เลขโรมัน ตัวเลข 1-100 ภาษาอังกฤษ ลำดับ ภาษาโรมัน แปลเลข อักษร เขียนเลข นับเลข เรียก รอย

Click to rate this post!
[Total: 14096 Average: 5]

เลขโรมัน

เลขโรมัน
เลขโรมัน

ตัวเลขโรมัน (Roman numerals) เป็นระบบตัวเลขที่ใช้สืบต่อกันมาตั้งแต่ยุคสมัยโรมโบราณ ซึ่งมีการนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป ก่อนที่จะมีตัวเลขฮินดูอารบิกเข้ามาแทนที่อย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตัวเลขโรมันจะประกอบไปด้วยสัญลักษณ์พื้นฐานทั้งหมด 7 ตัวหลักด้วยกัน นั่นก็คือ I, V, X, L, C, D และ M สัญลักษณ์เหล่านี้ได้เริ่มใช้ในระหว่างปี 900-800 ปีก่อนคริสต์ศักราช และถึงแม้ว่าในปัจจุบันคนหันมานิยมใช้ตัวเลขฮินดูอารบิกกันแล้ว แต่ตัวเลขโรมันก็ยังปรากฏอยู่ให้เห็นทั่วไป อาทิเช่น ใช้เป็นตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา, การลำดับหลังชื่อบุคคลสำคัญ หรือระบุบทต่างๆ ในหนังสือภาษาอังกฤษ เป็นต้น

ตัวอย่างเลข 1-100 ภาษาอังกฤษที่แทนด้วยตัวเลขสัญลักษณ์เลขโรมัน ดังต่อไปนี้

เลขอารบิกเลขโรมัน
1I
2II
3III
4IV
5V
6VI
7VII
8VIII
9IX
10X
11XI
12XII
13XIII
14XIV
15XV
16XVI
17XVII
18XVIII
19XIX
20XX
21XXI
22XXII
23XXIII
24XXIV
25XXV
26XXVI
27XXVII
28XXVIII
29XXIX
30XXX
31XXXI
32XXXII
33XXXIII
34XXXIV
35XXXV
36XXXVI
37XXXVII
38XXXVIII
39XXXIX
40XL
41 XLI
42XLII
43XLIII
44XLIV
45XLV
46XLVI
47XLVI
48XLVIII
49XLIX
50L
51LI
52LII
53LIII
54LIV
55LV
56LVI
57LVII
58LVIII
59LIX
60LX
61LXI
62LXII
63LXIII
64LXIV
65LXV
66LXVI
67LXVII
68LXVIII
69LXIX
70LXX
71LXXI
72LXXII
73LXXIII
74LXXIV
75LXXV
76LXXVI
77LXXVII
78LXXVIII
79LXXIX
80LXXX
81LXXXI
82LXXXII
83LXXXIII
84LXXXIV
85LXXXV
86LXXXVI
87LXXXVII
88LXXXVIII
89LXXXIX
90XC
91XCI
92XCII
93XCIII
94XCIV
95XCV
96XCVI
97XCVII
98XCVIII
99XCIX
100C

ขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมเลข 1-1,000 ภาษาอังกฤษสามารถแทนด้วยตัวเลขสัญลักษณ์เลขโรมัน ดังต่อไปนี้

– 1=I

– 5=V

– 10=X

– 50=L

– 100=C

– 500=D

– 1,000=M

จะเห็นได้ว่าภาษาโรมันหากเป็นเลขโรมัน 1-100 จะประกอบไปด้วย 6 สัญลักษณ์ ได้แก่ I, V, X, L, C และ D แต่ถ้าเป็นตัวเลขอังกฤษ 1-1,000 จะแทนด้วยสัญลักษณ์เลขโรมันครบทั้งหมด 7 สัญลักษณ์ ได้แก่ I, V, X, L, C, D และ M ซึ่งตัวเลข 1,000 แปลเลขโรมันคือสัญลักษณ์ตัว M นั่นเอง

