มระบบมากยิ่งขึ้น

” การทำบัญชีในลักษณะเป็นสำนักงานบัญชี ยังจำเป็นที่จะต้องมีที่ตั้งสำนักงานให้ชัดเจน เนื่องจาก ยังมี พ.ร.บ.การบัญชี และกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้มีการจัดเก็บเอกสารทางบัญชีไว้สถานประกอบการ “

ลักษณะการรับงานทำบัญชีในปัจจุบัน หลักๆ

    • รับทำเฉพาะภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษี หัก ณ ที่จ่าย ภาษีต่างๆ) ลักษณะนี้เป็นการรับงานยื่นภาษีให้อย่างเดียว ไม่ได้มีการลงบันทึกบัญชีเพื่อจัดทำงบการเงินให้ผู้ประกอบการในการทำบัญชีลักษณะนี้ต้องจัดทำแบบให้ยื่น ภ.พ.30 เป็นประจำทุกๆเดือน ไม่ว่าผู้ประกอบการจะมียอดซื้อ ขาย หรือไม่
    • รับทำบัญชีแต่ไม่รับยื่นภาษี เป็นการรับงานทำบัญชีที่จัดทำงบเพื่อยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่ไม่รับยื่น ภ.พ.30 เนื่องจาก อาจไม่มีเวลาเป็นประจำทุกๆ เดือน เพื่อนั่งบิลซื้อ-ขายให้ได้ หรือบางครั้งผู้ประกอบการไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • รับทำบัญชีครบวงจร เป็นการจัดทำในลักษณะนำเอกสาร ทั้งหมดของผู้ประกอบการ ทำจัดทำ ทั้งงบการเงิน และดูและ ภาษีทั้งหมด ของกิจการ มีการจัดทำประกันสังคมให้ และพบสรรพากรหากกิจการโดยตรวจสอบ
    • รับยื่นเฉพาะงบการเงิน ในปัจจุบัน การทำบัญชี เน้นการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น บางครั้งผู้ประกอบการ อาจพบเจอปัญหา เมื่อออกงบเสร็จแล้ว พบว่าบริษัทของท่านไม่ได้ยื่นงบการงบในระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าการเงิน เกิดจากผู้ทำบัญชียื่นไม่เป็น หรือไม่ได้ยื่นงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ ทำให้ปัจจุบัน มีการรับยื่นงบการให้นั้นเอง

โดยทั่วไปการรับงานแบบ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่เป็นสำนักงานบัญชี ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของผู้ประกอบการ กับผู้ รับทำบัญชี

ลักษณะการรับทำบัญชี การรับทำบัญชีในปัจจุบัน มีหลากหลายรูปแบบ คนที่เรียนจบบัญชีตามหลักสูตรที่ สภาวิชาชีพกำหนด ครบทุกหลักสูตร ก็สามารถขึ้นชื่อเป็นผู้ทำบัญชีได้และสามารถทำงานสายอาชีพนี้ได้เลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ความน่าเชื่อถือของผู้ทำ กับความพึงพอใจของลูกค้า เป็นหลัก

Credit note

ใบลดหนี้ (Credit Note) คือ ใบที่ผู้ขายออกให้กับผู้ซื้อเพื่อลดหนี้ให้กับผู้ซื้อ เช่น การเกิดเหตุการณ์สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง แต่ผู้ขายได้ออกใบกำกับภาษีให้กับผู้ซื้อเต็มจำนวน ผู้ขายจึงมีหน้าที่ออกใบลดหนี้ให้กับผู้ซื้อตามราคาที่ตกลงกันจากความเสียหายที่เกิดขึ้น

ใบลดหนี้

เคยสงสัยหรือไม่ว่า ใบลดหนี้ ใช้งานตอนไหน ?
ทำไม ต้องมีใบลดหนี้

ใบลดหนี้ใช้อย่างไร?

ใบลดหนี้ หากจะเข้าใจทั่วๆไป ก็คือการลดราคาลงจากเดิมที่ซื้อ ไว้อยู่แล้ว และใจความสำคัญของใบลดหนี้ ส่วนมากจะต้องคำนึงถึง ภาษีที่เกิดขึ้นแล้ว หรือ ยังไม่เกิดขึ้น เพราะมีผลในการคำนวณภาษี หากใบลดหนี้ที่ได้รับมาไม่ถูกต้อง หรือ นำมาใช่โดยไม่จำเป็นก็ไม่สามารถนำมาใช่ได้ เพราะ ใบลดหนี้ ถือเป็นใบกำกับภาษีอย่างหนึ่ง (หากบริษัทนั้นอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ผู้ที่มีสิทธิออกใบลดหนี้ได้

  1. ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (จดVAT)
  2. ขายสินค้า หรือ ให้บริการ โดยมีการออกใบกำภาษีอย่างถูกต้องแล้ว
  3. หลังให้บริการ หรือ ขายสินค้า ผิดพลาด เช่น  (ตาม คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 80/2542)
    • มีการลดราคาสินค้าที่ขายเนื่องจาก
    • สินค้าผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน
    • ชำรุดเสียหาย ขาดจำนวน
    • คำนวณราคาสินค้าผิดพลาด (สูงเกิน)
    • อื่นตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด
    • ชำรุดบกพร่อง ไม่ตรงตามตัวอย่าง

ข้อควรระวัง!! ในออกใบลดหนี้

    • ใบลดหนี้ ควรออกในเดือนภาษีที่มีการซื้อขาย เว้นแต่มีเหตุจำเป็น ให้ออกในเดือนถัดไปได้ (แล้วแต่คำส่งกรมสรรพากร)
    • เมื่อได้จำนวนเงินที่ลดแล้ว นำไปคำนวณภาษีใหม่ ในเดือนภาษีที่เกิดใบลดหนี้
    • บุคคลที่ออก ใบลดหนี้ โดยไม่มีสิทธิ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ภาษีตามจำนวนนั้นๆ

ใบลดหนี้ต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

  1. คำว่า “ใบลดหนี้” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
  2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขที่ประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบลดหนี้ และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบลดหนี้ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2 ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
    (3) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
    (4) วัน เดือน ปี ที่ออกใบลดหนี้
     (5) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิม รวมทั้งหมายเลขลำดับของเล่มถ้ามี มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่แสดงไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว มูลค่าที่ถูกต้องของสินค้าหรือบริการ ผลต่างของจำนวนมูลค่าทั้งสองและจำนวนภาษีที่ใช้คืนสำหรับส่วนต่างนั้น
     (6) คำอธิบายสั้น ๆ ถึงสาเหตุในการออกใบลดหนี้
     (7) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนดให้นำมาตรา 86/4 วรรคสอง มาใช้บังคับ และให้ถือว่าใบลดหนี้ตามมาตรานี้เป็นใบกำกับภาษี

ตัวอย่างการออกใบลดหนี้

การบันทึกบัญชีเมื่อได้รับใบลดหนี้ (บริษัทอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม)

กรณี ซื้อ-ขายเงินสด

วันที่ 1.ม.ค.63 บริษัท A ได้ซื้อสินค้า มูลค่า 10,000 บาท จากบริษัท  B  โดยชำระเป็นเงินสด ให้บริษัท B ในวันที่ 1.ม.ค.63 ทันที

1.ม.ค.63   บริษัท A บันทึกบัญชี

Dr.สินค้า                         10,000.-

      ภาษีซื้อ                            700.-

Cr.เงินสด                               10,700.-

บริษัท B บันทึกบัญชี

Dr.เงินสด                         10,700.-

 Cr.ภาษีขาย                               700.-

       รายได้จากการขาย          10,000.-

ตัวอย่างการเปิดบิลขาย

ต่อมา บริษัท A ได้ของไม่ตรงตามที่ต้องการ สินค้าเกิดชำรุดเสียหายบางส่วน จึงติดต่อบริษัทB บริษัท B ได้ขอสรุปว่าจะออกใบลดหนี้ให้บริษัท A

12.ม.ค.63  บริษัท A บันทึกบัญชี

Dr.เงินสด                            535.-

Cr.ภาษีซื้อ                               35.-

      สินค้า                                500.-

         บริษัท B บันทึกบัญชี

Dr.รายได้จากการขาย      500.-

     ภาษีขาย                              35.-

Cr.เงินสด                                535.-

ตัวอย่างใบลดหนี้ (ออกใบลดหนี้ภายในเดือนภาษีซื้อ-ขาย)

*หมายเหตุ* กรณีออกใบลดหนี้ โดยมีรายการในส่วนที่เป็นสาระสำคัญไม่ครบถ้วนตามข้อ 3 มีความผิดต้องระวางโทษตามมาตรา 90(12) แห่งประมวลรัษฎากร

Cash bill

บิลเงินสด หมายถึง ( Cash bill )

หากจะพูดเรื่องบิลเงินสด สามารถกล่าวถึงได้หลากหลายทาง ไม่ว่าจะทางภาษี ทางบัญชี ค่าใช้จ่าย และแบ่งย่อยหัวข้อให้พูดได้อีกหลายเรื่อง เพราะมีผลกระทบกับหลายส่วนในระบบ ซื้อ-ขาย ภายในประเทศไทย

ส่วนใหญ่กิจการที่จะออกบิลเงินสด

    • จะไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากกิจการไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดของกิจการของตนที่หัวบิลใบเสร็จให้ยุ่งยาก หรือบางรายกิจการอาจทำรายละเอียดของกิจการตนไว้ แต่!! ก็ไม่มีเลขที่ผู้เสียภาษีนิติบุคคลอยู่ในบิลนั้น
Cash bill
Cash bill

บิลเงินสด เป็นเอกสารที่ไม่สามารถระบุรายละเอียดของผู้จ่ายชำระได้ แต่สามารถระบุชื่อผู้รับได้ จึงไม่สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ แต่ก็สามารถนำมาลงเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ (แต่ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการเท่านั้น !! ) ในการลงบันทึกบัญชี หากกิจการต้องการลงบัญชี ก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีเด็ดขาด!!

หากกิจการที่เราดำเนินการอยู่ อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

ไม่ควร!! ซื้อสินค้าจากกิจการที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีซื้อมูลค่าเพิ่ม เพราะผู้ขาย ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบให้กับเราได้ จึงออกเอกสารที่เป็น “บิลเงินสด” ให้กับเรา ทำให้เราเสียเปรียบในระบบการค้าทางด้านภาษี เพราะกิจการเราของเราอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (มีแต่ภาษีขายไม่มีภาษีซื้อ ) แต่หากบางกรณีที่กิจการกำลังดำเนินงานอยู่และเกิดค่าใช้จ่ายบางอย่างที่!! จำเป็นจะต้องซื้อสินค้าจากร้านที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เราก็สามารถนำ โดยออกเอกสาร “ใบรับรองที่กรมสรรพากรกำหนด (ใบสำคัญรับ/จ่าย/ใบแทน)” ใช้แทนใบเสร็จรับเงินไปก่อน โดยในใบนั้นจะต้องลงรายละเอียดผู้ซื้อผู้รับและข้อมูลให้ครบถ้วน ก็สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชี หรือ ทางภาษีได้

Download report

แบบฟอร์มรายงานการประชุมเปิดบัญชีธนาคารต่างๆ

ธนาคารกสิกรไทย


ธนาคารไทยพาณิชย์


ธนาคารกรุงเทพ


ธนาคาร ธ.ก.ส.

เอกสารที่ใช้ประกอบในการยื่นขอเปิดบัญชี ธนาคารต่างๆ


ธนาคารกสิกรไทย

  1. หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท โดยมีรายละเอียดวัตถุที่ประสงค์แนบท้าย อายุไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่ออกเอกสาร
  2. รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (บอจ. 3) หรือ รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม (บอจ. 4) กรณีมีแก้ไขรายการจดทะเบียนตราประทับ ไม่กำหนดอายุเอกสาร
  3. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ไม่กำหนดอายุเอกสาร
  4. หนังสือแจ้งความประสงค์ หรือรายงานการประชุม โดยมีรายละเอียดดังนี้
    • มีความประสงค์ขอเปิดบัญชีกับธนาคารกสิกรไทย
    • ระบุผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย/ถอนเงิน และเงื่อนไขการสั่งจ่าย/ถอนเงิน
      (กรณีไม่ใช่กรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้ตามหนังสือรับรองข้อ 3 ต้องมีหนังสือมอบอำนาจผนึกอากรแสตมป์ 30 บาท)
    • ลงนามรับรองโดยกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้ตามหนังสือรับรองข้อ 3 และประทับตราบริษัท (กรณีหนังสือรับรองระบุให้ลงนามและประทับตรา)ตัวอย่างหนังสือแจ้งความประสงค์และหนังสือมอบอำนาจ

เอกสารของผู้เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ) ของบุคคลดังนี้

  1. กรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้ตามหนังสือรับรองข้อ 3 ทุกท่าน โดยท่านที่เป็นผู้ลงนามเปิดบัญชี ขอให้มาแสดงตนที่สาขาธนาคาร พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนที่มี Chip Card (กรณีไม่มี Chip Card ต้องใช้ร่วมกับสำเนาทะเบียนบ้าน หรือใบอนุญาตขับรถแบบ Smart Card) หรือหนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ)
    ตัวอย่างกรรมการที่ขอให้มาแสดงตนที่สาขาธนาคาร
  2. ผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย/ถอนเงิน ตามหนังสือแจ้งความประสงค์ หรือรายงานการประชุม ขอให้มาแสดงตนที่สาขาธนาคาร พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนที่มี Chip Card (กรณีไม่มี Chip Card ต้องใช้ร่วมกับสำเนาทะเบียนบ้าน หรือใบอนุญาตขับรถแบบ Smart Card) หรือหนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ)
  3. ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป ตามบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  4. กรรมการผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุด

ธนาคารไทยพาณิชย์

  1. บัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท, ผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย
  2. ตราประทับของบริษัท (ถ้าบริษัทมีตราประทับในเงื่อนไขผูกพัน)
  3. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบอำนาจมาทำรายการ)
  4. เอกสาร บอจ.5 (สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น) เฉพาะกรณีจดทะเบียนนิติบุคคลยังไม่ถึง 1 เดือน หรือถือหุ้นโดยต่างชาติ 100%
  5. รายงานการประชุมของบริษัท เฉพาะกรณีนำ “บัญชีส่วนตัวของกรรมการบริษัท” สมัครบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตเพื่อธุรกิจพร้อมกับบัญชีของนิติบุคคล

ธนาคารกรุงเทพ

  1. เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับนิติบุคคล เช่น หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทรับรองฐานะนิติบุคคล รายนามหุ้นส่วนผู้จัดการ และอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งลงวันที่รับรองโดยเจ้าพนักงานไม่เกิน 1 เดือน
  2. เอกสารแสดงตนและเอกสารแสดงถิ่นที่อยู่ของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรแสดงตนอื่นๆ
  3. แบบ บอจ.3 หรือ บอจ.4
  4. หนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นเป็นผู้มีอำนาจในการถอนเงิน
  5. เอกสารแสดงตนและเอกสารแสดงถิ่นที่อยู่ของผู้รับมอบอำนาจถอนเงิน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรแสดงตนอื่นๆ
  6. รายงานการประชุมคณะกรรมการแสดงความประสงค์ขอเปิดบัญชีกับธนาคาร และกำหนดอำนาจและเงื่อนไขในการสั่งจ่ายโดยผู้มีอำนาจลงนามรับรอง พร้อมประทับตรา (ถ้ามี)

ธนาคาร ธ.ก.ส.

