ปุ๋ยหมักชีวภาพ 7 วิธีทำ EM น้ำหมัก ชีวภาพ

ปุ๋ยหมักชีวภาพ
Click to rate this post!
[Total: 154 Average: 5]

ปุ๋ยหมักชีวภาพ

รวมสูตรปุ๋ยหมักชีวภาพและน้ําหมักชีวภาพ

สูตรที่ 1 คุณสมยศ รักษาวงศ์

ส่วนผสม : ผัก ผลไม้ หรือเศษอาหารเหลือทิ้ง 1 ส่วน + กากน้ําตาล หรือน้ําตาลทรายแดง 1 ส่วน
วิธีผสม : ผสมส่วนผสมเข้าด้วยกันทิ้งไว้ 7 วัน (น้ําหมักจะเริ่มเป็นสีน้ําตาลไหม้ มีกลิ่นหอมอมเปรี้ยว ถ้าน้ําหมัก มี
สีน้ําตาลอ่อน และกลิ่นบูดแสดงว่าใส่น้ําตาลไม่พอให้เพิ่มกากน้ําตาลลงไปอีก กลิ่นบูดจะค่อยๆ หายไปหมักต่อไป
เรื่อยๆ) ตวงน้ําหมักใส่ขวดหรือภาชนะเก็บในที่มืด ในห้องธรรมดาจะเก็บไว้ได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี
การใช้ประโยชน์
1. ปุ๋ยชีวภาพแห้ง
ส่วนผสม : เศษวัสดุจากพืช 10 ปี๊บ + แกลบ 10 ปี๊บ + มูลสัตว์ 10 ปี๊บ + รําอ่อน 1 ปี๊บ + น้ําหมักพืช 1 ช้อนแกง
+ กากน้ําตาล 4 ช้อนแกง + น้ํา 1 ถังฝักบัว (18 ลิตร)
วิธีผสม : นําส่วนผสมแห้งทั้งหมดคลุกให้เข้ากันนําน้ําผสมน้ําหมักพืชและกากน้ําตาล รดให้ทั่ว ตรวจสอบความชื้น
ของปุ๋ย โดยกําไว้ในมือ เมื่อปล่อยมือออกจะจับเป็นก้อนหลอมๆ พอแตะก้อนแล้วแตกเป็นใช้ได้ แล้วเกลี่ยกองปุ๋ย
ให้เสมอกันให้สูงจากพื้นไม่เกิน 30 ซ.ม. คลุมด้วยกระสอบป่านให้มิดชิด ถ้าผสมปุ๋ยในช่วงเช้า ตอนเย็นให้ทดสอบ
ดู โดยสอดมือเข้าไปในกองปุ๋ยจะร้อนมาก และในวันรุ่งขึ้นจะเริ่มมีเส้นใยขาวๆ ปรากฏบนผิวกองปุ๋ยแสดงว่า
จุลินทรีย์เริ่มทํางานทิ้งไว้ 3 วัน แล้วเปิดกระสอบป่านออกคลุกกับปุ๋ยให้ทั่วอีกครั้งหนึ่ง แล้วปิดกระสอบไว้ตามเดิม
อีก 3 – 4 วันต่อมา ให้ทดสอบดูอีก ถ้าปุ๋ยมีความเย็นถือว่า ใช้ได้ ถ้ายังมีความร้อนอยู่ให้ทิ้งไว้ต่อไปอีกจนกว่าจะ
เย็นจึงสามารถนําไปใช้ได้

2. ปุ๋ยคอกหมัก
วิธีทํา : นํามูลสัตว์ แกลบเผา และรําละเอียดมาผสม เข้าด้วยกัน นําน้ําหมักพืช และกากน้ําตาลผสมน้ํารดกองปุ๋ย
ที่ผสมคลุกให้ทั่วให้มีความชื้นระดับเดียวกับการทําปุ๋ยชีวภาพ (ปุ๋ยแห้ง) เกลี่ยกองปุ๋ยบนพื้นให้หนาไม่เกิน 15 ซ.ม.
คลุมด้วยกระสอบป่าน ทิ้งไว้ 3 – 5 วัน โดยไม่ต้องกลับเมื่อปุ๋ยเย็นลงนําไปใช้ได้

