ปก วิธีการดูแลสุขภาพจิต

15 วิธีการดูแลสุขภาพจิตในช่วงวิกฤติ?

Click to rate this post!
[Total: 129 Average: 5]

วิธีการดูแลสุขภาพจิตในช่วงวิกฤติ

การดูแลสุขภาพจิตในช่วงวิกฤติเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากสภาวะวิกฤติอาจทำให้เกิดความเครียด ความกังวล หรือภาวะซึมเศร้า เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพจิตของคุณในช่วงวิกฤติได้อย่างเหมาะสม นี่คือบางวิธีที่คุณสามารถลองทำ

5 วิธีดูแลสุขภาพจิต

  1. รักษาสภาวะความเสี่ยงต่อสุขภาพจิต รักษาการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เติมเต็มสติให้กับการนอนหลับที่เพียงพอ รับประทานอาหารที่เหมาะสมและทำให้ร่างกายและสมองของคุณแข็งแรง ปฏิบัติธรรมชาติหรือเทคนิคการช่วยคลายเครียด เช่น การทำโยคะ การพูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ไว้วางใจ หรือการอ่านหนังสือที่ผ่อนคลาย

  2. สร้างเครื่องมือการจัดการกับความเครียด อาจมีการใช้เทคนิคการหายใจลึกๆ เพื่อสร้างความสงบในร่างกาย การฝึกซ้อมด้านการจัดการเวลาและการวางแผน เพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ ค้นหากิจกรรมที่สนุกสนานและทำให้คุณมีความสุขเพื่อลดความเครียด

  3. รักษาการติดต่อสังคม หากคุณมีคนรอบข้างที่สนับสนุนและเข้าใจคุณ เช่นคนในครอบครัวรักษาการติดต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพจิตในช่วงวิกฤติ นี่คือบางแนวทางที่คุณสามารถลองทำเพื่อรักษาการติดต่อสังคมในช่วงวิกฤติ

  1. ค้นหาระบบการสนับสนุน หากคุณรู้สึกทุกข์ทรมานหรือเครียดในช่วงวิกฤติ ค้นหาแหล่งที่มาของการสนับสนุน อาจเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางจิตเวช หรือกลุ่มสนับสนุนที่มีคนที่มีประสบการณ์คล้ายกัน การพูดคุยกับคนที่คุณไว้วางใจ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนออนไลน์ที่ทำให้คุณรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่น

  2. ใช้เทคโนโลยีเพื่อการติดต่อสังคม ถึงแม้ว่าคุณจะต้องอยู่ห่างจากผู้คนในช่วงวิกฤติ เทคโนโลยีสื่อสารออนไลน์ยังช่วยให้คุณสามารถคงความเชื่อมโยงกับคนรอบข้างได้ ใช้โทรศัพท์มือถือหรือแอปพลิเคชันการสื่อสารเพื่อติดต่อสนทนาหรือวิดีโอคอลล์กับคนที่คุณรักและคนที่คุณต้องการให้เป็นเพื่อน

  3. รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว ครอบครัวเป็นแหล่งสนับสนุนที่สำคัญในช่วงวิกฤติ รักษาการสื่อสารและการทำงานร่วมกันในครอบครัว พูดคุยเกี่ยวกับความเป็นไปกับสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับความรู้สึก ความคิด เรื่องราว และความกังวลที่คุณกำลังเผชิญอยู่ การแบ่งปันและการฟังกันเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงกับครอบครัวของคุณ

  1. ลดการเผชิญหน้ากับสื่อสารที่ไม่ดี ในช่วงวิกฤติมีการกระจายข่าวลือและข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกเครียดและมีความกังวลเพิ่มขึ้น ควรเลือกที่จะรับข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและการสื่อสารที่มีประโยชน์ ลดเวลาในการเข้าชมสื่อสารที่ทำให้คุณรู้สึกแย่หรือเพิ่มความเครียด

  2. รักษาสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณ ในช่วงวิกฤติ อาจมีการเปลี่ยนแปลงและข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต รักษาสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณ เช่น การตั้งเป้าหมายการทำงาน การพักผ่อนและการทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ การตระหนักถึงความสำคัญของตัวเองและสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข

  3. หาเวลาเพื่อการฟื้นฟูและการเยียวยา ให้เวลาสำหรับการฟื้นฟูและการเยียวยา เช่น การทำกิจกรรมที่ช่วยให้คุณผ่อนคลาย เช่นการอ่านหนังสือ การฟังเพลง การดูภาพยนตร์ การเล่นเกมหรือกิจกรรมที่ชื่นชอบ การออกไปเดินเล่นในธรรมชาติ หรือการทำกิจกรรมที่เพิ่มความสุขและความเบิกบานใจให้คุณ

  1. ค้นหาความช่วยเหลือจากมืออาชีพ หากคุณรู้สึกว่าสภาวะวิกฤติมีผลกระทบลึกลงต่อสุขภาพจิตของคุณ คุณอาจต้องพิจารณาการปรึกษาจากมืออาชีพทางด้านจิตเวช เช่น นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือนักประชาสัมพันธ์ทางจิตวิทยา

  2. ดูแลร่างกาย สุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด ดังนั้น ในช่วงวิกฤติควรให้ความสำคัญกับการดูแลร่างกายด้วย รับประทานอาหารที่เหมาะสมและมีโภชนาการที่เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นเพิ่มการพักผ่อนเพื่อสร้างความสมดุลในร่างกายและจิตใจ

  3. รับรู้และยอมรับความรู้สึก ในช่วงวิกฤติ อาจเกิดความรู้สึกที่ซับซ้อน เช่น ความสับสน ความเศร้า หรือความท้อแท้ รับรู้และยอมรับความรู้สึกของคุณโดยไม่ปฏิเสธหรือการดูถูก คุณอาจพิจารณาการเขียนสมุดบันทึกความรู้สึกหรือการพูดคุยกับผู้อื่นเพื่อแสดงการสนับสนุนและการให้ความร่วมมือกับผู้อื่นในช่วงวิกฤติ การแบ่งปันประสบการณ์และความรู้สึกกับคนรอบข้างอาจช่วยให้คุณรู้สึกไม่เดี่ยวเดียวและมีความเชื่อมโยงทางสังคม

  1. มองหาสิ่งที่มีความหมายในช่วงวิกฤติ พยายามให้มีมุมมองที่ดีและค้นหาความหมายในสถานการณ์ที่คุณเผชิญอยู่ บางครั้ง การเรียนรู้และการเติบโตสามารถเกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่ท้าทาย

  2. รักษาเชื่อมโยงกับเป้าหมายและความหวัง ความมุ่งมั่นและความหวังในอนาคตสามารถช่วยให้คุณมีพลังในการดำเนินชีวิตแม้ในช่วงวิกฤติ กำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมและก้าวไปในทิศทางนั้น และจงให้ความสำคัญกับการเติบโตและการพัฒนาตนเอง

  3. อย่าละเลยการขอความช่วยเหลือ หากคุณรู้สึกทุกข์ทรมานหรือหมดหวังในช่วงวิกฤติ อย่าละเลยการขอความช่วยเหลือจากผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง พวกเขาอาจมีทรัพยากรและเครื่องมือที่ช่วยให้คุณฟื้นตัวและดูแลสุขภาพจิตของคุณในช่วงวิกฤติได้ดีกว่าที่คุณคาดหวัง

วิธีการดูแลสุขภาพจิต 01

จำไว้ว่าการดูแลสุขภาพจิตในช่วงวิกฤติเป็นกระบวนการที่ต้องให้เวลาและความพยายาม ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีใดก็ตาม ควรจะทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพราะสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่ต้องดูแลและรักษาตลอดเวลา หากคุณรู้สึกว่าสภาวะวิกฤติมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณ ควรหาความช่วยเหลือจากมืออาชีพทางด้านจิตเวช อย่าละเลยการขอความสนับสนุนจากคนรอบข้าง และรักษาการดูแลสุขภาพร่างกายอย่างเหมาะสม เพราะสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายเป็นสิ่งที่สองส่วนที่สำคัญและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีทั้งคู่ในชีวิตของเรา

อ่านบทความทั้งหมด >>> pangpond.com