  1. เอกสารสำคัญประจำตัวผู้มาติดต่อ
  2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน
  3. สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
  4. หนังสือบริคณห์สินธิ
  5. รายงานการประชุมของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งอนุมัติการทำนิติกรรมกับธนาคารและระบุอำนาจการถอนเงิน
  6. เอกสารแสดงตนของผู้มีอำนาจลงนาม
  7. ตัวอย่างตราประทับของบริษัท

องค์กรธุรกิจ

องค์กรธุรกิจ

ความหมายขององค์กรธุรกิจ องค์กรธุรกิจ หมายถึง องค์กรที่ทำกิจกรรมทางธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มีกิจกรรมการผลิตสินค้าและบริการเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคและเพื่อหวังผลกำไร

รูปแบบขององค์กรธุรกิจ

  1. กิจการเจ้าของคนเดียว
  2. ห้างหุ้นส่วน
  3. บริษัทจำกัด
  4. บริษัทมหาชนจำกัด
  5. สหกรณ์
  6. บริษัทข้ามชาติ
  7. รัฐวิสาหกิจ
  8. กิจการแฟรนไชส์
องค์กรธุรกิจ

1.กิจการเจ้าของคนเดียว

กิจการเจ้าของคนเดียว คือ กิจการที่มีบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของหรือลงทุนคนเดียว ควบคุมการดำเนินเองทั้งหมด เมื่อกิจการประสบผลสำเร็จมีผลกำไรก็จะได้รับผลประโยชน์เพียงคนเดียว ในขณะเดียวกันก็ยอมรับการเสี่ยงภัยจากการขาดทุนเพียงคนเดียวเช่นกัน กิจการประเภทนี้มีอยู่ทั่วประเทศจำนวนมาก ได้รับความนิยมสูงสุดและเป็นธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุด การดำเนินงานไม่สลับซับซ้อน มีความคล่องตัวสูงในการตัดสินใจดำเนินงาน กิจการมีขนาดเล็กกว่าธุรกิจประเภทอื่น ตัวอย่างกิจการประเภทนี้ เช่น หาบเร่แผงลอย ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านเสริมสวย ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า การทำไร่ การทำนา เป็นต้น

ลักษณะของกิจการเจ้าของคนเดียว

  1. มีเจ้าของกิจการเพียงคนเดียว ใช้เงินลงทุนน้อย
  2. เจ้าของกิจการมีความรับผิดชอบในหนี้สินทั้งหมดไม่จำกัดจำนวน เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์สินของเจ้าของได้ ถ้าทรัพย์สินของกิจการไม่เพียงพอชำระหนี้
  3. เจ้าของกิจการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งผลกำไรและผลขาดทุนเพียงคนเดียว
  4. การควบคุมการดำเนินงานโดยเจ้าของกิจการคนเดียว
    ข้อดีและข้อเสียของกิจการเจ้าของคนเดียว

ข้อดี

  1. จัดตั้งง่ายใช้เงินทุนน้อย
  2. มีอิสระในการตัดสินใจดำเนินงานโดยเจ้าของกิจการเพียงคนเดียว ทำให้เกิดความรวดเร็วคล่องตัวในการดำเนินงาน
  3. ผู้ประกอบการได้รับผลกำไรทั้งหมดเพียงคนเดียว
  4. รักษาความลับของกิจการได้ดี เพราะผู้รู้มีเพียงคนเดียว
  5. มีข้อบังคับทางกฎหมายน้อย
  6. การเลิกกิจการทำได้ง่าย

ข้อเสีย

  1. การขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นทำได้ยาก เพราะเงินทุนมีจำกัด และถ้าต้องการกู้ยืมเงินจากภายนอกจะทำได้ยากเพราะขาดหลักประกัน
  2. การตัดสินใจโดยเจ้าของกิจการเพียงคนเดียวอาจมีข้อผิดพลาดได้ง่าย
  3. ถ้ามีผลขาดทุน ผู้ประกอบการรับผลขาดทุน และรับผิดชอบในหนี้สินของกิจการไม่จำกัดจำนวนเพียงคนเดียว
  4. ระยะเวลาดำเนินงานมักไม่ยืนยาว ขึ้นอยู่กับเจ้าของกิจการ ถ้าเจ้าของกิจการป่วยหรือเสียชีวิตอาจหยุดชะงักหรือเลิกกิจการ
  5. ความสามารถในการคิดและบริหารงานมีจำกัด เพราะเกิดจากเจ้าของเพียงคนเดียว

2.ห้างหุ้นส่วน

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 บัญญัติว่า “ห้างหุ้นส่วน คือ สัญญา ซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากัน เพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แก่กิจการที่ทำนั้น” จากบทบัญญัติดังกล่าวสามารถสรุปได้ว่า กิจการห้างหุ้นส่วน คือ กิจการที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันลงทุนและดำเนินกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งผลกำไรที่ได้จากการดำเนินงาน ซึ่งธุรกิจประเภทนี้สืบต่อมาจากธุรกิจเจ้าของคนเดียว เมื่อกิจการดำเนินงานก้าวหน้าขึ้น ต้องการเงินทุนและการจัดการเพิ่มขึ้น จึงต้องหาบุคคลที่ไว้วางใจได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนร่วมดำเนินงาน ทำให้กิจการมีขนาดใหญ่ขึ้นการบริหารงานมีประสิทธิภาพมีสูงกว่าเดิม

ลักษณะของกิจการห้างหุ้นส่วน

  1. มีผู้ร่วมเป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงทำสัญญาร่วมกันดำเนินงาน ซึ่งอาจกระทำด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. มีการร่วมกันลงทุน โดยนำเงินสด ทรัพย์สินหรือแรงงานมาลงทุนตามข้อตกลง
  3. มีการกระทำกิจการอย่างเดียวกันร่วมกัน
  4. มีความประสงค์แบ่งผลกำไรกันตามข้อตกลง

ประเภทกิจการห้างหุ้นส่วน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แบ่งห้างหุ้นส่วนออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ ห้างหุ้นส่วนที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดในหนี้สินทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน ดังนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจึงมีสิทธิดำเนินกิจการในนามห้างหุ้นส่วนได้ ซึ่งห้างหุ้นส่วนสามัญจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้ จึงแบ่งห้างหุ้นส่วนสามัญได้เป็น 2 ประเภท คือ

    • ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล มีสภาพเป็นนิติบุคคล จะต้องใช้คำว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลประกอบหน้าชื่อห้างเสมอ ห้างหุ้นส่วนประเภทนี้จะต้องระบุชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการไว้ชัดเจน ซึ่งจะมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ และหุ้นส่วนผู้จัดการเท่านั้นที่มีสิทธิเข้าจัดการงานของห้างหุ้นส่วน และทำนิติกรรมต่าง ๆ ในนามห้างหุ้นส่วนได้
    • ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน มีฐานะเป็นบุคคลธรรมดา ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญาของห้างหุ้นส่วน กฎหมายให้ถือว่าผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนมีสิทธิเข้าจัดการงานของห้างหุ้นส่วนได้

2. ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างหุ้นส่วนจำกัด คือ ห้างหุ้นส่วนที่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ห้างหุ้นส่วนประเภทนี้ต้องใช้คำว่า “ห้างหุ้นส่วนจำกัด” ประกอบหน้าชื่อของห้างหุ้นส่วนเสมอ ห้างหุ้นส่วนจำกัดประกอบด้วยผู้เป็นหุ้นส่วน 2 ประเภท คือ

    • หุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดชอบ เป็นหุ้นส่วนประเภทที่จำกัดความรับผิดชอบในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงทุนในห้างหุ้นส่วน หุ้นส่วนประเภทนี้ไม่มีสิทธิเข้าจัดการงานของห้างหุ้นส่วน มีสิทธิเพียงออกความเห็น รับเป็นที่ปรึกษาและทุนที่นำมาลงทุนต้องเป็นเงินหรือทรัพย์สินเท่านั้น จะเป็นแรงงานไม่ได้
    • หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดชอบ เป็นหุ้นส่วนประเภทที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน กฎหมายระบุว่าต้องมีหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดชอบอย่างน้อย 1 คน ในห้างหุ้นส่วนจำกัด หุ้นส่วนประเภทนี้มีสิทธิเข้าจัดการงานของห้างหุ้นส่วนและทุนที่นำมาลงทุนเป็นเงิน ทรัพย์สินหรือแรงงานก็ได้

3.บริษัทจำกัด

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1096 บัญญัติว่า “บริษัทจำกัด คือ บริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นเท่า ๆ กัน โดยผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ” จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ การประกอบกิจการในรูปแบบบริษัทจำกัดนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะการประกอบธุรกิจส่วนใหญ่มักต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก การระดมเงินทุนกิจการในรูปแบบนี้จัดทำได้ง่ายและได้จำนวนมาก นอกจากเงินทุนที่ได้จะได้จากเจ้าของกิจการผู้เริ่มก่อตั้งแล้ว ยังมีการระดมเงินทุนจากบุคคลทั่วไปด้วย รวมทั้งการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพโดยผู้บริหารที่มีความสามารถร่วมกันดำเนินกิจการ ส่งผลให้เป็นกิจการที่มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือมากประเภทหนึ่ง

ลักษณะของบริษัทจำกัด

ตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 มาตรา 1096 ได้บัญญัติว่า บริษัทจำกัด คือ บริษัทประเภทที่จัดตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุนเป็นหุ้น มีมูลค่าเท่า ๆ กัน ผู้ถือหุ้นต่างรับผิดชอบจำกัดไม่เกินจำนวนเงินที่ตนส่งใช้ให้ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ

  1. ความเป็นเจ้าของ เนื่องจากลักษณะของบริษัทมีการแบ่งทุนออกเป็นหุ้น ผู้ซื้อหุ้นของบริษัทเรียกว่า “ผู้ถือหุ้น” จะมีฐานะเป็นเจ้าของหุ้นไม่ใช่เจ้าของกิจการแต่มีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทนจากบริษัทคือ “เงินปันผล” ผู้เป็นเจ้าของกิจการก็คือนิติบุคคลที่เป็นบริษัทจำกัดนั่นเอง
  2. การก่อตั้ง บริษัทจำกัดมีขั้นตอนในการก่อตั้งตามกฎหมาย ดังนี้
    • มีบุคคลอย่างน้อย 7 คน มารวมกันจัดตั้ง บุคคลกลุ่มนี้เรียกว่า “คณะผู้ก่อการ”
    • ทำหนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งมีรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับบริษัทที่จัดตั้งขึ้น ได้แก่ ชื่อบริษัท สถานที่ตั้งวัตถุประสงค์ ชื่อผู้ก่อการ อาชีพผู้ก่อการ ชนิดของหุ้นที่ออกจำหน่าย จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้นและนำหนังสือบริคณห์สนธิไปจดทะเบียนที่กรมการค้า กระทรวงพาณิชย์
    • คณะผู้ก่การจะต้องทำหนังสือชี้ชวน เพื่อให้มีผู้สนใจมาซื้อหุ้นของบริษัทและจะต้องดำเนินการให้มีผู้มาจองหุ้นของบริษัทจนครบจำนวนหุ้นที่ขอจดทะเบียน
    • เมื่อมีผู้จองหุ้นจนครบทุกหุ้นแล้ว บริษัทเรียกผู้จองหุ้นทุกคนประชุมจัดตั้งบริษัท โดยในที่ประชุมจะต้องเลือกตั้งกรรมการบริหารบริษัทอย่างน้อย 1 คน และกำหนดอำนาจหน้าที่ของกรรมการในการกระทำการแทนบริษัท และดำเนินการเรียกเก็บค่าหุ้นครั้งแรกอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้น
    • หลังจากเรียกเก็บค่าหุ้นครั้งแรกแล้ว จึงไปขอจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดเพื่อให้มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยนำสำเนาการประชุม หนังสือบริคณห์สนธิระเบียบข้อบังคับไปขอจดทะเบียน
    • ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทจำกัด
    • ต้องมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ภายในราชอาณาจักร
  3. จำนวนเงินทุนที่ต้องใช้ ทุนของบริษัทจำกัดจะได้มาเนื่องจากการนำใบหุ้นออกจำหน่าย กฎหมายระบุว่ามูลค่าหุ้นจะต้องมีมูลค่าหุ้นละเท่า ๆ กัน เงินทุนของบริษัท แบ่งได้ดังนี้
    • ทุนจดทะเบียน (Authorized Capital) คือ จำนวนทุนทั้งสิ้นที่ได้ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ
    • ทุนชำระแล้ว (Paid – up Capital) คือ จำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นได้ชำระค่าหุ้นให้แก่บริษัทตามที่บริษัทได้เรียกร้องให้ชำระแล้วหุ้นของบริษัทจำกัด แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
        • หุ้นสามัญ(Common Stock) คือ หุ้นที่มีผู้ลงจองหุ้นด้วยเงิน เมื่อเริ่มตั้งแต่มีการให้จองหุ้น ผู้ถือหุ้นสามัญมีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมทุกเรื่อง มีสิทธิได้เงินปันผล และได้รับคืนทุนเมื่อบริษัทเลิกดำเนินกิจการ
        • หุ้นบริมสิทธิ(Preferred Stock) คือ หุ้นที่มีสิทธิพิเศษเหนือหุ้นสามัญโดยมีสิทธิได้เงินปันผลและคืนทุนก่อนหุ้นสามัญ แต่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุม
  4. ความรับผิดชอบและการบริหารงาน ในที่ประชุมจัดตั้งบริษัท ที่ประชุมใหญ่จะต้องออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการของบริษัทซึ่งจะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น เป็นผู้มีสิทธิแต่งตั้งและถอดถอนคณะกรรมการได้ โดยแต่งตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ
    • หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ตามกฎหมาย มีดังนี้
        • 1. ดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัท
          2. ควบคุมการชำระเงินค่าห้นของผู้จองหุ้น
          3. จัดทำบัญชีและจัดเก็บรักษาบัญชีและเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด
          4. จ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ย
          5. ปฏิบัติตามมติของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
          6. กรรมการของบริษัทจะทำการค้าแข่งขันกับบริษัทของตนเองไม่ได้
          7. มีอำนาจหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของบริษัท สำหรับผู้ถือหุ้นมีสิทธิเป็นเจ้าของหุ้นตามที่ตกลงซื้อไว้ แต่ไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของสินทรัพย์ของบริษัท
  5.  ผลตอบแทนจากการลงทุน ผลประโยชน์ที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับคือส่วนแบ่งจากกำไร เรียกว่า เงินปันผล หรือผลประโยชน์อื่นใดตามที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ โดยปกติผลกำไรของบริษัทจะไม่นำมาแบ่งเป็นเงินปันผลทั้งหมด ส่วนหนึ่งจะกันสะสมไว้เพื่อบริษัทนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อไว้ขยายโรงงาน เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ เพื่อผลขาดทุนในภายหน้า กำไรส่วนที่กันสะสมไว้นั้นเรียกว่า เงินสำรอง (Reserves)
  6. การควบคุมการบริหารงาน การบริหารงานของบริษัทจะอยู่ในรูปของคณะกรรมการซึ่งจะมีการบริหารงานที่กระจายงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นระบบและมีขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยกฎหมายกำหนดให้จะต้องมีการตรวจสอบบัญชีของบริษัทปีละครั้ง โดยมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองงบดุล และบัญชีกำไรขาดทุน ยื่นต่อนายทะเบียนบริษัท
  7. การประเมินผลการดำเนินงาน บริษัทจะทำการประเมินผลการดำเนินงานโดยดูจากงบการเงิน คือ งบกำไรขาดทุน และงบดุลของบริษัท
  8. การขยายกิจการ บริษัทสามารถขยายกิจการได้ด้วยการขอจดทะเบียนเพิ่มทุนหรือกู้ยืมจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น
  9. การเลิกกิจการ
    • บริษัทจำเป็นต้องเลิกกิจการเนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้ 
        • 1. ถ้าในการจัดตั้งบริษัทระบุเพื่อทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ เมื่อเสร็จสิ้นกิจการนั้นแล้ว บริษัทก็ต้องเลิกกิจการ
          2. ถ้าในการจัดตั้งบริษัทกำหนดระยะเวลาของการดำเนินงานไว้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ระบุ บริษัทก็ต้องเลิกกิจการ
          3. ถ้าในข้อบังคับของบริษัทระบุเหตุที่บริษัทต้องเลิกไว้ เมื่อเกิดเหตุนั้นบริษัทก็ต้องเลิกกิจการ
          4. เมื่อมีมติพิเศษจากผู้ถือหุ้นให้เลิกบริษัท
          5. เมื่อบริษัทจดทะเบียนตั้งบริษัทมาแล้ว 1 ปีเต็ม โดยบริษัทไม่ได้เริ่มดำเนินกิจการ หรือหยุดดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม
          6. เมื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทลดลงจนเหลือไม่ถึง 7 คน
          7. เมื่อบริษัทล้มละลาย

ข้อดีของบริษัทจำกัด

  1. สามารถจัดหาเงินทุนได้จำนวนมากตามที่ต้องการ โดยการออกหุ้นจำหน่ายเพิ่ม หรือจัดหาโดยกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะได้รับความเชื่อถือมากกว่ากิจการประเภทอื่น
  2. การดำเนินกิจการบริษัทไม่จำกัดระยะเวลาตามอายุของผู้ถือหุ้น ดังนั้นระยะเวลาในการดำเนินกิจการจึงยาวกว่าการดำเนินกิจการประเภทอื่น
  3. ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบเฉพาะมูลค่าหุ้นส่วนที่ยังชำระค่าหุ้นไม่ครบเท่านั้น โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินใด ๆ ของบริษัท
  4. การบริหารงานสามารถหาผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์จัดการแทนได้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารงาน
  5. ผู้ถือหุ้นของบริษัทสามารถโอนหรือขายหุ้นให้ผู้ใดก็ได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากบริษัทก่อน

ข้อจำกัดของบริษัทจำกัด

  1. การจัดตั้งบริษัทมีขั้นตอนตามกฎหมายที่ยุ่งยาก
  2. กิจการบริษัทเนื่องจากต้องเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอกทราบจึงไม่อาจรักษาความลับได้
  3. เนื่องจากในการดำเนินการของบริษัทจำกัด มีผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ บริษัทและพนักงาน ดังนั้นในการปฏิบัติงานอาจจะมีบางส่วนที่ขาดความตั้งใจในการทำงานเพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการเอง
  4. การเสียภาษีของกิจการประเภทบริษัทจะเสียภาษีค่อนข้างสูงและซ้ำซ้อนคือบริษัทจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากเจ้าของกิจการ ดังนั้น จะต้องเสียภาษีนิติบุคคลเมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ในฐานะผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาอีกด้วย

4.บริษัทมหาชนจำกัด

ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2511 บริษัทมหาชนจำกัดมีโครงสร้างเหมือนกับบริษัทจำกัด คือ มีผู้ลงทุนเรียกว่า ผู้ถือหุ้น รับผิดชอบจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระมีคณะกรรมการเป็นผู้บริหาร แต่มีลักษณะบางประการที่แตกต่างจากบริษัทจำกัด

ลักษณะของบริษัทมหาชนจำกัด

  1. มีกลุ่มผู้ก่อการเป็นบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป และมีกรรมการตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
  2.  มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป โดยผู้ถือหุ้นคนหนึ่งถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 0.6 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายทั้งหมดรวมกัน และไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด ส่วนหุ้นจำนวนที่เหลือบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะถือไว้ได้รายละไม่เกินร้อยละ10
  3. ต้องมีทุนที่ชำระด้วยตัวเงินไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท โดยมีมูลค่าหุ้นละเท่า ๆ กันและจะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 20 บาท และไม่เกินหุ้นละ 100บาท

5.สหกรณ์

พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 ได้ให้ความหมายของสหกรณ์ไว้ดังนี้ “สหกรณ์ หมายความว่า คณะบุคคล ซึ่งรวมกันดำเนินกิจการเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้” จากความหมายของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ จะเห็นได้ว่า สหกรณ์ คือธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่จัดตั้งและดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลที่มีความประสงค์อย่างเดียวกันร่วมกันจัดตั้งลงทุน ดำเนินการและเป็นเจ้าของร่วมกันด้วยความสมัครใจ ทำหน้าที่ในธุรกิจเพื่อช่วยเหลือสมาชิก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อขจัดปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจและสังคมในหมู่สมาชิก รวมทั้งรักษาและส่งเสริมผลประโยชน์ของสมาชิกให้ดีขึ้น

