ไหว้เจ้า ที่ ใช้ ธูป กี่ดอก 108 ความเชื่อ การไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก
Click to rate this post!
[Total: 505 Average: 5]

ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก

ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก

ความเชื่อเรื่องกํารไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ความเชื่อ หมายถึง การยอมรับว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นความจริง หรือมีการดารงอยู่จริง โดยอาศัย
ประสบการณ์ตรง การไตร่ตรอง หรือการอนุมา
วิธีพระพรหม
สามารถไหว้ได้ทุกวัน ธูปด้านละ 16 ดอก พวงมาลัย ดาวเรือง 1 พวง
คํากล่ําวบูชํา
นะโม 3 จบ
โอม พระพรหมมา ปะฎิพาหายะ ทุติยัมปิ พระพรหมมา ปะฎิพาหายะ
ตะติยัมปิ พระพรหมมา ปะฎิพาหายะ อิติสุขะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ
ปัตทะวีคงคา พระพรหมมะเทวา ขะมามิหัง
ถ้าจาคาถาไม่ได้ ให้เรียกชื่อท่าน 3 ครั้งดังนี ้…
โอม พระพรหม เทวานัง
โอม พระพรหม เทวานัง
โอม พระพรหม เทวานัง
ข้าพเจ้า (แจ้งชื่อ-นามสกุล) ขอน้อมกราบนมัสการองค์ท่านท้าวมหาพรหมผู้เป็นใหญ่ในแดนสรวง
ข้าพเจ้าขอน้อมทูลเชิญญาณพระบารมีขององค์ท่านท้าวมหาพรหมได้โปรดเสด็จลงมาประทับอยู่นะที่นี ้
เพื่ออานวยอวยพรให้แก่ข้าพเจ้าทาสิ่งใดประสบความสาเร็จ หากมีกรรมอันใดคอยเหนี่ยวรั้งไม่ว่าจะเป็น
หน้าที่การงาน,สุขภาพร่างกาย
ข้าพเจ้าขอตั ้งจิตอธิฐาน(ทาสมาธิตั ้งจิตอธิฐานสักครู่)ขอให้คาวิงวอนดั่งกล่าวสัมฤิทธิ์ผลด้วยบุญ
พระบารมีขององค์ท่านท้าวมหาพรหมด้วยเทอญ
ปักธูป 16 ดอก พร้อม พวงมาลัย 1 พวง
(สามารถไหว้ได้ทั ้งหมด 4 ทิศ โดยปักธูปทิศละ 16 ดอก พร้อมพวงมาลัยทิศละ 1 พวง)
ใช้มือทั ้งสองข้างอังที่ควันธูปแล้ววักเข้าหาตัว 3 ครั้งเพื่อขอบารมีปกปักรักษาและชาระล้างสิ่งไม่ดีติดขัด
ต่างๆให้หมดไปเพื่อความเป็นสิริมงคล

เมื่อครบทุกด้านและมายืนตรงด้านหน้าขององค์ท่านท้าวมหาพรหมให้กล่าวดังนี ้ ข้าพเจ้าได้ทาการ
วิงวอนต่อองค์ท่านท้าวมหาพรหมทั ้ง 4 ทิศ ณ บัดนี ้ขอให้คาวิงวอนดังกล่าวสัมฤิทธิ์ผลไม่ว่าข้าพเจ้า
เดินทางไปแห่งหนตาบลใด ในประเทศ หรือต่างประเทศ ขอให้คาวิงวอนดังกล่าวสัมฤิทธิ์ผลด้วยบุญพระ
บารมีขององค์ท่านท้าวมหาพรหมด้วยเถิดการไหว้ท้าวมหาพรหมต้องไหว้ให้ครบทั ้ง 4 หน้า ดั่งคากล่าวที่ว่า
ดอกไม้ครบดอกแล้วกลับมาอธิฐาน ณ. จุดเดิมเพื่อวิงวอนขอพรต่อท่านท้าวมหาพรหมเหล่านั ้นติดตามเรา
ไปทุกทิศทุกทาง

