เช็คสิทธิประกันสังคม

Click to rate this post!
[Total: 161 Average: 5]

ประกันสังคม sso เช็คสิทธิ์

www.sso.go.th-ประกันสังคม
sso เช็คสิทธิ์ www.sso.go.th-ประกันสังคม

 สำหรับคนที่มี เงินเดือน” ทำงานบริษัทหรือห้างร้านต่าง ๆ ทุกคนต้องจ่ายเงินสมทบทุกเดือนส่วนคนที่ทำงานอิสระ (ผู้ที่ไม่ทำงานบริษัท/ไม่ได้รับข้าราชการ) ที่อยากจ่ายสมทบก็สามารถทำได้เช่นกัน 


บทความแนะนำ : -------------------------

โดยเงินส่วนนี้เป็นเงินกองทุน สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมจะได้รับประโยชน์ทดแทนเมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตายรวมทั้งกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน 

ประกันสังคม-มาตรา-33
ประกันสังคม-มาตรา-33

ประกันสังคม มาตรา 33 

ผู้ประกันตน (มาตรา 33) คือ ลูกจ้างผู้ซึ่งทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการ ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ คนขึ้นไป ได้รับความคุ้มครอง กรณี ดังนี้  

  1. 1.กรณีเจ็บป่วย  
  2. 2. กรณีคลอดบุตร 
  3. 3. กรณีทุพพลภาพ 
  4. 4. กรณีตาย 
  5. 5. กรณีสงเคราะห์บุตร 
  6. 6. กรณีชราภาพ 
  7. 7. กรณีว่างงาน

สามารถเช็คสิทธิได้ 3 วิธีดังนี้ 

  1. 1. เช็คผ่านเว็บไซต์ 
  2. 2. ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Connect 
  3. 3. โทรสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม ได้ที่เบอร์ 1506

ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับการเยียวยาดังนี้ 

  1. 1. ได้รับการลดเงินสมทบที่หักไปในแต่ละเดือน เหลือให้เราจ่ายไม่กิน 450 บาท(ม.ค.64) และไม่เกิน 75 บาท (ก.พ.-มี.ค. 64) 
  2. 2 .รัฐบาลให้เงินเยียวยา 3,500 – 4,000 บาท สำหรับแรงงานที่มีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 300,000 บาท และเงินฝากไม่เกิน 5แสนบาท  

วิธีเช็คประกันสังคม มาตรา 33,39,40 สิทธิประกันสังคม

1.เช็คในเว็บไซต์ของประกันสังคม

ประกันสังคมออนไลน์

    • กรอกข้อมูลส่วนตัว และรหัสผ่านเพื่อลงทะเบียน แล้วกดยืนยัน เมื่อกดแล้วระบบจะส่งรหัสOTP มาให้ยืนยัน เป็นอันจบขั้นตอนการสมัคร 

เช็คสิทธิประกันสังคม

    • เมื่อLogin เข้าระบบแล้ว จะสามารถเช็คสถานะผู้ประกันตนต่างๆ เช่น สถานพยาบาลที่ไปใช้สิทธิ์ ยอดเงินประกันสังคม เงินชดเชยได้ 

ตรวจสอบประกันสังคม

  • หน้าที่จะแสดงสถานะของผู้ประกันตน และสามารถเช็คข้อมูลอื่นๆที่ผู้ประกันตนต้องการได้ด้วยการคลิกหัวข้อด้านล่าง 

เช็คสิทธิ์

2.การเช็คในแอปพลิเคชั่น SSO Connect

สำนักงานประกันสังคม
สำนักงานประกันสังคม
    • ทำการล็อคอินเข้าระบบ 

33

    • เมื่อทำการlogin  เราจะเข้าสู่หน้าหลักของแอปพลิเคชั่นซึ่งจะแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ยอดเงินสมทบชราภาพ และสิทธิทันตกรรม ซึ่งเราสามารถเลือกเข้าไปดูข้อมูลต่าง ๆ ได้เลย 

เช็คสถานะ

    • หน้าต่างนี้จะแสดงข้อมูลส่วนตัวของผู้ประกันตน เช่น ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน โรงพยาบาลที่เลือก และสถานะของผู้ประกันตน 

ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม

เช็คเงินชราภาพประกันสังคม

1.ในกรณีที่ผู้ประกันตนเช็คผ่านเว็บไซต์เช็ค

2.ในกรณีที่ผู้ประกันตนเช็คผ่านแอพลิเคชั่น SSO Connect สิทธิ์

เช็คเงินสมทบประกันสังคม 

เช็คเงินสมทบประกันสังคม 

  1. 1. สามารถเช็คได้โดยการเช็คผ่านเว็บไซต์ของประกันสังคม 
  2. 2. สามารถเช็คได้โดยการเช็คผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Connect
    ตรวจสอบสิทธิ์
    ตรวจสอบสิทธิ์

สิทธิประโยชน์ประกันสังคม

เช็คสิทธิ์ประกันสังคม
เช็คสิทธิ์ประกันสังคม

หรับผู้ประกันตนมาตตรา 33 ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม ดังต่อไปนี้ 

  1. 1. กรณีประสบภัยอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน จะได้รับ บริการทางการแพทย์ เงินทดแทนการขาดรายได้ ค่าบริการทางการแพทย์กรณีถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และการใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ฐานอคริลิก ค่าอวัยวะเทียม และอุปกรณ์บําบัดโรค การบําบัดทดแทนไต โดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างช่องท้องด้วยน้ำยาแบบถาวร และการปลูกถ่ายไตการ ปลูกถ่ายไขกระดูก การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา 
  2. 2 .กรณีคลอดบุตร จะได้ค่าคลอดบุตรและเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร 
  3. 3. กรณีทุพพลภาพ จะได้เงินค่าบริการทางการแพทย์และเงินทดแทนการขาดรายได้ ค่า อวัยวะเทียม และอุปกรณ์บำบัดรักษาโรค ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ทุพพลภาพ ค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ 
  4. 4. กรณีตาย จะได้รับเงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์กรณีตาย 
  5. 5. กรณีสงเคราะห์บุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตร สำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมายที่อายุ ไม่เกิน ปี คราวละไม่เกิน คน โดยเหมาจ่ายเดือนละ 350 บาท ต่อบุตร คน 
  6. 6. กรณีชราภาพ  จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ หรือเงินบำนาญชราภาพ ขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาการนําส่งเงินสมทบของผู้ประกันตน 
  7. 7. กรณีว่างงาน หากถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ปีละไม่เกิน 180 วัน หากลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างจะได้รับเงินทดแทนร้อยละ 30 ของค่าจ้าง ปีละไม่เกิน 90 วัน 

เงื่อนไขของการเกิดสิทธิ์ 

  • กรณีเจ็บป่วยฯ และกรณีทุพพลภาพ เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าเดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการทางการแพทย์ 
  • กรณีคลอดบุตร เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าเดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันคลอด 
  • กรณีตาย เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าเดือน ภายในระยะเวลา เดือน ก่อนถึงแก่ความตาย 
  • กรณีสงเคราะห์บุตร เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน 
  • กรณีชราภาพ มีอายุครบ55 ปี และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงหรือเมื่อเป็นผู้ ทุพพลภาพ หรือเมื่อเสียชีวิต 
  • กรณีว่างงาน เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าเดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงาน 

สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ 

ประกันสังคม-มาตรา-39
ประกันสังคม-มาตรา-39

ประกันตนมาตรา39นั้นต้องเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 นําส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนและออกจากบ้านไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ออกจากงาน 

เงินสมทบที่ต้องนําส่ง สำนักงานประกันสังคม เดือนละ 432 บาทต่อเดือน เงินที่ใช้เป็นฐานในการคํานวณเงินสมทบ คือ เดือนละ 4,800 บาทเท่ากันทุกคน โดยคิดจากอัตราเงินสมทบ 9% (4,800 x 9% = 432 บาทต่อเดือน) ซึ่งผู้ประกันตน จะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 

    • เงินสมทบที่ต้องนําส่ง 
  1. 1. ต้องทำการส่งเงินสมทบเดือนละ 432 บาท 
  2. 2. เงินที่ใช้เป็นฐานในการคํานวณเงินสมทบ คือ เดือนละ 4,800 บาท เท่ากันทุกคน โดยคิดจากอัตราเงินสมทบ 9% (9% X 4,800 = 432) ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี (เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตรและชราภาพ) ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 
ประกันสังคม-มาตรา-40
ประกันสังคม-มาตรา-40

