วัดอยุธยา เที่ยว 2 วัน วัดพนัญเชิง [การไหว้] 3 ระดับ กลับ วัดใน พระนครศรีอยุธยา

วัดในอยุธยา
Click to rate this post!
[Total: 1531 Average: 5]
ในหน้านี้

วัดอยุธยา

วัดอยุธยา

               จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองหลวงอันเก่าแก่ของประเทศไทย ประกอบด้วยโบราณสถาน และโบราณวัตถุ มีความสำคัญเนื่องจากเป็นวัดในอยุธยา ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรม บรรยากาศของอยุธยาเมืองเก่า ประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากวัดสมัยอยุธยามีจำนวนมากมายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและทรงคุณค่า เนื่องจากวัดเก่าอยุธยา สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยเมื่อครั้นเป็นราชธานีกรุงเก่าเมื่อครั้งอดีตของไทย ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากว่า 417 ปี ทำให้มีวัดอยุธยาสวยๆที่ได้รับขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปีพ.ศ. 2534 โดยองค์กรยูเนสโก เป็นผู้ประกาศขึ้นทะเบียน ประกอบด้วย โบราณสถานและโบราณวัตถุสำคัญต่างๆที่ตั้งอยู่ใน วัด โบราณ และเป็นวัดที่อยุธยาเกือบทั้งหมด

วัดในอยุธยา

           วัดดังในอยุธยา สามารถจัดโปรแกรมเที่ยวได้อย่างสบายๆ เพียงในวันเดียวไหว้พระให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต วัด ใน พระนครศรีอยุธยา มีมากกว่า 30 วัดกันเลยทีเดียว และที่สำคัญวัดในจังหวัดอยุธยาให้คุณค่าสร้างความสุขทางจิตใจ ชื่นชมแล้วเกิดความสุขทางตาประกอบด้วย วัดในอยุธยา ที่น่าสนใจรวมสถานที่ท่องเที่ยววัดอยุธยา ราชธานีเก่าของไทย เมืองมรดกโลก แม้ว่าจะถูกทำลายจากภัยสงคราม แต่ก็ยังคงเหลือโบราณสถานโบราณวัตถุของในแต่ละยุคสมัย ทำให้วัดอยุธยา ถ่ายรูปสวย และกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเมืองเก่าอยุธยาที่ได้รับความสนใจทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติว่าเป็นวัดน่าเที่ยวอยุธยา

 

วัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

        มีวัดสวยๆในอยุธยามากมายที่มีคุณค่าแก่การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์การเที่ยววัดในอยุธยาเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่ง ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันเที่ยวไหว้พระอยุธยา ทั้งวัดเก่าแก่ วัดโบราณอยุธยา วัดดังในอยุธยา วัดสําคัญในอยุธยา โบราณสถานโบราณวัตถุ เจดีย์อยุธยา เรียกได้ว่า สามารถท่องเที่ยววัดทั้งหมดในอยุธยาได้ตลอดทั้งวัน จะเช่ารถตุ๊กตุ๊กโดยสาร ปั่นจักรยานเอง ขี่มอเตอร์ไซค์ หรือการขับรถชื่นชมความอลังการก็เป็นการพักผ่อนที่น่าประทับใจพร้อมๆกับได้รับความรู้ทางประวัติศาสตร์ควบคู่กันไปด้วย

         มารู้จักวัดเก่าแก่ในอยุธยา และประวัติข้อมูลการก่อสร้างพระเก่าอยุธยา รวมถึงเกร็ดประวัติศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อดีตเมืองหลวงที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาติไทย

วัดทอง อยุธยา

         วัดทอง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลพบุรี ตำบลขวัญเมือง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ห่างจากเกาะเมืองอยุธยาประมาณ 20 กิโลเมตร และห่างจากที่ว่าการอำเภอบางปะหันประมาณ 3 กิโลเมตร ตามตำนานการสร้างวัดกล่าวว่า  เมื่อ พ.ศ.2139 หลังจากสมเด็จพระนเรศวร กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาขึ้นครองราชย์  ได้ทรงโปรดให้พระมหาเถรคันฉ่อง เป็นแม่กองในการสร้างวัดนี้ เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่พระองค์ทรงมาประทับก่อนที่จะขึ้นครองราชย์ เมื่อครั้งเสด็จกลับมาจากการประกาศอิสรภาพ ที่เมืองแครง พระองค์ทรงปลงกองทัพพักทหารก่อนเสด็จเข้ากรุงศรีอยุธยา  ณ สถานที่แห่งนี้  และได้พระราชทานนามว่า “วัดสุวรรณขวัญเมือง”

           ใน ร.ศ.127 หรือ พ.ศ.2452 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จมาประทับที่วัดนี้เมื่อคราวเสด็จประพาสต้น และทรงโปรดให้พระยาโบราณบุรานุรักษ์(พร เดชะคุปต์) เป็นหัวหน้าในการบูรณะซ่อมแซมอีกครั้งหนึ่ง