ลักษณะของกิจการสหกรณ์

  1. เป็นการร่วมทุนของบุคคลตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยไม่จำกัดจำนวน
  2. เป็นการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของบุคคลที่มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยไม่คำนึงถึงสินทรัพย์
  3. ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ เพราะสหกรณ์ดำเนินงานในรูป “โดยสมาชิกเพื่อสมาชิก”
  4. สมาชิกทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการดำเนินงานสหกรณ์ เพราะการดำเนินงานเป็นไปในรูปแบบประชาธิปไตยสมาชิกแต่ละคนมีสิทธิออกเสียงได้
  5. มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก โดยไม่คำนึงถึงผลกำไร
  6. การจัดตั้งมีการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการสหกรณ์ ไม่ได้อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ประเภทของสหกรณ์

กิจการสหกรณ์มีหลายประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะการก่อตั้งและการดำเนินงานแตกต่างกันโดยในประเทศไทยได้แบ่งประเภทของสหกรณ์ตามประกาศของนายทะเบียนสหกรณ์เกี่ยวกับเรื่องการจัดประเภทสหกรณ์ตามกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกตามความในพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2516 กำหนดประเภทสหกรณ์ที่รับจดทะเบียนรวมมี 6 ประเภท ดังนี้

  1. สหกรณ์การเกษตร เป็นสหกรณ์ที่มีสมาชิกประกอบด้วยเกษตรกร มีหน้าที่ในการจัดหาและให้บริการแก่สมาชิกในด้านการผลิตการเกษตร เช่น การจัดหาเงินทุน การจัดหาวัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ มาจำหน่ายให้สมาชิกในราคาถูก การรวบรวมผลิตผลออกจำหน่าย และการแปรรูปผลิตผลออกจำหน่ายให้ได้ราคาดี
  2. สหกรณ์การประมง จัดตั้งขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพประมง ซึ่งส่วนใหญ่อยู้ในจังหวัดชายทะเลทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและประกอบอาชีพด้านการประมง รวมถึงการจัดหาเงินทุนแลอุปกรณ์เกี่ยวกับการประมงจำหน่ายให้แก่สมาชิกในราคาถูก และการจัดการด้านการตลาดเพื่อให้สามารถจำหน่ายผลิตผลให้ได้ราคาดี จัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ 2492 ที่อำเภอพรหมพราม จังหวัดพิษณุโลก มีชื่อว่า “สหกรณ์ประมงพิษณุโลก จำกัด” เป็นสหกรณ์ประมงน้ำจืด เดิมสหกรณ์ประมงได้รวมอยู่กับสหกรณ์การเกษตร ปัจจุบันได้แยกสหกรณ์ประมงออกจากสหกรณ์การเกษตร เพราะว่าเป็นอาชีพที่แตกต่างกันนับว่าเป็นการให้ความสำคัญแก่อาชีพประมงเป็นอย่างมาก
  3. สหกรณ์นิคม เป็นสหกรณ์ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหาหรือจัดสรรที่ดินให้แก่สมาชิกในการประกอบอาชีพ รวมถึงการจัดหาและอำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพให้แก่สมาชิก เช่น การจัดหาเงินทุนอุปกรณ์การผลิตและเครื่องมือการผลิตมาจำหน่าย ตลอดจนการจัดหาน้ำและการจัดการด้านการตลาดให้อีกด้ว
  4. สหกรณ์ร้านค้า เป็นสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการด้านการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคจำหน่ายให้แก่สมาชิกในราคายุติธรรม ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่มีประชาชนหนาแน่น ในสถาบันศึกษา เป็นต้น
  5. สหกรณ์บริการ เป็นสหกรณ์ที่ให้บริการแก่สมาชิกในด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น สหกรณ์ไฟฟ้า สหกรณ์แท็กซี่ รถรับจ้าง สหกรณ์การเคหสถาน เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาบริการอย่างใดอย่างหนึ่งที่สมาชิกต้องการ และจะเรียกเก็บค่าบริการที่สหกรณ์จัดนั้น จากสมาชิกตามส่วนที่แต่ละคนใช้ประโยชน์ เมื่อสมาชิกหมดความจำเป็นที่จะใช้บริการอาจเลิกได้ เช่น สหกรณ์การไฟฟ้า เมื่อใดท้องที่นั้มีไฟฟ้าใช้ สมาชิกก็หมดความจำเป็นที่จะใช้บริการของสหกรณ์ สหกรณ์ก็จะเลิกได้
  6. สหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์ธนกิจ เป็นสหกรณ์ที่สมาชิกร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการออมเงินในหมู่สมาชิก เพื่อให้สมาชิกได้กู้ยืมเงินในยามจำเป็นด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ ตลอดจนให้บริการทางการเงินแก่สมาชิก โดยมีเงินปันผลคืนตามส่วนให้อีก้วย สหกรณ์ประเภทนี้ได้รับความนิยมและจัดตั้งขึ้นในหมู่ผู้มีรายได้ประจำเช่น ข้าราชการ ครู ตำรวจ รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ

6.รัฐวิสาหกิจ

รัฐวิสาหกิจ หมายถึง องค์การของรัฐบาล หน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของหรือบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานธุรกิจของรัฐบาลมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละ 50 มีการบริหารงานอยู่ระหว่างระบบราชการและระบบธุรกิจ สาเหตุที่รัฐบาลเข้าดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ

  1. เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม กิจการบางประเภทเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญต่อส่วนรวม ถ้าเอกชนดำเนินการอาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับการบริการที่ดีและเป็นธรรม
  2. เพื่อป้องกันการผูกขาด การให้เอกชนดำเนินการโดยให้มีการแข่งขันเสรี ผู้ผลิตรายย่อยอาจสู้ผู้ผลิตรายใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดการผูกขาดทำให้ประชาชนถูกเอาเปรียบได้
  3. กิจการบางประเภทต้องอาศัยการลงทุนที่สูงมาก เช่น การผลิตไฟฟ้าต้องลงทุนสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำเครื่องมือเครื่องจักร และกำลังคนจำนวนมาก ซึ่งเอกชนไม่สามารถดำเนินการได้
  4. เพื่อหารายได้เข้ารัฐ รัฐบาลจำเป็นต้องหารายได้เข้ารัฐนอกจากการเก็บภาษีอากรเพื่อนำไปใช้จ่ายในการทำนุบำรุง และพัฒนาประเทศชาติ
  5. เพื่อความมั่นคงของประเทศ ในยามสงครามสินค้าบางชนิดมีความจำเป็นต่อส่วนรวม เพื่อเป็นการป้องกันการขาดแคลนในยามฉุกเฉิน รัฐจำเป็นต้องเข้ามาดำเนินการเอง ได้แก่ กิจการเกี่ยวกับการผลิตเชื้อเพลิง ยารักษาโรค เป็นต้น
  6. เพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ วัฒนธรรมและเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศชาติ เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การจัดตั้ง การจัดตั้งรัฐวิสาหกิจทำได้ 4 ลักษณะ คือ

  1. จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติ โดยมีทุนทั้งสิ้นเป็นของรัฐ เช่น องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย ฯลฯ
  2. จัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกา โดยมีทุนทั้งสิ้นเป็นของรัฐ เช่น องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ องค์การสวนยาง องค์การสวนสัตว์ ฯลฯ
  3. จัดตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยรัฐบาลเป็นเจ้าของทั้งสิ้น หรือถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 เช่น บริษัทการบินไทย บริษัทไม้อัดไทย บริษัทขนส่ง จำกัด ฯลฯ
  4. จัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี เช่น สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โรงงานยาสูบ สถานธนานุเคราะห์ ฯลฯ

7.บริษัทข้ามชาติ

ปัจจุบันโลกเจริญก้าวหน้าอย่างมาก การติดต่อดำเนินงานธุรกิจกระทำกันได้อย่างกว้างขวางทั่วโลก เช่น บริษัทมิตซูบิชิ จำกัด ที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีสาขาการผลิตและจำหน่ายกระจายอยู่ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งแต่ละแห่งอาจทำหน้าที่เฉพาะอย่าง เป็นต้น
บริษัทข้ามชาติ หมายถึง องค์กรการผลิตอย่างหนึ่งที่มีทุนจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียต่อประเทศที่ได้รับการลงทุนจากการจัดตั้งบริษัทดังกล่าว จำแนกผลดังกล่าวออกได้ดังนี้

  1. ผลดีของบริษัทข้ามชาติ ทำให้ประเทศที่ได้รับการลงทุนมีเงินลงทุนเข้าประเทศมากขึ้น มีการจ้างแรงงานของประชาชนในประเทศเพิ่มขึ้นและได้รับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทันสมัยนำมาใช้พัฒนาประเทศเพิ่มขึ้น
  2. ผลเสียของบริษัทข้ามชาติ ทรัพยากรของประเทศที่ได้รับการลงทุนลดลง เสียดุลการชำระเงินในระยะเวลายาว เนื่องจากประเทศที่ลงทุนจะนำเงินออกจากประเทศผู้รับลงทุน เมื่อการดำเนินงานมีผลกำไร

8.กิจการแฟรนไชส์ (Franchise)

ตามรูปศัพท์ แฟรนไชส์ หมายถึง สัมปทาน ดังนั้น กิจการแฟรนไชส์ อาจเรียกอีกอย่างว่า ธุรกิจสัมปทาน คือธุรกิจที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าบุคคล 2 กลุ่มขึ้นไปหรือมากกว่า ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่รับผิดชอบต่างกัน แต่จะส่งเสริมซึ่งกันและกันในระบบธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์จะกระจายสินค้าหรือบริการไปสู่ผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ
ในปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์เป็นที่นิยมมาก มีกิจการหลายกิจการที่กำเนิดจากธุรกิจแฟรนไชส์ เพราะการดำเนินงานในธุรกิจประเภทนี้ จะมีบริษัทแม่คอยแนะนำให้ความช่วยเหลือเป็นผู้เตรียมใบอนุญาตเทคนิคการผลิต การบริหารงาน ขายให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์หรือผู้ซื้อสัมปทาน เพื่อซื้อสทธิในการเป็นเจ้าของ และดำเนินงานในลักษณะเดียวกับที่บริษัทแม่ได้วางรูปแบบไว้ ซึ่งธุรกิจที่เป็นบริษัทแม่ส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จ มีแนวทางในการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไปที่มีความต้องการจะเป็นเจ้าของธุรกิจดังกล่าว ดังนั้น จากลักษณะของธุรกิจแฟรนไชส์จึงมีผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทนี้ 2 ฝ่าย คือ

  1. แฟรนไชซอร์ (Franchisors) หรือเจ้าของธุรกิจ คือผู้ให้สัมปทาน
  2. แฟรนไชซี (Franchisees) คือ ผู้ขอรับสัมปทาน

ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย มีทั้งส่วนที่เป็นสาขาจากต่างประเทศ เช่น กิจการจำหน่ายสินค้าประเภทจานด่วน (Fast Food) ได้แก่ เคเอฟซี แมคโดนัลด์ พิซซ่าฮัท ฯลฯ กิจการจำหน่ายสินค้าสะดวกซื้อ ได้แก่ เซเว่น-อีเลฟเว่น ไทเกอร์มาร์ต สตาร์ชอร์ป ฯลฯ และธุรกิจแฟรนไชส์ที่กำเนิดโดยคนไทยเอง เช่น เลมอนฟาร์ม ลูกชิ้นแชมป์ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ข้าวมันไก่เจมส์ ฯลฯ

ประเภทของธุรกิจแฟรนไชส์

ธุรกิจแฟรนไชส์หรือธุรกิจแบบสัมปทานมี 2 ประเภท คือ

  1. ธุรกิจแฟรนไชส์หรือแบบสัมปทานที่ใช้สินค้าและชื่อการค้า เป็นรูปแบบธุรกิจที่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย หรือผู้ให้สัมปทาน หรือแฟรนไชซอร์ให้สิทธิแก่ผู้รับสัมปทานหรือตัวแทนจำหน่ายหรือแฟรนไชซีในการจำหน่ายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งของผู้ให้สัมปทาน โดยผู้รับสัมปทานจะได้รับชื่อสินค้า เครื่องหมายการค้า หรือสินค้าจากผู้ให้สัมปทาน โดยถือเสมือนว่าเป็นผู้จำหน่ายในสายผลิตภัณฑ์เดียวกับผู้ให้สัมปทาน เช่น ตัวแทนจำหน่ายน้ำอัดลมโคคา-โคลา สถานีบริการน้ำมันเซลล์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ด เป็นต้น
  2. ธุรกิจแฟรนไชส์หรือแบบสัมปทานที่ใช้รูปแบบทางธุรกิจ เป็นรูปแบบธุรกิจที่ผู้ให้สัมปทานให้สิทธิแก่ผู้รับสัมปทานในการขายสินค้าหรือบริการโดยใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ให้สัมปทาน ถือว่าเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าร่วมกันในการดำเนินธุรกิจ มักจะเป็นระบบการดำเนินธุรกิจของผู้ให้สัมปทานที่ประสบความสำเร็จสูง เช่น พิซซ่าฮัท เคเอฟซี เซเว่น-อีเลฟเว่น โดยการดำเนินธุรกิจประเภทนี้จะถูกกำหนดลักษณะการดำเนินงานให้เป็นไปในแนวคิดเดียวกันระหว่างผู้ให้สัมปทานกับผู้รับสัมปทาน ทั้งด้านกลยุทธ์ แผนการตลาด มาตรฐานการปฏิบัติงานและการควบคุมคุณภาพ เป็นต้น

คุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจ

ผู้ประกอบธุรกิจหรือนักธุรกิจ (Businessman) คือ บุคคลผู้จัดตั้งธุรกิจและบริหารจัดการธุรกิจให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งจะต้องติดต่อกับบุคคลอื่นตลอดเวลาเพื่อผลประโยชน์ต่อธุรกิจตน จึงต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. มีความเชื่อมั่นในตนเอง คือ มีความรู้สึกว่าสามารถทำทุกอย่างที่ต้องการหรือที่อยากทำได้ หากยิ่งประสบความสำเร็จก็จะรู้สึกมีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น ซึ่งการมีความเชื่อมั่นในตนเองนี้ทำให้นักธุรกิจสามารถทำงานทุกอย่างด้วยความมั่นใจ มีความอยากทำและมีความตั้งใจในการทำ อันทำให้เกิดผลงานออกมาดีตามที่ต้องการได้
  2.  มีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าทั้งด้านคำพูดและการกระทำ สร้างสรรค์ผลงานที่ดีมีคุณภาพให้ลูกค้าได้บริโภคแต่สิ่งที่ดีและมีความปลอดภัยต่อชีวิต
  3.  มีความกตัญญูต่อลูกค้าและผู้มีบุญคุณอื่น ๆ โดยการมอบแต่สิ่งดี ๆ ให้แก่ลูกค้าและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีอย่างต่อเนื่อง
  4. มีความยุติธรรมในการบริหารงานและตัดสินปัญหาต่าง ๆ ด้วยความยุติธรรมในการให้โอกาสแก่ทุก ๆ ฝ่ายเท่าเทียมกัน
  5. มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ การมีประสบการณ์จะทำให้มีข้อมูลในการนำมาวางแผนและบริหารงานให้มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี เพราะรู้ว่าสิ่งใดควรปฏิบัติและสิ่งใดควรละเว้นจึงจะทำให้การดำเนินธุรกิจบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  6. มีความมั่นใจในตนเอง สามารถตัดสินใจได้ทันเวลาทันกับเหตุการณ์ และสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดี ย่อมทำให้ไม่เสียโอกาสทองในการดำเนินธุรกิจ
  7. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทั้งด้านการบริหารและการจัดการทำให้ธุรกิจมีวิธีการหรือผลงานใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพดีขึ้นหรือมีประสิทธิผลมากขึ้น
  8. มีความรอบรู้เกี่ยวกับสภาพของตลาด เพราะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการนำมาตัดสินใจในกระบวนการผลิตและการจัดจำหน่าย เพื่อธุรกิจจะได้ปฏิบัติหรือดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและสังคม
  9. มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อองค์การและสังคม รวมถึงปฏิบัติต่อบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยการมีจรรยาบรรณที่ดี

นอกจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจยังต้องพัฒนาตนเองเพื่อให้ประสบผลสำเร็จในการทำงานได้เป็นอย่างดี ได้แก่ มีความอดทนและขยันหมั่นเพียรในการทำงาน มีความละเอียด รอบคอบในการทำงาน มีหลักการและเหตุผลที่ดีในการตัดสินใจ มีความตื่นตัวและติดตามความ เคลื่อนไหวในทุก ๆ ด้านของสังคม มีจิตสำนึกดี มีคุณธรรม มีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง สดชื่นแจ่มใสในการปฏิบัติงาน มีความฉลาดและรอบรู้ในทุก ๆ ด้าน โดยการศึกษาเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาเพื่อพัฒนาความรู้ของตนเอง

รับทำบัญชี ปทุมธานี

รับทำบัญชี ปทุมธานี

บริษัท ปังปอน จำกัด รับทำบัญชี ปทุมธานี เขตพื้นที่ ลำลูกกา รังสิต นวนคร คลองหลวง และพื้นที่อื่นๆ เราคือสำนักงานบัญชีคุณภาพให้บริการทางด้านการจัดทำบัญชี โดยทีมงานของเราได้รับการอบรมและพัฒนาประสิทธิภาพตลอดเวลา ทำให้บริการของเราอัพเดทรูปแบบใหม่สม่ำเสมอ เพื่อบริการที่ดีที่สุดนั่นเอง

เราเน้นการบริการที่สะดวก รวดเร็ว โดยมองความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก ตอบสนองความต้องการเกี่ยวกับระบบบัญชีภายในบริษัทได้แบบครบวงจร ข้อมูลไม่มีการรั่วไหล ข้อมูลปลอดภัย 100% บัญชีมีการตรวจสอบก่อนยื่นภาษีทุกครั้ง ทำให้ข้อมูลถูกต้องชัดเจน ดังนั้นเราจึงได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำของประเทศไทยหลายแห่ง ให้เราบริการด้านบัญชี


รับทำบัญชี ปทุมธานี

ทำไมต้องสำนักงานบัญชี ?