การกราบไหว้พระพรหมความเชื่อแต่ละทิศ
ทิศเหนือ บูชาเพื่อขอพรเรื่อง อาชีพ หน้าที่การงาน
ทิศใต้ บูชาเพื่อขอพรเรื่อง เกี่ยวกับเกียรติยศ ชื่อเสียง
ทิศตะวันตก บูชาเพื่อขอพรเรื่อง อนาคต
ทิศตะวันออก บูชาเพื่อขอพรเรื่อง ครอบครัว
ไหว้เจ้าที่ เจ้าทาง พระภูมิเจ้าที่ ศาลเทพ เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา
จุดธูป 9 ดอก เทียน 2 เล่ม (จุดหรือไม่จุดก็ได้)
ดอกไม้ พวงมาลัย ถวายไก่ต้ม เหล้าขาว ผลไม้ ขนมหวาน หรืออย่างอื่นก็ตามที่เห้นว่าเหมาะสม สามารถ
ไหว้ได้ทั ้งวัน แต่แนะนาช่วงเช้าดีกว่า อาหารที่ไหว้เสร็จหลังจากธูปดับ สามารถลามาทานได้
ไหว้ผีบ้าน ผีเรือน ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ และครูบาอาจารย์ที่เสียชีวิตแล้ว
ธูป 7 ดอก เทียน 2 เล่ม (จุดหรือไม่จุดก็ได้) อาหารเช่นเดียวกับไหว้เจ้าที่ แต่ควรมีของคาว เช่น
ปลาหมึกลวก หรือ ต้ม ทาเป็นกระทง หรือ อาหารวางหน้าบ้าน คุณก็ไหว้หน้าบ้าน โดยหันหน้าเข้าบ้าน
(เพราะถ้าหันออกตัวบ้าน สัมพเวสีที่อื่นๆ อาจจะมาบ้านคุณด้วย) ธูปปักในอาหาร ดินหรือกระถางธูปก็ได้
แนะนาให้ไหว้หลังจากบ่ายโมง หรือ ตอนค่า แต่ของไหว้ ไม่ควรนามารับประทาน
ไหว้ต้นไทร มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ต้นไทรมหาวิทยาลัยจะไม่สักการะโดยการจุดธูป เทียน จะใช้มาลัยในการสักการะเท่านั ้น ในส่วน
ของอาหารต่างๆจะใช้เช่นเดียวกับไหว้เจ้าที่ มีอาหาร ผลไม้หรือน ้าหวานก็ได้
ควํามเชื่อเรื่องกํารจุดธูปบูชํา
การจุดธูปบูชา คือการใช้ธูปเป็นสื่อกลางในการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องของความเชื่อที่สืบทอด
ต่อๆกันมา
การจุดเทียน หมายถึง ไหว้พระรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์การจุดเทียน เป็นตัวแทนของ แสงสว่างชีวิต
ดอกไม้หอม แทนคุณงามความดี ความเจริญการสักการะถือเป็นการทาอมิสบูชาให้เกิดมงคลแก่
ชีวิตโดยการบูชาสิ่งที่ดี ทาให้ตัวเรา มีบารมีมากขึ ้น จึงใจสงบขึ ้น
จานวนของการจุดธูป
จุดธูป 1 ดอก : เป็นการจุดไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ผีบ้านผีเรือน วิญญาณภาคพื ้น
จุดธูป 2 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณและการจุดธูปบนอาหาร
จุดธูป 3 ดอก : เป็นการจุดธูปบูชาพระรัตนตรัย บูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
จุดธูป 4 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวกับธาตุสี่ ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตาราศี
จุดธูป 5 ดอก : เป็นการจุดธูปบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่และครูบาอาจารย์
จุดธูป 6 ดอก : เป็นการ จุดธูปเสริมดวงชะตาตามกาลังไฟของอาทิตย์ ของคนที่เกิดวันอาทิตย์