โบราณสถาน โบราณวัตถุที่สำคัญ เปิดให้ผู้สนใจเข้าไหว้พระอยุธยา

  1. พระอุโบสถหลังเก่า คือเป็น สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์อยุธยาที่มีความสำคัญ
  2. หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปเก่าแก่คู่มากับวัด เชื่อกันว่า พระพุทธรูปองค์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงสร้างไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2139 เป็นที่เคารพนับถือและเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของชาวตำบลขวัญเมืองกันมาก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีความสวยงดงาม  ประดิษฐานตั้งอยู่ในพระวิหาร  ของแก้บนที่มีผู้นิยมกันมากที่สุดคือ พวงมาลัย 
  3. พระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่ง หน้าตักกว้าง ๒๐ นิ้ว  มีพุทธลักษณะที่งดงาม เล่ากันว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโปรดให้สร้างขึ้นตามชื่อวัดในอยุธยา เมื่อครั้นท่านเสด็จครองราชสมบัติ
  4. วิหารสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

วัดช้าง อยุธยา

       วัดช้าง เป็นวัดในอดีตที่ยังไม่ปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการก่อสร้าง แต่จากการศึกษาพบว่า รูปแบบภายในวัดนั้นมีความคล้ายคลึงกับวัดมเหยงคณ์ โดยหลัก ๆ ที่มีเจดีย์ใหญ่ที่เรียกว่า เจดีย์ช้างล้อม มีข้อสันนิษฐานว่า เจดีย์ได้รับอิทธิพลจากสมัยสุโขทัย เพราะนิยมสร้างวัดที่มีเจดีย์ลักษณะนี้ ซึ่งในปัจจุบันที่มีชื่อเสียงก็คือ วัดช้างรอบเมืองกำแพงเพชร ในจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งนอกเหนือจากการพบรูปปั้นช้างจำนวนมากแล้ว ยังมีประติมากรรมประเภท ยักษ์ สิงห์ หงษ์ และแผนผังยังคล้ายกันกับวัดช้างรอบเมืองกำแพงเพชร

ตามคติการสร้างเจดีย์ช้างล้อมหรือช้างคำ นิยมสร้างกันมากในศิลปะสุโขทัย ส่วนศิลปะอยุธยาพบเพียง 2 แห่ง คือ ที่วัดมเหยงคณ์และวัดช้าง และยังพบว่ามีการสร้างแบบเจดีย์สิงห์ล้อมอีก 2 แห่ง คือ วัดธรรมิกราชและ วัดแม่นางปลื้ม โดยเชื่อว่าเจดีย์ทั้ง 4องค์นี้น่าจะสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ตอนต้น

เนื่องจากวัดช้างตั้งอยู่ใกล้ๆกับ วัดมเหยงคณ์และหลักฐานการค้นพบต่าง ๆ ทำให้ได้ข้อมูลว่าวัดช้างมีความสำคัญควบคู่กับวัดมเหยงคณ์ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ช่วงรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ที่เชื่อว่าเป็นการสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เจ้าอ้าย และเจ้ายี่ พระเชษฐาของพระองค์ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ก็อาจเป็นได้

และเป็นสถานที่ โบราณอยุธยา ถึงแม้ในปัจจุบันวัดช้างเป็นวัดร้าง และจะไม่ใช่ 9 วัดดังในอยุธยาและไม่ปรากฏการสร้างวัดช้างว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่จากขนาดของเจดีย์ประธานที่มีขนาดใหญ่แสดงให้เห็นว่า วัดช้างน่าจะเคยเป็นวัด ใหญ่ อยุธยาในสมัยรุ่งเรืองและเป็นสถานที่ สําคัญในอยุธยา พอๆกับวัดมเหยงคณ์ ทำให้สันนิษฐานกันว่าผู้ที่สร้างวัดช้างน่าจะเป็นพระมหากษัตริย์เช่น เดียวกับวัดมเหยงคณ์

 

วัดโบสถ์ อยุธยา

         วัดโบสถ์ ตั้งอยู่ใน ตำบลบ้านแพรก ลักษณะที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี เดิมชื่อ วัดบ้านแพรกตะวันตก เพราะอยู่ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำลพบุรี ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดโบสถ์โพธิ์หอม วัดโบสถ์ได้ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2313

 

รู้จักวัดราชประดิษฐาน อยุธยา

           ตั้งอยู่ริมคลองประตูข้าวเปลือก ฝั่งตะวันตก ถนนอู่ทอง ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา  เป็นวัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ครั้นเมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเฑียรราช ทรงผนวชอยู่และเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์อีกหลายพระองค์ ทั้งเจ้านายในพระราชวงศ์ ภายในโบสถ์จะมีพระประธานองค์สีทองสุกเปล่งประกายชื่อ “พระบรมไตรโลกนารถ” บริเวณก่อนถึงตัวโบสถ์เป็นศาลาชั้นเดียว มีพระพุทธรูปพระพุทธปฎิมากรให้ได้กราบสักการระบูชาและได้มาทําบุญอยุธยา ใกล้ๆกับวัดราชประดิษฐาน อยุธยามีวัดท่าทราย สภาพเป็นวัดร้าง แต่ยังคงความขลัง สวยงามเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าถูกสร้างในรัชสมัยเดียวกัน  