  • บางบริษัทขาดคน ที่มีความรู้ ความสามารถ หรือบางครั้งมี แต่ ความรู้ ความสามารถ ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของบริษัท
  • ไม่เข้าใจเรื่องของภาษี ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงิน หัก ณ ที่จ่าย ใช้สิทธิภาษีไม่ถูก
  • เจ้าของคนเดียว ไม่มีเวลา จัดเก็บเอกสารไม่เป็น ไม่เข้าใจเอกสาร (ซื้อ,ขาย,รับ,จ่าย)
  • ไม่ทราบผลประกอบการที่แท้จริงของกิจการที่ดำเนินงานอยู่ว่า กำไร หรือขาดทุน 

รับทำบัญชี ปทุมธานี

หลังใช้บริการสำนักงานบัญชี


  • สอบถามความรู้ทางบัญชีเบื้องต้น เพื่อแนะนำหลักบัญชี ให้นำไปปรับใช้ในกิจการ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • แนะนำภาษีต่างๆ วางแผนภาษี ให้ความรู้เกี่ยวกับภาษีที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตน
  • สอนการคัดแยก จัดเก็บ และรวบรวมเอกสาร เพื่อจัดส่งให้สำนักงานบัญชี
  • ลงบัญชีตามเอกสาร ให้ถูกต้อง ครบถ้วนมากที่สุด เพื่อสะท้อนความเป็นจริงของกิจการ และนำงบการเงินไปใช้ประโยชน์ต่อได้

“เสียงตอบรับจากลูกค้า”

” บริษัทมีบุคคลกรที่มีความรู้มากขึ้น บริษัทสามารถเลือกจ้างพนักงานที่ตรงตามความต้องการได้ “
” เข้าใจเรื่อง ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น และเสียภาษีให้ประหยัดอย่างถูกวิธีตามกฎหมาย “
” ทำงานได้ตรงตามกำหนดเวลา สามารถแก้ไขปัญหาตรงจุด เสียภาษีได้ตรงทุกเดือน เชื่อถูได้ “
” ทราบผลประกอบการของบริษัท ทราบถึงต้นทุนต่างๆ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้บางส่วน “

“ทำไมต้องเลือกเรา”

สำนักงานบัญชี
ปังปอนดอทคอม
รับทำบัญชี
สำนักงานบัญชีตัวแทน
รับจดทะเบียนบริษัท
สำนักงานบัญชีคุณภาพ

บริษัท ปังปอน จำกัด

47/103 หมู่ 9 ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

line

โทร. 081-931-8341, 081-931-8761

ผังบัญชี

ผังบัญชี

ผังบัญชี (Chat of General Ledger Accounts) คือ รายการบัญชีแยกประเภทเกี่ยวกับสินสันทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย ที่กิจการมีอยู่ในระบบบัญชีของกิจการ โดยจัดให้มีชื่อและหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบ

การจัดหมวดหมู่ 

    • หมายเลข 1 = สินทรัพย์
    • หมายเลข 2 = หนี้สิน
    • หมายเลข 3 = ส่วนของผู้ถือหุ้น
    • หมายเลข 4 = รายได้
    • หมายเลข 5 = ค่าใช้จ่าย

ผังบัญชีของแต่ละกิจการไม่จำเป็นต้องเหมือนกันอยู่ที่ลักษณะของการดำเนินงาน ความละเอียดของแต่ละองค์กร การกำหนดตัวเลขนี้เป็นที่นิยมใช้กัน และสามารถใช้ในการตัดสินใจในการบริหารงาน

ผังบัญชี
ผังบัญชี

ผังบัญชี
เลขที่บัญชีจาก 100000 ถึง 534000

เลขที่บัญชี ชื่อบัญชี หมวด ระดับ ประเภท บัญชีคุม


100000 สินทรัพย์

    • 110000 สินทรัพยหมุนเวียน 
    • 120000 ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแกกรรมการและลูกจ้าง 
        • 121000 เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการและลูกจ้าง
    • 130000 เงินลงทุนบริษัท ฯ ในเครือ 
        • 131000 เงินลงทุนบริษัท
    • 140000 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์(สุทธิ) 
        • 141000 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์โรงงาน
          141010 ที่ดิน
          141020 อาคารระหว่างการก่อสร้าง
          141030 เครื่องจักรระหว่างติดตั้ง
          141110 ต้นทุนพัฒนาที่ดิน
          141120 อาคารและโรงงาน
          141130 ส่วนต่อเติมอาคารและโรงงาน
          141140 เครื่องจักร
          141150 ค่าตกแต่งและติดตั้งโรงงาน
          141160 เครื่องมือเครื่องใช้
          141170 ยานพาหนะ
          141180 ค่าติดตั้งระบบโทรศัพท์
          141190 ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา
          141210 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ต้นทุนพัฒนาที่ดิน
          141220 ค่าเสื่อมราคาสะสม-อาคารและโรงงาน
          141230 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ส่วนต่อเติมอาคารและโรงงาน
          141240 ค่าเสื่อมราคาสะสม-เครื่องจักร
          141250 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าตกแต่งและติดตั้งโรงงาน
          141260 ค่าเสื่อมราคาสะสม-เครื่องมือเครื่องใช้
          141270 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ยานพาหนะ
          141280 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าติดตั้งระบบโทรศัพท์
          141290 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา
          142000 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำนักงาน
          142010 ที่ดิน
          142020 อาคารระหว่างการก่อสร้าง
          142030 เครื่องสำนักงานระหว่างการติดตั้ง
          142110 ต้นทุนพัฒนาที่ดิน
          142120 อาคารและสำนักงาน
          142130 ส่วนต่อเติมอาคารและสำนักงาน
          142140 เครื่องใช้สำนักงาน
          142150 ค่าตกแต่งและติดตั้งสำนักงาน
          142170 ยานพาหนะ
          142180 ค่าระบบโปรแกรม
          142190 ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา
          142210 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ต้นทุนพัฒนาที่ดิน
          142220 ค่าเสื่อมราคาสะสม-อาคารและสำนักงาน
          142230 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ส่วนต่อเติมอาคารและสำนักงาน
          142240 ค่าเสื่อมราคาสะสม-เครื่องใช้สำนักงาน
          142250 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าตกแต่งและติดตั้งสำนักงาน
          142270 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ยานพาหนะ
          142280 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าติดตั้งระบบโปรแกรม
          142290 ค่าเสื่อมราคาสะสม-ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา
    • 150000 สินทรัพย์อื่น ๆ
        • 151000 รายจ่ายรอการตัดจ่าย
          152000 เงินมัดจำและเงินประกัน
          153000 ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย
          154000 เงินลงทุน
          155000 สินทรัพย์อื่น

200000 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

    • 210000 หนี้สินหมุนเวียน
        • 211000 เจ้าหนี้การค้า
          211100 เจ้าหนี้การค้า-ในประเทศ
          211200 เจ้าหนี้การค้า-ต่างประเทศ
          211300 เช็คจ่ายลงวันที่ล่วงหน้า
          211400 เจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ
          212000 เงินกู้ยืมธนาคาร
          213000 ทรัสรีซีพ
          214000 หนี้สินหมุนเวียนอื่น
          214100 เงินปันผลค้างจ่าย
          214200 ดอกเบี้ยค้างจ่าย
          215000 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
          215100 เงินประกันสังคมค้างจ่าย
          215200 ค่าภาษีธุรกิจค้างจ่าย
          215300 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย
          215310 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย ภ.ง.ด.1
          215320 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย ภ.ง.ด.3
          215330 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย ภ.ง.ด.53 0
          215400 ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น
          215500 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย
          216000 เจ้าหนี้กรมสรรพากร
          216100 ภาษีขาย
          216110 ภาษีขายรอนำส่ง
          216200 เจ้าหนี้กรมสรรพากร
          216300 ภาษีนิติบุคคลค้างจ่าย
          216400 ภาษีธุรกิจเฉพาะค้างจ่าย
          217000 รายได้รับล่วงหน้า
          217100 เงินมัดจำรับล่วงหน้า
          217200 รายได้รับล่วงหน้า
          218000 หนี้สินอื่นๆ
    • 220000 หนี้สินระยะยาว 
        • 221000 หนี้สินอื่น
          222000 เจ้าหนี้ค่าสินทรัพย์

300000 ส่วนของผู้ถือหุ้น ทุน 1 คุม

    • 310000 ทุนเรือนหุ้น 
    • 320000 สำรองตามกฎหมาย 
    • 330000 กำไร(ขาดทุน) สะสม 
        • 331000 กำไร(ขาดทุน) สะสมจัดสรรแล้ว
          332000 กำไร(ขาดทุน) สะสมยังไม่ได้จัดสรร
    • 340000 กำไร(ขาดทุน) สุทธิ

400000 รายได้จาการขายสุทธิ รายได้ 1 คุม

    • 410000 รายได้จาการขายสินค้า 
        • 411000 รายได้จาการขายสินค้าเชื่อ
          412000 รายได้จาการขายสินค้าสด
          413000 รับคืนสินค้าและส่วนลดจ่าย
          414000 เพิ่มหนี้
    • 420000 รายได้จากการบริการ 
        • 421000 รายได้จากการโฆษณา
          422000 รายได้จากการให้บริการ
          422100 รายได้จากการจดทะเบียน
    • 430000 รายได้อื่น ๆ 
        • 431000 รายได้จากการขายเบ็ดเตล็ด
          432000 ดอกเบี้ยรับ
          433000 กำไร(ขาดทุน) จากการจำหน่ายสินทรัพย์
          434000 กำไร(ขาดทุน) จากการปริวรรตเงินตรา
          435000 เงินปันผล
          436000 รายได้อื่น ๆ

500000 ต้นทุนขาย

    • 511000 สินค้าคงเหลือต้นงวด 
        • 512000 ซื้อสินค้าสำเร็จรูป
          512010 ซื้อสินค้าสำเร็จรูป
          512100 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้อ
          512200 ส่งคืนและส่วนลดรับ
          513000 สินค้าคงเหลือปลายงวด
          514000 ต้นทุนขายบริการ
          514100 ค่าวัสดุอุปกรณ์
          514200 ค่าแรงบริการ
          514300 ค่าไฟฟ้าน้ำประปา
          514400 ค่าโทรศัพท์
    • 520000 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 
        • 521000 ค่าใช้จ่ายในการขาย
          521010 ค่านายหน้าพนักงานขาย
          521020 ค่าโฆษณาและค่าส่งเสริมการขาย
          521030 ค่าเครื่องเขียนและแบบพิมพ์
          521040 ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา
          521050 ค่าโทรศัพท์
          521060 ค่าโทรเลขและไปรษณียากร
          521070 ค่าเบี้ยประกันภัย
          521080 ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
          521090 ค่ารับรอง
          522000 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร
          522010 เงินเดือนและค่าแรง
          522020 ค่าล่วงเวลา
          522030 โบนัส
          522040 สวัสดิการ
          522050 กองทุนเงินทดแทน
          522060 ประกันสังคม
          522070 ค่ายาและค่ารักษาพยาบาล
          522080 ค่าวิจัยและพัฒนา
          522090 ค่าธรรมเนียมเรียกเก็บ
          522100 ค่าธรรมเนียมหนังสือค้ำประกัน
          522110 ค่าธรรมเนียมธนาคาร
          522120 ค่าธรรมเนียมส่งออก
          522121 ค่าอากรขาเข้า
          522130 ค่าภาษีรถ
          522140 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
          522150 ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
          522160 ค่าภาษีโรงเรือน
          522170 ค่าภาษีต้องห้าม
          522180 ค่าใช้จ่ายยานพาหนะ
          522190 ค่าน้ำมัน
          522210 ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
          522220 ค่าถ่ายเอกสารและไปรษณียากร
          522230 ค่าเครื่องเขียนและแบบพิมพ์
          522240 ค่าวัสดุสิ้นเปลือง
          522250 ค่าใช้จ่ายคอมพิวเตอร์
          522260 ค่าเช่าจ่าย
          522270 ค่าเช่ารถ
          522280 ค่าโทรศัพท์ในประเทศ
          522290 ค่าโทรศัพท์ต่างประเทศ
          522310 ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา
          522320 ค่าบริการจ่าย
          522330 ค่าจดทะเบียน
          522340 ค่าสมาชิก
          522350 ค่ารักษาความปลอดภัย
          522360 ค่าบริการทางธุรกิจ
          522370 ค่าตรวจสอบบัญชี
          522380 ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา-อาคาร
          522390 ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา-เครื่องใช้สำนักงาน
          522410 ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา-ยานพาหนะ
          522420 ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา-ตกแต่งและติดตั้ง
          522430 ค่าเสื่อมราคา-ต้นทุนพัฒนาที่ดิน
          522440 ค่าเสื่อมราคา-เครื่องมอและเครื่องใช้
          522450 ค่าเสื่อมราคา-ส่วนต่อเติมอาคาร
          522460 ค่าเสื่อมราคา-เครื่องใช้สำนักงาน
          522470 ค่าเสื่อมราคา-ค่าตกแต่งและติดตั้ง
          522480 ค่าเสื่อมราคา-ยานพาหนะ
          522490 ค่าเสื่อมราคา-ค่าติดตั้งระบบโปรแกรม
          522500 ค่าเสื่อมราคา-ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา
          522510 ค่าใช้จ่ายในการตัดจ่าย
          522530 หนี้สูญ
          522540 ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย
          522550 ค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุ
          522570 ค่าบริจาคการกุศล
          522580 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
          522590 ค่าภาษีซื้อไม่ขอคืน
    • 530000 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 
        • 531000 ดอกเบี้ยจ่าย
          532000 ภาษีเงินได้นิติบุคคลจ่าย
          532100 ภาษีธุรกิจเฉพาะ
          533000 ค่าเบี้ยปรับ,เงินเพิ่ม
          534000 ค่าใช้จ่ายต้องห้าม

vertify

ศัพท์บัญชี

Accounting การบัญชี

Accounting Framework แม่บทการบัญชี

Assets สินทรัพย์

Accrual Basis เกณฑ์คงค้าง

Accrued Exprenses ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

Accrued Incomes รายได้ค้างรับ

Authorized Share Capital ทุนจดทะเบียน

Appropriated จัดสรรแล้ว

Acquisition Costs ค่าใช้จ่ายในการจัดหา

Accounting of Owners Equity การบัญชีเกี่ยวกับส่วนของผู้เป็นเจ้าของ

Accounts Payable เจ้าหนี้

Account Equation สมการบัญชี

Account Balance ยอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภท

Account Cycle วงจรบัญชี

Available for Sales ตราสารหนี้เผื่อขาย

Accounts Receivable ลูกหนี้

Accounting for Natural Resoures or Wasting Assets and Depletion การบัญชีสำหรับทรัพยากรธรรมชาติและมูลค่าเสื่อมสิ้น

Average วิธีถัวเฉลี่ย

Abnormal Spoilage หน่วยเสียเกินปกติ

Allocation of by Products วิธีการปันส่วน

Allocation of Joint Products วิธีการปันส่วนต้นทุนของผลิตภัณฑ์ร่วม

Balance Sheet งบดุล

Bonds หุ้นกู้

Basic Accounting Concepts

Bank Overdrafts and Short-term Loans from Financial Institutions เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน

Business Transaction รายการค้าหรือรายการธุรกิจ

Bad Debt หนี้สูญ

Bank Statement ใบแจ้งยอดเงินฝากธนาคาร

Bank Overdraft เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร

Bank Reconciliation งบเปรียบเทียบยอดเงินฝากธนาคาร

Base Stock ตีราคาตามราคาสินค้าสำรองประจำ

Bill of Exchange ตั๋วแลกเงิน

By Product ผลิตภัณฑ์พลอยได้

Cash Receipts Journal สมุดรายวันรับเงิน

Conservation ความระมัดระวัง

Completeness ความครบถ้วน

Comparability การเปรียบเทียบกันได้

Corporation or Limited Company บริษัทจำกัด

Cash Flow Staetment งบกระแสเงินสด

Current Assets สินทรัพย์หมุนเวียน

Cash and Deposits at Financial Institutions เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน
Current Investments เงินลงทุนชั่วคราว

Current Portion of Long-term Loans เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี

Cash Flow from Operating Activities กระแสเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงาน

Cash Flow from Investing Activities กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน

Company Limited บริษัทจำกัด

Common Stock หุ้นสามัญ

Current Liabilities หนี้สินหมุนเวียน

Capital Account บัญชีทุน

Capital Stock ทุนเรือนหุ้น

Correction of Errors การแก้ไขรายการผิดพลาด

Closing Entries การปิดบัญชี

Corporate Income Tax ภาษีเงินได้นิติบุคคล

Cash Disbursements Journal สมุดรายวันจ่ายเงิน

Copyrights ลิขสิทธิ์

Chart of Account ผังบัญชี

Cash on Hand, Cash เงินสดในมือ

Cash at Bank เงินฝากธนาคาร

Current Account ประเภทกระแสรายวัน

Cash Short and Over เงินขาดและเกินบัญชี

Check Returned เช็คคืน

Cost of Sales ต้นทุนขาย

Credit Note ใบลดหนี้

Capital Expenditures รายจ่ายฝ่ายทุน

Cost of Production Reports งบต้นทุนการผลิตหรือรายงานต้นทุนการผลิต

Clock Card บัตรลงเวลา

conversion Costs ต้นทุนแปรสภาพ

Deferred Incomes รายได้รับล่วงหน้า

Drawing Account บัญชีเงินถอน

Deferred Costs ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี

Depletion มูลค่าเสื่อมสิ้น

Doubtful Debt หนี้สงสัยจะสูญ

Depreciation มูลค่าเสื่อมสิ้น

Deposit in Transit เงินฝากระหว่างทาง

Debit Note ใบเพิ่มหนี้

Development Costs ค่าใช้จ่ายในการพัฒนา

Discounting Notes Receivable ตั๋วเงินรับขายลด

Dishonored Notes Receivable ตั๋วเงินรับในมือขาดความเชื่อถือ

Dishonored Discount Note Receivable ตั๋วเงินรับขายลดความเชื่อถือ

Drop Product or Drop Section Decisions การตัดสินใจยกเลิกสินค้าบางชนิดหรือยกเลิกแผนก