เลขโรมัน
เลขโรมัน

สำหรับตัวอักษรโรมันที่มักพบเห็นในปัจจุบันส่วนใหญ่จะออกมาในรูปแบบของตัวเลข 1-100 บางคนอาจนำจุดต่างนี้มาสร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างการเขียนเลขภาษาอังกฤษ ซึ่งมีการนับเลขภาษาอังกฤษออกเป็นภาษาเขียน ดังต่อไปนี้ ตัวเลข 1, 2, 3, 4 และ 5 เป็นต้น แน่นอนว่าใครๆ ก็เขียนได้เพราะเป็นที่รู้จักและเป็นภาษาสากลระดับโลก แต่พอมาเขียนอยู่ในรูปแบบเลขโรมันอย่าง 1 แทนสัญลักษณ์ด้วย I, 2 แทนสัญลักษณ์ด้วย II, 3 แทนสัญลักษณ์ด้วย III, 4 แทนสัญลักษณ์ด้วย IV และ 5 แทนสัญลักษณ์ด้วย V ก็จะสามารถสร้างความแตกต่างและดึงดูดความสนใจได้มากขึ้น

 

ภาษาเลขที่ใช้กันในปัจจุบันที่เป็นสากลโลก เรียกว่า ตัวเลขฮินดูอารบิก ซึ่งในประเทศไทยก็ได้รับอิทธิพลจากตัวเลขฮินดูอารบิกมาเช่นกัน ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีเลขไทยเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่สำหรับการใช้งานเพื่อการติดต่อสื่อสาร การใช้ตัวเลขฮินดูอารบิกจะง่ายและสะดวกกว่า เพราะเป็นเลขสากลโลกไม่ว่าประเทศใดก็รู้จัก ยกตัวอย่างความแตกต่างของตัวเลขทั้ง 3 แบบ ตัวเลขฮินดูอารบิก, ตัวเลขโรมัน และตัวเลขไทย

ยกตัวอย่างคำว่า เพลงสากลเก่า ยุค70

  • เขียนเป็นตัวเลขฮินดูอารบิก ดังนี้ เพลงสากลเก่า ยุค70
  • เขียนเป็นตัวเลขโรมัน ดังนี้  เพลงสากลเก่า ยุคLXX
  • เขียนเป็นตัวเลขไทย ดังนี้ เพลงสากลเก่า ยุค๗๐ เป็นต้น

สำหรับตัวเลขโรมันที่ประกอบไปด้วย 7 สัญลักษณ์ อันได้แก่ I, V, X, L, C, D และ M แต่สำหรับภาษาไทยจะประกอบไปด้วยพยัญชนะไทย 44 ตัวและสระ 21 รูป 32 เสียง นอกจากตัวเลขจะแทนสัญลักษณ์เลขต่างๆ ในแต่ละภาษาแล้ว ยังสามารถเขียนออกมาเป็นภาษาเขียนได้อีกด้วย อย่างเช่นการแปลงตัวเลขเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • 102 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One hundred two
  • 2021 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Two thousand twenty one
  • 3.1416 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Three point one four one six
  • 1,000,000 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One million
  • 1,000,000,000 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One billion
  • 1,000,000,000,000 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One trillion เป็นต้น

เลขเรียกหนังสือ (Call Number)

คือ สัญลักษณ์ที่ห้องสมุดกำหนดขึ้นจากหมวดหมู่หรือเนื้อหาของหนังสือ เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงที่อยู่ของหนังสือในแต่ละเล่ม ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บและการค้นหาหนังสือ ซึ่งเลขเรียกหนังสือจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดอยู่ที่สันของหนังสือ หรือสามารถค้นหาออนไลน์ได้ที่รายการบรรณานุกรมในระบบออนไลน์ หรือ OPAC (Online Public Access Catalog) โดยเลขเรียกหนังสือจะประกอบไปด้วย เลขหมู่ของหนังสือ, อักษรตัวแรกของชื่อผู้แต่ง, เลขประจำตัวผู้แต่ง และอักษรตัวแรกของชื่อเรื่อง