ไหว้พระ อยุธยา

  1. วัดทอง อยุธยา
  2. วัดโบสถ์ อยุธยา
  3. วัดราชประดิษฐาน อยุธยา
  4. วัดมหาธาตุ อยุธยา
  5. วัดไชยวัฒนาราม
  6. วัดสามวิหาร อยุธยา
  7. วัดพนัญเชิง อยุธยา
  8. วัดพุทไธศวรรย์ อยุธยา
  9. วัดมเหยงคณ์
  10. วัดเกตุ อยุธยา
  11. วัดพระยาแมน อยุธยา
  12. วัดบ้านสร้าง อยุธยา

การไหว้พระที่อยุธยา

          มีวัดศักดิ์สิทธิ์ อยุธยา มากมายที่รู้จักกนเป็นอย่างดี และไม่รู้จัก ซึ่งการไหว้พระวัดอยุธยา ควรเริ่มจากวัดที่รู้จักและเดินทางสะดวกกว่า เนื่องจากว่าจอยู่ใกล้ๆกัน ภายในละแวกเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ การไหว้พระอยุธยา ได้ท่องเที่ยว สนุก อิ่มบุญ ไปพร้อมๆกกัน มาออกเดินทางไปด้วยกันเลย !!!!!

ประวัติวัดมหาธาตุ อยุธยา แผนที่ท่องเที่ยว

       ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุเป็นวัดที่มีความสำคัญและเก่าแก่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร เป็นที่พำนักของ สมเด็จพระสังฆราช วัดมหาธาตุนี้ก็ได้ถูกทำลายลงหลังจากสงครามการเสียกรุงในครั้งที่ 2

สิ่งที่น่าสนใจของวัดมหาธาตุ

  • เศียรพระพุทธรูปหินทราย วางอยู่ในรากโพธิ์ข้างวิหาร คาดว่าเศียรพระพุทธรูปนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ ในสมัยเสียกรุง จนรากไม้ขึ้นปกคลุมทำให้มีความงดงามแปลกตา ซึ่งมีรากไม้ต้นโพธิ์ปกคลุมอยู่ โดยเศียรพระพุทธรูปนี้ เป็นพระพุทธรูปหินทรายเหลือแค่ส่วนเศียร สำหรับองค์พระนั้นหายไป และเป็นเศียรพระพุทธรูปศิลปะอยุธยา ทำให้ชื่อเสียงของวัดมหาธาตุ โด่งดังไปทั่วโลก
  • เจดีย์แปดเหลี่ยม เป็นเจดีย์ลดหลั่นกัน 4 ชั้น 8 เหลี่ยม ชั้นบนสุดประดิษฐานปรางค์ขนาดเล็ก ซึ่งเจดีย์องค์นี้จัดว่าเป็นเจดีย์ที่แปลกตา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา

วัดอยุธยา

 

วัดไชยวัฒนาราม จุดเด่น

           ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านตะวันตกของเกาะเมือง เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 5 แห่งอาณาจักรอยุธยา โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2173 เพื่อสร้างอุทิศผลบุญให้แก่พระราชมารดา

สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดของเมืองโบราณอยุธยาในวัดไชยวัฒนาราม คือ “พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ” ปรางค์ประธานที่ตั้งอยู่บริเวณกลางวัดพอดี มีลักษณะเป็นปรางค์จัตรุมุข อยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่มุมฐานทั้ง 4 ด้านก็มีปรางค์ประจำทิศอยู่ทั้งสี่มุม ยอดปรางค์ทำเป็นรัดประคดซ้อน 7 ชั้น ส่วนบนสุดเป็นทรงดอกบัวตูม ลักษณะคล้ายกับปรางค์ในสมัยอยุธยาตอนต้น

วัดสามวิหาร อยุธยา

         เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยอีกวัดหนึ่งสันนิษฐานว่าริ่มก่อสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น ประมาณการสร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ขุนหลวงพะงั่ว พ.ศ.1920 และมีประวัติศาสตร์บันทึกการมีอยู่ของวัดนี้ในสมัยอยุธยาอีกหลายครั้ง เรียกชื่อเดิมว่า “สามพิหาร” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี 1930 มีชื่อว่า สามวิหาร คือมีวิหาร 3 หลัง คือ วิหารพระนอน วิหารพระนั่ง (พระพุทธรูป อยุธยาปางมารวิชัย) และวิหารพระยืนที่ไม่ปรากฏในปัจจุบัน

วัดเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ของอยุธยาเมืองเก่า ที่สำคัญมาก

วัดพนัญเชิง อยุธยา แผนที่

        ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำป่าสัก ทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง ในตำบลคลองสวนพลู ของอำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่งของอยุธยา มีชื่อเสียงระบือไปทั่วประเทศโดยเฉพาะ “หลวงพ่อโตหรือเจ้าพ่อซำปอกง” ที่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวจีนต่างให้ความเคารพนับถือมาช้านาน เมื่อมายังวัดแห่งนี้จะไม่แปลกที่จะต้องพบเจอผู้คนจำนวนมากที่ไหลเวียนมานมัสการหลวงพ่อโตกันอย่างเนืองแน่น ถือกันว่าเป็นพระโบราณคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยามาแต่แรกสร้าง 