Expenses ค่าใช้จ่าย

Equity ส่วนของเจ้าของ

Extraordinary Items Net รายการพิเศษสุทธิ

Exploration Costs ค่าใช้จ่ายในการสำรวจ

Equivatent Units หน่วยที่ผลิตเสร็จ

Financial Statement งบการเงิน

Fair Value มูลค่ายุติธรรม

Fiscal Year ปีการเงิน

Financing Activities กิจกรรมจัดหาเงิน

Freight ค่าขนส่งสินค้า ค่าระวาง

Fixed Account ประเภทฝากประจำ

For Bank ต้นฉบับสำหรับธนาคาร

For Customer สำเนาสำหรับลูกค้า

First – in, First – out ตีราคาตามหลักเข้าก่อน – ออกก่อน

Foreign Bill ตั๋วแลกเงินต่างประเทศ

Finished Goods สินค้าสำเร็จรูป

Gross Profit กำไรขั้นต้น

General Ledger สมุดแยกประเภททั่วไป

General Journal สมุดรายวันทั่วไป

Good in Process สินค้าระหว่างผลิต

Held to Maturity Securities ตราสารหนี้ที่ถือจนครบกำหนด

Industry Practice หลักการปฏิบัติเฉพาะธุรกิจบางประเภท

Individual Proprietorship กิจการร้านเจ้าของคนเดียว

Income Statement งบกำไรขาดทุน

Inventories สินค้าคงเหลือ

Intangible Assets สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

Issued and Paid-up Share Capital ทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว

Interest Expenses ดอกเบี้ยจ่าย

Income Tax Expenses ภาษีเงินได้

Investing Activities กิจกรรมลงทุน

Input Tax ภาษีซื้อ

Invoice ใบกำกับสินค้า

Investment เงินลงทุน

Investment in Debt Securities เงินลงทุนในตราสารหนี้

Inland Bill ตั๋วแลกเงินภายในประเทศ

Interest-Bearing Note ตั๋วเงินชนิดมีดอกเบี้ย

Idle Capacity กำลังการผลิตว่างเปล่า

Incremental Cost ต้นทุนส่วนเพิ่ม

Incremental Revenue รายได้ส่วนเพิ่ม

Job Order Cost System วิธีการต้นทุนงานสั่งทำ

Joint Product ผลิตภัณฑ์ร่วม

Joint Costs ต้นทุนร่วม

Liabilities หนี้สิน

Long-term Loans From Relates Parties เงินกู้ยืมระยะยาวจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

Long-term Investment เงินลงทุนระยะยาว

Legal Reserve สำรองตามกฎหมาย

Ledger บัญชีแยกประเภท

Last Invoice Price ตีราคาตามราคาที่ซื้อครั้งสุดท้าย

Last – in, First – out ตีราคาตามหลักเข้าที่หลัง – ออกก่อน

Lower of Cost or Net Realizable Value การตีราคาสินค้าคงเหลือตามราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับที่ต่ำกว่า

Long Term Liabilities หนี้สินระยะยาว

Materiality หลักการมีสาระสำคัญ

Moving Average ราคาทุนถัวเฉลี่ยเมื่อรับเข้า

Material Requisition Journal สมุดรายวันเบิกวัตถุดิบ

Main Product ผลิตภัณฑ์เอก

Neutrality ความเป็นกลาง

Non-current Assets สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

Non-current Liabilities หนี้สินไม่หมุนเวียน

Net Profit (Loss) กำไร (ขาดทุน) สุทธิ

Notes Receivable ตั๋วเงินรับ

Non – interest – Bearing Note ตั๋วเงินชนิดไม่มีดอกเบี้ย

Negotiation of Bill การโอนตั๋วเงิน

Natural Resources ทรัพยากรธรรมชาติ

Normal Spoilage หน่วยเสียปกติ

Other Long – term Loans เงินกู้ยืมระยะยาวอื่น

Other Short – term Loans เงินกู้ยืมระยะสั้นอื่น

Other Current Assets สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น

Other Current Liabilities หนี้สินหมุนเวียนอื่น

Other Long – term Investments เงินให้กู้ยืมระยะยาว

Other Non-current Liabilitie หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น

Owner’s Equity ส่วนของเจ้าของกิจการ

Other Reserves สำรองอื่น

Other Income รายได้อื่น

Other Expenses ค่าใช้จ่ายอื่น

Operating Activities กิจกรรมดำเนินงาน

Opening Entries รายการเปิดบัญชี

Outstanding Check เช็คค้างจ่าย

Others-Accounts Payable เจ้าหนี้อื่น

Output Tax ภาษีขาย

Partnership ห้างหุ้นส่วน

Prepaid Expenses ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

Premium on Share Capital ส่วนเกินมูลค่าหุ้น

Profit (Loss) from the Sale of Good and the endering of Service กำไร (ขาดทุน) จากการขายและหรือการให้บริการ

Profit (Loss) before Interest and Income Tax Expenses กำไร (ขาดทุน) ก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้

Posting การผ่านรายการ

Periodic Inventory Method วิธีบันทึกแบบหายอดสินค้าคงเหลือเมื่อสิ้นงวดใดงวดหนึ่ง

Perpetual Inventory Method วิธีบันทึกแบบแสดงยอดสินค้าคงเหลือต่อเนี่อง

Purchases Discounts ส่วนลดรับ

Petty Cash เงินสดย่อย

Post – Dated Check เช็คลงวันที่ล่วงหน้า

Preferred Stocks หุ้นบุริมสิทธิ

Patents สิทธิบัตร

Purchases Journal สมุดรายวันซื้อ

Promissory Note ตั๋วสัญญาใช้เงิน

Parallel Processing ระบบช่วงการผลิตแบบเชื่อมขนาน

Process Costing การบัญชีต้นทุนช่วงการผลิต

Perpetual การบันทึกบัญชีแบบต่อเนื่อง

Relevance ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ

Reliability ความเชื่อถือได้

Representational Faithfulness การเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม

Revenues รายได้

Report Form แบบรายงาน

Revenues from the Sale of Goods and the Rendering of Services รายได้จากการขายหรือการให้บริการ

Reversing Entries การกลับรายการปรับปรุง

Retained Earnings กำไรสะสม

Receivable Others ลูกหนี้อื่น ๆ

Revenue Expenditures รายจ่ายฝ่ายรายได้

Restoration Costs ค่าใช้จ่ายในการบูรณะกลับคืน

Research and Development Costs ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา

Reversal Cost Method วิธีคิดต้นทุนย้อนกลับ

Short – term Loans to Related Parties เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

Short – term Loans from Related Parties เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน

Shareholder’s Equity ส่วนของผู้ถือหุ้น

Selling and Administrative Expenses ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

Statement of Changes in Owner’s Equity งบแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของ

Sale การขายสินค้า

Specific Identification ตีราคาตามราคาที่ซื้อจริงแต่ละครั้ง

Simple Average ราคาทุนถัวเฉลี่ยต่อหน่วย

Standard Cost ตีราคาตามราคาต้นทุนมาตรฐาน

Saving Account ประเภทออมทรัพย์

Stock Splits Up การแบ่งแยกหุ้น

Stock Splits Down การรวมหุ้น

Statement of Cash Flows งบกระแสเงินสด

Subsidiary Account Receivable สมุดแยกประเภทลูกหนี้รายตัว

Sale Returned and Allowed Journal รับคืนสินค้าและราคาที่ลดให้

Specific Identifiable Intangible Assets สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ระบุได้

Sequential Processing ระบบช่วงการผลิตแบบเรียงลำดับ

Selective Processing ระบบช่วงการผลิตแบบเลือกสรร

Special – Order Decisions การตัดสินใจรับคำสั่งซื้อพิเศษ

Shutdown Cost ต้นทุนปิดโรงงาน

Trademarks เครื่องหมายการค้า

Trade – Accounts Payable เจ้าหนี้การค้า

Trade Discount ส่วนลดการค้า

The Monetary Unit การใช้หน่วยเงินตราในการบัญชี

The Entity ความเป็นหน่วยงานของกิจการ

The Objectivity Principle การใช้หลักฐานอันเที่ยงธรรม

The Time Period รอบเวลา

The Going Concern การดำรงอยู่ของกิจการ หรือการดำเนินงานต่อเนื่อง

The Cost ราคาทุน

The Revenue Realization การบันทึกรายได้

The Matching Principle การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับรายได้

The Accrual Principle หลักเงินค้างหรือเกณฑ์คงค้าง

The Approximation Assumption หลักการประมาณ

The Consistency Principle หลักความสม่ำเสมอ

The Full Disclosure Principle หลักการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ

Timeliness ทันต่อเวลา

Trade off Between Benefits and Costs ความสมดุลระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนที่เสียไป

