เงินลงทุนและภาระภาษีคืออะไร

[Total: 0    Average: 0/5]

shutterstock_312706298

อย่างแรกเรามารู้จักก่อน เลยว่าการลงทุนนั้นคืออะไร

เงินลงทุน คือ ตราสารทุนที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้กับกิจการ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ เช่น ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ และเงินปันผล หรืออยู่ในรูปของราคาที่เพิ่มขึ้นหรือในรูปของประโยชน์ที่กิจการได้รับ เช่น ประโยชน์ที่ได้รับจากความสัมพันธ์ทางการค้า เงินลงทุนในงบแสดงฐานะการเงิน จะถือเป็นสินทรัพย์ของกิจการ ซึ่งมีทั้งเงินลงทุนระยะสั้นและเงินลงทุนระยะยาวซึ่งเงินลงทุนมีหลายประเภทด้วยกัน ดังนี้
1. เงินลงทุนชั่วคราว คือ เงินลงทุนชั่วคราวตามที่ได้กำหนดในมาตรฐานการบัญชี เงินลงทุนดังกล่าวให้แสดงมูลค่าสุทธิหลังหักค่าเผื่อปรับมูลค่าเงินลงทุนหรือค่าเผื่อการลงทุนหรือค่าเผื่อการด้อยค่าสะสมของเงินลงทุน
2. เงินลงทุนในบริษัทร่วม คือ เงินลงทุนในกิจการอื่นที่กิจการมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญในกิจการนั้น
3. เงินลงทุนในบริษัทย่อย คือ เงินลงทุนในกิจการอื่นซึ่งกิจการมีวัตถุประสงค์ กิจการนั้น ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี
4. เงินลงทุนในการร่วมค้า คือ เงินลงทุนเพื่อการประกอบกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจของบุคคลหรือกิจการตั้งแต่ 2 กิจการขึ้นไป โดยควบคุมกิจการร่วมกันตามที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญา
5. เงินลงทุนระยะยาวอื่น คือ เงินลงทุนระยะยาวในบุคคลอื่นหรือกิจการอื่น นอกจากที่กำหนดให้แสดงไว้ในรายการที่ 2 ถึง 4 เงินลงทุนดังกล่าวให้แสดงมูลค่าสุทธิหลังจากหักค่าเผื่อการปรับมูลค่าเผื่อการด้อยค่าสะสมของเงินลงทุน

ประเภทของเงินลงทุน
เมื่อกิจการได้มีการไปลงทุนในตราสารหนี้หรือตราสารทุน จะแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. เงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด
การนำเงินไปลงทุนในหลักททรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาดเป็นหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ ตลาดใหม่ ตลาดตราสารหนี้ ที่มีการซื้อขายกันตลอดเวลาทำการอย่างมีอิสระ แบ่งเป็น
1.1 หลักรัพย์เพื่อค้า
เป็นการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ที่มีความต้องการของตลาด กิจการลงทุนโดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะขายในอนาคตอันใกล้ มุ่งหากำไรในระยะเวลาอันสั้นที่มีการเปลี่ยนแลงหลักทรัพย์นั้น
1.2 หลักทรัพย์เผื่อขาย
เป็นการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ที่มีความต้องการของตลาด แต่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อค้าหลักทรัพย์ เป็นการถือไว้ระยะยาว

การวัดมูลค่าของเงินลงทุนนั้น
เมื่อกิจการได้มีการนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ ของกิจการ กิจการวัดมูลค่าเริ่มแรกของเงินลงทุนด้วย “ราคาทุน” ที่ประกอบไปด้วยมูลค่ายุติธรรมที่กิจการได้จ่ายไปให้ได้ มาซึ่งเงินลงทุนและรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการทำรายการของเงินลงทุน เช่น ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียมในการจ่ายซื้อเงินลงทุน อันถือเป็นต้นทุนของสินทรัพย์หรือเป็นต้นทุนของเงินลงทุน วึ่งกิจการจะแสดงไว้ในงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ปิดบัญชี ตราบใดที่กิจการยังไม่ได้ขายออกไป มูลค่าต้นทุนจะแสดงในงบแสดงฐานะการเงินเช่นนี้ไปเรื่อย สิ่งที่ต้องระมัดระวัง ณ วันปิดบัญชีหรือสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี หากมีการตีราคาเงินลงทุนลดลง อันเนื่องมาจากมูลค่าราคาตามตลาดต่ำกว่าราคาทุนที่กิจการได้มา จะเกิด “ผลขาดทุจากการตีราคาเงินลงทุน” ซึ่งในทางบัญชีจะบันทึกบัญชีดังนี้
เดบิต ขาดทุนจากการตีราคาหลักทรัพย์
เครดิต ค่าเผื่อเงินลงทุนหรือเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ในทางบัญชีแล้ว “ขาดทุนจากการตีราคาหลักทรัพย์” จะถือเป็นค่าใช้จ่าย ณ วันสิ้นรอบบัญชีนำไปคำนวณกำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุน แต่ในทางภาษีอากรจะถือเป็น “รายจ่ายต้องห้าม” ในการคำนวณกำไรสุทธิ เนื่องจากกิจการยังไม่ได้จำหน่ายเงินลงทุนออกไป กิจการต้องนำไปปรับปรุงกำไรสุทธิ

วันปิดบัญชีหรือสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี กิจการต้องวัดมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ความต้องการของตลาดด้วยราคา “มูลค่ายุติธรรม” คือ “ราคาซื้อปัจจุบัน” เว้นแต่กิจการไมาสามารคหาราคาซื้อปัจจุบันได้ กิจการอาจใช้ราคาซื้อขายครั้งล่าสุด ณ วันสิ้นรอบบัญชีก็ได้ กิจการต้องวัดมูลค่ายุติธรรมนำมูลค่าตามบัญชีเปรียบเทียบกับมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์เพื่อค้า ผลต่างที่เกิดขึ้นจะถือเป็นกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการปรับมูลค่า แต่หากเป็นหลักทรัพย์เผื่อขายผลต่างจะแสดงในส่วนของเจ้าของ ในกรณีหลักทรัพย์นั้นไม่ได้อยู่ในความต้องการของตลาดหรือเงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดจะวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหักด้วยค่าเผื่อการลดลงของมูลค่า โดยบันทึกดังนี้
เดบิต ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าของเงินลงทุน
เครดิต ค่าเผื่อการลดมูลค่าของเงินลงทุน

ผลตอบแทนจากการลงทุน
เมื่อกิจการได้นำเงินลงทุนในกิจการอื่นเพื่อหวังผลตอบแทน ซึ่งมักจะเป็นการลงทุนระยะยาว ผลที่จะได้รับก็จะเป็น “เงินปันผล” ซึ่งถือเป็นรายได้ของกิจการที่กิจการได้รับจะได้รับยกเว้นไม่ถือเป็นรายได้เข้าเงื่อนไขมาตรา 65 ทวิ (10) กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด ได้รับเงินปนผลจากวบริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือสถาบันการเงิน ที่มีกฏหมายโดยเฉพาะในประเทศไทยที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้กู้ยืมเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม หรือได้รับเงินส่วนแบ่งของกำไรจากกองทุนรวม ผู้ได้รับเงินปันผลและเงินส่วนแบ่งกำไรได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลและเงินส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวกึ่งหนึ่งมาร่วมคำนวณเป็นรายได้ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

(Visited 8 times, 1 visits today)

Related posts:

วิเคราะห์ระบบการศึกษาไทยในภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไร
การดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนสามัญ ตอน 1
แต่ละกรณีของเงินได้พึงประเมินจะคำนวณหักค่าใช้จ่ายได้เท่าใด?
ค่าธรรมเนียมและสถานที่จดทะเบียนพาณิชย์
การเปลี่ยนแปลงการนับชั่วโมงผู้ทำบัญชี รูปแบบใหม่
OneNote for iOS and Mac lets you attach files
การปันส่วนต้นทุนร่วมสามารถทำได้กี่วิธี?
การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี เนื่องจากมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือภาวะการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป
ดื่มน้ำให้ถูกเวลาช่วยลดหุ่นได้เร็วกว่าเดิม
นิสัยการออมที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็กนั้น
สุขภาพทางด้านการเงิน มีความแตกต่างกับสุขภาพทางด้านร่างกาย
หนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียน
ไม่จ่ายภาษีจ่าย ไม่ถูกต้องความรับผิด
เพื่อให้เด็กรู้จักการอดออม สิ่งที่ต้องรู้
งานการตลาดสำหรับนักวางแผน

ใส่ความเห็น