สระภาษาจีน 2 พยัญชนะ จีน สระ เดี่ยว ภาษา จีน เขียน เป็น

สระภาษาจีน
Click to rate this post!
[Total: 580 Average: 5]

สระภาษาจีน

ศึกษาระบบการสัทอักษรภาษาจีนกลาง และหลักเบื้องต้นของตัวอักษรจีน ฝึกอ่านคำศัพท์ วลี ประโยค และข้อความสั้นๆอย่างง่าย การสนทนาทักทายในชีวิต ประจำวัน ศึกษาและฝึกเขียนโครงสร้างพื้นฐานของรูปประโยคที่สั้นและง่ายตลอดจนฝึกแต่งประโยคสนทนาในชีวิตประจำวัน ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ และคำชี้แจงง่ายๆ ที่ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ คำศัพท์ ประโยค ข้อความ นิทาน และบทร้อยกลอง (诗) สั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก ระบุประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การทักทาย ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การแนะนำตนเอง การแสดงความรู้สึก ชอบ / ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การตอบรับ / ปฏิเสธ สุภาพเหมาะสมตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วม / จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมเช่น การเล่นเกมส์ การร้องเพลง การถักเชือก การตัดกระดาษ บทบาทสมมติ วันเกิด ตามความสนใจ

สาระการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาจีนกลางระดับต้น รหัสวิชา จ20211

ช่วงชั้นที่ 3 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยกิต 0.5 ปีการศึกษา 2553

————————————————————————————–

ระบบการสัทอักษรภาษาจีนกลาง (Pinyin) ตัวพยัญชนะ สระ และเสียงวรรณยุกต์ วิเคราะห์เทียบเสียงกับภาษาไทย หลักเบื้องจีนการเขียนตัวอักษรจีน ศึกษาเส้นขีดต่างๆของตัวอักษรจีนกฎเกณฑ์ระเบียบในการเขียนตัวอักษรจีน การสนทนาทักทายในชีวิตประจำวันเช่น การกล่าวทักทายสวัสดี ถามตอบชื่อ-สกุล กล่าวคำอำลา คำขอบคุณ การบอกวันเวลา สถานที่ การนับเลข คำศัพท์ที่ใกล้ตัวและเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน ตลอดจนโครงสร้างรูปประโยค ไวยากรณ์ การใช้คำต่างๆ เกร็ดความรู้ที่มาของแต่ๆละเส้นขีดของตัวอักษรจีน
第一课 บทที่ 1

汉语拼音 Hanyu pinyin (ระบบการสัทอักษร พินยิน)

เนื่องจากตัวอักษรจีนเป็นตัวอักษรที่มาจากภาพวาดและวิวัฒนาการเรื่อยมาจนเป็นตัวอักษรจีนในปัจจุบัน โดยแต่ละขีด แต่ละเส้นของตัวอักษรจีนไม่สามารถนำมาผสมกันแล้วออกเสียงเป็นภาษาจีนได้ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ระบบการออกเสียงสัทอักษรภาษาจีน (พินอิน拼音) ซึ่งได้ดัดแปลงมาจาก International Phonetic Alphabets เพื่อช่วยในการอ่านออกเสียงตัวอักษรจีนนั้น ๆ หากเทียบกับภาษาไทยแล้ว ระบบสัทอักษรจีนหรือพินอินนั้นมิได้ยากอย่างที่คิดเลย ภาษาไทยเรามีพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ สัทอักษรจีนก็มีเช่นกัน

声母 shēngmŭ เซิงหมู่ พยัญชนะ

1. พยัญชนะต้นของภาษาจีนมี 21 เสียง

b (ปอ) p (พอ) m (มอ) f (ฟอ)

d (เตอ) t (เธอ) n (เนอ) l (เลอ)

g (เกอ) k (เคอ) h (เฮอ) j (จี)

q (ชี) x (ซี) z (จือ) c (ชือ)

s (ซือ) zh (จรือ) ch (ชรือ) sh (ซรือ) r (ยรือ)

