081 931 8761 9622104@gmail.com
อุปสรรคในการศึกษาของเด็กยุคนี้

อุปสรรคในการศึกษาของเด็กยุคนี้

อุปสรรคในการศึกษาของเด็กยุคนี้ที่เป็นตัวฉุดให้เด็กไม่ประสบความสำเร็จในการศึกษาอย่างมาก ซึ่งมีหลายปัจจัยดังนี้

  1. เรียนตามกระแส แน่นอนว่ามีจำนวนไม่น้อยเลยที่เลือกศึกษาต่อตามความนิยม โดยไม่รู้ว่าเป้าหมายของชีวิตคืออะไร ไม่ว่าจะทำตามพ่อแม่ หรือเชื่อคำแนะนำของอาจารย์ ซึ่งจะทำให้คุณนั้นพลาดเรียนในสิ่งที่ตนเองรักและชอบ หรือที่ตนเองถนัดก็ตาม
  2. เรียนสาขาที่ได้เงินเยอะ เป็นความคิดที่ผิดเพราะมันจะทำให้คุณนั้นไม่ความสุขในการเรียนหรือเมื่อจบการศึกษาแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำงานในสายที่ตนเองเรียนมาหรือไม่ ซึ่งจะทำให้คุณนั้นเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์
  3. กวดวิชาอย่างหนัก เป็นความผิดพลาดอย่างมากจากพ่อแม่ที่ยัดเหยียดให้มากจนเกินไป ทำให้เด็กไม่มีเวลาได้พักผ่อนสมองเลย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กนั้นมีความเครียดและรู้สึกกดดันจากความคาดหวังของพ่อแม่ อาจส่งผลในปัญหาอื่นๆตามมาเช่น ปัญหาฆ่าตัวตาย ปัญหายาเสพติด
  4. เรียนในชั้นไม่เข้าใจ เป็นปัญหาที่มีมาโดยตลอดไม่ว่าจะยุคสมัยไหน สาเหตุมาจากการเรียนการสอนที่ไม่ดึงดูดหรือครูไม่มีเทคนิค เป็นที่ตัวเด็กไม่ตั้งใจเรียน ผลสุดท้ายตกอยู่ที่ตัวคุณเอง สามารถแก้ไขได้ด้วยหาความรู้จากแหล่งอื่นมาทดแทน
  5. เรียนเพื่อสอบไม่ใช่เรียนเพื่อรู้ ปัจจุบันการศึกษาบ้านเราจะเน้นเรื่องการสอบมากกว่าการเข้าใจ แต่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตจริง ซึ่งจะประเมินวัดผลคะแนนการสอบเป็นหลัก

อุปสรรคต่างๆ ในระบบเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ทำให้เด็กขาดทักษะในชีวิตสำหรับการเรียนรู้จักตัวเอง ซึ่งไม่สามารถค้นหาความถนัด ความสามารถของตัวเองได้ว่าตนเองทำสิ่งใดได้ดี  ที่ส่วนใหญ่ทุกคนจะทำตามกระแส หรือทำตามเพื่อน หากไม่มีจุดยืนเป้นของตนเองก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ในอนาคต และคุณก็จะไม่มีความสุขกับสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ หากเป็นอย่างนี้ต่อไปก็อาจจะต้องนั่งเสียใจน้ำตกกันเป็นแถวๆแน่นอน

สาเหตุที่สอบไม่ติดมาจากการศึกษาที่พลาด

สาเหตุที่สอบไม่ติดมาจากการศึกษาที่พลาด

สาเหตุที่สอบไม่ติดมาจากการศึกษาที่พลาดของตัวคุณเอง เพราะคุณไม่ได้วางแผนการเรียนไว้ตั้งแต่เริ่มต้นโดยมีสาเหตุหลักๆดังนี้

