081 931 8761 9622104@gmail.com
วิธีขับรถยนต์เกียร์ออโต้ให้ประหยัดน้ำมันง่ายนิดเดียว

วิธีขับรถยนต์เกียร์ออโต้ให้ประหยัดน้ำมันง่ายนิดเดียว

รถยนต์เกียร์ออโต้เป็นรถที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันแต่หลายคนอาจลืมไปว่าการดูแลรักษาและวิธีการใช้ให้ประหยัดน้ำมันของเกียร์ออโต้นั้นสามารถทำได้ไม่ยาก คือ

  1. รู้จักรถของตัวเอง ก็จะทำให้ขับได้ประหยัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับเรื่องรถเท่าไร เมื่อมือจับพวงมาลัยก็จะเหยียบคันเร่งทันที คือสิ่งที่ผิดอย่างมาก จำไว้ว่าช่วงที่แรงบิดสูงสุกจะถูกเรียกออกมาและมีประโยชน์มากในยามที่เร่งแซง
  2. ไม่ต้องเหยียบคันเร่งทุกครั้ง หมายถึงการที่รถยนต์สามารถเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องแตะคันเร่ง เช่นช่วงรถติดที่เคลื่อนตัวได้เพียงช้าๆ ก็เข้าเพียงแค่เกียร์D แล้วประคองรถไว้หรือปล่อยให้รถไหลไปช้าๆ
  3. ปรับเกียร์เมื่อขึ้นทางชัน โดยเฉพาะทางขึ้นที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้า หลายคนอาจจะละเลยเกียร์L เพราะถือเอาความสะดวกซึ่งไม่เหมาะในการใช้ สำหรับเกียร์D ซึ่งจะใช้กำลังแรงบิดเครื่องส่งขึ้นนั้นจะทำให้รถไม่ต้องออกแรงมากและประหยัดมากกว่า
  4. คิกดาวน์ในยามที่จำเป็น ถือเป็นเรื่องที่สะดวกสบายในการเร่งแซงแต่มันก็ต้องแลกมาด้วยอัตราการกินน้ำมัน ซึ่งเกียร์ในปัจจุบันจะมีการพัฒนาให้ตอบสนองได้ดีส่งกำลังได้ดี แต่การคิกดาวน์ก็จะเป็นการกระชากเกียร์ หลายคนที่ยังคงเข้าใจผิดว่าเป็นการเร่งเครื่องเพื่อแซง
  5. เบรกให้น้อย ใช้วิธีการชะลอแทน เป็นการประหยัดน้ำมันได้ดีอย่างมาก เช่นเมื่อเห็นรถติดอยู่ด้านหน้า ให้ลองกะระยะแล้วปล่อยคันเร่งให้รถยนต์ไหลเรื่อยๆช้าๆ เพราะการเบรกลมจากท่อไอดีจะถูกดูดมาที่หม้อลมเพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์ซึ่งมีอัตราลดลงมากกว่าจากการที่เราเหยียบเบรกเพื่อชะลอความเร็ว และประหยัดน้ำมันมากถึง 2 เท่าตัว
  6. เหยียบคันเร่งให้เนียน เป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยในการประหยัดน้ำมัน การเหยียบคันเร่งให้พอดีไม่กระชาก หรือเหยียบไม่สม่ำเสมอ เพื่อรักษาความเร็วให้คงที่ตลอดทาง

เชื่อว่าหลายคนยังอาจใช้รถยนต์เกียร์ออโต้ในแบบผิดๆก็จะต้องสิ้นเปลืองค่าน้ำมันอย่างไม่รู้ตัว หากปรับเปลี่ยนการใช้ให้ถูกต้องรับรองเงินในกระเป๋าจะเหลือเพิ่มขึ้นแน่นอน

ไล่ฝ้ากระจกรถยนต์ อย่าง่ายด้วยตัวคุณเอง

ไล่ฝ้ากระจกรถยนต์ อย่าง่ายด้วยตัวคุณเอง

เชื่อว่าทุกคนที่ขับรถยนต์ต้องเคยเจอประสบการณ์นี้กับตัวเองมาแล้ว การเกิดละอองฝ้าเกาะกระจกรถทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นเส้นทางได้ลดลงทำให้ต้องใช้ความระวังอย่างมากในการขับ ดังนั้นคุณควรมีวิธีกำจัดไล่ฝ้าออกอย่างรวดเร็วดังนี้