 

จุดธูป 7 ดอก : เป็นการจุดบูชาจิตวิญญาณตามศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ และครูบาอาจารย์ที่เสียชีวิตแล้ว
จุดธูป 8 ดอก : เป็นการเสริมดวงชะตา ตามกาลังพระอังคาร และตามจานวนอัฎฐเคราะห์
จุดธูป 9 ดอก : เป็นการจุดธูปบูชาผู้มีพระคุณ พระภูมิเจ้าที่ ศาลเทพ เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา
จุดธูป 10 ดอก : เกี่ยวข้องกับธาตุไฟ ตามกาลังของพระเสาร์ มีกาลัง 10 เพื่อใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา
จุดธูป 11 ดอก : ใช้บูชาเทวดาชั ้นสูง
จุดธูป 12 ดอก : ในการบูชาตามกาลังพระราหู ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา คนที่เกิดวันพุธกลางคืน
จุดธูป 13 ดอก : เป็นเลขไม่เป็นมงคล จึงไม่นิยมจุดบูชา
จุดธูป 14 ดอก : ใช้จุดธูปบูชารูปปั้นพระสงฆ์ (เป็นการบูชาคุณพระสงฆ์)
จุดธูป 15 ดอก : ใช้สวดบูชาดวงชะตา เกี่ยวข้องกับธาตุ ตามกาลังของดาวจันทร์
จุดธูป 16 ดอก : เป็นการจุดธูปบูชาเทพชั ้นสูง บูชาเทพชั ้นครู หรือ พิธีกลางแจ้งที่มีการอัญเชิญเทวดา
ที่สาคัญหมายถึงสวรรค์ 16 ชั ้น
จุดธูป 17 ดอก : เป็นการเสริมดวงชะตา สวดเสริมดวงชะตา
จุดธูป 18 ดอก : ไม่นิยมจุด
จุดธูป 19 ดอก : บูชาเทวดาทั ้ง 10 ทิศ
จุดธูป 21 ดอก : บูชาพระคุณของพ่อ การบูชาแม่พระธรณี
จุดธูป 32 ดอก : ใช้สวดชุมนุมเทวดาทั ้ง 4 ทิศ การไหว้ 16 ชั ้นฟ้ า 15 ชั ้นดินครับและ 1 โลกมนุษย์
จุดธูป 39 ดอก : การบูชาพระแม่โพสพ
จุดธูป 56 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบูชาคุณพระพุทธเจ้า
จุดธูป 108 ดอก : บูชาสิ่งสูงสุดทั่วทั ้งโลกทุกชั ้นฟ้ า
ควํามเชื่อเรื่องผลไม้มงคล
องุ่นแดง ผลไม้แห่งความงอกงาม องุ่นเป็นผลไม้ที่มีความหมายดีในแง่ของภาษาจีนแต้จิ๋ว โดย
คนจีนแต้จิ๋วจะเรียกว่า “ผู้ท้อ” แปลว่า “งอกงาม” ดังนั ้นการนาองุ่นมาเป็นของไหว้ จะทาให้ผู้ไหว้และ
ครอบครัวมีความเจริญรุ่งเรือง เติบโตงอกงามนั่นเอง แต่เน้นว่าต้องเป็นองุ่นสีแดง เพื่อเอาเคล็ดเรื่องสีที่เป็น
มงคล เป็นสีแห่งความเฮง
สัปปะรด สาหรับสับปะรดภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า “อั่งไล้” แปลว่า เรียกสีแดงมา โดยคาว่า อั่ง
แปลว่าสีแดง ส่วนคาว่า ไล้ แปลว่า เรียกมาหาเรา เมื่อรวมกันจึงแปลความได้ว่า เรียกสีแดงหรือเรียกความ
โชคดีให้มาหาเรา จึงควรมีสับปะรดเป็นหนึ่งในของไหว้ อย่าได้ขาด
ส้มสีทอง ผลไม้แห่งสิริมงคล ต้องเลือกส้มที่เปลือกมีสีส้มหรือสีเหลืองทอง เหตุที่ต้องเป็นส้มสีทอง
ก็เพราะ สีทอง เป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล ไม่จาเป็นว่าต้องเป็นส้มสายพันธุ์พิเศษอะไร ขอให้มีเปลือกส้ม