3. สารขับไล่แมลง
3.1) สูตรทั่วไป
ส่วนผสม : นําน้ําหมักพืช กากน้ําตาล เหล้าขาว น้ําส้มสายชู อย่างละ 1 ขวด (ขวดกลม) และน้ําสะอาด 10 ขวด
วิธีทํา : ผสมส่วนผสมให้เข้ากันแล้วหมักทิ้งไว้ 15 วัน (ควรมีฝาปิดมิดชิด) ระหว่างการหมัก (ช่วง 15 วันแรก) ให้
เปิดฝาคนทุกวันเช้า – เย็น เพื่อไม่ให้เป็นตะกอนนอนก้นและเพื่อระบายแก๊สออกครบกําหนดให้นําไปใช้ได้ หัวเชื้อ
นี้สามารถเก็บได้นาน 3 เดือน โดยไม่ต้องเปิดฝาระบายแก๊สเป็นครั้งคราว
การใช้ประโยชน์ : นําหัวเชื้อยาขับไล่แมลงนี้ไปผสมกับน้ําในอัตราส่วน 5 ช้อนแกง กากน้ําตาล 5 ช้อนแกงผสมกับ
น้ํา 10 ลิตร จากนั้นนําส่วนผสมไปฉีดพ่นต้นไม้สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง หรือตามความจําเป็น (ใช้บ่อยๆ ได้โดยไม่
เป็นอันตรายต่อพืชและคน) โดยฉีดพ่นในช่วงเย็น สําหรับพืชที่กําลังแตกใบอ่อนให้ใช้ในอัตราส่วนที่เจือจางลงโดย
หัวเชื้อที่ผสมน้ําแล้วหากใช้ร่วมกับพืชสมุนไพรต่างๆ เช่น สะเดา ข่า ตระไคร้หอม ยาสูบโดยนําหัวเชื้อยาขับไล่
แมลงใส่เพิ่มลงไปอีก 5 ช้อนแกง (ต่อน้ํา 10 ลิตร) จะทําให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

3.2) สูตรเข้มข้น
วิธีทํา : ใช้ส่วนผสมและวิธีทําเหมือนสูตรธรรมดา แต่เพิ่มปริมาณเหล้าขาวเป็น 2 ขวด
การใช้ประโยชน์ : ใช้ฉีดพ่นปราบหนอน และแมลงศัตรูพืชที่ปราบยาก เช่น หนอนกอกลม หนอนชอนใบ ฯลฯ
โดยใช้สัดส่วนหัวเชื้อสูตรเข้มข้น 1 แก้ว ต่อน้ํา 200 ลิตร (1 ถังแดง) หรือมากน้อยกว่านี้แล้วแต่ความเหมาะสม
หรือใช้กําจัดเหาในศีรษะคน โดยเอาน้ําราดผมให้เปียกแล้วชะโลมด้วยหัวเชื้อสูตรเข้มข้นผสมน้ําในอัตราส่วน 1
ต่อ 50 หมักไว้ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด หรือใช้กําจัดเห็บ หมัดในสัตว์เลี้ยง

4. ฮอร์โมนพืช
ส่วนผสม : ประกอบด้วย กล้วยน้ําว้าสุก /ฟักทองแก่จัด /มะละกอสุก อย่างละ 1 ก.ก. น้ําหมักพืช 2 ช้อนแกง
กากน้ําตาล 2 ช้อนแกง และน้ําสะอาด 5 ลิตร
วิธีทํา : สับกล้วย ฟักทอง และมะละกอ (ทั้งเปลือกและเมล็ด) ให้ละเอียด (ส่วนแรก) จากนั้นนําน้ําหมักพืช
กากน้ําตาล และน้ําสะอาดให้เข้ากัน (ส่วนที่สอง) จากนั้นนําส่วนผสมทั้งสองส่วนมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วบรรจุ
ลงในถุงปุ๋ยโดยหมักไว้ในถังพลาสติกปิดฝาระยะเวลา 7 – 8 วัน
การใช้ประโยชน์ : นําส่วนที่เป็นน้ําจากการหมัก (ในถังพลาสติก) ผสมกับน้ําในอัตราส่วน 2 ช้อนแกงต่อน้ํา 5 ลิตร
ฉีดพ่นหรือรดต้นไม้ในช่วงติดดอกจะทําให้ติดผลดี ส่วนที่เป็นไขมันเหลืองๆ ในถุงปุ๋ย ใช้ทากิ่งตอน กิ่งปักชํา กิ่ง
ทาบ ฯลฯ ช่วยให้แตกรากดี