  1. อ่านหนังสือใกล้สอบ แน่นอนว่ามาอ่านหนังสือตอนนี้คงจะจำได้หรอกนะ สมองคนเราไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่จะได้ป้อนข้อมูลและจดจำได้ทันที ส่วนมากจะเป็นเหมือนกันหมดจะเร่งอ่านหนังสือไม่กี่ชั่วโมง หากคุณเตรียมตัวอ่านหนังสือล่วงหน้า 1-2 เดือนค่อยๆทบทวนเรื่อยๆไม่หักโหม ทดลองทำแบบทดสอบต่างๆเมื่อเข้าห้องสอบก็จะทำได้อย่างง่าย ปัญหาของการอ่านหนังสือก่อนสอบเป็นปัญหายังคงมีในทุกยุคทุกสมัยที่ทำให้ใครหลายคนสอบไม่ติดและพลาดโอกาสการเข้ารับการศึกษาต่อในสถาบันที่ตนเองต้อองการ
  2. โดดเรียนบ่อย เป็นสาเหตุหนึ่งของการศึกษาไม่จบ สอบไม่ติด ถือเป็นการใช้ชีวิตที่ผิดๆ เพราะการเข้าห้องเรียนทุกครั้งบางทีก็จะมีการสอบเก็บคะแนน การแนะแนวข้อสอบ ซึ่งจะทำให้คุณนั้นพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย หากโดดเรียนบ่อยครั้งก็จะทำให้คุณพ้นสภาพการเรียนได้เช่นกัน
  3. นอนดึก ร่างกายคนเราต้องพักผ่อนให้เพียงพอ หากนอนดึกไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น เที่ยวดึกกลับเช้า เล่นเกม ก็จะส่งผลเสียในการเรียนอย่างมาก เรียนไม่รู้เรื่อง หลับในห้องเรียน ตื่นสาย ไม่ไปโรงเรียน หรือหากไปเรียนก็คงจะเรียนไม่รู้เรื่องแน่นอน
  4. มีความรัก เป็นช่วงวัยรุ่นที่ต้องมีความรักทุกคน แต่หากมีแล้วทำให้เสียเรื่องการเรียนนั่นไม่ได้เรียกว่ารักจะเรียกว่าหลงมากกว่า เพราะความรักจะต้องเดินทางถูกไม่ควรพากันไปทำในสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งปัญหานี้พบมากในช่วงวัยรุ่น บางครั้งอาจมีปัญหาเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็จะทำให้มีผลต่อเรื่องการเรียนด้วยเช่นกัน
  5. ฟุ่มเฟือย คบเพื่อนไม่ดี เป็นปัญหาที่พบมากเช่นกัน ติดของเบรนด์เนม ติดใช้ชีวิตหรูๆ คบเพื่อนที่ไม่มีความคิดก็จะยิ่งฉุดกันลงเหว

ปัญหาของการสอบไม่ติดปัจจัยหลักจะมาจากตัวคุณเองทั้งหมดที่ทำให้สอบไม่ติดไม่จบการศึกษา และมาคิดได้เมื่อเพื่อนๆนั้นประสบความสำเร็จกันไปหมดแล้ว น่าเสียดายโอกาสและเวลาเงินทองที่พ่อแม่ส่ง รีบกลับตัวกันตั้งแต่วันนี้ก่อนที่จะไม่เหลืออะไร

ไม่จบการศึกษาก็ประสบความสำเร็จได้

ไม่จบการศึกษาก็ประสบความสำเร็จได้

ไม่จบการศึกษาก็ประสบความสำเร็จได้ อย่ากังวลว่าอย่าเรียนไม่จบชีวิตนี้ต้องพังทลายหมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง แต่อย่าพึ่งท้อแท้เพราะคนที่เรียนไม่จบการศึกษาก็ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ด้วยเทคนิค ดังนี้