แก้วมังกร ผลไม้แห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยชื่อเรียกของผลไม้ชนิดนี ้ก็น่าเกรงขามแล้วสาหรับ
แก้วมังกร ตามคติความเชื่อของชาวจีนจะนับถือมังกรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่ง
ความอุดมสมบูรณ์ อีกทั ้งแก้วมังกรมีเปลือกเป็นสีแดง เป็นสีมงคลนาพาความเฮง เฮง เฮง มาให้ครอบครัว
ซินแสแนะนาว่าควรเลือกแก้วมังกรที่
กล้วย ผลไม้แห่งความมั่งมี แนะนาว่าเป็นกล้วยหอมทองจะดีที่สุด ด้วยลักษณะของกล้วยที่
ออกเป็นเครือ จึงมีความหมายในทางมงคลว่า ทาให้ครอบครัวเจริญงอกงามมีลูกหลานมากมายไว้สืบสกุล
อีกทั ้งกล้วยเป็นพืชที่แตกหน่อแพร่ขยายพันธุ์ได้ง่าย ทนทาน ตายยาก ก็สื่อความหมายถึงการแพร่ขยาย
ของวงศ์ตระกูลได้ดีนั่นเอง และสีเหลืองทองของก
แอปเปิ้ลแดง เริ่มจาก แอปเปิลแดง (ขอให้เน้นสีแดง อย่าใช้สีเขียว) เป็นผลไม้ยอดนิยมอีกอย่างที่
นิยมซื ้อมาเป็นของไหว้ นอกจากสีแดงที่เป็นสีแห่งความมงคลของชาวจีนแล้ว ยังมีความเชื่อกันว่า จะช่วย
ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ออกไป และส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง
ลิ ้นจี่ ในสมัยก่อนพี่น้องชาวจีนถือว่า ลิ ้นจี่ เป็นผลไม้ชั ้นสูง หาทานยาก ต้องเป็นคนมีฐานะหรือเป็น
ขุนนางถึงจะมีโอกาสได้กิน เป็นผลไม้ที่มักใช้ในงานมงคลต่างๆ ของขุนนางชั ้นสูงตั ้งแต่โบราณ เนื่องจาก
เปลือกสีแดงของลิ ้นจี่มีความหมายดีเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล เฮง เฮง เฮง
สาลี่ทอง อีกหนึ่งอย่างที่ควรมีบนโต๊ะไหว้ คือ สาลี่ทอง ด้วยความที่สาลี่เป็นผลไม้ธาตุเย็น ทานแล้ว
สดชื่น ดับร้อน แก้ร้อนในได้ดี ทั ้งยังมีความเชื่อกันว่า จะช่วยทาใครอบครัวมีโชคลาภ ประสบแต่เรื่องดีๆ มี
เงินทองไหลมาเทมาเหมือนสีทองของสาลี่
ทับทิม ความหมายมงคลของทับทิม คือ เชื่อกันว่าจะทาให้ครอบครัวอบอุ่น ไม่มีขัดแย้งบาดหมาง
กัน ช่วยเหลือจุนเจือกันอย่างดี อีกทั ้งสีแดงของทับทิมยังเป็นสีแห่งความเฮงโชคดี ร่ารวย คนจีนนิยมผ่า
ทับทิม 1 ลูก แล้วแบ่งให้ครบทุกคนในบ้าน เป็นกุศโลบายในการแบ่งปันเอื่อเฟื้อเผื่อแผ่ในหมู่ญาติพี่น้องอีก
ด้วย
ควํามเชื่อเรื่องผลไม่เป็นมงคล
ละมุด เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้ว มักไม่โดดเด่น ปิดๆ ซ่อนๆ
มังคุด เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้วไม่ได้ดีเท่าที่ควร ไปไม่ถึงที่สุด มันกุด ๆ ด้วน ๆ ไม่โดดเด่น
พุทรา เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้วดีในช่วงแรกๆ ช่วงหลังๆ ซาซา
มะเฟือง เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้ว มักฝืดเคือง ไม่อะไรก็อะไร สักอย่าง
มะไฟ เชื่อกันว่าทาอะไรแล้วมักต้อง เร่งๆ รีบๆ เหมือนไฟลน ไม่ได้คุณภาพ
น้อยหน่า เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้ว มักมีปัญหา อุปสรรค จุกๆจิกๆ อยู่เสมอๆ ทาแล้วได้ผลเพียงน้อย
น้อยโหน่ง เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้ว ได้ผลสมบรูณ์เพียงน้อยนิด มีอุปสรรคปัญหา ไม่สมบรูณ์แบบ
มะตูม เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้วไม่เจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกับชื่อที่ตูมอยู่ตลอด ไม่ก้าวหน้า ไปไม่ไกล
มะขวิด เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้วมักจะเจอปัญหา วัสดุอุปกรณ์ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ครบ