ผู้ประกันตนมาตรา 40 คือ บุคคลทั่วไปที่ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ ไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือผู้ประกันตนมาตรา 39 

คุณสมบัติของผู้สมัคร 

  • มีสัญชาติไทย 
  • เป็นชนกลุ่มน้อยซึ่งอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยมีมติคณะรัฐมนตรีผ่อนผันให้อาศัย อยู่ในประเทศไทยได้เป็นการ ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ที่มีบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย โดยเลขประจําตัวหลักแรกเป็นเลข6 หรือ 7 
  • เป็นบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ ในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราว เพื่อรอการส่งกลับที่มีบัตรประจําตัว คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย โดยเลขประจําตัวหลักแรกเป็นเลข0 ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีที่มีบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ยกเว้นผู้ที่มี เลขประจําตัวหลักแรกและหลักที่สองเป็น 0) 
  • อายุไม่ต่กว่า15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ 
  • ไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39 
  • ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ท้องถิ่น หรือไม่เป็นสมาชิกกองทุนของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่น ของรัฐที่มีลักษณะอย่างเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญของส่วนราชการ รวมทั้งไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ภายใต้บังคับตามกฎหมายว่าด้วย บำเหน็จบำนาญข้าราชการ กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กรุงเทพมหานคร หรือกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น 
  • หากเป็นบุคคลซึ่งเป็นผู้พิการ ให้ระบุลักษณะหรืออาการของ ผู้พิการโดยละเอียด (ยกเว้นผู้พิการทางสติปัญญาและผู้พิการที่ไม่อาจ รับรู้สิทธิที่พึงจะได้รับจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา40 ไม่สามารถ สมัครและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้) 

ความคุ้มครอง 

  1. 1. กรณีประสบอันตรายหรือ เจ็บป่วย รับเงินทดแทน การขาดรายได้  
    1. – ผู้ป่วยใน นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ วันขึ้นไป 
    2. – ไม่นอนโรงพยาบาล แต่มีความเห็นแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป
    3. – ภายใน 1 ปี นอนและไม่นอนโรงพยาบาล 
    4. – ไปพบแพทย์ (ผู้ป่วยนอก) และแพทย์มีความเห็นให้หยุดพักรักษาตัว ไม่เกิน 2 วัน (ปีละไม่เกิน 3 ครั้ง โดยมีใบรับรองแพทย์มาแสดง ต่อสำนักงาน) 
  2. 2. กรณีทุพพลภาพ 
    1. – ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้รายเดือน 
    2. – ได้รับเงินทดแทนเป็นระยะเวลา 
    3. – เสียชีวิตระหว่างรับเงินทดแทนฯ ได้รับเงินค่าทำศพ 
  3. 3.กรณีตาย ได้รับเงินค่าทศพ 
    1. ผู้จัดการศพได้รับค่าทำศพ 
    2. – จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 60 เดือน ก่อนเดือนที่ตาย ได้รับเงินสงเคราะห์ กรณีตาย 
  4. 4. กรณีชราภาพ ได้รับ เงินก้อนพร้อมผลตอบแทน 
    1. ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ จากเงินสมทบ/เดือน (ตามระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบพร้อมผลตอบแทนคืนทั้งหมด) 
    2. จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป ได้รับเงินเพิ่มเติม 
    3. สามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติม (เงินออม) ได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท 
  5. 5. กรณีสงเคราะห์บุตร ได้รับเงินรายเดือน 
    1. ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรรายเดือน บุตรอายุแรกเกิดจนถึง ปีบริบูรณ์ คราวละไม่เกิน คน รับเงินทดแทน การขาดรายได้ 

เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 

เงื่อนไขการเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี มีดังนี้ 

  1. 1. ผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยนได้ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงระหว่างวันที่ 1มกราคม  31มีนาคมของทุกปี 
  2. 2. ต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือ 39 
  3. 3. เป็นผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน 
  4. 4. กรณีหมดความเป็นผู้ประกันตนไปแล้ว สามารถใช้สิทธิต่อไปได้อีก 6 เดือน 