 

ขอยกตัวอย่าง การแปลงตัวเลข 1 ถึง 10 ภาษาอังกฤษจากตัวเลขเป็นตัวอักษรเพิ่มเติม ดังนี้

  • 1 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One
  • 2 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Two
  • 3 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Three
  • 4 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Four
  • 5 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Five
  • 6 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Six
  • 7 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Seven
  • 8 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Eight
  • 9 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Nine
  • 10 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Ten

ตัวเลขสามารถแสดงออกมาเป็นจำนวน หรือกำหนดค่าของสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ อย่างเช่น จำนวนเงินที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า (Money) 100 บาท หรือทองภาษาอังกฤษ (Gold) 100 ชั่งเป็นต้น ตัวเลขที่เหมือนกันคุณค่าอาจต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุที่เรานำตัวเลขนั้นไปใส่กำกับไว้

 

หลักการเขียนย่อความ ประกอบด้วยดังนี้

  1. อ่านเรื่องที่ต้องการย่อความอย่างละเอียด และทำความเข้าใจถึงจุดประสงค์หรือเจตนาของผู้เขียน
  2. หาประเด็นหรือใจความสำคัญของแต่ละบทหรือแต่ละย่อหน้า จากนั้นนำสิ่งที่จับใจความได้มาเขียนเรียบเรียงเป็นภาษาที่สละสลวยในรูปแบบของตนเอง
  3. หากมีคำราชาศัพท์ต้องคงคำราชาศัพท์นั้นไว้
  4. เปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 1 และที่ 2 ให้เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ทั้งหมด เพราะการเขียนย่อความเป็นการนำเรื่องราวของผู้อ่านมาย่นย่ออีกครั้ง ไม่ใช่เป็นเนื้อหาที่เราเขียนขึ้นเอง
  5. บอกที่มาของข้อความที่นำมาย่อความ โดยเขียนกำกับไว้ในย่อหน้าแรก จากนั้นค่อยเขียนเนื้อหาที่ย่อแล้วไว้ในย่อหน้าที่สองเป็นลำดับต่อไป

หลักการเขียนย่อความสามารถนำไปใช้ได้กับการอ่านบทความทุกประเภท นับว่าเป็นศาสตร์ที่ประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างเช่นเรื่องตัวเลขที่เรานำมาเล่าวันนี้ เป็นต้น

 

ถ้าพูดถึงลำดับตัวเลขผู้คนมักนิยมเลือกลำดับตัวเลขที่ตัวเองชื่นชอบ หรือที่คิดว่าเป็นตัวเลขนำโชค (Lucky number) และนำตัวเลขเหล่านั้นมาสักเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร เช่น ลำดับที่ภาษาอังกฤษ 131 หากลำดับเลขนี้เป็นที่ชื่นชอบของใครก็มักจะนำเลขมาสักไว้ที่ลำตัวหรือแขน เป็นต้น และรอยสักเลขโรมันนับว่าได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายเพราะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งมีเฉพาะคนที่อ่านเลขโรมันได้เท่านั้นถึงจะเข้าใจความหมาย ถือว่าสร้างความต่างได้เป็นอย่างดี ลายสักอักษรยอดนิยม อาทิเช่น Love yourself ที่แปลว่ารักตัวเอง หรือ Positive ที่แปลว่าแง่บวก เป็นต้น

 

การทำตารางเลข 1-100 ทำให้เราเห็นภาพและเลือกตัวอย่างเลขโรมันเพื่อนำมาสักได้ อย่างตัวอักษรที่อ่าน XXX บางคนอาจสื่อความหมายไปในทางที่ไม่ดี แต่ในตัวเลขโรมันมีค่าเท่ากับ 30 ไม่ได้มีความหมายอื่นใดแฝงอยู่ หรือบางคนก็ชอบสักเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษอย่างคำว่า Mount แปลว่า ภูเขา หรือพ่อค้าภาษาอังกฤษที่เขียนว่า Merchant ก็ได้ทั้งนั้นแล้วแต่ชอบความส่วนบุคคล