Trade off Between Qualitative Characteristies ความสมดุลของลักษณะเชิงคุณภาพ

Trade Account Receivables, Net ลูกหนี้การค้า – สุทธิ

Trade Account Payable เจ้าหนี้การค้า

Treasury Stock หุ้นทุนซื้อคืนมา

Trial Balance งบทดลอง

The Flow of Goods คิดราคาตามความเคลื่อนไหวของสินค้า

The Flow of Cost คิดราคาตามความเคลื่อนไหวของราคาทุน

Temporary Investment เงินลงทุนชั่วคราว

Temporary Shutdown Decisions การตัดสินใจปิดโรงงานชั่วคราว

Understandability ความเข้าใจได้

Unappropriated ยังไม่ได้จัดสรร

Unidentifiable สินทรัพย์ไม่มีตัวตนไม่สามารถระบุได้

Work Sheet กระดาษทำการ

Weighted Average ราคาทุนถัวเฉลี่ยของราคาสินค้าทั้งสิ้น

Wasting Assets สินทรัพย์สิ้นเปลือง

Withholding Tax ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

Work in Process งานระหว่างทำ

Weighted Average Costing วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

กระแสเงินสด cash flow
กระแสเงินสดเข้า cash inflow
กระแสเงินสดออก cash outflow
กระดาษทำการสอบบัญชี audit working papers
กลุ่มหลักทรัพย์ security portfolio
กองทุน fund
กองทุนจม sinking fund
กองทุนบำเหน็จ บำนาญ pension fund
กองทุนพันธบัตร boud fund
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ provident fund
ก่อนหักรายจ่าย gross
การเช่า leasing
การเปลี่ยนแปลงทางการบัญชี accounting change
การเปิดเผยข้อมูล disclosure
การเสนอขายหลักทรัพย์แบบเจาะจง private offering,
การเสนอขายหลักทรัพย์แบบทั่วไป public offering
การแปลงสภาพ conversion
การแยกหุ้นทุน stock split
การแลกเปลี่ยน barter
การแลกเปลี่ยนเช็ค exchange cheque
การแลกเปลี่ยนหนี้ต่างสกุลเงินกัน currency seap
การแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย ของสกุลเงินเดียวกัน single currency interest rate swap
การแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยต่างสกุลเงิน cross currency interest rate swap
การแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง basis swap
การโอนสิทธิ assignment
การใช้บัญชีลูกหนี้เป็นหลักประกัน assigned accounts receivable
การกำหนดมูลค่าทางการบัญชี accounting valuation
การขายผ่อนส่ง installment sale
การควบกิจการ business combination
การควบกิจการ merger
การควบคุมโดยใช้งบประมาณดำเนินงาน budgetary control
การควบคุมจำนวนการผลิต production control
การควบคุมทางการบัญชี accounting control
การควบคุมภายใน internal control
การควบคุมสินค้าคงเหลือ inventory control
การคิดค่าเสื่อมราคาโดยวิธีดอกเบี้ยทบต้น compound interest depreciation method
การคิดค่าเสื่อมราคาโดยวิธีรวมกลุ่ม group depreciation method
การคิดค่าเสื่อมราคาโดยวิธีส่วนร่วม composite depreciation method
การคิดค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่ง accelerated depreciation
การจัดสรร appropriation
การจัดสรรกำไรสุทธิ appropriation of net income
การจัดหาเงินโดยบัญชีลูกหนี้การค้า account receivable financing
การจับคู่ระหว่างรายได้กับรายจ่าย matching
การจ้างงาน employment
การจำนำบัญชีลูกหนี้ pledging of accounts receivable
การซื้อขายบัญชีลูกหนี้ factoring
การตรวจสอบโดยการวิเคราะห์ analytical review
การตรวจสอบใบสำคัญ vouching
การตรวจสอบก่อนการปฏิบัติการ pre audit
การตรวจสอบการจัดการ management audit
การตรวจสอบการดำเนินงาน operational audit
การตรวจสอบการปฏิบัติการ performance audit
การตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด compliance audit
การตรวจสอบการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ audit through the computer
การตรวจสอบข้อมูลจากรายงานคอมพิวเตอร์ audit around the computer
การตรวจสอบงบการเงิน financial audit
การตรวจสอบจากของจริงที่มีอยู่ physical check,
การตรวจสอบด้านบริหาร administrative audit
การตรวจสอบบัญชี audit
การตรวจสอบบัญชี auditing
การตรวจสอบบัญชีประจำปี annual audit
การตรวจสอบบัญชีภายใน internal audit
การตั้งราคาจากทุน cost-plus pricing
การตัดค่าสูญสิ้น depletion
การตัดบัญชี amortization
การตัดยอด cut-off
การตีราคาใหม่ revaluation
การตีราคาสินค้าคงเหลือตามวิธีเข้าก่อนออกก่อน first in, first out FIFO
การตีราคาสินค้าคงเหลือวิธีเข้าหลังออกก่อน last in, first out LIFO
การทดลองปฏิบัติ reperformance
การทดสอบ test
การทดสอบในการตรวจสอบบัญชี audit test
การบวกแนวตั้ง footing
การบัญชี accounting
การบัญชีเงินกองทุน fund accounting
การบัญชีการเงิน financial accounting
การบัญชีต้นทุน cost accounting
การบัญชีต้นทุนงานสั่งทำ job order costing
การบัญชีต้นทุนต่อเนื่อง process costing
การบัญชีต้นทุนทางตรง direct costing
การบัญชีต้นทุนผันแปร variable costing
การบัญชีต้นทุนมาตรฐาน standard costing
การบัญชีต้นทุนรวม full costing
การบัญชีต้นทุนร่วม full absorption costing
การบัญชีตามความรับผิดชอบ responsibility accounting
การบัญชีตามประเภทของกิจกรรม functiconal accounting
การบัญชีบริหาร administrative accounting
การบัญชีรัฐบาล governmental accounting
การบัญชีสำหรับการรวมกิจการ merger accounting
การบัญชีสำหรับหน่วยงาน entity accounting
การบัญชีสำหรับองค์การ enterprise accounting
การบันทึกรายการในสมุดบัญชี accounting entry
การปฏิบัติทางการบัญชี accounting practice
การประเมินราคา appraisal
การประมาณการ forecasting
การปรับปรุงค่าเสื่อมราคา depreciation adjustment
การปรับปรุงรายการ adjustment
การปริวรรตเงินตรา foreian exchange
การปันส่วน, การแบ่งส่วน allocation
การปันส่วนต้นทุน cost allocation
การปิดบัญชีประจำปี annual closing
การผ่านรายการบัญชี posting
การฝากขาย consignment
การพิสูจน์ยอด reconciliation
การยืนยันความถูกต้อง confirmation
การรวมกิจการ consolidation
การรวมกิจการ merger
การร่วมค้า joint venture
การรับรองตั๋วแลกเงิน acceptance
การรับรู้รายได้ revenue recongnition
การลงบัญชี bookkeeping
การลดค่าเงินตรา devaluation
การวางแผนการตรวจสอบบัญชี audit planning
การวางแผนภาษีอากร tax planning
การวิเคราะห์ analysis
การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน break-even analysis
การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ cost-benefit analysis
การวิเคราะห์ต้นทุน-จำนวน-กำไร cost-volume-profit analysis
การวิจัยตลาด marketing research
การวิจัยทางการตลาด market research
การสอบบัญชีโดยผู้ตรวจสอบภายนอก external audit
การสอบยันความถูกต้อง cross check
การอ้างอิงระหว่างกัน cross-reference
เกณฑ์เงินสด cash basis
เกณฑ์ค้างรับค้างจ่าย, เกณฑ์สิทธิ accrual basis
เกณฑ์ทางการบัญชี basis of accounting
แก้ไขข้อผิดพลาดรายการบัญชี accounting error adjustment
กำไร gains
กำไร profit
กำไร (ขาดทุน) ที่เกิดขึ้นแล้ว realized gain (loss)
กำไร (ขาดทุน) ที่ยังไม่เกิดขึ้น unrealized gain (loss)
กำไรขั้นต้น gross earnings, gross income
กำไรขั้นต้น gross profit
กำไรต่อหุ้น earnings per share
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน primary earnings per share
กำไรผันแปร contribution margin
กำไรส่วนทุน capital gain
กำไรสะสม accomulated income
กำไรสะสม earned surplus
กำไรสะสม retained earnings
กำไรสะสมจัดสรร appropriated retained earnings,
กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร unappropriated retained earnings
กำไรสุทธิ earnings
กำไรสุทธิ net profit
กำไรสุทธิก่อนดอกเบี้ยและหลังภาษี earnings before Interest after Tax (EBIAT)
กำไรสุทธิต่อหุ้น earnings before per share (EBIT)
กำหนดเอง arbitrary
กิจกรรม activity
กิจกรรมในการจัดหาเงิน financing activities
กิจกรรมการลงทุน investing actitities
กิจกรรมดำเนินงาน operating activities
ขบวนการ procedure
ของเสีย spoilage
ของคงคลังในระดับที่ปลอดภัย safety stock
ของสูญเสีย waste
ข้อบังคับของบริษัท articles of association,
ข้อบังคับของบริษัท articles of incorporation
ข้อผิดพลาด error
ข้อมูลย้อนกลับ feedback value
ข้อสนเทศทางการบัญชี accounting information
ข้อสมมุติฐานทางการบัญชี accounting assumption
ข้อสมมุติมูลฐานทางการบัญชี basic assumption of accounting
ขาดทุน loss
ขาดทุนขั้นต้น gross loss
ขาดทุนต่อหุ้น loss per share
ขาดทุนสะสม deficit
ขาดทุนสุทธิ net loss
ขาย sale
ขาย sell
ขายสุทธิ net sales
เข้าครอบครองกิจการ takeover
ความเชื่อถือได้ reliability
ความเสี่ยงในการตรวจสอบบัญชี audit risk
ความเสี่ยงทางธุรกิจ business risks
ความเห็นแบบมีเงื่อนไข qualified opinion
ความเห็นผู้สอบบัญชี auditor’s opinion
ความครบถ้วน completeness
ความถูกต้องตามที่ควร fairness
ความพร้อมที่จะให้ตรวจสอบบัญชี auditability
ความลำเอียง bias
ความสม่ำเสมอ consistency
ค่าเช่า rent
ค่าเผื่อ allowance
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ allowance for doubtful accounts
ค่าเผื่อหนี้สูญ allowance for bad debts
ค่าเสี่ยงภัย contingence
ค่าเสื่อมราคา depreciation
ค่าเสื่อมราคาสะสม accumulated depreciation
ค่าแรงงาน wage
ค่าแรงงานทางตรง direct labor
ค่าแรงทางอ้อม indirect labor
ค่าใช้จ่าย expense
ค่าใช้จ่าย overhead
ค่าใช้จ่ายโรงงาน factory overhead
ค่าใช้จ่ายโรงงาน factory overhead expense
ค่าใช้จ่ายโรงงาน manufacturing expense
ค่าใช้จ่ายในการขาย selling expense
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย distribution expense
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน operating expense
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร administrative expense
ค่าใช้จ่ายในการผลิต manufacturing overhead,
ค่าใช้จ่ายในการผลิตคิดเข้างาน absorbed overhead
ค่าใช้จ่ายคงที่ fixed expense
ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย accrued expense
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน financial expenses
ค่าใช้จ่ายทางตรง direct overhead
ค่าใช้จ่ายทางอ้อม indirect expense
ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น contingent charge
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี deferred debit
ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี deferred expense
ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า prepaid expense
ค่าใช้จ่ายอื่น other expenses
ค่าการกุศล charity
ค่าขนส่ง transportation expense
ค่าความนิยม goodwill
ค้างรับค้างจ่าย accrual
ค่าจ้าง wage
ค่าจ้าง, ให้เช่า hire
ค่าจ้างทางตรง direct wages
ค่าซ่อมแซม repair
ค่าธรรมเนียมธนาคาร bank charge
ค่าธรรมเนียมรถบรรทุกสินค้า hire charge
ค่านายหน้า brokerage
ค่านายหน้า commission
ค่าบำรุงรักษา maintenance
ค่าพาหนะเดินทาง travelling expense
ค่าระวาง, ค่าขนส่ง freight
ค่าระวางขาเข้า freight in
ค่าระวางขาออก freight out
ค่าสิทธิ royalty
ค่าสุทธิ net worth
เครดิต credit
เครดิตธนาคาร bank credit
เครื่องเสีย off-line
เครื่องใช้สำนักงาน office equipment
เครื่องจักร machinery
เครื่องตกแต่งและติดตั้ง furniture and fixtrues
เครื่องพิมพ์ดีด typwriter
เครื่องมือ tool
คำรับรองของผู้สอบบัญชี auditor’s certificate
คำสั่งซื้อ purchases order
คำสั่งผลิต work order
คู่มือการจัดทำงบประมาณ budget manual
คู่มืองานบัญชี accounting manual
งบ, ใบแจ้งยอด statement
งบแสดงแหล่งที่มาและการใช้เงินทุน statement of sources and applications of funds
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน statement of changes in financial position
งบแสดงฐานะการเงิน statement of financial position
งบกระแสเงินทุน funds flow statement
งบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร bank reconciliation
งบการเงิน financial statement
งบการเงินเปรียบเทียบ comparative financial statement
งบการเงินคือ งบดุล งบกำไรขาดทุน , รายงานทางการเงิน fianancial statement
งบการเงินประจำปี annual financial statement
งบการเงินรวม combined financial statement
งบการเงินรวม consolidated financial statement
งบการเงินระหว่างกาล interim financial statement
งบการเงินอย่างย่อ condensed financial statement
งบกำไรขาดทุน earnings statement
งบกำไรขาดทุน profit and loss statement
งบกำไรขาดทุนแบบขั้นเดียว single-step income statement
งบกำไรขาดทุนแบบหลายชั้น multiple-step income statement
งบกำไรขาดทุน-วิธีแสดงผลการดำเนินงาน current operating performance
งบกำไรสะสม retained earnings statement
งบกำไรสะสมและงบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน financial accounting
งบดุล balance sheet
งบทดลอง trial balance
งบทดลองก่อนปรับปรุง unadjusted trial balance
งบทดลองก่อนปิดบัญชี preclosing trial balance
งบทดลองหลังการปรับปรุง adjusted trial balance
งบทดลองหลังปิดบัญชี closing trial balance
งบบัญชีกระแสเงินสด cash flow statement
งบประมาณ budget
งบประมาณเงินสด cash budget
งบประมาณใหญ่ master budget
งบประมาณกระแสเงินสด cash-flow budget
งบประมาณคงที่ fixed budget
งบประมาณที่จัดสรร appropriation budget
งบประมาณที่สามารถยืดหยุ่นได้ flexed budget
งบประมาณผันแปร flexible budget
งบประมาณผันแปร variable budget
งบประมาณรายจ่ายการลงทุน capital budget
งาน job
งานระหว่างทำ work in process
งานระหว่างผลิต work in progress
เงินเดือน payroll
เงินเดือน salary
เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร bank overdraft
เงินเฟ้อ, ค่าเงินลดลง inflation
เงินเริ่มแรก down payment
เงินให้กู้ loan receivable
เงินกองทุนสะสม capital fund
เงินกู้ธนาคาร bank loan
เงินค่างวด installment, instalment
เงินทดรอง advance
เงินทุนหมุนเวียน working capital
เงินทุนหมุนเวียนสุทธิ net working capital
เงินประกัน marginal deposit
เงินปันผล dividend
เงินปันผลค้างจ่าย accrued dividend
เงินปันผลที่ประกาศจ่าย declared dividend
เงินปันผลระหว่างกาล interim dividend
เงินปันผลสะสม accumulated dividend
เงินฝากธนาคาร cash at bank
เงินมัดจำ deposit
เงินลงทุน investment
เงินลงทุนชั่วคราว temporary investment
เงินวางประกัน retention money
เงินสด cash
เงินสดในมือ cash on hand
เงินสดปันผล cash dividend
เงินสดย่อย petty cash
จับต้องไม่ได้ intangible
เจ้าหนี้เงินกู้ loan payable
เจ้าหนี้การค้า account payable
เจ้าหนี้การค้า trade account payable
เจ้าหนี้ตั๋วเงิน bill payable
เจ้าหนี้ตั๋วเงินจ่าย note payable
จำนอง mortgage
จุดคุ้มทุน break-even point
เช็ค cheque
เช็คของขวัญ cashier’s cheque
เช็คที่ธนาคารรับรองการจ่ายเงิน certified check
เช่าซื้อ hire purchase
เชื่อมเข้าโดยตรงกับ local area network LAN
ดอกเบี้ย interest
ดอกเบี้ยค้างจ่าย accrued interest
ดอกเบี้ยค้างจ่าย accrued interest payable
ดอกเบี้ยค้างรับ accued interest receivable
ดัชนี index
เดบิต debit
ต้นทุน cost
ต้นทุนในการจัดเก็บสินค้า carrying cost
ต้นทุนการแปลงสภาพ conversion cost
ต้นทุนการผลิต cost of production
ต้นทุนกึ่งคงที่ semifixed cost
ต้นทุนขั้นต่ำ prime cost
ต้นทุนขาย cost of sales
ต้นทุนคงที่ fixed cost
ต้นทุนค่าเสียโอกาส opportunity cost
ต้นทุนคิดเข้างาน absorbed cost
ต้นทุนคิดเข้างาน applied cost
ต้นทุนงานสั่งทำ job cost
ต้นทุนจม sunk cost
ต้นทุนจริง actual cost
ต้นทุนจากการเปลี่ยนแทน replacement cost
ต้นทุนต่อหน่วย cost unit
ต้นทุนต่อหน่วย unit cost
ต้นทุนตามงวดระยะเวลา period cost
ต้นทุนถัวเฉลี่ย average cost
ต้นทุนทางอ้อม indirect cost
ต้นทุนที่ไม่สามารถควบคุมไม่ได้ uncontrollable cost
ต้นทุนที่ควบคุมได้ managed cost
ต้นทุนที่สามารถควบคุมได้ controllable cost
ต้นทุนที่อาจเกิดขึ้น contingent cost
ต้นทุนบวกค่าขนส่ง cost and freight
ต้นทุนบวกค่าระวาง cost and freight C;F
ต้นทุนผลิตภัณฑ์ manufacturing cost
ต้นทุนผลิตภัณฑ์ product cost
ต้นทุนผลิตสินค้า overhead cost
ต้นทุนผันแปร variable cost
ต้นทุนมาตรฐาน standard cost
ต้นทุนร่วม joint cost
ต้นทุนวัสดุ material cost
ต้นทุนวัสดุทางตรง direct material cost
ต้นทุนส่วนแตกต่าง differentail cost
ต้นทุนส่วนที่เพิ่มขึ้น incremental cost
ต้นทุนสินค้าขาย cost of goods sold
ต้นทุนสินค้าที่ผลิตสำเร็จ cost of goods manufactured
ตราสารแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น warrants
ตราสารจากการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า currency futures
ตราสารอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า interest rate futures
ตลอดปี year-around
ตลอดปี yearly
ตลาดมืด black market
ตัดออก write-off
ตั๋วเงินที่อัตราดอกเบี้ยลอยตัว floating rate note (FRN)
ตัวแทน agent
ตั๋วแลกเงิน bill of exchange
ตั๋วสัญญาใช้เงิน promissory note
ตัวอย่าง sample
ตารางเวลา schedule
ตารางการจัดอายุหนี้ aging schedule
ถัวเฉลี่ย average
ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก weighted average
ถึงกำหนด nature , due
ทบทวน review
ทรัพย์สิน asset
ทรัพย์สินถาวร fixed asset
ทรัพย์สินถาวรไม่มีตัวตน intangible fixed asset
ทรัพย์สินถาวรที่มีตัวตน tangible fixed asset
ทรัสต์รีซีท trust receipt
ทะเบียนเช็ค check register
ทะเบียนใบสำคัญจ่าย voucher register
เทคนิคการตรวจสอบบัญชี audit technique
ที่ดิน land
ที่ดิน property
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ property, plant and equipment
ทุกปี year after year
ทุน capital
ทุนเรือนหุ้น capital stock
ทุนชำระแล้ว paid-in capital
ทุนสำรอง capital reserve
ธนบัตร bank note
นโยบายการบัญชี accounting policies
นักบัญชี accountant
นายหน้า broker
แนวการตรวจสอบบัญชี audit program
แนวความคิด concept
แนวความคิดเบื้องต้น basic concept
แนวทางการตรวจสอบ audit trail
แนวทางการตรวจสอบบัญชี audit guide
นำบัญชีหักกลบลบหนี้กัน account stated
บริษัท จำกัด corporation
บริษัท จำกัด limited company
บริษัทเอกชน private company
บริษัทในเครือ affiliated company
บริษัทใหญ่ holding company
บริษัทใหญ่จำกัด parent company
บริษัทได้รับอนุญาต authorized company
บริษัทจดทะเบียน listed company
บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน related company
บริษัทมหาชน จำกัด public company
บริษัทมหาชน จำกัด public limited company
บริษัทย่อย subsidiary company
บริษัทหลักทรัพย์ securities company
บัญชี ฝากเงินธนาคาร bank
บัญชีเงินฝากประจำ deposit account
บัญชีเงินสด cash account
บัญชีเดินสะพัด account current
บัญชีเดินสะพัด current account
บัญชีเบิกใช้ส่วนตัว drawing account
บัญชีแยกประเภท ledger account
บัญชีแยกประเภทซื้อเชื่อ purchases ledger
บัญชีแยกประเภทลูกหนี้ sales ledger
บัญชีกำไรขาดทุน profit and loss account
บัญชีกำไรขาดทุน revenue account
บัญชีกำไรขาดทุน temporary account
บัญชีกำไรขาดทุนจัดสรร profit and loss appropriation account
บัญชีคุมยอด control account
บัญชีงบดุล balance sheet account
บัญชีจริง real account
บัญชีจัดสรร appropriation account
บัญชีจ่ายค่าจ้าง wages account
บัญชีต้นทุนรวม absorption costing
บัญชีตรงข้าม contra accounts
บัญชีทุน capital account
บัญชีปรับมูลค่า offset account
บัญชีปรับมูลค่า valuation account
บัญชีพัก suspense account
บัญชีย่อย subsidiary accounts
บัญชีระหว่างโอน clearing accounts
บัญชีรายละเอียดการขายสินค้า account sales
บัญชีรูปตัว “ที” T- account
บัญชีส่วนบุคคล personal account
บัญชีสาขา branch accounts
บัญชีสาขา detail account
บัตรเงินฝาก certificate of deposit
บันทึกงานตรวจสอบบัญชี audit memorandum
บันทึกทางการบัญชี accounting records
ใบเสร็จรับเงิน receipt
ใบแจ้งยอดเงินฝากจากธนาคาร bank statement
ใบแจ้งยอดเงินฝากธนาคาร bank statement
ใบแจ้งยอดประจำเดือน monthly statement
ใบแจ้งว่าเป็นลูกหนี้ debit note
ใบกำกับสินค้า invoice
ใบกำกับสินค้า sales invoice
ใบตราส่งสินค้า bill of lading
ใบลงเวลาทำงาน job sheet
ใบสั่งงาน job card
ใบสำคัญ voucher
ใบสำคัญรายวันทั่วไป journal voucher
ปลายปีปฏิทิน year-end
ปันส่วน, แบ่งส่วน allocate
ปีงบประมาณ budget period
ปีที่ใช้เป็นปีฐาน base period,
ปีที่ทำการตรวจสอบบัญชี audit year
เป็นอิสระ independent
ผลต่าง variance
ผลต่างในปริมาณการผลิต volume variance
ผลต่างของกำลังการผลิต capacity variance
ผลต่างค่าแรง labor variance
ผลต่างค่าใช้จ่ายโรงงาน factory overhad variance
ผลต่างจากราคา price variance
ผลต่างที่ไม่พอใจ unfavorable variance
ผลต่างที่น่าพอใจ favorable variance
ผลต่างอัตราค่าแรง wage rate variance
ผลที่ต่างจากงบประมาณ budget variance
ผลิตผลพลอยได้ by product
ผลิตภัณฑ์ product
ผลิตภัณฑ์มีตำหนิ defective product
ผังแสดงจุดคุ้มทุน break-even chart
ผังบัญชี chart of accounts
แผนกการตรวจสอบบัญชี audit plan
แผนภูมิสายการทำงาน flowchart
ผู้ควบคุมบัญชี controller, comptroller
ผู้ตรวจสอบบัญชี auditor
ผู้ตรวจสอบภายในรับอนุญาต certified internal auditor
ผู้ถือหุ้น shareholder
ผู้ประกอบการ entrepreneur
ผู้ฝากขาย consignor
ผู้รับฝากเงินประเภทเงินฝากประจำ deposit-taker
ผู้รับฝากขาย consignee
ผู้รับสัมปทาน franchisee
ผู้สอบบัญชีคนก่อน predecessor auditor
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต certified public accountant (CPA)
ผู้หัดใหม่, มือใหม่ youngling
พนักงานบัญชี bookkeeper
พ่อค้า seller
พ่อค้า vendor
พันธบัตร bond, debenture
พันธบัตรแปลงสภาพ convertible bond
พันธบัตรที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน secured bond
พิสูจน์ติดตาม trace
พิสูจน์ยืนยัน verify
เพิ่มค่า write up
แฟ้มถาวร permanent file
แฟ้มปัจจุบัน current file
พระราชบัญญัติการบัญชี 2543 Accounting Act.B.E.2543(2000)
พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี 2547 Accounting Professional Act.B.E 2547(2004)
ภาษีเงินได้นิติบุคคล income tax
ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี deferred income tax
ภาษีขาย output tax
ภาษีซื้อ input tax
ภาษีมูลค่าเพิ่ม value added tax
ภาษีธุรกิจเฉพาะ special business tax
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย withholding tax
มรรยาทของผู้สอบบัญชี professional Ethics-Auditor
มาตรฐาน standard
มาตรฐานการตรวจสอบบัญชี audit standard
มาตรฐานการตรวจสอบบัญชี auditing standards
มาตรฐานการบัญชี accounting standard
มาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป generally accepted accounting standard
มีเงื่อนไข qualified
มูลค่า value
มูลค่าเพิ่ม added value
มูลค่าเพิ่ม value added
มูลค่าเศษซาก scrap value
มูลค่าการชำระบัญชี liquidation value
มูลค่าตามบัญชี book value
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น book value per share
มูลค่าที่กำหนด stated value
มูลค่าที่ตราไว้หน้าตั๋ว face value
มูลค่าปัจจุบัน present value PV.
มูลค่าปัจจุบันสุทธิ net present value
มูลค่ายุติธรรม fair value
มูลค่าราคาตลาด market value
มูลค่าราคาประเมิน appraised value
มูลค่าราคาปัจจุบัน present value
มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ net realizable value
ไม่มีสิทธิ์ without rights
ยอดคงเหลือ balance
ยอดคงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคาร bank balance
ยอดดุลเครดิต credit balance
ยอดดุลเดบิต debit balance
ยอดดุลในบัญชี account balance
ยอดยกไป carry forward
ยอดยกมา bring forward
ยอดยกมา brought forward
ยอดยกมา historical
ยานพาหนะ vehicle
รหัสไปรษณีย์ zip code
รอบระยะเวลา 1 รอบปีบัญชี fiscal year
รอบระยะเวลางบประมาณ budget period
รอบระยะเวลาบัญชี accounting period
รอบระยะเวลาบัญชีที่ตรวจสอบ audit period
ระบบในสำคัญจ่าย voucher system
ระบบการควบคุมภายใน internal control system
ระบบบัญชี accounting system
ระบบบัญชีเดี่ยว single-entry system
ระบบบัญชีคู่ double-entry system
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ management information system (MIS)
ระบบสารสนเทศทางการบัญชี accounting Information system
ระยะเวลาการรับชำระหนี้ถัวเฉลี่ย average collection period
ระยะเวลาคืนทุน payback period
ระยะเวลารอรับชำระหนี้ collection period
รัฐวิสาหกิจ state enterprise
ราคาขาย sales value
ราคาขายปลีก retail price
ราคาคงเหลือ residual value
ราคาต้นทุนในปัจจุบัน current cost
ราคาตลาด market price
ราคาตลาดยุติธรรม fair market value
ราคาต่อหน่วย unit price
ราคาตามบัญชียกมา gross book value
ราคาตามบัญชีสุทธิ net book value
ราคาตามมูลค่า at par
ราคาถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ moving average
ราคาที่ตราไว้ในหลักทรัพย์ par value
ราคาทุนเดิม historical cost
ราคาทุนหรือตลาดที่ต่ำกว่า lower of cost or market
ราคามาตรฐาน standard price
ราคามูลค่าซาก scrap value
ราคายุติธรรม fair price
ราคาสินค้าตามใบอินวอยซ์ free on Board F.O.B.
ราคาสินค้าที่ส่งถึงผู้รับขนสินค้า free on board (F.O.B.)
ราคาสินค้ารวมค่าขนส่ง cost and freight (C;F)
ราคาสินค้ารวมค่าประกันภัยและค่าขนส่ง cost, insurance and freight (C.I.F.)
รายได้ income
รายได้ revenue
รายได้ revenue income
รายได้ค้างรับ accrued income
รายได้ที่เกิดขึ้น realized revenue
รายได้ที่ยังไม่เกิดขึ้น unrealized revenue
รายได้รอการตัดบัญชี unearned revenue
รายได้รอการรับรู้รายได้ deferred income
รายได้รอดการตัดบัญชี deferred revenue
รายได้ส่วนเพิ่ม incremental revenue
รายได้อื่น other income
รายการ transaction
รายการเทียบเท่าเงินสด cash equivalent
รายการทางธุรกิจ business transaction
รายการทางบัญชี accounting transaction
รายการที่ไม่เป็นตัวเงิน non-monetary items
รายการปรับปรุง adjusted entry
รายการปรับปรุงจากการตรวจสอบบัญชี audit adjustment
รายการปิดบัญชี closing entry
รายการพิเศษ extraordinary item
รายงานเงินฝากธนาคาร bank report
รายงานการตรวจสอบบัญชี audit report
รายงานของผู้สอบบัญชี auditor’s report
รายงานตรวจสอบบัญชี audit opinion
รายงานประจำปี annual report
รายงานผู้สอบบัญชีที่มีเงื่อนไข qualified auditor’s report
รายจ่าย expenditure
รายจ่ายการลงทุน capital expenditure
รายจ่ายฝ่ายรายได้ revenue expenditure
รายจ่ายรอการตัดบัญชี deferred charge
รายละเอียดประกอบ supplementary statement
ลดค่า write down
ลดลง subsidize
ล้าสมัย obsolete
ลิขสิทธิ์ copyright
เล็ตเตอร์ออฟเครดิต letter of credit L/C
เล็ตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการค้ำประกัน standby letter of credit
เล็ตเตอร์ออฟเครดิตที่ยังใช้ไม่เต็มจำนวน unused letter of credit
ลูกหนี้ debtor
ลูกหนี้ receivable
ลูกหนี้การค้า account receivable
ลูกหนี้จากการขายลด account receivable discounted
ลูกหนี้ตั๋วเงิน bill receivable
ลูกหนี้ตั๋วเงินรับ note receivable
ลูกหนี้รอตัดบัญชี deferred debt
วกเวียนไปมา zigzag
วงเงินสดย่อย imprest cash
วงจร network
วงจรบัญชี accounting cycle
วัฏจักรวงจรการดำเนินงาน operating cycle
วัตถุดิบ material
วัตถุดิบ raw material
วัตถุทางตรง direct material
วันครบกำหนดการชำระค่าหลักทรัพย์ account day
วัสดุ supply
วัสดุโรงงาน factory agenda
วัสดุทางอ้อม indirect material
วาระการประชุม agenda
วิธีเมื่องานเสร็จสิ้นตามสัญญา completed contract method
วิธีเส้นตรง straight-line method
วิธีกองทุนจม sinking fund method
วิธีการคิดต้นทุนในการผลิตแต่ละครั้ง batch costing
วิธีการตรวจสอบบัญชี auditing procedure
วิธีการบัญชี accounting procedure
วิธีการบัญชีขายผ่อนส่ง installment method of accounting
วิธีการบัญชีสินค้าคงเหลือที่บันทึกเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี periodic inventory method
วิธีการบัญชีสินค้าคงเหลือที่บันทึกแบบต่อเนื่อง perpetual inventory method
วิธีคิดค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน of depreciation
วิธีจำนวนผลผลิตที่ได้ productive output method
วิธีชั่วโมงทำงาน service-hours method
วิธีต้นทุนงานสั่งทำ job order costing
วิธีนับผลรวมจำนวนปี sum of the years digits method
วิธียอดลดลง declining balance method
วิธีราคาทุน cost method
วิธีสินค้าตามอัตรากำไรขั้นต้น gross profit method
วิธีอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ percentage of completion method
เศษซาก scrap
ศูนย์ต้นทุนทางอ้อม indirect cost centre
สิทธิการเช่า leasehold
สมการบัญชี accounting equation
สมมติฐาน assumption
สมุดเงินสด cash journal
สมุดเงินสดย่อย peety cash book
สมุดแยกประเภทย่อย subsidiary ledger
สมุดบัญชี book of account
สมุดบัญชีเงินสด cash book
สมุดบัญชีเงินสด cash book C.B.
สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป general ledger
สมุดบัญชีรายวัน journal
สมุดบัญชีรายวันทั่วไป general journal
สมุดบันทึกจากการตรวจสอบบัญชี audit notebook
สมุดบันทึกรายวันส่งคืน purchases return book
สมุดรายวัน day book
สมุดรายวันเงินสดจ่าย cash disbursement journal
สมุดรายวันเงินสดรับ cash receipts journal
สมุดรายวันขั้นต้น book of orginal entry,
สมุดรายวันขาย sales day book
สมุดรายวันขาย sales journal
สมุดรายวันซื้อ bought day book
สมุดรายวันซื้อเชื่อ purchases day book
สลักหลัง endorse
สลักหลัง indorse
ส่วนเกิน surplus
ส่วนเกินจากการประเมินราคา appraisal surplus
ส่วนเกินทุน capital surplus
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น premium on share
ส่วนเกินมูลค่าหุ้นกู้ bond premium
ส่วนเพิ่ม differential
ส่วนเพิ่ม incremental
ส่วนเพิ่มจากต้นทุน mark on
ส่วนเพิ่มจากราคาขาย mark up
ส่วนของผู้ถือหุ้น shareholders’ equity
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของเจ้าของ owners’ equity
ส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นกู้ bond discount
ส่วนที่ลดราคา markdown
ส่วนลด discount
ส่วนลดเงินสด cash discount
ส่วนลดการค้า trade discount
ส่วนลดจ่าย sales discount
ส่วนลดธนาคาร bank discount
ส่วนลดรับ discount received
ส่วนลดรับ purchase discount
สะสม accumulate
สัญญา contract
สัญญาการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า forward exchange contract
สัญญาการซื้อขายล่วงหน้า forward contract
สัญญาระยะยาว long-term contract
สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า forward rate agreement
สัปทาน franchise
สาขา branch
สาขาย่อย subsidiary
สาระสำคัญ materiality
สำรอง reserve
สิทธิการซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ currency option
สิทธิบัตร patent
สินเชื่อเพื่อการส่งสินค้าออก packing credit
สินค้า goods
สินค้าคงเหลือ inventory
สินค้าฝากขาย goods on consignment
สินค้าระหว่างผลิต goods in process
สินค้ารับคืน sales return
สินค้าส่งคืน purchases return
สินค้าสำเร็จรูป finished goods
สินทรัพย์จากการลงทุน capital asset
สินทรัพย์ถาวรมีตัวตน tangible fixed asset
สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ intanbible asset
สินทรัพย์ที่มีอายุการใช้งานจำกัด limited – life asset
สินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น contingent asset
สินทรัพย์หมุนเวียน current asset
สินทรัพย์หมุนเวียนที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็ว quick asset
สินทรัพย์อื่น other assets,
หน่วยงานการบัญชี accounting unit
หน่วยงานทางการบัญชี accounting entity
หนังสือบริคณห์สนธิ memorandum of association
หนังสือยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย letter of undertaking
หนังสือยืนยันยอดจากธนาคาร bank confirmation
หนังสือรับทราบภาระหนี้สิน letter of comfort
หน้าบัญชี folio
หนี้ระยะยาว (ที่เกิน 1 ปี) long-term debt
หนี้สงสัยจะสูญ doubtful accouhts
หนี้สิน liability
หนี้สินโดยประมาณ estimated liability
หนี้สินค้างจ่าย accured liability
หนี้สินจากการจ่ายเงินปันผล liability dividend
หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น contingent liability
หนี้สินระยะยาว long-term liability
หนี้สินระยะสั้น short-term liability
หนี้สินหมุนเวียน current liability
หนี้สินอื่น other liability
หนี้สูญ bad debt
หมายเหตุ ประกอบงบการเงิน footnotes to financial statement
หมายเหตุ ประกอบงบการเงิน notes to financial statement
หลักการเกิดขึ้นของรายได้ revenue realization principle
หลักการบัญชี principles of accounting
หลักการบัญชีเบื้องต้น basic principle of accounting
หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป generally accepted accounting principles
หลักความระมัดระวัง conservatism
หลักฐาน evidence
หลักฐาน instrument
หลักฐานการบัญชี accounting evidence
หลักฐานจากการสอบบัญชี audit evidence
หลักทรัพย์ security
หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด marketable security
หลักทรัพย์ได้รับอนุญาต authorized security
หลักทรัพย์จดทะเบียน listed security
หลักทรัพย์ทางกฎหมาย legal mortgage
หลักทรัพย์ที่เป็นที่ดิน land mortgage
หลักราคาทุนเดิม historical cost principle
ห้างหุ้นส่วน partnership
ห้างหุ้นส่วนจำกัด limited partnership
หุ้น bond
หุ้น share
หุ้นกู้ debenture stock
หุ้นกู้ที่มีประกัน guaranteed bond
หุ้นทุน stock
หุ้นทุนจดทะเบียน authorized capital stock
หุ้นทุนที่ได้รับคืน treasury shares
หุ้นทุนที่ยังมิได้นำออกจำหน่าย unissued capital shares
หุ้นบุริมสิทธิ preferred stock
หุ้นปันผล stock dividend
หุ้นส่วน partner
หุ้นสามัญ common stock
อสังหาริมทรัพย์, ที่ดิน estate
อัตรา (ดอกเบี้ย) ที่แท้จริง effective rate (of interest)
อัตราแลกเปลี่ยน exchange rate
อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว flexible exchange rate
อัตราการการหมุนของลูกหนี้การค้า account receivable turnover
อัตราการซื้อขายล่วงหน้า forward rate
อัตราการหมุนของสินค้า inventory turnover
อัตราการหมุนของสินทรัพย์ asset turnover
อัตรากำไรต่อดอกเบี้ยจ่าย time-interest-earned
อัตราค่าเสื่อมราคาโดยวิธีส่วนร่วม composite depreciation rate
อัตราค่าแรงรายวัน day rate
อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตกำหนดล่วงหน้า predetermined overhead rate
อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสุด prime rate
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ prime rate
อัตราผลตอบแทน rate of return
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ return on common equity
อัตราส่วน ratio
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเร็ว quick ratio
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน current ratio
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว quick ratio
อัตราส่วนของกำลังการผลิต capacity ratio
อัตราส่วนสภาพคล่อง liquidity ratio
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ debt ratio
อากรแสตมป์ stamp duty
อาคาร building, plant
อาชีพบัญชี, งานบัญชี accountancy
อายุการใช้งาน useful life
เอกสารการจัดทำงบประมาณ budget document
เอกสารจากแหล่งภายนอก external document
เอกสารทางการเงิน เช่น เช็คหรือตั๋วแลกเงิน financial expense
เอกสารสำหรับสินเชื่อ documentary credit
อำนาจซื้อ purchasing power
อุปกรณ์ equipment