วิธีเปลี่ยนสถานพยาบาลประกันสังคม สามารถเปลี่ยนได้ 3 วิธีดังนี้  

  1. 1. สามารถไปเปลี่ยนได้ที่สำนักงงานประกันสังคมในเขตพื้นที่หรือจังหวัด 
  2. 2. สามารถขอเปลี่ยนสถานพยาบาลผ่านเว็บไซต์ของประกันสังคม https://www.sso.go.th/wpr/main 
  3. 3. สามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ที่แอปพลิเคชั่น SSO Connect 

เงินชดเชยประกันสังคม กรณีลาออก ว่างงานประกันสังคม 

สิทธิที่ท่านจะได้รับประโยชน์ทดแทนจากประกันสังคม 

  • กรณีถูกเลิกจ้าง 

ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท 

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท จะได้รับเดือนละ 7,500 บาท 

  • กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา  

ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท จะได้รับเดือนละ 4,500 บาท 

เมื่อผู้ประกันตนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (ลาออก) สามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่าย (กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพและกรณีเสียชีวิต) 

ประโยชน์ทดแทนทุกกรณีเมื่อมีสิทธิต้องยื่นเรื่องรับเงินภายใน 1 ปี เว้นแต่ กรณีว่างงาน ผู้ประกันตนจะต้องยื่นขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ ต้องยื่นสิทธิภายใน 30 วัน หลังจากถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน หากยื่นสิทธิเกินกว่า 30 วัน จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง และหากยื่นสิทธิเกินวันที่จะได้รับสิทธิไปแล้ว จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน

เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคม 2563 

เงินสงเคราะห์บุตรคือหนึ่งในสวัสดิการที่รัฐบาลให้เงินช่วยเหลือกับผู้ปกครอง 800บาทต่อเดือน (เพิ่มจาก600 เป็น800บาท ตั้งแต่ มกราคม 2564) ผู้ที่สามารถขอรับสิทธิ์ได้คือ 

  1. 1. มีบุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึว 6ปีบริบูรณ์ ที่ชอบตามกฎหมาย 
  2. 2. มีประกันสังคมมาตรา33หรือ39 
  3. 3. มีการนำส่งประกันสังคมมา12เดือน หรือ12เดือนขึ้นไปในรอบ 3 ปี 

การเช็คเงินสงเคราะห์บุตรนั้น สามารถทำได้โดยเข้าไปเช็คในแอพธนาคารที่ได้มีการทำเรื่องเอาไว้ในขั้นตอนการลงทะเบียน 

แจ้งเข้า แจ้งออกประกันสังคมออนไลน์ 

  • โดยมีวิธีการดังนี้ 

1.เข้าไปที่เว็บไซต์ของประกันสังคม https://www.sso.go.th/wpr/sso-เช็คสิทธิ์

2.คลิกที่ ขอทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ต www.sso.go.th-ประกันสังคมมาตรา-33

สปส 6-09 ยื่นประกันสังคม

สปสช.ออนไลน์ 

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ซึ่งจะมีภารกิจหลักในการบริหารจัดการเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมทั้งพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน 

ซึ่งจะมีเว็บไซต์ให้บริการแก่ประชาชนคือ https://www.nhso.go.th/FrontEnd/index.aspx 

ใบรับรองยอดเงินสะสมที่สมาชิกส่งเข้าประกันสังคม 

คือหนังสือรับรองที่สำนักงานประกันสังคมจะออกให้ผู้ที่ไปติดต่อขอรับเอกสารนี้ว่า เป็นผู้ที่จ่ายเงินประกันสังคมจริง สามารถนำไปใช้ในการยืนยันการเสียภาษีได้ 

ขั้นตอนในการขอใบรับรองยอดเงินสะสมที่สมาชิกส่งเข้าประกันสังคม 

  1. 1.นำบัตรประจำตัวประชาชน ไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่ท่านสะดวก 
  2. 2. แจ้งกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่าต้องการ ใบแจ้งยอดเงินสมทบสมาชิก กองทุนประกันสังคม

(Visited 375 times, 2 visits today)
 
โทร.081-931-8341
 
แชร์บทความ :