 

นอกจากนี้บางคนก็นิยมสักเลข 1-20 ภาษาอังกฤษหรือเลขหนึ่งร้อยภาษาอังกฤษ อาจจะเลือกสักเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร หรือเลือกเลขเป็นภาษาอังกฤษที่เป็นปีเกิดของตัวเองอย่างเช่น Since 1995 เป็นต้น

 

เรื่องของตัวเลขยังมีให้เราได้ศึกษาอีกมาก ขอเพิ่มเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพไว้เล็กน้อย อย่างการนวดกดจุดบริเวณฝ่ามือหรือที่เรียกกันว่า ตีลัญจกร วิธีนี้สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยบางชนิดได้ เพราะเป็นการนวดที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างมือและสมอง การนวดบริเวณฝ่ามืออย่างถูกวิธีจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองหรือระบบต่างๆ ภายในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการทางกาย อาทิเช่น อาการเครียด, อาการนอนไม่หลับ และอาการไมเกรน เป็นต้น

 

ตัวเลขโรมัน 1-1,000 และตัวเลขอารบิก 1-100 ที่ได้ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น เชื่อว่าหลายคนคงเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้ว แต่จะขอยกตัวอย่างพร้อมคำอ่านเลขภาษาอังกฤษ เขียนเป็นตัวเลขโรมันและแปลตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • M เป็นสัญลักษณ์ตัวเลขโรมัน
  • M แปลตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษคือ 1,000
  • M แปลตัวอักษรเป็นภาษาอังกฤษคือ Thousand เป็นต้น

ยังมีตัวอย่างตัวเลข 1-1,000 ภาษาอังกฤษพร้อมคำอ่านให้ได้ศึกษาอีกมาก ยกตัวอย่างเลข 45 ภาษาอังกฤษ คือ Forty-five ,500 ภาษาอังกฤษ Five hundred หรือ 1,000 ภาษาอังกฤษ One thousand เป็นต้น และถ้าหากพูดถึงตัวเลขก็เป็นได้หลายภาษา เลขเป็นภาษาอังกฤษ, เลขเป็นภาษาไทย หรือเลขเป็นภาษาโรมัน เป็นต้น

 

ตัวเลขโรมันยังเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการนาฬิกา อย่างที่พบเห็นบ่อยๆ ว่าหน้าปัดของนาฬิกาบางรุ่นบางยี่ห้อก็ออกแบบให้เป็นนาฬิกาเลขโรมัน บางยี่ห้ออาจออกแบบให้เป็นเลขโรมันมากกว่าหรือเท่ากับภาษาอังกฤษเลยก็ว่าได้

 

คำว่าอิสรภาพภาษาอังกฤษ เขียนว่า Freedom เป็นคำที่ผู้คนใช้กันอย่างแพร่หลาย และปลายทางชีวิตของหลายๆ คนก็อยากมี Freedom กันทั้งนั้น การใช้ตัวเลขก็เหมือนกัน สามารถเลือกใช้ได้อย่างไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์ อย่างเช่น ถึงแม้เราจะเป็นคนไทย มีตัวเลขไทยเป็นของเราเอง แต่เราก็สามารถใช้ตัวเลขอารบิกหรือเลขโรมันก็ย่อมได้ เพราะไม่ได้มีแค่ลำดับเลขไทย 1-100 แต่ลำดับเลขโรมันหรือลำดับเลขอังกฤษก็มีเช่นกัน

 

ว่าด้วยเรื่องการเขียนตัวเลขเป็นตัวหนังสือ หรือการเขียนจำนวนเงินเป็นภาษาอังกฤษ ขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

  • 50 บาท / 500 ดอลล่าร์ เขียนเป็นตัวหนังสือห้าสิบภาษาอังกฤษว่า Fifty baht / Fifty dollar
  • 100 บาท / 100 ดอลล่าร์ เขียนเป็นตัวหนังสือหนึ่งร้อยภาษาอังกฤษว่า One hundred baht / One hundred dollar
  • 150 บาท / 150 ดอลล่าร์ เขียนเป็นตัวหนังสือหนึ่งร้อยห้าสิบภาษาอังกฤษว่า One hundred fifty baht / One hundred fifty dollar เป็นต้น
  •  

วิธีดูนาฬิกาและการเขียนตัวเลขโรมัน

 

จะเขียนตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา ดังนี้ I, II, III, IIII, V, VI, VII, VIII, IX, X, XI ,XII ข้อสังเกตโดยปกติเลข 4 โรมัน จะเขียนว่า IV แต่บนหน้าปัดนาฬิกาเขียนเป็น IIII เพราะต้องการให้บนหน้าปัดนาฬิกามีความสมดุลย์กันทั้งสองข้างนั่นเอง หนังสือภาษาอังกฤษม.1 บางเล่มได้สอดแทรกเนื้อหาของเลขโรมันส่งผลให้ตัวเลขพื้นฐานโรมันอย่างเลข 1-12 เด็กบางคนก็สามารถอ่านได้ (ข้อควรระวัง การดูนาฬิกาหากหน้าปัดนาฬิกาเป็นรอยจะทำให้อ่านตัวเลขได้ไม่ชัดเจน ทำให้การดูเวลาคลาดเคลื่อน ดังนั้นควรดูแลหน้าปัดโดยการใส่กันรอยเพื่อป้องกันหน้าปัดนาฬิกา)

 

ผู้คนที่นิยมสักเป็นเลขโรมันก็มีมาก แต่สำหรับบางคนที่ไม่ชอบสักแต่ชื่นชอบเลขโรมันเป็นการส่วนตัวอาจเลือกสลักเลขโรมันไว้บนแหวน (แหวนภาษาอังกฤษอ่านว่า Ring) และอาจเพิ่มลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ อย่างเช่นสลักชื่อและตามด้วยเลขโรมัน เป็นต้น

 

อีกหนึ่งตัวเลขที่บางคนอาจสงสัยว่ามีลักษณะอย่างไร นั่นก็คือ ตัวเลขอียิปต์ ซึ่งสัญลักษณ์ตัวเลขอียิปต์จะไม่เหมือนกับสัญลักษณ์เลขโรมัน และที่สำคัญไม่ปรากฏอยู่ในแป้นพิมพ์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ดังนั้นจะขอพูดถึงเพียงลักษณะโดยคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมเท่านั้น

  • ลักษณะคล้ายกิ่งไม้ แทนจำนวน 1
  • ลักษณะคล้ายกระดูกส้นเท้า แทนจำนวน 10
  • ลักษณะคล้ายขดเชือก แทนจำนวน 100
  • ลักษณะคล้ายดอกบัว แทนจำนวน 1,000
  • ลักษณะคล้ายนิ้วชี้ แทนจำนวน 10,000
  • ลักษณะคล้ายปลา แทนจำนวน 100,000
  • ลักษณะคล้ายคนตกใจ แทนจำนวน 1,000,000
ลำดับเลขภาษาอังกฤษ
ลำดับเลขภาษาอังกฤษ

เห็นได้ชัดว่าตัวเลขเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งอนูเล็กๆ อย่างอะตอมบุหรี่ไฟฟ้าที่ดีที่สุดคือ ตัวอะตอมจะมีขนาด 25 มิลลิเมตร จะช่วยส่งผลดีต่อการจ่ายไฟ ก็ยังมีเรื่องของตัวเลขเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก, ส่วนสูง, วันเกิด หรืออายุ ก็เกี่ยวข้องกับการนับเลขทั้งสิ้น ไม่ว่าจะนับภาษาอังกฤษ ,ภาษาไทย หรือภาษาโรมัน อย่าง 1 ล้านภาษาอังกฤษเขียนว่า One million หรือ XI คือ ตัวเลข 11 ในตัวเลขฮินดูอารบิกนั่นเอง

 

แต่ถ้าพูดถึงวันที่ภาษาอังกฤษ 1-100 จะอ่านแตกต่างจากการอ่านตัวเลขอารบิกทั่วไป ขอยกตัวอย่างสัก 3 ลำดับของวันที่ ดังต่อไปนี้

  • วันที่ 1 อ่านว่า First
  • วันที่ 25 อ่านว่า Twenty-fifth
  • วันที่ 31 อ่านว่า Thirty first เป็นต้น

สำหรับเลข 12 หลักที่ถือเป็นเลขประจำตัวของคนไทยนั่นหรือที่เรียกกันว่า เลขประจำตัวประชาชน ซึ่งประกอบไปด้วยเลขอาริบิก 12 หลักนั่นเอง แต่ถ้าพูดถึงเลขอารบิก 1-10 หรืออีกนัยนึงคือเลขอารบิก 10 หลัก นั่นก็คือเลขโทรศัพท์ที่มีประกอบไปด้วยเลข 10 ตัวนั่นเอง

 

สำหรับมือใหม่ของผู้ที่ยังไม่เคยเขียนตัวเลขมาก่อน แนะนำให้เริ่มจากเขียนบนแบบฝึกเขียนตามรอยประภาษาอังกฤษ หรือแบบฝึกเขียนตัวเลขไทย หมั่นเขียนและฝึกฝนอยู่เป็นประจำ หรือฝึกเขียนตัวเลขที่อยู่รอบตัว เช่น วันเกิด, เลขโทรศัพท์, หรือการเขียนบ้านเลขที่ภาษาอังกฤษ รวมทั้งฝึกเขียนภาษาไทยควบคู่ไปด้วยก็ยิ่งดี

 

ขอยกตัวอย่าง การเขียนลำดับตัวเลขภาษาอังกฤษเพิ่มเติม

– ลำดับที่ 2 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Second

– ลำดับที่ 3 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Third

ลำดับที่ 4 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Fourth

– ลำดับที่ 5 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Fifth

– ลำดับที่ 6 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Sixth

– ลำดับที่ 7 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Seventh

– ลำดับที่ 8 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Eighth

– ลำดับที่ 9 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Ninth

– ลำดับที่ 10 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Tenth

– ลำดับที่ 11 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Eleventh

– ลำดับที่ 12 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twelfth

– ลำดับที่ 13 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Thirteenth

– ลำดับที่ 14 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Fourteenth

– ลำดับที่ 15 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Fifteenth

– ลำดับที่ 16 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Sixteenth

– ลำดับที่ 17 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Seventeenth

– ลำดับที่ 18 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Eighteenth

– ลำดับที่ 19 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Nineteenth

– ลำดับที่ 20 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twentieth

– ลำดับที่ 21 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-first

– ลำดับที่ 22 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-second

– ลำดับที่ 23 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-third

– ลำดับที่ 24 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-fourth

– ลำดับที่ 25 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-fifth

– ลำดับที่ 30 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Thirtieth

– ลำดับที่ 31 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Thirty-first

– ลำดับที่ 100 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundredth

– ลำดับที่ 110 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and tenth

– ลำดับที่ 111 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and eleventh

– ลำดับที่ 120 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and twentieth

– ลำดับที่ 121 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and twenty first

– ลำดับที่ 130 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and thirtieth

– ลำดับที่ 131 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and thirty first

– ลำดับที่ 200 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The two hundredth

– ลำดับที่ 1,000 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า One thousandth

– ลำดับที่ 10,000 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Ten thousandth

– ลำดับที่ 100,000 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า One hundred thousandth

– ลำดับที่ 1,000,000 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า One millionth

 


อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 21 ตุลาคม 2021

Leave a Comment

Scroll to Top