ภงด1

ภงด.1 คือ

ภ.ง.ด. 1 คือ แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร สำ หรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา40 (1) (2) แห่งประมวลรัษฎากร

สรุป ให้เข้าใจง่ายๆ เป็นภาษีเงินได้ที่หักจาก เงินเดือน เงินสวัสดิการ เงินค่าล่วงเวลา ของพนักงานลูกจ้าง และต้องนำส่งให้กรมสรรพากรในเดือนถัดไปหลังจ่ายเงินเดือน กำหนดจ่ายชำระก่อนวันที่ 7 ของทุกๆ เดือน พูดได้ว่า

ภงด1
ภงด1

ใครบ้าง? ที่เป็นผู้หัก และ ผู้ถูกหัก

  • ผู้มีหน้าที่หัก -บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม คณะบุคคล
  • ผู้ที่ถูกหัก – ลูกจ้าง พนักงาน หรือ บุคคลที่ได้รับเงินจากการจ้างงานเท่าๆ กันทุกเดือน

***ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมด ถือเป็นการนำส่งเงินภาษีอีกประเภทหนึ่ง

วิธีคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ให้คำนวณเงินได้พึงประเมินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีโดยให้นำเงินได้ พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวคูณด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ดังนี้

แต่หากพนักเข้าใหม่ระหว่างปี ให้คูณเฉพาะเดือนที่เริ่มทำงานและจ่ายเงินเดือนครั้งแรก เช่น เข้าทำงาน เดือน เมษายน และเริ่มจ่ายเงินเดือน เมษายน ให้ จำนวนเงินที่จ่าย คูณด้วย 9 เดือน

ค่าลดหย่อน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะนำไปคำนวณรวม มีอะไรบ้าง ?

    • หักส่วนตัว 50 % ไม่เกิน 100,00 บาท
    • ลดหย่อนภรรยาหรือสามี (ภรรยา/สามีไม่มีเงินได้)
    • บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมคนละ 30,000 บาท (บุตรชอบด้วยกฎหมายไม่จำกัดจำนวน บุตรบุญธรรมหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 คน)
    • ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่อายุเกิน 60 ปี ท่านละ 30,000 บาท (กรณีสามี/ภรรยาไม่มีเงินได้ สามารถลดหย่อนบิดามารดาของภรรยา/สามีที่อายุเกิน 60 ปีได้อีกท่านละ 30,000 บาท)
    • ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ 60,000 บาท
    • ค่าเบี้ยประกันชีวิต (กรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป) ได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท
    • ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา หักได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท (บิดามารดามีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีที่ใช้สิทธิยกเว้นนั้น)
    • ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

***หมายเหตุ ค่าลดหย่อยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกปีภาษี จำเป็นต้องตรวจสอบเป็นประจำทุกๆ ปี

หลักการคำนวณ ภ.ง.ด.1

    • เงินได้พึงประเมิน (ทั้งปี) เสมือนจ่ายเต็มทั้งปี มาจาก เงินได้ x จำนวนคราวที่จ่าย
    • หัก ค่าใช้จ่าย (50% ไม่เกิน 100,000 บาท)
    • หัก ค่าลดหย่อน (ล.ย.01)
    • เงินได้สุทธิ (ยกเว้น 150,000 บาท)
    • คูณ อัตราภาษี(ก้าวหน้า)
    • ภาษีเงินได้
    • หาร จำนวนคราวที่จ่าย
    • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ความรับผิดของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

    • ถ้าผู้จ่ายเงินซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย มิได้หักและนำส่ง หรือได้หักและนำเงิน ส่งแล้วแต่ไม่ครบจำนวนที่ถูกต้อง ผู้จ่ายเงินต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในการเสียภาษีที่ต้อง ชำระตามจำนวนเงินภาษีที่มิได้หักและนำส่ง หรือตามจำนวนที่ขาดไป แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ผู้จ่ายเงินได้หักภาษีไว้แล้ว ให้ผู้มีเงินได้ซึ่งต้องเสียภาษีพ้นความรับผิด ที่ต้องชำระเงินภาษีเท่าจำนวนที่ผู้จ่ายเงินได้หักไว้ และให้ผู้จ่ายเงินรับผิดชำระภาษีจำนวนนั้น แต่ฝ่ายเดียว (มาตรา 54 แห่งประมวลรัษฎากร)
    • ถ้าผู้จ่ายเงินซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่นำเงินภาษีส่งภายในกำหนดเวลา ตาม จะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษี ที่ต้องนำส่ง ทั้งนี้ ให้คำนวณเงินเพิ่มเป็นรายเดือน (เศษของเดือน ให้นับเป็น 1 เดือน) นับแต่ วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบฯ จนถึงวันยื่นแบบฯ และนำส่งภาษี (มาตรา 27 แห่งประมวล รัษฎากร) ถ้าผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ยื่นแบบฯ ภายในกำหนดเวลาตาม 3. เว้นแต่จะ แสดงว่าได้มีเหตุสุดวิสัย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 35 แห่งประมวล รัษฎากร)
    • ผู้ใดโดยเจตนาไม่ยื่นรายการที่ต้องยื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 37 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร)