  1. กรณีเกิดฝ้าที่กระจกข้างและกระจกหน้าด้านในรถ ให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศหรือลดระดับกระจกหน้าต่างรถยนต์ลงเล็กน้อยเพื่อปรับอุณหภูมิในและนอกห้องโดยสารให้สมดุลกันซึ่งจะช่วยให้ละออกฝ้าจางหายได้อย่างรวดเร็ว การเปิดช่องรับอากาศด้านนอกเข้ามาเพื่อปรับอุณหภูมิภายในให้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิด้านนอกอาจจะช่วยไล่ฝ้าได้แต่อาจเสี่ยงมีสิ่งแลกปลอมเล็ดลอดเข้ามาติดที่ตู้แอร์ ส่งผลให้แอร์เกิดการอุดตันและเสียหายในที่สุด
  2. กรณีเกิดฝ้าที่กระจกด้านหน้าภายนอกรถยนต์ ไอน้ำที่เกาะกระจกจะจับตัวกับฝุ่นละออง จะทำให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน ให้เปิดใช้อุปกรณ์ที่ปัดน้ำฝนและฉีดน้ำเช็ดกระจกควบคู่ไปด้วย โดยจะช่วยไล่ละอองฝ้าและขจัดคราบสกปรกบนกระจกได้เป็นการปรับอุณหภูมิให้ไม่เย็นมากจนเกินไป
  3. กรณีเกิดฝ้าที่กระจกหลัง รถยนต์ ให้เปิดปุ่มไล่ฝ้าเพื่อให้ขดลวดความร้อนบริเวณกระจกหลังรถทำงาน ซึ่งจะทำให้วิสัยทัศน์การมองเส้นทางได้ชัดเจนขึ้น เมื่อละอองฝ้าจางหายไป และควรปิดปุ่มไล่ฝ้าเพราะความร้อนจะทำให้กระจกรถและฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพเร็วมากขึ้น
  4. หากเกิดฝ้าในช่วงหน้าหนาว ก็สามารถเปิดกระจกหรือลดระดับกระจกเล็กน้อยและปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อรับลมเย็นจากภายนอกบ้างก็จะดีไม่น้อย ซึ่งวิธีอาจจะใช้ได้กับตามต่างจังหวัดเท่านั้นหากในเมืองคงจะได้มลพิษมากกว่าอากาศบริสุทธิ์
  5. หากผู้ขับขี่ยังไม่สามารถไล่ฝ้าให้หมด หรือจางลงได้ควรจอดรถในบริเวณที่ปลอดภัยแล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดกระจกให้แห้ง และไม่ควรทำความสะอาดกระจกในขณะรถกำลังวิ่งเพราะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ฝ้าเกิดที่กระจกรถจากอุณหภูมิความชื้นภายในรถและนอกรถนั้นแตกต่างกัน เพียงแค่คุณปรับอุณหภูมิให้เท่ากันอย่างเร็วก็จะปลอดภัยต่อการขับขี่ที่สำคัญห้าฝืนขับทั้งๆที่ยังมีฝ้าเกิดอยู่เป็นอันขาด

เลือกสีรถยนต์คันโปรดให้ถูกโฉลกตามวันเกิด

เลือกสีรถยนต์คันโปรดให้ถูกโฉลกตามวันเกิด

เลือกสีรถยนต์คันโปรดให้ถูกโฉลกตามวันเกิด เพื่อเสริมดวงความเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อ และมีบางสีที่ไม่ควรเลือก ดังนี้