หมายเหตุ zh ch sh r ให้ออกเสียงโดยยกปลายลิ้นขึ้นแตะบริเวณเพดานปาก ในการสะกดเสียงอ่านแบบไทยนั้น ผู้เขียนได้เลือกอักษร “ ร ” เป็นตัวแทนการออกเสียงยกลิ้นขึ้น มิได้หมายถึงให้สะกดเป็น จะ-รือ ชะ-รือ ซะ – รือ ยะ-รือ แต่ให้ออกเสียงควบกัน

2. พยัญชนะต้นกึ่งสระมี 2 เสียง คือ

y (i อี) และ w (u อู)

韵母 yùnmǔ อวิ้นหมู่ สระ

แบ่งออกเป็นสระเดี่ยว และสระผสม ดังนี้

1. 单韵母 สระเดี่ยว มี 6 เสียง ดังนี้

a (อา) o (โอ) e (เออ) i (อี) u (อู) ü ( อวี)

** สระ ü จะออกเสียงสระ u (อู) ควบกับ สระ i (อี) ( u + i ) โดยจุดสองจุดที่อยู่ด้านบน u เท่ากับสระ i นั่นเอง

หมายเหตุ บางตำรากล่าวถึงสระเดี่ยวไว้ว่ามี 8 เสียง ดังนี้

a (อา) o (โอ) e (เออ) i (อี) u (อู) ü ( อวี) ê (เอ) er (เออร)

2. 双韵母 สระประสม สังเกตได้ว่าการออกเสียงสระผสม จะเกิดจากเทคนิคการลากเสียงของสระแต่ละเสียงมาชนกัน

2.1 สระประสมสระหลัก

a (อา) + o (โอ) = ao (อาว) i (อี) + u (อู) = iu (อิว) e (เออ) + i (อี) = ei (เอย)

a (อา) + i (อี) = ai (ไอย) u (อู) + i (อี) = ui (อุย) o (โอ) + u (อู) = ou(โอว)

u (อู) + o (โอ)= uo (อัว) u (อู) + a (อา)= ua (อวา) เป็นต้น

2.2 หากสระ e (เออ) ตามท้ายสระตัวอื่นจะออกเสียงเป็นสระ ê (เอ)

i (อี) + e (เอ) = ie (เอีย) ü (อวี) + e (เอ) = üe (เอวีย)

2.3 สระประสมสียงนาสิก

กรณีที่มีเสียงพยัญชนะท้าย คือ – n หรือ – ng ตามหลังเสียงสระ เสียง – n จะเทียบได้กับเสียง “แม่กน” ในภาษาไทย และ – ng จะเทียบได้กับเสียง “แม่กง” ในภาษาไทย ส่วนเสียง – r ด้านท้ายนั้นกำกับไว้เพื่อแสดงว่าเป็นเสียงที่จำเป็นต้องม้วนหดลิ้นให้ยกขึ้นไปแตะบริเวณเพดานแข็ง

an (อาน) ang (อาง) ong (อง) en (เอิน)

eng (เอิง) iian (เอียน) in (อิน) iang (เอียง)

ing (อิง) iong ( อี+อง) uan (อวาน)

uang (อวาง) un (อูน) ün (อวิน)

üan (เอวียน) er (เออ-ร)
ในบรรดาสระเดี่ยว 6 เสียง จะมีอยู่ 2 เสียง คือ เสียงสระ i (อี) และ u (อู) ที่ไม่สามารถใช้เป็นสระขึ้นต้นพยางค์ตามลำพังได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีพยัญชนะกึ่งสระ y (อี) และ w (อู) มาช่วยกำกับแทนที่สระ i (อี) และ u (อู)

ที่มา:sites.google.com/a/spm38.go.th/hanyu-1


อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 29 มีนาคม 2022

Leave a Comment

Scroll to Top