  1. ฝึกฝนทักษะ ที่ตนชื่นชอบและความถนัดอย่างสม่ำเสมอ ทุ่มเทไม่หยุดหย่อนเพราะคุณจะต้องมุ่งมั่นมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว
  2. ใช้เวลาในแต่ละวัน เพื่อการเรียนรู้จากสื่อรอบด้าน จากคน จากหนังสือ หรือ จากข้อมูลต่างๆ เพื่อเก็บเป็นความความรู้และนำมาพัฒนาตนเอง
  3. อดทน ต่อความเสี่ยงความกดดัน การดูถูก คำนินทา ที่ต้องเจอประจำ จนกว่าความสำเร็จจะช่วยทำให้ลบล้างคำนินทาต่างๆไปได้ในที่สุด
  4. ต้องไม่กลัว ความล้มเหลวเพราะคุณจะต้องเจอมันบ่อยๆกว่าคุณจะสำเร็จ เพราะความเสี่ยงและความไม่แน่นอน คือสิ่งที่คุณต้องยอมรับและเผชิญหน้าโดยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง สำคัญคุณต้องมีความอดทนสูง
  5. คุณต้องยอมทิ้งความสุข ในชีวิตหลายอย่างเพื่อแลกกับความสำเร็จที่ไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ เพราะคุณไม่ได้จบการศึกษาจำเป็นต้องยอมเสียความสุขเพื่อแลกกับความสำเร็จที่ยั่งยืน
  6. อาจจะจำเป็น ต้องทำบางอย่างในชีวิตที่ไม่เคยทำ เพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงหรือบางครั้งก็ต้องยอมแลกยอมเสียอะไรไปบางงส่วน เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน
  7. คุณอาจจะต้องโดดเดี่ยว เพื่อต้องต่อสู้กับอุปสรรคเพียงลำพังโดยไร้กำลังใจจากคนรอบข้างหรือคนที่คุณรัก จำเป็นต้องทำใจให้หนักแน่นให้มากที่สุด
  8. ปัญหา และอุปสรรคคือเพื่อนจะอยู่กับคุณไปตลอดและมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามขนาดของความสำเร็จ คูอาจจะเกลียดหรือไม่ชอบมันก็ตาม ซึ่งคุณก็ไม่สามารถที่จะหลีกหนีไปได้ ให้นำอุปสรรคเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จในอนาคต
  9. อย่าลืมถามตัวเอง ว่าพร้อมสู้หรือเปล่า หากเพ้อฝันอยากจะสำเร็จแต่ไม่ลงมือทำก็ยากที่จะสำเร็จได้ ควรลงมือทำอย่างจริงจังและทำอย่างต่อเนื่อง

การศึกษาจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ในชีวิต แต่คนที่เรียนไม่จบไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามคุณสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เพียงแค่คูต้องมุ่งมั่นอย่างจริงจังให้มากที่สุดกว่าคนอื่นเท่านั้นแล้วคุณก็จะได้ในสิ่งที่ปรารถนา

เทคนิคการเรียนการศึกษาให้เก่ง

เทคนิคการเรียนการศึกษาให้เก่ง

อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตทุกสิ่งเริ่มต้นด้วยจากการเรียนการศึกษาที่มีพื้นฐานที่แน่นตั้งแต่แรก เพราะคุณมาเร่งในช่วงท้ายๆก็จะสายเกิน สำหรับเทคนิคการเรียนเก่งทุกคนสามารถทำตามได้ ดังนี้

  1. แบ่งเวลาเป็น คือสิ่งสำคัญของการเรียนการศึกษาของทุกช่วงวัย ถึงแม้จะชอบเล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน ดูหนัง เพียงแค่รู้จักแบ่งเวลาให้เป็นรู้ว่าเวลาไหนควรเล่นหรือเวลาไหนเรียน กำหนดเวลาให้ชัดเจน
  2. ทบทวนล่วงหน้า อ่านตำราเรียนล่วงหน้าก่อนเข้าห้องเรียนประมาณ 10-15 นาที เพื่อเตรียมตัวก่อนเรียนและเมื่อเรียนจบก็ให้อ่านทบทวนคร่าวๆเพื่อปรับความเข้าใจว่าวันนี้เรียนอะไรมาบ้างให้ทำอย่างนี้ทุกวันจนเป็นนิสัย เมื่อถึงเวลาสอบก็ไม่ต้องเร่งรีบเพื่ออ่านหนังสือ
  3. ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง เชื่อทุกคนคงเคยทำกันมาแล้วและรอเวลาเพื่อเคลียร์งานทีเดียว เห็นทีควรละทิ้งพฤติกรรมนี้เสียเพราะเมื่อคุณสะสมงานไว้จนเยอะก็จะรู้สึกท้อเวลาที่ต้องมาสะสางงานทั้งหมด ควรเลือกที่จะทำตั้งแต่แรกและคุณเองก็จะมีเวลาเหลือทำอย่างอื่นไว้อีกมาก
  4. ไม่เรียนอัดก่อนสอบ หากปล่อยเวลาล่วงเลยไปเปล่าประโยชน์ เมื่อถึงเวลาสอบก็ต้องเร่งอัดในช่วง3-4 วันก่อนสอบ บอกได้คำเดียวว่าสายเกินไป สมองคุณไม่ใช่คอมที่จะได้ป้อนข้อมูลและบันทึกได้ทันที ควรอ่านทุกวันจะดีที่สุด
  5. ฝึกสมองด้วยการลงมือทำแบบฝึกหัด โจทย์ต่างๆ บางครั้งแบบฝึกหัดที่ทำตามในห้องเรียนหรือห้องสอบเราอาจจะคุ้นตา หากลองฝึกทำแบบฝึกหัดของส่วนกลางหรือแนวข้อสอบในปีต่างๆบ้างจะช่วยลับคมสมองได้อย่างดี เป็นอีกหนึ่งวิธีของการเรียนการศึก
  6. มั่นใจในตนเอง เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตนเองว่าคุณก็สามารถทำได้และก็เก่งไม่แพ้ใคร ไม่ควรสร้างปมให้กับตัวเองจนทำให้ขาดความมั่นใจและความกล้าในตัว
  7. เรียนเก่งแค่ไหนก็ต้องดูแลตนเองเป็น เป็นเทคนิคที่ง่ายๆถึงแม้จะเก่งแค่ไหน หากร่างกายไม่แข็งแรงก็เป็นอุปสรรคในการเรียนการศึกษาต่ออย่างแน่นอน

ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ เพียงแต่ต้องฝึกทำให้เป็นนิสัย จึงจะประความสำเร็จในการเรียนได้

เทคนิคการค้นหาตัวเองเพื่อการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย

เทคนิคการค้นหาตัวเองเพื่อการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย

การศึกษาต่อและได้เข้าเรียนในคณะที่ตนเองชอบจะทำให้เรียนได้อย่างมีความสุขและสนุกกับมัน เพราะคุณจะต้องอยู่กับสิ่งนั้นๆไปตลอด 4 ปี จะอาศัยโชคช่วยตลอดก็คงจะไม่ได้ ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้นจำเป็นต้องค้นพบหาตัวตนที่แท้จริงให้เจอก่อนด้วยเทคนิคดังนี้

  1. อยากทำงานอะไร เพราะการศึกษาต่อในสายที่ตนเองชอบก็จะทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากที่สุด สิ่งที่คุณต้องค้นพบความชอบตนเองให้พบไม่ใช่เรียนตามกระแส เรียนตามเพื่อน เรียนเพราะจบมามีเงินเดือนที่สูง หากคิดเช่นนั้นคือสิ่งที่ผิด ในช่วงแรกของที่เรียนอาจจะยังไม่รู้สึกอะไรเมื่อเวลาผ่านไปคุณเองก็จะรู้สึกกดดันเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เรียนอาจจะส่งผลถึงขั้นไม่จบการศึกษาก็เป็นได้
  2. หาความชอบและความถนัด ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม หากทำในสิ่งที่ตนเองถนัดคุณก็จะมีความสุขกับมัน ให้ลองสังเกตตนเองว่ามีความสามารถพิเศษอะไรบ้างเช่น ชอบวาดรูป ชอบร้องเพลง ความสามารถเหล่านี้จะเป็นตัวผลักดันให้คุณได้เรียนในคณะที่ตนเองชอบก็ได้
  3. วิชาที่ถนัดบอกคณะคุณได้ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ห้ามพลาด เช่นหาวิชาที่ตนเองและวิชาที่ตนเองไม่ชอบ เมื่อแยกวิชาได้แล้วให้มุ่งไปที่วิชาที่ตนเองชอบและถนัดมากที่สุดซึ่งจะทำให้คุณได้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  4. เลิกตามเพื่อน ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง หากมัวแต่ตามเพื่อนๆคุณจะต้องมานั่งเสียใจในภายหลังว่าทำไมเพื่อคุณถึงประสบความสำเร็จในชีวิตแต่ตัวคุณเองที่ทำได้ไม่ดี ซึ่งจะทำให้คุณนั้นเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
  5. บุคลิกบอกอนาคต เพราะบุคลิกที่เหมาะสมในแต่ละอาชีพจะทำให้ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น และมีความสุขในการทำงานและผลของงานจะออกมามีคุณภาพมากที่สุด เช่นชอบสอน ชอบอธิบาย อาชีพจะเหมาะกับเป็นครูมากที่สุด หากชอบตัวเลข ก็จะเหมาะกับบัญชี