  1. วันอาทิตย์ จะถูกโฉลกกับรถยนต์ สีแดงจะช่วยเสริมสง่าราศี สีดำจะเสริมเรื่องความน่าเชื่อถือและเงินทอง สีขาว ครีมเสริมเรื่องความปลอดภัยแคล้วคลาด สีเขียวเสริมเรื่องดวงคนรักเมตตา ช่วยเหลือ สีทอง สีเทาเสริมเรื่องเสน่ห์ การสนับสนุน สีต้องห้าม คือสี ฟ้า สีน้ำเงิน หมายถึงความโชคร้าย เสนียด อุปสรรคในการดำรงชีวิต
  2. วันจันทร์ คือ สีโทนสว่าง เช่น เหลืองอ่อน ขาว หรือบรอนซ์เงิน เสริมเรื่องการเงิน ความมั่นคง เสริมเสน่ห์ ประสบความสำเร็จในชีวิต สีต้องห้ามคือสีแดง เพราะเป็นกาลกิณีมีแต่ความโชคร้าย อัปมงคล เป็นเสนียด
  3. วันอังคาร คือสีชมพูเป็นสีเสริมบารมี แต่จะเลือกโทนสีแรงๆแบบสีส้มสีแสดหรือบรอนซ์ทองก็จะช่วยเสริมโชคลาภได้ ส่วนสีต้องห้าม คือ สีเทา บรอนซ์เงิน ขาว หรือ ครีม เพราะเป็นเสนียด อุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต โชคร้าย
  4. วันพุธกลางวัน คือสีน้ำเงิน สีทอง สีเหลืองอ่อน จะช่วยเสริมดวงให้ประสบความสำเร็จ สีต้องห้ามเป็นสีชมพู สีแสด
  5. พุธกลางคืนเป็นสีชมพู สีดำ เทา บรอนซ์ เสริมความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน สีต้องห้ามคือสีส้ม สีทอง เป็นสีที่อัปโชค ต้องเลือกสีรถยนต์ให้ตรงกับช่วงเลาที่เกิดอย่าสับสนกันนะ
  6. วันพฤหัสบดี สีขาว สีแดง สีฟ้า สีเขียว จะช่วยเสริมให้ประสบความสำเร็จมีโชคลาภ ไร้อุปสรรค สีต้องห้ามคือสีดำ ม่วง น้ำเงิน จะทำให้อัปโชค อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
  7. วันศุกร์ สีแดง ทอง เขียว ชมพู เหลือง จะเสริมในเรื่องความก้าวหน้า แคล้วคลาดปลอดภัย เจริญรุ่งเรือง สีต้องห้ามคือสี เทา บรอนซ์ ม่วง หมายถึงความอัปโชค เป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่งเยอะ อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
  8. วันเสาร์ สีแดง ชมพู น้ำเงิน ฟ้า เทา บรอนซ์ จะช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย โชควาสนา ไร้อุปสรรค มีเสน่ห์ สีต้องห้ามคือสีเขียว สีแสด จะมีความโชคร้าย อัปมงคล ศัตรูคู่แข่งเยอะ

สำหรับผู้ที่เลือกสีรถยนต์ประจำวันเกิดของตัวเองได้แล้วควรเลือกวันออกรถด้วยจะดีมากๆ จึงจะครบตามสูตร อุ่ใจสบายหายห่วงทันที

รถยนต์สีขาวถนอมความสวยเงางามได้ไม่ยาก

รถยนต์สีขาวถนอมความสวยเงางามได้ไม่ยาก

รถยนต์สีขาวเป็นสีที่ยอดฮิตของคนไทยในปัจจุบันอย่างมากไม่ว่าจะขับไปทางไหนก็มีแต่สีขาวเต็มไปหมดบนท้องถนน แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ารถคันโปรดของคุณอาจจะมีสีหมองไปอย่างรวดเร็วหากละเลยการดูแลเอาใจใส่ เพราะเป็นสีที่ต้องได้รับการดูแลมากกว่าสีทั่วๆไป คุณสามารถดูได้ด้วยเทคนิคง่ายๆดังนี้

  1. เลี่ยงการจอดรถตากแดด สีขาวจะเสื่อมสภาพได้ง่าย หากได้รับแสงแดดเป็นเวลานานๆ ซึ่งอาจเกิดคราบหมองสีเหลืองได้ง่ายกว่าสีอื่น ควรเลือกจอดในที่ร่มไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกับแสงแดดโดยตรงซึ่งจะช่วยป้องกันสีรถหมองได้เป็นอย่างดี
  2. ล้างรถยนต์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการล้างด้วยวิธีใดก็ตาม ควรล้างทำความสะอาดคราบสิ่งสกปรกต่างๆออกไปก่อน เช่น ฝุ่น โคลน คราบน้ำมัน เวลาล้างควรแยกฟองน้ำออกเป็น 2 ส่วน คือฟองน้ำสำหรับล้างตัวถังส่วนบนและส่วนล่าง เพราะการใช้ฟองน้ำร่วมกันจะทำให้เกิดคราบบนตัวถังได้ซึ่งรถสีขาวจะเห็นรอยได้ชัดเจนกว่าสีอื่น
  3. เช็ดรถให้แห้ง เมื่อล้างสะอาดแล้วควรรีบเช็ดให้แห้งสนิทไม่ควรรอให้แห้งเองเพราะอาจเกิดคราบหยดน้ำ ซึ่งรถสีขาวจะเห็นคราบน้ำได้ยากควรมั่นใจว่าเช็ดแห้งทุกจุดดีแล้ว
  4. เคลือบสีรถประจำ ควรเคลือบน้ำยาอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ผิวรถเกิดฟิล์มบางๆดคลือบเอาไว้ และชะลอการเกิดคราบเหลือง ควรเลี่ยงสาร คานูบ้า ที่ผสมอยู่ในน้ำยาเพราะจะทำให้รถเหลืองได้เร็วกว่าปกติ
  5. ใช้ดินน้ำมันล้างรถ ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมกันมาก เพราะสามารถดึงคราบสกปรกออกจากตัวรถยนต์ได้เป็นอย่างดี และช่วยเสริมให้คืนความเงางามของสีรถกลับคืนมาได้อีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สีอะไรก็สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ได้ทุกสี ถึงแม้ว่าอาจจะดูธรรมดาแต่ถ้าคุณได้ลองทำอย่างจริงจังก็จะสามารถช่วยยืดอายุของสีรถคุณได้อย่างน่าประทับใจ

