สมรรถภาพทางกาย 2 ความหมาย เปอร์เซ็นต์ ไขมัน ระบบ ต่างๆ

สมรรถภาพร่างกาย
Click to rate this post!
[Total: 147 Average: 5]

สมรรถภาพทางกาย

ประเภทของสมรรถภาพทางกายและการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ประเภทของสมรรถภาพทางกาย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.1 สมรรถภาพทางกายทั่วไป (General Physical Fitness)
  1. ความเร็ว (Speed) เป็นการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยใช้ระยะเวลา สั้นที่สุด ความเร็วของการเคลื่อนไหวขึ้นอยู่กับการทํางานของระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อ การเปลี่ยนแปลงความเร็วเกิดจากการสั่งการของระบบประสาท ความเร็วในการออกกําลังกายแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การเคลื่อนไหวที่ต้องอาศัยความชํานาญเป็นพิเศษ เช่น ว่ายน้ำ ตีเทนนิส และการเคลื่อนไหว แบบธรรมดา เช่น การเดิน การวิ่ง
  2. พลังกล้ามเนื้อ (Muscle Power) เป็นการทํางานของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วและแรง ในจังหวะของกล้ามเนื้อหดตัวหนึ่งครั้ง เช่น ยืนกระโดดไกล พลังของกล้ามเนื้อเกิดจากการหดตัวของ กล้ามเนื้อหลายๆ มัด ทําให้เกิดการเคลื่อนไหวในกล้ามเนื้อกลุ่มเดียวกันที่ทํางานประสานกับกล้ามเนื้อ ของกลุ่มตรงข้าม และกลไกในการทํางานของกระดูกกับกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง
  3. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strength) เป็นการหดตัวของกล้ามเนื้อ เพียงครั้งเดียวโดยไม่จํากัดเวลา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วยลดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง
  4. ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscle Endurance, Anaerobic Capacity) เป็นการทํากิจกรรมซ้ําๆ ของกล้ามเนื้อเป็นเวลานานอย่างมีประสิทธิภาพ การเสริมสร้างความอดทนของ กล้ามเนื้อทําให้ระบบไหลเวียนเลือด ระบบหายใจ และระบบกล้ามเนื้อ ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. ความคล่องตัว (Agility) เป็นการบังคับและควบคุมการเปลี่ยนทิศทางของร่างกาย ในการเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วและแน่นอน ความคล่องตัวมีผลต่อประสิทธิภาพของการปฏิบัติกิจกรรม ทุกอย่างที่ต้องการความรวดเร็วและถูกต้อง เช่น การวิ่งได้เร็ว หยุดได้เร็ว และเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนได้รวดเร็ว
  6. ความอ่อนตัว (Flexibility) เป็นการเคลื่อนไหวอย่างกว้างขวางของข้อต่อต่างๆ ความอ่อนตัวเป็นพิกัดการเคลื่อนไหวของข้อต่อ (The Range of Motion at a Joint) แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ พิกัดการเคลื่อนไหวขณะที่ข้อต่อเคลื่อนไหวช้า (Static Flexibility) และพิกัดการเคลื่อนไหวขณะที่ ข้อต่อเคลื่อนไหวเร็วๆ (Dynamic Flexibility)
  7. ความอดทนทั่วไป (General Endurance) เป็นการที่ระบบต่างๆ ในร่างกายที่ ทํางานได้นานและมีประสิทธิภาพ ความอดทนแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ ความอดทนของระบบ ไหลเวียนและระบบหายใจ (Circulo-respiratory Endurance) ความอดทนของกล้ามเนื้อแต่ละแห่งใน ร่างกาย (Local Muscle Endurance)
1.2 สมรรถภาพทางกายพิเศษ (Special Physical Fitness) เป็นความสามารถใน การทํางานเฉพาะอย่างของกลไกในร่างกายที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่
  1. การทรงตัว (Balance) เป็นการรักษาสมดุลของร่างกายในขณะอยู่กับที่หรือ เคลื่อนไหว
  2. กําลัง (Power) เป็น การเคลื่อนไหวร่างกายทันทีทันใด โดยที่ร่างกายใช้แรง จํานวนมาก
  3. ความคล่องแคล่ว (Agility) เป็นการเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ร่างกายสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้
  4. ความเร็ว เป็นความสามารถ ในการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็วจากที่หนึ่งไปยัง อีกที่หนึ่ง
  5. เวลาเคลื่อนไหว เป็นการเคลื่อนไหวส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายจากจุดหนึ่งไปยัง อีกจุดหนึ่ง เช่น การวัดเวลาการเคลื่อนไหวของแขนกับหัวไหล่โดยการขวางลูกบอลให้ไกลที่สุด
  6. เวลาปฏิกิริยา เป็นระยะเวลาที่จําเป็นต้องใช้เคลื่อนไหว เพื่อการตอบสนองต่อ สิ่งเร้าเฉพาะอย่าง
  7. การทํางานประสานสัมพันธ์ เป็นการสั่งการของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ให้มีความสัมพันธ์กัน

การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

การทดสอบสมรรถภาพทางกายมีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินสมรรถภาพร่างกายและสุขภาพว่ามีจุดอ่อนและจุดแข็งอะไรบ้าง เพื่อนําไปสู่การวางแผนปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ให้มีสมรรถภาพทางกายที่สมบูรณ์ การทดสอบสมรรถภาพ ได้แก่
  1. การตรวจร่างกายโดยทั่วไป เพื่อให้ทราบข้อบกพร่องทางสุขภาพ
  2. การวัดสัดส่วน เพื่อประเมินรูปร่าง โภชนาการ ส่วนประกอบต่างๆ เช่น การวัด ความหนาของไขมันใต้ผิว ด้วยเครื่อง Skinfold caliper การวัดรอบเอวด้วยสายวัด
  3. สมรรถภาพของหัวใจและปอด เพื่อประเมินการทํางานของระบบหายใจร่วมกับระบบการไหลเวียนของเลือดการทํางานของหัวใจ มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด การวัดสมรรถภาพระบบไหลเวียนของเลือด ใช้การวัดชีพจร การวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องวัดความดัน และวัดขนาดของหัวใจด้วยการเอกซเรย์
  4. การวัดสมรรถภาพของระบบหายใจ เช่น การประเมินความจุของปอดโดย การถีบจักรยาน 6 นาที อ่านค่าอัตราการเต้นของหัวใจและคํานวณหาค่า V02 Max ด้วยตารางมาตรฐานหรือการประเมินความจุของปอด โดยวิ่งหรือเดินเร็ว ตามระยะทางและเวลาที่กําหนดวัดชีพจร นําผลมาเปิดตารางมาตรฐาน
  5. ความอ่อนตัว เป็นการวัดความยืดหยุ่นของข้อต่อ เอ็นกล้ามเนื้อ เช่น การนั่งงอตัวไปข้างหน้าพร้อมยึดแขนไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด
  6. การวัดความเร็วและความอดทนของกล้ามเนื้อ เช่น การใช้เครื่องมือ Hand grip dynamometer

ที่มา:sites.google.com/site/6032040038thaksakarphathna/prapheth-khxng-smrrthphaph-thang-kay-laea-kar-thd-sxb-smr-r


อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 1 เมษายน 2022

Leave a Comment

Scroll to Top