       การก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาและไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง ตามหนังสือพงศาวดารเหนือกล่าวว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้าง และพระราชทานนามว่า วัดเจ้าพระนางเชิงและในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐกล่าวไว้ว่า ได้มีการสถาปนาพระพุทธรูปพุทธชื่อ ”พระเจ้าพแนงเชิง”   

จุดน่าสนใจ  “หลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายก”

พระพุทธรูปศิลปะอู่ทองตอนปลาย ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ

ขนาดหน้าตักกว้าง : 14.20 เมตร

สูง : 19.20 เมตร

วัสดุ : ปูนปั้นลงรักปิดทอง

วัดพนัญเชิง คือ เรื่องราวของโศกนาฏกรรมตำนานรัก ตามพงศาวดารเหนือ ที่บันทึกไว้ว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้ง กษัตริย์ผู้ครองอโยธยาเป็นผู้สร้างขึ้น ณ บริเวณพระราชทานเพลิงพระศพ พระนางสร้อยดอกหมาก พระราชธิดาบุญธรรมของพระเจ้ากรุงจีน ที่ยกให้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสายน้ำผึ้ง

ปัจจุบันมีตำหนักเจ้าแม่สร้อยดอกหมากริมแม่น้ำป่าสัก สถานที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก หรือชาวจีนเรียกว่า “จู๊แซเนี้ย”

วัดพุทไธศวรรย์ อยุธยา

           ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันตก ที่ตำบลสำเภาล่ม ในอำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นสถานที่ตั้งพลับพลาที่ประทับเมื่อครั้งที่ทรงอพยพมาอยู่กรุงศรีอยุธยาในช่วงก่อนที่จะมีการสถาปนา

          เป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธีกรรม

  • ตั้งค่าย ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ถูกใช้เป็นสถานที่ตั้งทัพของพม่าในคราวที่ยกทัพมาล้อมกรุง เพื่อทำการรบกับกรุงศรีอยุธยา
  • เป็นสถานที่ประกอบการเมรุสำคัญถึง 2 ครั้ง
  • ครั้งแรกในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ปี พ.ศ. 2258 กรมหลวงโยธาทิพทิวงคต ณ ตำหนักริม ภายในวัดพุทไธศวรรย์ ก็ได้มีการสร้างพระเมรุทองขึ้นตามราชประเพณีที่วัดแห่งนี้
  • ครั้งที่ 2 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สมเด็จกรมหลวงโยธาเทพทิวงคต ณ ตำหนักริม ภายในวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศโปรดให้สร้างพระเมรุมาศขึ้นที่วัดแห่งนี้ตามโบราณราชพิธี

 

โบราณสถานในวัดพุทไธศวรรย์

  • “พระมหาธาตุ” หรือปรางค์ประธานสีขาวสะอาดตา มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบปราสาทขอม หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานไพทีที่รองรับไปถึงมณฑปที่อยู่ทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ รอบพระปรางค์จะมีพระระเบียง ด้านนอกทึบ ด้านในมีเสารับเครื่องบนหลังคาและชายคาเป็นระยะๆ มีพระพุทธรูปสีทองอร่ามศิลปะแบบสุโขทัยเรียงรายอยู่อย่างสวยงาม
  • วิหารพระพุทไธศวรรย์ (วิหารพระนอน) ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ในเขตพุทธาวาส ตัวอาคารนั้นปัจจุบันเหลือแต่เพียงกำแพง และองค์พระพุทธไสยาสน์
  • มีพระพุทธรูปและเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ ด้านในอุโบสถเป็นสถานที่ประดิษฐานของ “หลวงพ่อดำ” พระพุทธรูปปูนปั้นสีดำปางมารวิชัย ลักษณะศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น สมัยก่อนใครเจ็บป่วยก็มาขอหลวงพ่อดำให้หายเจ็บป่วย ขอบุตรก็จะได้บุตร
  • มีการเล่าขานกันว่าอดีตวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกอาวุธยุทโธปกรณ์ของทหารก่อนที่จะออกศึกสงคราม จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้านอยู่ยงคงกระพัน

เนื้อเพลงอยุธยาเมืองเก่า

       มีชื่อเต็มว่า               :           “เพลงรำวงอยุธยาเมืองเก่า”

      ขับร้องโดย               :           คุณชรัมภ์ เทพชัย และคุณดาวใจ ไพจิตร

      คำร้อง/ทำนองโดย     :           คุณสุรินทร์ ปิยะนันท์

              ลักษณะเป็นเพลงปลุกใจยอดฮิต ถูกนำมาขับร้องสืบทอดต่อกันมานานแล้ว เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นในราว พ.ศ. 2520  – 2522 เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการปลุกเร้าให้คนไทยสามัคคีกันในภาวะที่รัฐบาลกำลังเผชิญกับปัญหาคอมิวนิสต์

อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน            จิตใจอาวรณ์มาเล่าสู่กันฟัง

         อยุธยาแต่ก่อนนี้ยัง                                              เป็นดังเมืองทองของพี่น้องเผ่าพงศ์ไทย

เดี๋ยวนี้ซิเป็นเมืองเก่า                                            ชาวไทยแสนเศร้าถูกข้าศึกรุกราน

                ชาวไทยทุกคนหัวใจร้าวราน                             ข้าศึกเผาผลาญแหลกลาญวอดวาย

เราชนชั้นหลังฟังแล้วเศร้าใจ                                อนุสรณ์เตือนให้ชาวไทยจงมั่น

สมัครสมานร่วมใจกันสามัคคี                                คงจะไม่มีใครกล้าราวีชาติไทย

เนื้อเพลงองค์เดียวในโลก

      ขับร้องโดย               :           คุณไชยา มิตรชัย

      คำร้อง/ทำนองโดย     :           คุณแอน มิตรชัย

แผ่นดินไทย ไม่เคยไร้พระเจ้าแผ่นดิน        เป็นน้ำทิพย์ริน เย็นเกล้า เกษา
ตั้งแต่สมัย สุโขทัยอยุธยา                                     เรื่อยลงมา ถึงกรุงเทพเมืองฟ้าอมร
ประวัติศาสตร์ไทย บอกเล่าไว้ให้โลกเลื่องลือ         แผ่นดินนี้คือ ถิ่นที่คลายร้อน
เพื่อนบ้านโหยหิว ซัดเซพเนจร                             มีที่หลับนอน ข้าวน้ำกินฟรี
            ทั่วโลก คงอิจฉาเรา                                  น่าเศร้า เรามีแต่เขาไม่มี
มีความห่วงหา อาทรทุก ๆ นาที                            มีความปราณี จากองค์พระเจ้าแผ่นดิน
เด็ดดอกบัว จากริมน้ำแล้วนั่งพนม                        บอกทั้งอินทร์พรหม ให้รู้ว่าผู้ทรงศีล
เหนื่อยนักแล้ว ดวงแก้วของแผ่นดิน                      โอ้พระภูมินทร์ โลกนี้มีเพียงองค์เดียว
         เด็ดดอกบัว จากริมน้ำแล้วนั่งพนม                 บอกทั้งอินทร์พรหม ให้รู้ว่าผู้ทรงศีล
เหนื่อยนักแล้ว ดวงแก้วของแผ่นดิน                      โอ้พระภูมินทร์ โลกนี้มีเพียงองค์เดียว

 

ดอกไม้ประจํา จังหวัดอยุธยา

           คือ ดอกโสน  เป็นไม้ตระกูล Leguminosae เป็นลักษณะไม้ล้มลุก เนื้ออ่อนโตเร็วลำต้นอวบขึ้นเองตามแม่น้ำลำคลองทั่วไปในภาคกลาง

ลักษณะทางกายภาพ  :  ดอกมีสีเหลืองเป็นช่อห้อย ใช้รับประทานเป็นอาหารได้

ความสำคัญ  :  เมื่อ พ.ศ. 1893 พระเจ้าอู่ทองตั้งเมืองขึ้นใหม่ที่ตำบลเวียงเหล็ก  เลือกชัยภูมิที่จะตั้งพระราชวัง เห็นที่ตำบลหนองโสนเหมาะสมเพราะมีต้นโสนมาก ออกดอกเหลืองอร่ามคล้ายทองคำแลสะพรั่งตา ดังนั้นดอกโสนจึงถือเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด

 

ประวัติวัดมเหยงคณ์ แผนที่ท่องเที่ยวของอยุธยา

           วัดมเหยงคณ์ตามแผนที่ ประเทศไทย สมัย อยุธยา เป็นพระอารามหลวงฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่เคยสำคัญยิ่งมาในอดีตสมัยอยุธยา โดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ สมเด็จพระเจ้าสามพระยา ทรงสร้างขึ้น และได้รับการปฏิสังขรณ์หลายครั้งในหลายสมัย แต่ได้กลายเป็นวัดร้าง ตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2310 ในปัจจุบันเป็นวัดร้างที่สภาพโบราณสถานและโบราณวัตถุที่ยังเหลืออยู่ได้ปรักหักพังไปมาก แต่ก็พอมีเค้าเป็นหลักฐานบ่งบอกถึงศิลปะการก่อสร้างอันประณีตงดงามมโหฬารและระดับความสำคัญของพระอารามแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

             แนวคิดทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับการสร้างวัดมเหยงคณ์ แผนที่ของประวัติศาสตร์เมืองอยุธยา พบว่าได้แตกออกเป็น 2 แนวทาง คือ