รถยนต์มีรอยด่างขี้นกแก้ไขได้ไม่ยาก

รถยนต์มีรอยด่างขี้นกแก้ไขได้ไม่ยาก

รถยนต์คันโปรดของคุณเมื่อจอดอยู่ดีๆดันมีนกมาขี้ใส่ เมื่อคุณได้ปล่อยทิ้งไว้สัก 3-4 วัน แล้วมาเจออีกทีมันก็แห้งสนิท หากนำไปล้างกลับมีรอยจารึกเป็นรอยด่างขัดเท่าไรก็ไม่หาย คนที่รักรถเช่นคุณคงต้องเครียดและปวดใจอย่างมาก แต่อย่าเพิ่งตกใจวันนี้คุณสามารถแก้ไขรอยด่างนี้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือ

  1. กรณีที่ขี้นกแห้งและติดรถแล้ว ให้ใช้น้ำยาที่มีความมันเช็ดคราบขี้นกออก เพื่อป้องกันการกระจายตัวของขี้นกเป็นวงกว้างขึ้น หากไม่สามารถเช็ดออกได้ในครั้งเดียว ให้ทาน้ำและทิ้งไว้สักพัก หลังจากนั้นให้เช็ดขี้นกออกทันทีโดยออกแรงขัดเล็กน้อยจนกว่าคราบจะจางลง
  2. การขจัดออกด้วยน้ำยาขัดระดับเบา หรือระดับกลาง ด้วยเครื่องขัดสีรอบเบา และปานกลาง เพื่อขจัดคราบมูลนกออกและให้ความมันวาว หรือความสวยของชั้นสีไว้ น้ำยาขัดจะมีส่วนสำคัญที่ควรระมัดระวังเพราะน้ำยาที่ใช้ขัดบางตัวสามารถขัดเอามูลออกได้แต่ก็เอาความวาวของชั้นแล็คเกอร์และชั้นสีออกมาอีกด้วย

เมื่อรถยนต์คันโปรดของคุณโดนขี้นกไม่ควรชะล่าใจคิดว่าเดี๋ยวค่อยล้างเพราะเป็นสิ่งสกปรกที่อยู่นอกรถเท่านั้น แต่ขี้นกมีผลเสียต่อสีรถอย่างมาก หากไม่สามารถล้างรถได้ควรใช้กระดาษทิชชูหยิบขี้นกหรือเช็ดออกให้สะอาดทุกครั้ง สำหรับวิธีป้องกันคราบขี้นกบนรถยนต์ โดยคุณสามารถเลือกจอดรถในที่เหมาะสม หากเคยจอดตรงจุดนั้นแล้วมักจะมีขี้นกมาขี้ใส่ประจำควรเปลี่ยนที่จอดรถ หากจำเป็นต้องจอดเป็นเวลานานให้ใช้ผ้าคลุมรถเพื่อป้องกันขี้นกและช่วยป้องกันสิ่งสกปรกอื่นๆอีกด้วย สำหรับผู้ที่หมั่นล้างรถประจำจะช่วยในการล้างสิ่งสกปรก ไม่ว่าจะเป็นคราบขี้นก หรือคราบต่างๆที่เป็นอันตรายต่อสีรถออกไปได้  เมื่อล้างรถเสร็จควรเคลือบสีรถด้วย เพราะการเคลือบสีรถจะมีส่วนช่วยการเกิดคราบอันไม่พึงประสงค์ รถยนต์คันโปรดของคุณก็จะสวยเงงางามอย่างไร้ที่ติ