สถานที่ยื่นแบบ และกำหนดเวลาในการนำเงินภาษีส่ง

นำส่งให้พนักงานภายใน 7วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน ที่สรรพากรพื้นที่สาขาในท้องที่ที่ผู้มีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่ายมีสำนักงานตั้งอยู่ซึ่งได้มีการจ่ายเงิน ปัจจุบันมี นําส่ง ภ.ง.ด. 1 ผ่านอินเตอร์เน็ต ( ยื่นแบบออนไลน์ในเว็บไซต์ของกรมสรรพากร )

ตัวอย่าง การคำนวณ ภ.ง.ด.1 บริษัท ปังปอน จำกัด มีพนักงาน 5 คน

รายละเอียดแต่ละคนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1

นำข้อมูลที่คำนวณได้ ไปกรอกในใบแนบ ตามแบบฉบับที่สรรพากรกำหนด

จะสั่งเกตุได้ว่า มีบางคน ไม่ถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย เนื่องจาก เมื่อคำนวณ แล้วรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ที่ต้องเสีย แต่ก็ใส่ไว้เพื่อความสะดวกในการ จัดทำ แบบ ภ.ง.ด. 1ก เพื่อสรุปอีกทีสิ้นปี

ขั้นตอนที่ 2

เมื่อได้ข้อมูลในใบแนบแล้ว ก็ทำการใส่ข้อมูลลงใน แบบ ภ.ง.ด.1

เมื่อได้ข้อมูลทั้ง 2 แล้ว ก็นำส่งได้ทั้ง ในทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ยื่นตามเขตพื้นที่กรมสรรพากร ของท่าน ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 พนักงาน ลูกจ้างทั่วไป อาจไม่จำเป็นต้องรับรู้ เพราะ โดยปกตินายจ้างจะเป็นผู้จัดทำ แต่ สิ่งที่สำคัญที่ ลูกจ้างต้องทราบ คือ เมื่อนายจ้าง หักเงินบ้างส่วนไว้แล้วนำส่ง ลูกจ้างเอกก็ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ตามในแต่ละเดือน หรือยินยอมให้นายจ้าง ยื่นแบบให้ เนื่องจาก ภ.ง.ด.1 นั้นเป็นภาษีอีกรูปแบบของการจัดเก็บภาษีจากภาครัฐ เพื่อแสดงข้อเท็จจริงจากการได้รับเงินได้ของบุคคลที่เป็นลูกจ้าง พนักงาน ในแต่เดือนของแต่ละบุคคลว่าได้รับมาเท่าไร หากพนักงานที่ได้รับเงินเดือนมากพอที่จะถึงเกณฑ์การเสียภาษีแต่ไม่ยอมเสียภาษี สรรพากรจะสามารถตรวจสอบได้จากการยืนยันยอดจากแบบ ภ.ง.ด.1 ที่เคยนำส่ง

สัญญากิจการร่วมค้า

สัญญากิจการร่วมค้า


 

สัญญาการเข้าร่วมค้า

เข้าประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง กับภาครัฐ และ หน่วยงานราชการส่วนต่างๆ

………………………………………………………………………………………

ข้อตกลงนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่…………………………………………โดยระหว่าง

  1. บริษัท ……………………………….จำกัด ทะเบียนเลขที่………………………………………………….สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่เลขที่………………………………………………………………………………
  2. กับบริษัท……………………………จำกัด ทะเบียนเลขที่………………………………………………….

……………………..

…………………………………………………………..

………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………..

……………………….

 เพื่อเป็นหลักฐานแห่งการนี้ ผู้เข้าร่วมค้าทั้งหลายจึงได้ลงนามในสัญญานี้

  ลงชื่อ …………………………………………          

       ( ……………………………………….. )     

     กรรมการบริษัท……………………………………จำกัด 


ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม

เอกสารชุดเดียว

เนื่องด้วยในปัจจุบัน ปี 2020 ในวิกฤตโควิด-19 ภาครัฐอยากลดความวุ่นวาย ยุ่งยากในการขอใช้บริการจึงออกการบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เพื่อความสะดวกขอผู้ประกอบรายใหม่ 

แต่ในการขอจด VAT หากยื่นเอกสารให้กับกรม จะเป็นการรับเรื่องเพื่อนำเอกสารที่ท่าน ขอจด VAT ไปยื่นให้สรรพากร อนุมัติ ให้เท่านั้น 

เอกสารชุดเดียว
เอกสารชุดเดียว

การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลพร้อมกำรจดทะเบียนภำษีมูลค่ำเพิ่ม (VAT)

เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเริ่มต้นธุรกิจ รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับ
การบริการที่สะดวก รวดเร็ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับกรมสรรพากร ได้ร่วมกันบูรณาการการให้บริการ โดยผู้ประกอบการที่ประสงค์จะจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด พร้อมจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถแนบ

“คำขอจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า”

คำขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
คำขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ต้นทุนขาย

ต้นทุนขาย ( cost of good sold ) หมายถึง ต้นทุนที่ได้มาของสินค้า เช่นหากประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตสินค้า ต้นทุนขายจะหมายรวมถึง ต้นทุนในกระบวนการผลิตทั้งหมด เช่น ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าใช้จ่ายอื่นๆเป็นต้น โดยต้นทุนขายจะปรากฏอยู่บนงบกำไรขาดทุนของกิจการ

ต้นทุนขาย
ต้นทุนขาย

ต้นทุนขาย cost of good sold ต้นทุนที่ใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้านั้น หากว่าบริษัทหรือผู้ขายเป็นผู้ผลิตสินค้านั้นเอง ต้นทุนขายจะเป็นการรวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการผลิตสินค้านั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง ค่าต้นทุนวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องใช้ในการผลิตสินค้าโดยตรง แต่หากเป็นกรณีที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง ต้นทุนขาย มักจะเป็นราคาต้นทุนที่มาจากการจ่ายไปเพื่อให้ได้สินค้านั้นมาขาย โดยตัวต้นทุนขายจะปรากฏอยู่บนงบกำไรขาดทุนของบริษัท 

สูตร การหาต้นทุนขาย 

ต้นทุนขาย = สินค้าคงเหลือต้นงวด + ซื้อสุทธิ – สินค้าคงเหลือปลายงวด

vertify

ใบส่งของชั่วคราว กับ ใบกำกับภาษี ต่างกัน

ใบส่งของ ใบส่งของชั่วคราว (Temporary delivery order)

ถ้าจะพูดถึงคำว่า ใบส่งของ ใบส่งของชั่วคราว บางกิจการ หรือบาง ธุรกิจอาจได้ยินผ่านหู แต่ ไม่ทราบความหมาย ความสำคัญจริงๆ ของใบส่งของ หรือบางกิจการไม่ได้ใช่เแต่ได้รับมา ก็ไม่รู้จะลงบันชีอย่างไร

ใบส่งของชั่วคราวเป็นเอกสาร ที่ธุรกิจบางประเภท จะต้องใช้แล้วจำเป็นต้องใช้มัน ถือเป็นเอกสารที่รับรู้ระหว่าง ผู้ซื้อ และ ผู้ขายเท่านั้น ไม่ได้มีผลทางภาษีจากกรมสรรพากร แต่อย่างใด แต่!! ก็อาจจะนำมาเป็นหลักฐานทางภาษีหากมีการตรวจสอบสินค้า หรือรายได้ ค่าใช้จ่าย

หากใบส่งของนั้นไม่ระบุจำนวนเงินก็ไม่สามารถนำมาลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ แต่หากต้องการลงบันทึกบัญชีจะต้องจัดทำใบสำคัญจ่ายแนบ และระบุให้ชัดเจน ก็จะสามารถนำมาลงเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ แต่ก็ไม่สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้

ใบส่งของชั่วคราวทาง ทางบัญชีต้องบันทึก?

ผู้ออกใบส่งของ

การออกใบส่งของทางบัญชี ต้องดูว่ากิจการออกใบส่งของให้แล้ว มีการเคลื่อนไหวส่งสินค้าให้กับลูกค้าแล้วรึยัง หากยังก็จะไม่มีผลทางบัญชี ไม่จำเป็นต้องบันทึกบัญชี แต่เป็นการออกเอกสารให้กับลูกค้า ว่าจะมีการส่งของให้วันไหน ของจะถึงวันไหน

การออกเอกสาร เลขที่ วันที่ ข้อความ ไม่จำเป็นต้องตรงตามใบกำกับภาษีตามที่สรรพากรกำหนด   เนื่องจากเอกสารใบนี้ ไม่สามารนำมาใช้ได้ในทางภาษีซื้อ และภาษีขายได้ และการออกใบส่งของนั้น บางครั้ง ใบกำกับภาษีขาย ก็อาจจะรันเลขที่ หรือวันที่ไปก่อนหน้าที่ จะมีการนำส่งสินค้าจากใบสั่งซื้อนั้นเองนั้นเอง

แต่การออกใบส่งของนั้น อาจจะอ้างถึงเลขที่ใบสั่งซื้อ ใบกำกับภาษีได้

ผู้รับใบส่งของชั่วคราว

เช่นเดียวกัน ฝั่งผู้รับเอกสารใบส่งของนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องบันทึกบัญชีหากยังไม่ได้รับสินค้าจากผู้ขาย ฝั่งผู้รับนั้นจะต้องการนำเอกสารๆ ต่างที่ได้จ่ายชำระเงินแล้ว มาลงบันทึกบัญชีในกรณีที่จำเป็นต้องบันทึกบัญชี ก็สามารถทำใบสำคัญจ่ายแนบ แล้วนำจำนวนเงินนั้นมาบันทึกบัญชีได้

ใบส่งของชั่วคราว ที่จะนำมาใช้ในกิจการ

หากบริษัทของท่านไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มก็อาจไม่ต้องกังวนกับเอกสารที่มีคำว่า “ใบส่งของชั่วคราว” แต่หากกิจการของท่านอยู่ในระบบภาษีมูลค่า การที่ได้เอกสารที่มีคำว่า “ใบส่งของชั่วคราว” ต้องดูแล้วว่ามีผลกับทางภาษีอย่างไรบ้าง

งานบริการ กับ “ใบส่งของชั่วคราว”

โดยปกติแล้วงานบริการอาจไม่เจอกับใบส่งของชั่วคราว หากไม่ได้เป็นกิจการที่ต้องมีการบริการผลิตสินค้าตามจำนวน ตัวอย่าง เช่น โรงพิมพ์
โรงพิมพ์ รับผลิตนิตยสาร ให้กับ ลูกค้า วันที่ผลิตเสร็จ โรงพิมพ์ยังไม่ได้รับเงิน แต่จำเป็นต้องนำนิตยสารส่งมอบให้กับ ลูกค้า จึงได้ออก “ใบกำกับภาษี/ใบส่งของชั่วคราว” แล้วภาระทางภาษีละ? เกิดขึ้นรึยัง?

ในกรณีนี้ ภาษีขายยังไม่เกิดขึ้นในเดือนนั้น แต่เมื่อใดที่โรงพิมพ์ได้รับเงินแล้ว จึงจะนำภาษีขายมาคำนวณแล้วนำส่งกรมสรรพากร
เอกสารฉบับนี้ ไม่ควรนำอยู่ในระบบคำนวณภาษี เอกสารที่มีคำว่า “ใบส่งสินค้าชั่วคราว” ควรออกแยกกับคำว่า “ใบกำกับภาษี” เนื่องจากการออกเอกสารใบส่งสินค้าชั่วคราว สรรพากร อาจมาองว่า สินค้าที่ส่งไป ไม่ควรจะเป็นการส่งชั่วคราวแต่ควรจะเป็นการขายสินค้า
แต่!! บางกรณีการมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายสินค้าออกจากคลัง เพื่อไปเป็นตัวอย่าง หรือ ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ควรจะออกเป็นเอกสาร ให้รับรู้ หรือเป็นหลักฐานระหว่าง ผู้ซื้อ และผู้ขาย เท่านั้น

Housing estate

ในกรณีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว

 ขั้นตอนดังนี้

  1. ให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายและเสนอให้ ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกมีมติเห็นชอบ
  2. เมื่อที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกมีมติเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายดังกล่าวแล้ว ให้ คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรแจ้งให้สมาชิกทราบว่าจะจัดเก็บค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนในอัตราเท่าใด
  3. เมื่อแจ้งแล้วเริ่มจัดเก็บค่าใช้จ่าย จากสมาชิกภายในวันที่เท่าใดของทุกเดือน พร้อมทั้งวิธีการและสถานที่ในการจัดเก็บ
  4. การกำหนดวันเริ่มจัดเก็บค่าใช้จ่ายของเดือนแรกจะต้องกำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน นับแต่วันที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกมีมติเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าใช้จ่าย
สาธารณูปโภค
สาธารณูปโภค

ลูกบ้านไม่ชำระค่าส่วนกลาง

หากมีการกำหนดอัตราค่าใช้จ่าย และ ระยะเวลาที่ชัดเจนแล้ว มีลูกบ้านไม่จ่ายชำระ หรือจ่ายล่าช้า ข้อควรปฎิบัติ

ดังนี้

  1. กำหนด อัตราค่าปรับหรือมาตรการบังคับในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ชำระ ค่าใช้จ่ายได้ชำระเงินล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด
  2. หากค้างชำระเงินติดต่อกัน ตั้งแต่สามเดือนขึ้นไปและตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป รวมทั้งแจ้งให้ทราบว่าหนี้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็น หนี้บุริมสิทธิในมูลรักษาอสงหาริมทรัพย์เหนือที่ดินจัดสรรของผู้ค้าง ชำระ

*กรณีการจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นก่อนมี พรบ.จัดสรรที่ดิน ปี 2543  เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว ก็จัดเก็บตามลักษณะข้างตนได้เช่นกัน

Cost Village

การจัดเก็บค่าส่วนกลาง

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดทำสาธารณูปโภค หากทางนิติบุคคลได้จัดทำ วิธีการ และ กำหนดอัตราค่าส่วนกลางสาธารณูปโภค เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาจัดเก็บ และรับชำระค่าส่วนกลาง

การจัดเก็บค่าส่วนกลาง และค่าการบริหารค่าใช้จ่าย

กำหนดข้อความและสิ่งที่ต้องมี ดังนี้

  1. ให้ออกหลักฐานการชำระทุกครั้ง และ ต้องมีสำเนาอย่างน้อย 1 ฉบับ
  2. ชื่อของผู้รับชำระเงิน โดยอาจเป็น ชื่อหมู่บ้าน ชื่อนิติบุคคล หรือ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเก็บ
  3. วัน เดือน ปี ที่รับชำระ
  4. ชื่อผู้รับชำระ
  5. จำนวนเงินที่รับชำระ ที่เป็นตัวเลข และตัวอักษร
  6. ข้อความที่ระบุไว้ว่ารับชำระค่าส่วนกลางเดือนใดถึงเดือนใด
  7. ข้อความที่ระบุว่าเป็นค่าปรับ เนื่องจากจ่ายชำระล่าช้าต้องระบุให้ชัดเจน (ถ้ามี)
  8. ลายมือชื่อผู้รับ พร้อม ตราประทับของนิติบุคคลหมู่บ้าน (ถ้ามี)

*กรณีที่นิติบุคคลหมู่บ้าน มีนอกเนื่องมากกว่านี้ สามารถเพิ่มเติมได้ แต่ต้องไม่ขัดกับที่กำหนดไว้ข้างตน

ผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บเงินค่าส่วนกลาง

ต้องมาจากการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริหารนิติบุคคลภายในหมู่บ้าน โดยในที่ประชุมใหญ่เป็นผู้กำหนด

housing estate

การจัดตั้งนิติบุคคบหมู่บ้านจัดสรร

หมู่บ้านจัดสรรที่เกิดขึ้นมา หรือ หลังจาก ปีพ.ศ.2543 หากต้องการจะมีตังวตนทางกฎหมายในสังคมหมู่บ้านจัดสรร และจัดทำให้ถูฏต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น ผู้ออกกฎนั้น ได้มีการกำหนด พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันและ ต้องปฎิบัตืตาม แต่ในความเป็นจริงผู็คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนมีความเห็นไม่ตรงกัน บ้างเห็นด้วย บ้างไม่เห็นด้วย กับการจัดตั้งเป็นนิติบุคคล เนื่องจาก การดำเนินการต่างๆ หลังจากการจดจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้ว

การกระทำใดๆ ที่ขัดต่อข้อบังคับ หรือกฎที่กำหนดขึ้น ทำให้มีผลต่อกฎหมาย ทั้งบุคคลภายในและภายนอกทั้งสิ้น
การจัดตั้งนิติบุคคบหมู่บ้านจัดสรร จึงได้กำหนดให้ ผู็ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงย่อยตามแผนผังของโครงการ และมีมติให้จัดตั้ง และแต่งตั้งตัวแทนไปยื่นตคำขอจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือ สาขา พร้อมด้วยข้อบังคับที่กำหนดไว้

ข้อบังคับที่ต้องมี ดังนี้

  1. ชื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
  2. วัตถุประสงค์
  3. ที่ตั้งสำนักงาน
  4. ข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนกรรมการ การเลือกตั้ง วาระการดำรงตำแหน่งการพ้นจากตำแหน่งและการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร
  5. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินงาน การบัญชี และการเงิน
  6. ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
  7. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประชุมใหญ่