เลขโรมัน ตัวเลข 1-100 ภาษาอังกฤษ ลำดับ ภาษาโรมัน แปลเลข อักษร เขียนเลข นับเลข เรียก รอย

Click to rate this post!
[Total: 526 Average: 5]

เลขโรมัน

ตัวเลขโรมัน (Roman numerals) เป็นระบบตัวเลขที่ใช้สืบต่อกันมาตั้งแต่ยุคสมัยโรมโบราณ ซึ่งมีการนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป ก่อนที่จะมีตัวเลขฮินดูอารบิกเข้ามาแทนที่อย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตัวเลขโรมันจะประกอบไปด้วยสัญลักษณ์พื้นฐานทั้งหมด 7 ตัวหลักด้วยกัน นั่นก็คือ I, V, X, L, C, D และ M สัญลักษณ์เหล่านี้ได้เริ่มใช้ในระหว่างปี 900-800 ปีก่อนคริสต์ศักราช และถึงแม้ว่าในปัจจุบันคนหันมานิยมใช้ตัวเลขฮินดูอารบิกกันแล้ว แต่ตัวเลขโรมันก็ยังปรากฏอยู่ให้เห็นทั่วไป อาทิเช่น ใช้เป็นตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา, การลำดับหลังชื่อบุคคลสำคัญ หรือระบุบทต่างๆ ในหนังสือภาษาอังกฤษ เป็นต้น

เลข 1-100
เลข 1-100

ตัวอย่างเลข 1-100 ภาษาอังกฤษที่แทนด้วยตัวเลขสัญลักษณ์เลขโรมัน ดังต่อไปนี้

1= I

2 = II

3 = III

4 = IV

5 = V

6 = VI

7 = VII

8 = VIII

9 = IX

10 = X

11 = XI

12 = XII

13 = XIII

14 = XIV

15 = XV

16 = XVI

17 = XVII

18 = XVIII

19 = XIX

20 = XX

21 = XXI

22 = XXII

23 = XXIII

24 = XXIV

25 = XXV

26 = XXVI

27 = XXVII

28 = XXVIII

29 = XXIX

30 = XXX

31 = XXXI

32 = XXXII

33 = XXXIII

34 = XXXIV

35 = XXXV

36 = XXXVI

37 = XXXVII

38 = XXXVIII

39 = XXXIX

40 = XL

41 = XLI

42 = XLII

43 = XLIII

44 = XLIV

45 = XLV

46 = XLVI

47 = XLVII

48 = XLVIII

49 = XLIX

50 = L

51 = LI

52 = LII

53 = LIII

54 = LIV

55 = LV

56 = LVI

57 = LVII

58 = LVIII

59 = LIX

60 = LX

61 = LXI

62 = LXII

63 = LXIII

64 = LXIV

65 = LXV

66 = LXVI

67 = LXVII

68 = LXVIII

69 = LXIX

70 = LXX

71 = LXXI

72 = LXXII

73 = LXXIII

74 = LXXIV

75 = LXXV

76 = LXXVI

77 = LXXVII

78 = LXXVIII79 = LXXIX

80 = LXXX

81 = LXXXI

82 = LXXXII

83 = LXXXIII

84 = LXXXIV

85 = LXXXV

86 = LXXXVI

87 = LXXXVII

88 = LXXXVIII

89 = LXXXIX

90 = XC

91 = XCI

92 = XCII

93 = XCIII

94 = XCIV

95 = XCV

96 = XCVI

97 = XCVII

98 = XCVIII

99 = XCIX

100 =C

ขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมเลข 1-1,000 ภาษาอังกฤษสามารถแทนด้วยตัวเลขสัญลักษณ์เลขโรมัน ดังต่อไปนี้

– 1=I

– 5=V

– 10=X

– 50=L

– 100=C

– 500=D

– 1,000=M

จะเห็นได้ว่าภาษาโรมันหากเป็นเลขโรมัน 1-100 จะประกอบไปด้วย 6 สัญลักษณ์ ได้แก่ I, V, X, L, C และ D แต่ถ้าเป็นตัวเลขอังกฤษ 1-1,000 จะแทนด้วยสัญลักษณ์เลขโรมันครบทั้งหมด 7 สัญลักษณ์ ได้แก่ I, V, X, L, C, D และ M ซึ่งตัวเลข 1,000 แปลเลขโรมันคือสัญลักษณ์ตัว M นั่นเอง

เลขโรมัน
เลขโรมัน

สำหรับตัวอักษรโรมันที่มักพบเห็นในปัจจุบันส่วนใหญ่จะออกมาในรูปแบบของตัวเลข 1-100 บางคนอาจนำจุดต่างนี้มาสร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างการเขียนเลขภาษาอังกฤษ ซึ่งมีการนับเลขภาษาอังกฤษออกเป็นภาษาเขียน ดังต่อไปนี้ ตัวเลข 1, 2, 3, 4 และ 5 เป็นต้น แน่นอนว่าใครๆ ก็เขียนได้เพราะเป็นที่รู้จักและเป็นภาษาสากลระดับโลก แต่พอมาเขียนอยู่ในรูปแบบเลขโรมันอย่าง 1 แทนสัญลักษณ์ด้วย I, 2 แทนสัญลักษณ์ด้วย II, 3 แทนสัญลักษณ์ด้วย III, 4 แทนสัญลักษณ์ด้วย IV และ 5 แทนสัญลักษณ์ด้วย V ก็จะสามารถสร้างความแตกต่างและดึงดูดความสนใจได้มากขึ้น

ภาษาเลขที่ใช้กันในปัจจุบันที่เป็นสากลโลก เรียกว่า ตัวเลขฮินดูอารบิก ซึ่งในประเทศไทยก็ได้รับอิทธิพลจากตัวเลขฮินดูอารบิกมาเช่นกัน ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีเลขไทยเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่สำหรับการใช้งานเพื่อการติดต่อสื่อสาร การใช้ตัวเลขฮินดูอารบิกจะง่ายและสะดวกกว่า เพราะเป็นเลขสากลโลกไม่ว่าประเทศใดก็รู้จัก ยกตัวอย่างความแตกต่างของตัวเลขทั้ง 3 แบบ ตัวเลขฮินดูอารบิก, ตัวเลขโรมัน และตัวเลขไทย

ยกตัวอย่างคำว่า เพลงสากลเก่า ยุค70

  • เขียนเป็นตัวเลขฮินดูอารบิก ดังนี้ เพลงสากลเก่า ยุค70
  • เขียนเป็นตัวเลขโรมัน ดังนี้  เพลงสากลเก่า ยุคLXX
  • เขียนเป็นตัวเลขไทย ดังนี้ เพลงสากลเก่า ยุค๗๐ เป็นต้น

สำหรับตัวเลขโรมันที่ประกอบไปด้วย 7 สัญลักษณ์ อันได้แก่ I, V, X, L, C, D และ M แต่สำหรับภาษาไทยจะประกอบไปด้วยพยัญชนะไทย 44 ตัวและสระ 21 รูป 32 เสียง นอกจากตัวเลขจะแทนสัญลักษณ์เลขต่างๆ ในแต่ละภาษาแล้ว ยังสามารถเขียนออกมาเป็นภาษาเขียนได้อีกด้วย อย่างเช่นการแปลงตัวเลขเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • 102 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One hundred two
  • 2021 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Two thousand twenty one
  • 3.1416 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Three point one four one six
  • 1,000,000 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One million
  • 1,000,000,000 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One billion
  • 1,000,000,000,000 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One trillion เป็นต้น

เลขเรียกหนังสือ (Call Number)

คือ สัญลักษณ์ที่ห้องสมุดกำหนดขึ้นจากหมวดหมู่หรือเนื้อหาของหนังสือ เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงที่อยู่ของหนังสือในแต่ละเล่ม ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บและการค้นหาหนังสือ ซึ่งเลขเรียกหนังสือจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดอยู่ที่สันของหนังสือ หรือสามารถค้นหาออนไลน์ได้ที่รายการบรรณานุกรมในระบบออนไลน์ หรือ OPAC (Online Public Access Catalog) โดยเลขเรียกหนังสือจะประกอบไปด้วย เลขหมู่ของหนังสือ, อักษรตัวแรกของชื่อผู้แต่ง, เลขประจำตัวผู้แต่ง และอักษรตัวแรกของชื่อเรื่อง

ขอยกตัวอย่าง การแปลงตัวเลข 1 ถึง 10 ภาษาอังกฤษจากตัวเลขเป็นตัวอักษรเพิ่มเติม ดังนี้

  • 1 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ One
  • 2 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Two
  • 3 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Three
  • 4 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Four
  • 5 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Five
  • 6 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Six
  • 7 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Seven
  • 8 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Eight
  • 9 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Nine
  • 10 แปลงเป็นตัวอักษรดังนี้ Ten

ตัวเลขสามารถแสดงออกมาเป็นจำนวน หรือกำหนดค่าของสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ อย่างเช่น จำนวนเงินที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า (Money) 100 บาท หรือทองภาษาอังกฤษ (Gold) 100 ชั่งเป็นต้น ตัวเลขที่เหมือนกันคุณค่าอาจต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุที่เรานำตัวเลขนั้นไปใส่กำกับไว้

หลักการเขียนย่อความ ประกอบด้วยดังนี้

  1. อ่านเรื่องที่ต้องการย่อความอย่างละเอียด และทำความเข้าใจถึงจุดประสงค์หรือเจตนาของผู้เขียน
  2. หาประเด็นหรือใจความสำคัญของแต่ละบทหรือแต่ละย่อหน้า จากนั้นนำสิ่งที่จับใจความได้มาเขียนเรียบเรียงเป็นภาษาที่สละสลวยในรูปแบบของตนเอง
  3. หากมีคำราชาศัพท์ต้องคงคำราชาศัพท์นั้นไว้
  4. เปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 1 และที่ 2 ให้เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ทั้งหมด เพราะการเขียนย่อความเป็นการนำเรื่องราวของผู้อ่านมาย่นย่ออีกครั้ง ไม่ใช่เป็นเนื้อหาที่เราเขียนขึ้นเอง
  5. บอกที่มาของข้อความที่นำมาย่อความ โดยเขียนกำกับไว้ในย่อหน้าแรก จากนั้นค่อยเขียนเนื้อหาที่ย่อแล้วไว้ในย่อหน้าที่สองเป็นลำดับต่อไป

หลักการเขียนย่อความสามารถนำไปใช้ได้กับการอ่านบทความทุกประเภท นับว่าเป็นศาสตร์ที่ประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างเช่นเรื่องตัวเลขที่เรานำมาเล่าวันนี้ เป็นต้น

ถ้าพูดถึงลำดับตัวเลขผู้คนมักนิยมเลือกลำดับตัวเลขที่ตัวเองชื่นชอบ หรือที่คิดว่าเป็นตัวเลขนำโชค (Lucky number) และนำตัวเลขเหล่านั้นมาสักเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร เช่น ลำดับที่ภาษาอังกฤษ 131 หากลำดับเลขนี้เป็นที่ชื่นชอบของใครก็มักจะนำเลขมาสักไว้ที่ลำตัวหรือแขน เป็นต้น และรอยสักเลขโรมันนับว่าได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายเพราะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งมีเฉพาะคนที่อ่านเลขโรมันได้เท่านั้นถึงจะเข้าใจความหมาย ถือว่าสร้างความต่างได้เป็นอย่างดี ลายสักอักษรยอดนิยม อาทิเช่น Love yourself ที่แปลว่ารักตัวเอง หรือ Positive ที่แปลว่าแง่บวก เป็นต้น

การทำตารางเลข 1-100 ทำให้เราเห็นภาพและเลือกตัวอย่างเลขโรมันเพื่อนำมาสักได้ อย่างตัวอักษรที่อ่าน XXX บางคนอาจสื่อความหมายไปในทางที่ไม่ดี แต่ในตัวเลขโรมันมีค่าเท่ากับ 30 ไม่ได้มีความหมายอื่นใดแฝงอยู่ หรือบางคนก็ชอบสักเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษอย่างคำว่า Mount แปลว่า ภูเขา หรือพ่อค้าภาษาอังกฤษที่เขียนว่า Merchant ก็ได้ทั้งนั้นแล้วแต่ชอบความส่วนบุคคล

นอกจากนี้บางคนก็นิยมสักเลข 1-20 ภาษาอังกฤษหรือเลขหนึ่งร้อยภาษาอังกฤษ อาจจะเลือกสักเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร หรือเลือกเลขเป็นภาษาอังกฤษที่เป็นปีเกิดของตัวเองอย่างเช่น Since 1995 เป็นต้น

เรื่องของตัวเลขยังมีให้เราได้ศึกษาอีกมาก ขอเพิ่มเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพไว้เล็กน้อย อย่างการนวดกดจุดบริเวณฝ่ามือหรือที่เรียกกันว่า ตีลัญจกร วิธีนี้สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยบางชนิดได้ เพราะเป็นการนวดที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างมือและสมอง การนวดบริเวณฝ่ามืออย่างถูกวิธีจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองหรือระบบต่างๆ ภายในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการทางกาย อาทิเช่น อาการเครียด, อาการนอนไม่หลับ และอาการไมเกรน เป็นต้น

ตัวเลขโรมัน 1-1,000 และตัวเลขอารบิก 1-100 ที่ได้ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น เชื่อว่าหลายคนคงเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้ว แต่จะขอยกตัวอย่างพร้อมคำอ่านเลขภาษาอังกฤษ เขียนเป็นตัวเลขโรมันและแปลตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • M เป็นสัญลักษณ์ตัวเลขโรมัน
  • M แปลตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษคือ 1,000
  • M แปลตัวอักษรเป็นภาษาอังกฤษคือ Thousand เป็นต้น

ยังมีตัวอย่างตัวเลข 1-1,000 ภาษาอังกฤษพร้อมคำอ่านให้ได้ศึกษาอีกมาก ยกตัวอย่างเลข 45 ภาษาอังกฤษ คือ Forty-five ,500 ภาษาอังกฤษ Five hundred หรือ 1,000 ภาษาอังกฤษ One thousand เป็นต้น และถ้าหากพูดถึงตัวเลขก็เป็นได้หลายภาษา เลขเป็นภาษาอังกฤษ, เลขเป็นภาษาไทย หรือเลขเป็นภาษาโรมัน เป็นต้น

ตัวเลขโรมันยังเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการนาฬิกา อย่างที่พบเห็นบ่อยๆ ว่าหน้าปัดของนาฬิกาบางรุ่นบางยี่ห้อก็ออกแบบให้เป็นนาฬิกาเลขโรมัน บางยี่ห้ออาจออกแบบให้เป็นเลขโรมันมากกว่าหรือเท่ากับภาษาอังกฤษเลยก็ว่าได้

คำว่าอิสรภาพภาษาอังกฤษ เขียนว่า Freedom เป็นคำที่ผู้คนใช้กันอย่างแพร่หลาย และปลายทางชีวิตของหลายๆ คนก็อยากมี Freedom กันทั้งนั้น การใช้ตัวเลขก็เหมือนกัน สามารถเลือกใช้ได้อย่างไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์ อย่างเช่น ถึงแม้เราจะเป็นคนไทย มีตัวเลขไทยเป็นของเราเอง แต่เราก็สามารถใช้ตัวเลขอารบิกหรือเลขโรมันก็ย่อมได้ เพราะไม่ได้มีแค่ลำดับเลขไทย 1-100 แต่ลำดับเลขโรมันหรือลำดับเลขอังกฤษก็มีเช่นกัน

ว่าด้วยเรื่องการเขียนตัวเลขเป็นตัวหนังสือ หรือการเขียนจำนวนเงินเป็นภาษาอังกฤษ ขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

  • 50 บาท / 500 ดอลล่าร์ เขียนเป็นตัวหนังสือห้าสิบภาษาอังกฤษว่า Fifty baht / Fifty dollar
  • 100 บาท / 100 ดอลล่าร์ เขียนเป็นตัวหนังสือหนึ่งร้อยภาษาอังกฤษว่า One hundred baht / One hundred dollar
  • 150 บาท / 150 ดอลล่าร์ เขียนเป็นตัวหนังสือหนึ่งร้อยห้าสิบภาษาอังกฤษว่า One hundred fifty baht / One hundred fifty dollar เป็นต้น
  •  

วิธีดูนาฬิกาและการเขียนตัวเลขโรมัน

จะเขียนตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา ดังนี้ I, II, III, IIII, V, VI, VII, VIII, IX, X, XI ,XII ข้อสังเกตโดยปกติเลข 4 โรมัน จะเขียนว่า IV แต่บนหน้าปัดนาฬิกาเขียนเป็น IIII เพราะต้องการให้บนหน้าปัดนาฬิกามีความสมดุลย์กันทั้งสองข้างนั่นเอง หนังสือภาษาอังกฤษม.1 บางเล่มได้สอดแทรกเนื้อหาของเลขโรมันส่งผลให้ตัวเลขพื้นฐานโรมันอย่างเลข 1-12 เด็กบางคนก็สามารถอ่านได้ (ข้อควรระวัง การดูนาฬิกาหากหน้าปัดนาฬิกาเป็นรอยจะทำให้อ่านตัวเลขได้ไม่ชัดเจน ทำให้การดูเวลาคลาดเคลื่อน ดังนั้นควรดูแลหน้าปัดโดยการใส่กันรอยเพื่อป้องกันหน้าปัดนาฬิกา)

ผู้คนที่นิยมสักเป็นเลขโรมันก็มีมาก แต่สำหรับบางคนที่ไม่ชอบสักแต่ชื่นชอบเลขโรมันเป็นการส่วนตัวอาจเลือกสลักเลขโรมันไว้บนแหวน (แหวนภาษาอังกฤษอ่านว่า Ring) และอาจเพิ่มลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ อย่างเช่นสลักชื่อและตามด้วยเลขโรมัน เป็นต้น

อีกหนึ่งตัวเลขที่บางคนอาจสงสัยว่ามีลักษณะอย่างไร นั่นก็คือ ตัวเลขอียิปต์ ซึ่งสัญลักษณ์ตัวเลขอียิปต์จะไม่เหมือนกับสัญลักษณ์เลขโรมัน และที่สำคัญไม่ปรากฏอยู่ในแป้นพิมพ์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ดังนั้นจะขอพูดถึงเพียงลักษณะโดยคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมเท่านั้น

  • ลักษณะคล้ายกิ่งไม้ แทนจำนวน 1
  • ลักษณะคล้ายกระดูกส้นเท้า แทนจำนวน 10
  • ลักษณะคล้ายขดเชือก แทนจำนวน 100
  • ลักษณะคล้ายดอกบัว แทนจำนวน 1,000
  • ลักษณะคล้ายนิ้วชี้ แทนจำนวน 10,000
  • ลักษณะคล้ายปลา แทนจำนวน 100,000
  • ลักษณะคล้ายคนตกใจ แทนจำนวน 1,000,000
ลำดับเลขภาษาอังกฤษ
ลำดับเลขภาษาอังกฤษ

เห็นได้ชัดว่าตัวเลขเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งอนูเล็กๆ อย่างอะตอมบุหรี่ไฟฟ้าที่ดีที่สุดคือ ตัวอะตอมจะมีขนาด 25 มิลลิเมตร จะช่วยส่งผลดีต่อการจ่ายไฟ ก็ยังมีเรื่องของตัวเลขเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก, ส่วนสูง, วันเกิด หรืออายุ ก็เกี่ยวข้องกับการนับเลขทั้งสิ้น ไม่ว่าจะนับภาษาอังกฤษ ,ภาษาไทย หรือภาษาโรมัน อย่าง1ล้านภาษาอังกฤษเขียนว่า One million หรือ XI คือ ตัวเลข 11 ในตัวเลขฮินดูอารบิกนั่นเอง

แต่ถ้าพูดถึงวันที่ภาษาอังกฤษ 1-100 จะอ่านแตกต่างจากการอ่านตัวเลขอารบิกทั่วไป ขอยกตัวอย่างสัก 3 ลำดับของวันที่ ดังต่อไปนี้

  • วันที่ 1 อ่านว่า First
  • วันที่ 25 อ่านว่า Twenty-fifth
  • วันที่ 31 อ่านว่า Thirty first เป็นต้น

สำหรับเลข 12 หลักที่ถือเป็นเลขประจำตัวของคนไทยนั่นหรือที่เรียกกันว่า เลขประจำตัวประชาชน ซึ่งประกอบไปด้วยเลขอาริบิก 12 หลักนั่นเอง แต่ถ้าพูดถึงเลขอารบิก 1-10 หรืออีกนัยนึงคือเลขอารบิก 10 หลัก นั่นก็คือเลขโทรศัพท์ที่มีประกอบไปด้วยเลข 10 ตัวนั่นเอง

สำหรับมือใหม่ของผู้ที่ยังไม่เคยเขียนตัวเลขมาก่อน แนะนำให้เริ่มจากเขียนบนแบบฝึกเขียนตามรอยประภาษาอังกฤษ หรือแบบฝึกเขียนตัวเลขไทย หมั่นเขียนและฝึกฝนอยู่เป็นประจำ หรือฝึกเขียนตัวเลขที่อยู่รอบตัว เช่น วันเกิด, เลขโทรศัพท์, หรือการเขียนบ้านเลขที่ภาษาอังกฤษ รวมทั้งฝึกเขียนภาษาไทยควบคู่ไปด้วยก็ยิ่งดี

ขอยกตัวอย่าง การเขียนลำดับตัวเลขภาษาอังกฤษเพิ่มเติม

– ลำดับที่ 2 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Second

– ลำดับที่ 3 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Third

ลำดับที่ 4 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Fourth

– ลำดับที่ 5 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Fifth

– ลำดับที่ 6 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Sixth

– ลำดับที่ 7 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Seventh

– ลำดับที่ 8 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Eighth

– ลำดับที่ 9 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Ninth

– ลำดับที่ 10 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Tenth

– ลำดับที่ 11 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Eleventh

– ลำดับที่ 12 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twelfth

– ลำดับที่ 13 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Thirteenth

– ลำดับที่ 14 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Fourteenth

– ลำดับที่ 15 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Fifteenth

– ลำดับที่ 16 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Sixteenth

– ลำดับที่ 17 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Seventeenth

– ลำดับที่ 18 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Eighteenth

– ลำดับที่ 19 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Nineteenth

– ลำดับที่ 20 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twentieth

– ลำดับที่ 21 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-first

– ลำดับที่ 22 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-second

– ลำดับที่ 23 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-third

– ลำดับที่ 24 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-fourth

– ลำดับที่ 25 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Twenty-fifth

– ลำดับที่ 30 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Thirtieth

– ลำดับที่ 31 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Thirty-first

– ลำดับที่ 100 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundredth

– ลำดับที่ 110 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and tenth

– ลำดับที่ 111 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and eleventh

– ลำดับที่ 120 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and twentieth

– ลำดับที่ 121 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and twenty first

– ลำดับที่ 130 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and thirtieth

ลำดับที่ 131 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The one hundred and thirty first

– ลำดับที่ 200 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า The two hundredth

– ลำดับที่ 1,000 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า One thousandth

– ลำดับที่ 10,000 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า Ten thousandth

– ลำดับที่ 100,000 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า One hundred thousandth

– ลำดับที่ 1,000,000 ภาษาอังกฤษ อ่านว่า One millionth

เลขโรมัน
I
II
III
IV
V
VI
VII
VIII
IX
X
XI
XII
XIII
XIV
XV
XVI
XVII
XVIII
XIX
XX
XXI
XXII
XXIII
XXIV
XXV
XXVI
XXVII
XXVIII
XXIX
XXX
XXXI
XXXII
XXXIII
XXXIV
XXXV
XXXVI
XXXVII
XXXVIII
XXXIX
XL
 
โทร.081-931-8341
 

Leave a Comment

Scroll to Top