การค้นพบตัวเองให้เจอก่อนการศึกษาต่อในระดับที่สูงจะมีประโยชน์ต่อตัวคุณเองมากที่สุด จึงควรคิดให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจ

เคล็ดไม่ลับกับการเรียนการศึกษาภาษาที่สอง

เคล็ดไม่ลับกับการเรียนการศึกษาภาษาที่สอง

ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้มีการแข่งขันที่สูงทั้งในความสามารถและทักษะโดยเฉพาะผู้ที่มีความสามารถทางภาษา และพูดได้หลายภาษามีดีกรีจบการศึกษาในต่างประเทศ ถึงแม้คุณไม่ได้เรียนที่ต่างประเทศก็สามารถเก่งภาษาได้ด้วยเคล็ดลับที่ใครๆก็สามารถใช้ได้ผลจริง ดังนี้

  1. ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น แน่นอนว่าไม่มีใครพูดภาษาที่สองได้ตั้งแต่เกิดทุกอย่างจำเป็นต้องอาศัยเวลาและการเรียนรู้ ซึ่งอย่าคาดหวังว่าทุกอย่างจะเข้าใจได้ในระยะเวลาอันสั้น
  2. พยายามเรียนรู้ ทบทวนเป็นระยะเวลาสั้นๆ เช่นช่วงการทานอาหารเช้า อาบน้ำ จะช่วยเสริมให้คุณจำได้ดีกว่าปกติ
  3. ท่องคำศัพท์ ยิ่งรู้มากเท่าไรก็จะเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น เทคนิคการจำควรมีสมุดพกเล็กๆสักเล่มเพื่อเขียนคำศัพท์และคำอ่าน คำแปลจะช่วยให้คุณเก่งขึ้นคือหัวใจของการศึกษา
  4. ฝึกฝนอย่างจริง ไม่ใช่ทำเพียงตามกระแส หรือทำตามเพื่อนเท่านั้น เช่นการฝึกออกเสียงควรตั้งใจไม่ควรทำไปเล่นไปเพราะมันจะไม่ได้ช่วยให้คุณจำได้เสียเวลาเปล่าๆ
  5. ขยันทำการบ้าน เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการบ้าน แบบฝึกหัดเพราะมันจะทำให้คุณสามารถคุ้นเคยกับโจทย์ต่างๆได้เป็นอย่างดีเรียกได้ว่าจะมาแบบไหนคุณก็สามารถทำได้หมดทุกข้อ
  6. จับกลุ่มกับเพื่อนๆ ไม่ใช่เป็นนั่งเม้าท์นินทาใคร แต่เป็นการฝึกพูดและหัดออกเสียงสำเนียงให้ได้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษาให้มากที่สุด และพยายามออกเสียงให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน
  7. หาโอกาสทดลองใช้ภาษา เมื่อมีความมั่นใจอย่างเต็มที่แล้ว ควรลองออกไปหาประสบการณ์เพื่อได้ฝึกพูดสนทนากับเจ้าของภาษาและนำข้อมูลทั้งหมดทบทวนอีกครั้งว่าคุณบกพร่องต้องไหนบ้าง หากต้องการศึกษาภาษาไม่ได้จำกัดแค่เพียงในห้องเท่านั้นควรออกมาสู่ภายนอกบ้าง
  8. ปรึกษาผู้ที่รู้หรืออาจารย์ หรือเจ้าของภาษาซึ่งจะเป็นไปได้ง่ายไม่ควรที่จะมานั่งคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง อาจทำให้คุณนั้นผิดพลาดไปหรืออาจจำในสิ่งที่ผิดไปใช้

ความสำเร็จในการศึกษาควรให้ความสำใจอย่างสม่ำเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่มั่นคงและสามารถใช้สนทนากับเจ้าของภาได้อย่างไม่เขินอาย แสดงว่าคุณสอบผ่าน