  1. ตามพงศาวดารเหนือได้บันทึกไว้ว่า พระนางกัลยาณี มเหสีของพระเจ้าธรรมราชา (พ.ศ. 1844 – 1853) กษัตริย์องค์ที่ 8 ของอโยธยาเป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์ ซึ่งแสดงว่าวัดมเหยงคณ์สร้างในสมัยอโยธยาก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาอย่างน้อย 40 ปี
  2. ส่วนพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา ปีมะโรงศก (พ.ศ.1967) สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า หรือ สมเด็จพระเจ้าสามพระยา กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา เป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์ และตามพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติกล่าวว่า พ.ศ.1981สมเด็จบรมราชาธิราชเจ้า (เจ้าสามพระยา) เป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์

        มีการวิเคราะห์กันว่าวัดมเหยงคณ์นั้นถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งอโยธยา แต่ชำรุดทรุดโทรมเมื่อเวลาผ่านไปกว่า 100 ปี ถึงสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชทรงเห็นว่าเป็นวัดเก่าแก่ จึงบูรณะและสร้างเพิ่มเติมให้ใหญ่โตจากโครงสร้างเดิม

บูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่

ในสมัยกษัตริย์พระนามว่า พระภูมิมหาราช (พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) ในปีฉลูเอกศก (สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พ.ศ. 2252) วัดมเหยงคณ์ได้เจริญรุ่งเรืองอย่างมากในสมัยกรุงศรีอยุธยา และคงรุ่งเรืองตลอดมาจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาแตกใน พ.ศ. 2310

พระอุโบสถ

    • ภายในวัดมเหยงคณ์ มีพระอุโบสถ ตั้งอยู่บนฐานสูง ๒ ชั้นลดหลั่นกัน ขนาดพระอุโบสถกว้าง 18 เมตร ยาว 36 เมตร นับว่าเป็นพระอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    • หลังพระอุโบสถทางทิศตะวันตกพ้นเขตกำแพงแก้ว จะพบพระเจดีย์ฐานช้างล้อมซึ่งเป็นเจดีย์องค์ประธานของวัดมเหยงคณ์ ตั้งอยู่บนฐานทักษิณสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างยาวด้านละ 32 เมตร
    • มีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีบันไดทางขึ้นทั้ง 4 ทิศ ที่ฐานทักษิณ
    • มีรูปช้างปูนปั้นยืนประดับอยู่ตามซุ้มรอบฐานรวม 80 เชือก
    • องค์เจดีย์ประธานยอดเจดีย์หักตั้งแต่ใต้บัลลังก์ลงมา
    • ฐานชั้นล่างของพระเจดีย์มีซุ้มพระพุทธรูปจตุรทิศยื่นออกมาเห็นชัดเจน

ปัจจุบัน : พระครูเกษมธรรมทัต หรือพระภาวนาเขมคุณ วิ. (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี) เป็นเจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์  เมื่อปีพ.ศ. 2527 ได้จัดตั้งสำนักกรรมฐานขึ้นในบริเวณวัด

กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดมเหยงคณ์เป็นโบราณสถานของชาติ ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2484 ได้เข้าไปบูรณะ และเนื้อที่นอกเขตโบราณสถานได้จัดเป็นสำนักปฏิบัติกรรมฐาน โดยมีประชาชนเข้าไปรับการอบรมเป็นจำนวนมาก ทางวัดมเหยงคณ์ได้จัดให้มีกิจกรรมทางศาสนามากมาย ได้แก่

    • จัดอบรมวิปัสนากรรมฐาน
    • จัดอบรมปฏิบัติธรรมพิเศษ
    • จัดบวชเนกขัมมภาวนาประจำเดือน
    • จัดบวชถือศีล 8 ประจำวัน
    • จัดบวชพระสงฆ์ประจำเดือน และ พระสงฆ์จำพรรษา

           กรมศิลปากรได้ให้การการดูแลโบราณสถานของวัด ถากถางพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่ขึ้นปกคลุมโบราณสถานไว้ ปรับบริเวณพื้นที่ในฝ่ายพุทธาวาสและสังฆาวาสให้ร่มรื่นและสงบเงียบจากสิ่งรบกวน กรมศิลปากรเองก็เข้ามาดำเนินการขุดแต่งและปฏิบัติโครงการบูรณะฟื้นฟูดินแดนกลุ่มอโยธยาทำให้สภาพของวัดมเหยงคณ์ ที่เปรียบเสมือนทองคำจมดินอยู่ ได้รับการขัดสีฉวีวรรณให้สุกปลั่ง ปรากฏแก่สายตาของผู้มาพบเห็นได้ชื่นชมและประจักษ์ในคุณค่าของสถาปัตยกรรมไทยตามแผนที่อยุธยาในอดีตในอารามแห่งนี้ได้เต็มที่

สถานที่ตั้งวัดมเหยงคณ์  : ต.หันตรา  . เมือง จ.อยุธยา   หรือ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

อยุธยา แปลว่า

            อาณาจักรอยุธยา ของชนชาติไทยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วง พ.ศ.1893 ถึง พ.ศ.2310 มีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอำนาจหรือราชธานี ทั้งยังมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับหลายชาติ จนถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าในระดับนานาชาติ

