หลักการบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่

[Total: 0    Average: 0/5]

shutterstock_278081333

ระบบบัญชีคู่ นับเป็นวิธีการที่ใช้สำหรับปฏิบัติในการบันทึกรายการบัญชีต่าง ๆ  ที่ประกอบด้วยรายการที่อยู่ในสมุดรายวันทั่วไป ซึ่งเป็นรายการในสมุดบัญชีแยกประเภท และเอกสารหลักฐาน ซึ่งในการบันทึกเหล่านี้จะมีระบบการและประเพณีปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งอาจจะใช้ได้กับทั้งกิจการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทั้งนี้ก็เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะทำให้สามารถเสนอรายงานทางการเงินได้ถูกต้องตามที่ควรและทำให้ทันต่อเหตุการณ์ ในการบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่ในแต่ละรายการที่จะเกี่ยว ข้องกับบัญชีสองด้าน

ความหมายของระบบบัญชีคู่

ระบบบัญชีคู่ หมายถึงการบันทึกด้านเดบิตบัญชีหนึ่งและบันทึกด้านเครดิต ที่อยู่ในอีกบัญชีหนึ่งด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดดุลขึ้นในตัวเอง  ขณะเดียวกันก็จะทำให้ผลรวมของยอดบัญชีที่เกิดจากทุกรายการ เมื่อนำมารวมกันแล้วได้ค่าเป็นศูนย์ นั่นก็คือ ผลรวมของยอดดุลที่เป็นเดบิตเท่ากับผลรวมยอดดุลเครดิต  ซึ่งการจัดทำรายละเอียดของยอดบัญชีต่าง ๆ ประกอบกันเป็นยอดรวมทั้งสิ้น เรียกกันว่าเป็น “งบทดลอง”

การบันทึกบัญชีในระบบบัญชีคู่

การบันทึกบัญชีจะเป็นการใช้หลักระบบบัญชีคู่  ทำให้รายการค้าทุกรายการต้องทำการบันทึกโดยเดบิตบัญชีหนึ่ง และเครดิตอีกบัญชีหนึ่งด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันเสมอ เรียกได้ว่า บัญชีนั้นได้ดุลกัน แต่ในบางครั้งรายการค้าที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันอาจมีหลายบัญชี  และอาจทำการบันทึกบัญชีโดยเดบิตหรือเครดิตบัญชีหลายบัญชีรวมกันได้ เรียกว่า การรวมรายการ หรือ Compound entry  แต่จำนวนเงินรวมของเดบิตและเครดิตจะต้องมีค่าเท่ากันเสมอ นอกจากนั้นเมื่อทำการบันทึกรายการค้าเรียบร้อยแล้วยอดคงเหลือของแต่ละบัญชีที่มียอดดุลเดบิต ซึ่งหากนำมารวมกันจะเท่ากับยอดคงเหลือของแต่ละบัญชีที่มียอดดุลเครดิต และเป็นไปตามหลักสมการบัญชีที่ว่า สินทรัพย์ มีค่าเท่ากับ หนี้สินและทุนรวมกัน

หลักการบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่

การบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่ของแต่ละหมวดบัญชี  มี 1.หมวดบัญชีสินทรัพย์ คือรายการค้าใดที่มีผลทำให้สินทรัพย์เพิ่มขึ้น จะทำการบันทึกไว้ทางด้านเดบิต ส่วนรายการค้าใดที่วิเคราะห์แล้วมีผลทำให้สินทรัพย์ลดลง ก็จะทำการบันทึกไว้ทางด้านเครดิต 2.หมวดบัญชีหนี้สิน คือรายการค้าใดที่มีผลทำให้หนี้สินเพิ่มขึ้น ก็จะทำการบันทึกไว้ทางด้านเครดิต ส่วนรายการค้าใดที่วิเคราะห์แล้วมีผลทำให้หนี้สินลดลงก็จะทำการบันทึกไว้ทางด้านเดบิต 3.หมวดบัญชีทุน คือรายการค้าใดที่มีผลทำให้ทุนเพิ่มขึ้น ก็จะทำการบันทึกบัญชีไว้ทางด้านเครดิตส่วนรายการค้าใดที่วิเคราะห์แล้วมีผลทำให้ทุนลดลง ก็จะทำการบันทึกไว้ทางด้านเดบิต 4. หมวดบัญชีรายได้ หากบัญชีรายได้เพิ่มขึ้นและมีผลทำให้บัญชีทุนเพิ่ม ให้ทำการวิ เคราะห์ โดยยึดตามหลักหมวดบัญชีทุน ซึ่งหากรายได้เพิ่มขึ้นก็จะบันทึกบัญชีด้านเครดิต ถ้ารายได้ลดลง ก็ให้ทำการบันทึกบัญชีทางด้านเดบิต  และ 5. หมวดบัญชีค่าใช้จ่าย หากบัญชีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมีผลทำให้บัญชีทุนลดลง ก็ควรยึดตามหลักหมวดบัญชีทุนเช่นกัน

(Visited 267 times, 1 visits today)

Related posts:

กลยุทธ์ทางการตลาด
แฟชั่นมาแรง ปี 2017 ของสาววัยทำงาน
อัตราค่าใช้จ่ายในการผลิตอัตราเดียว
แผนที่บริษัทปังปอน
Going Beyond Amazon: A New Model for Authors, Retailers, and Publishers
การทําบัญชี รายรับ รายจ่าย สิ่งที่ผู้ประกอบการควรเริ่มทำตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ
นิสัยการออมที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็กนั้น
แต่งห้องรับแขก ไม่ควรละเลยเพดาน
ส่วนของเจ้าของของกิจการที่ดำเนินงาน
การรับรู้มูลค่าและการตัดจำหน่ายของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
การดำเนินธุรกิจขนาดเล็กและภายในครอบครัว
สิ่งที่เรียกว่าเป็นความทันสมัยในสายงานบัญชี
การเรียนรู้วัตถุประสงค์ของการทำบัญชีมีประโยชน์อย่างไร?
หากยื่นแบบแล้วมีภาษีต้องชําระจะขอผ่อนชําระภาษีได้หรือไม่
ค่าใช้จ่ายของการนำหุ้นทุนออกขาย

ใส่ความเห็น