ลูกจาก เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้ว มักจะไม่ยั่งยืน
ลูกพลับ เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้ว ผลงานต้องโดนเก็บใส่ลิ ้นชัก ไม่ได้แสดงผลงาน ไม่ก้าวหน้า
ลูกท้อ เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้ว ท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่มีกาลังใจ
ระกา เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้ว มักจะไม่ประสบความสาเร็จ
กระท้อน เชื่อกันว่า ทาอะไรแล้ว สิ่งที่ดีๆ ที่ต้องการเผยแพร่ออกไป กลับสะท้อนมายังจุดเดิม
ลางสาด เชื่อกันว่า เป็นผลไม้ที่มียาง ทาอะไรแล้วมักจะมีเรื่อง ยุ่งยากวุ่นวาย
ความหมายของดอกไม้ต่างๆ ตามโบราณท่านมีความเชื่อว่า ดอกไม้แต่ละอย่างนั ้น ยังมี
ความหมายในตัวของมันเอง ท่านจึงนาดอกไม้แต่ละชนิด มาถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่ว่าผู้ไดนาดอกไม้อะไร
มาถวาย การดารงชีวิตของผู้นั ้น จะได้รับผลตามความหมายของดอกไม้ ที่นามาถวายให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
นั ้นๆ ดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายดังนี ้
ดอกมะลิหอม หมายถึง ความร่มเย็นเป็นสุข
ดอกพุด หมายถึง พบแต่สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่บริสุทธิ์
เขี ้ยวกระแต หมายถึง มองเห็นแต่สิ่งที่ดี
ดอกบัวหลวง หมายถึง ความสุข, ความสาเร็จ
กุหลาบแดง หมายถึง ความรักที่สดชื่น
กล้วยไม้ หมายถึง ทาอะไรราบรื่น
ไผ่กวนอิม หมายถึง เป็นมิ่งขวัญแก่ตนเอง
ดาวเรือง หมายถึง พบแต่ความรุ่งเรื่อง
ใบมะตูม หมายถึง มีชื่อเสียง
ดอกชบา หมายถึง พบความสาเร็จ
หญ้าแพรก หมายถึง มีความฉลาด
ดอกลาโพง หมายถึง มีความโด่งดังทั่วฟ้ า
บานไม่รู้โรย หมายถึง รักไม่รู้โรย

 

ที่มา :department.utcc.ac.th/studentaffairs/images/news/KM/Worship_Manual_KM_2561.pdf


อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 14 มีนาคม 2022

Leave a Comment

Scroll to Top