สันนิษฐานว่าเมื่อเกิดห่าหรือกาฬโรคระบาด พระเจ้ารามาธิบดีจึงย้ายตัวเมืองเข้ามาอยู่ในบริเวณเกาะเมืองในปัจจุบัน และมีผู้สันนิษฐานว่าคงจะเปลี่ยนชื่อเมืองจาก ‘อโยธยา’ เป็น ‘อยุทธยา’ เป็นการแก้เคล็ดหรือล้างอุบาทว์

คำขวัญประจำจังหวัด

ราชธานีเก่า    อู่ข้าวอู่น้ำ    เลิศล้ำกานท์กวี   คนดีศรีอยุธยา

วัดเกตุ อยุธยา

        ก่อสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด แต่จากสมุดทะเบียนประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรเล่มที่ 4 นั้นระบุว่าสร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อประมาณปี พ.ศ.2369 มีบางข้อสันนิษฐานกล่าวว่าบริเวณที่สร้างวัดเกตุแห่งนี้เป็นแนวที่ปักธงรบของกองทัพกรุงศรีอยุธยาที่ต่อสู้กับข้าศึก เนื่องจากคำว่า “เกตุ” ในภาษาบาลีอ่านว่า เก-ตุ แปลว่า ธง ซึ่งหากเป็นจริงตามเหตุผลนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่วัดเกตุอาจสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา

             ภายในวัดเกตุมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มาแล้วควรกราบไหว้อยู่ 3 ประการด้วยกัน ได้แก่

  • พระพุทธเกตุมงคล
  • รูปหล่อสมเด็จพรหมรังสี (หลวงพ่อโต)
  • รูปหล่อหลวงปู่ทวด

      วัดเกตุเป็นวัดโบราณที่มีความงดงาม วัดนี้สถานที่ตั้งอยู่หลัง พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย (ทุ่งมะขามหย่อง) ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา

วัดพระยาแมน

          ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา จากเอกสารประวัติศาสตร์ไม่ปรากฏการสร้างวัดที่แน่นอน แต่ในสมัยสมเด็จพระเพทราชา ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ ที่วัดพระยาแมน และทรงเคยมาบวชที่วัดนี้เมื่อครั้นทรงเป็นขุนนาง

         แม้ว่าในปัจจุบันวัดพรนาแมนจะเป็นเยงวัดร้าง แต่จากผลการขุดตรวจของกรมศิลปากร พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญว่า

  • พระอุโบสถหลังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนั้นได้สร้างครอบทับอยู่บนอาคารขนาดเล็ก มีการเจาะช่องแสงที่ผนังแทนการทำหน้าต่าง ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระอุโบสถหลังเดิมของวัดก่อนที่จะได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ในสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
  • ทางด้านหลังของพระอุโบสถเป็นเจดีย์ฐาน 8 เหลี่ยม ซึ่งน่าจะเป็นเจดีย์ประธานของวัดในสมัยแรกสร้าง ต่อมาภายหลังจึงได้มีการสร้างมุขทางด้านหลังของพระอุโบสถปิดทับเจดีย์ประธาน ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นงานปฏิสังขรณ์ในราวสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเช่นกัน
  • สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระอุโบสถ เจดีย์ทรงปรางค์ 2 องค์ หอระฆัง
  • โดยมีคูน้ำล้อมรอบวัดทุกด้าน

ต้นไม้ประจํา จังหวัด อยุธยา

          คือ ต้นหมัน เป็นพันธุ์ไม้ตระกูล  Boraginaceae เป็นต้นไม้ขนาดปานกลาง  สูงราว 60 ฟุต

ลำต้นลักษณะ : คล้ายกระบอกเนื้อไม้สีเทาปนสีน้ำตาล   มีความแข็งปานกลางเปลือกหนาประมาณ  1/2 นิ้ว   สีเทาปนน้ำตาลซึ่งมีรอยแตกยาวไปตามลำต้น ใบยาวประมาณ  5  นิ้วกว้างประมาณ  3  นิ้ว   เป็นรูปไข่โคนใบคล้ายรูปหัวใจ 

ดอก : สีขาว

ผล : เป็นพวงสีเขียวเมื่อสุก   

ต้นหมัน : ขึ้นในป่าทั่วไปในภาคเหนือ  ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  

          ต้นหมันเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพราะในประวัติศาสตร์  เมื่อพระเจ้าอู่ทองย้ายเมืองมาตั้งที่ตำบลหนองโสน ได้ขุดพบสังข์ทักษิณาวัตร 1 ขอน  อยู่ใต้ต้นหมันอันเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

เพลง กรุงศรีอยุธยา

      ขับร้องโดย               :           คุณสุรสิทธิ์ สัตยวงษ์ และเพ็ญศรี พุ่มชูศรี

      คำร้อง/ทำนองโดย     :           พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ

 (สร้อย) **กรุงศรีอยุธยา ราชธานีไทย ถึงเคยแตกแหลกไป ก็ไม่สิ้นคนดี

เราจะรบศัตรู ต่อสู้ไพรี เราจะกู้เกียรติศรีอยุธยาไว้เอย**

        อยุธยาราชธานีศรีสยาม เป็นเมืองงามธรรมชาติช่วยสนอง

บริบูรณ์ลุ่มน้ำและลำคลอง ท้าวอู่ทองทรงสร้างให้ชาวไทย  

        ครั้งโบราณแพ้พม่าเป็นข้าเขา พระนเรศวรเจ้าทรงกู้ได้

ไล่ศัตรูไปพ้นแผ่นดินไทย ศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี

        ชาวศรีอยุธยามาด้วยกัน เลือดไทยใจมั่นไม่พรั่นหนี

ชีวิตเราขอน้อมยอมพลี ไว้เกียรติศรีอยุธยาคู่ฟ้าดินฯ

 

วัดบ้านสร้าง อยุธยา

        สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2375 วัดบ้านสร้างเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลาย   เดิมชื่อว่า “วัดบ้านขวางปากน้ำกรงเหล็ก” แล้วมากลายสภาพเป็นวัดร้าง เป็นวัดในพระพุทธศาสนาเถรวาท สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

ตั้งอยู่ที่ : ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  

แผนผังอยุธยา

  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีเนื้อที่ประมาณ 1,597,900 ไร่
  • มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 62 ของประเทศไทย
  • เป็นอันดับที่ 11 ของจังหวัดในภาคกลาง

 

แผนผังกรุงศรีอยุธยา

  • ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างของประเทศ
  • ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง
  • พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ไม่มีภูเขา ไม่มีป่าไม้
  • มีแม่น้ำไหลผ่าน 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา  แม่น้ำป่าสัก  แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำน้อย 

 

จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีกี่อําเภอ

          แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ประกอบด้วย

  1. อำเภอท่าเรือ
  2. อำเภอนครหลวง
  3. อำเภอบางซ้าย
  4. อำเภอบางไทร
  5. อำเภอบางบาล
  6. อำเภอบางปะหัน
  7. อำเภอบางปะอิน
  8. อำเภอบ้านแพรก
  9. อำเภอพระนครศรีอยุธยา
  10. อำเภอภาชี
  11. อำเภอมหาราช
  12. อำเภอลาดบัวหลวง
  13. อำเภอวังน้อย
  14. อำเภอเสนา
  15. อำเภออุทัย

              ทุกครั้งที่ได้ไปท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ไปไหว้พระ ที่อำเภออยุธยา อํา เภ อ พระนครศรีอยุธยา จะรู้สึกได้ถึงความมีเสน่ห์ และมนต์ขลังของความเป็นกรุงเก่าแทบทุกครั้ง บ่อยครั้งที่เรามักจะออกเดินทางโดยการศึกษา แผนที่สมัยอยุธยา เพื่อปั่นจักรยานไปชมความงามของ วัด เก่าจนอยากจะย้อนอดีตนั่งไทม์แมชชีนกลับไปดูถึง ความโดด เด่นอยุธยาบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยเจดีย์ทองเหลืองอร่ามไปทั้งเมืองในสมัยอยุธยาคงเสมือนในหนังสือจดหมายเหตุต่างๆ ของทั้งชาวไทย 

              ชาวฝรั่งในสมัยนั้นได้บรรยายจดบันทึกไว้มีหน้าตาเป็นแบบไหน อลังการขนาดไหน งดงามขนาดไหน แต่น่าเสียดายที่ทุกวันนี้ พระนครศรีอยุธยา เป็นเพียงความทรงจำ และภาพเล่าเรื่องราวกระดาษบันทึก ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจ แม้จะเหลือเพียงซากปรังหักพังของสถานที่ต่างๆ ที่มีมากว่าร้อยปี นับเป็นมรดกของโลกในประเทศไทยที่ทรงคุณค่าคู่ควรอย่างยั่งยืนตลอดไป

แหล่งอ้างอิง : https://www.sanook.com/travel/1390156/

https://www.gotoknow.org/posts/652206

https://talk.mthai.com/pr/481323.html

https://sites.google.com/site/watbosthbanphrak/prawati-wad

https://d.dailynews.co.th/article/750538/

https://www.watmahaeyong.org/history/

http://www.ayutthaya.go.th/song.php#.Ybg6xdJBz3g

https://lyricszy.blogspot.com/2017/12/blog-post_403.html

https://ayutthaya.go.th/showatg.php?selatg=17

https://travel.trueid.net/detail/Ljk2xM8Kw2a

http://aypao.go.th/aypao/area.html

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87

https://travel.kapook.com/view189137.html

https://ww2.ayutthaya.go.th/travel/detail/36

https://www.gotoknow.org/posts/630713
thaichaplain.com/buddhasingchaimongkol

http://backpackerthai.blogspot.com/2020/06/blog-post_5.html

https://www.touronthai.com/article/2105

https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_1926292

https://travel.kapook.com/view189411.html

https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=258

https://www.faiththaistory.com/phraya-man/


อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 23 กรกฎาคม 2022

Leave a Comment

Scroll to Top