การประยุกต์ใช้กับพืชการเกษตร
1. ข้าว ในพื้นที่นาข้าว 1 ไร่ ใส่ปุ๋ยชีวภาพ (ปุ๋ยแห้ง) 200 ก.ก. โดยแบ่งใส่เป็นระยะดังนี้
– ไถ่พรวน หว่านปุ๋ยชีวภาพ 100 ก.ก. (ต่อ 1 ไร่) ให้ทั่ว จากนั้นนําน้ําหมักชีวภาพที่ได้จากน้ําหมักพืช 2 แก้ว
กากน้ําตาล 2 แก้ว ในน้ํา 200 ลิตร (1 ถังแดง) ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ฉีดพ่นให้ทั่วแล้วไถพรวน ทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อให้
จุลินทรีย์ในน้ําหมักพืชทําการย่อยสลายวัชพืชและเร่งการงอกของเมล็ดข้าว เมื่อไถพรวนแล้ว 15 วัน ให้ฉีดพ่นน้ํา
ผสมน้ําหมักพืช และกากน้ําตาล ในอัตราส่วนเท่าเดิมอีกครั้งหนึ่ง แล้วไถกลบเพื่อทําลายวัชพืชให้เป็นปุ๋ยพืชสด ทิ้ง
ไว้อีก 15 วัน แล้วจึงไถคราดเพื่อดํานาต่อไป
– ไถคราด พ่นน้ําหมักพืชผสมกากน้ําตาลและน้ํา อัตราส่วนเท่าเดิมอีกครั้งหนึ่ง ก่อนไถคราดให้ทั่วเพื่อเตรียมปักดํา
– หลังปักดํา 7-15 วัน ให้หว่านปุ๋ยชีวภาพ 30 ก.ก. ต่อไร่ ฉีดพ่นด้วยน้ําผสมน้ําหมักพืชในอัตราส่วนน้ํา 1 ถังแดง
ต่อน้ําหมักพืช และกากน้ําตาลอย่างละ 1 แก้ว
– ข้าวอายุ 1 เดือน หว่านปุ๋ยชีวภาพ 30 ก.ก. ต่อไร่ ฉีดพ่นด้วยน้ําผสมน้ําหมักพืชในอัตราส่วนน้ํา 1 ถังแดงต่อน้ํา
หมักพืช และกากน้ําตาลอย่างละ 1 แก้ว
– ก่อนข้าวตั้งท้องเล็กน้อย หว่านปุ๋ยชีวภาพ 40 ก.ก. ต่อไร่ ฉีดพ่นด้วยน้ําผสมน้ําหมักพืชและกากน้ําตาล อย่างละ
1 แก้ว
– การป้องกันศัตรู ใช้หัวเชื้อยาขับไล่แมลงผสมกับน้ําฉีดพ่นทุก 15 วัน โดยฉีดพ่นในช่วงเช้ามืดหรือช่วงเย็น หรือ
ถ้ามีต้องการป้องกันกําจัดหอยเชอรี่ ให้เตรียมจากส่วนผสมของยาฉุน 2 – 3 ก.ก. + หนอนตายยาก 1 ก.ก. + น้ํา
สมสายชู 1 ลิตร + หล้าขาว 1 ขวด + กากน้ําตาล 1 ขวด หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 วัน แล้วฉีดพ่นในแปลงนา
ระยะปล่อยน้ําเข้า ช่วงเตรียมดินในอัตราส่วน 40 ซี.ซี. ต่อน้ํา 20 ลิตร
หมายเหตุ : ต่อพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ปุ๋ยชีวภาพเฉลี่ย 200 ก.ก. ในปีแรกที่ใช้ปุ๋ยชีวภาพอาจต้องใช้ปุ๋ยปริมาณมาก แต่
เมื่อดินคืนสภาพสู่ความอุดมสมบูรณ์ดีแล้วปีต่อๆ ไป จะสามารถใช้ปุ๋ยในปริมาณน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนปริมาณ
ผลผลิตในปีแรกอาจจะไม่เพิ่มกว่าปกติ แต่ในช่วงปีต่อไปๆ ไปปริมาณ ผลผลิตสูงขึ้นเรื่อย ทําให้ได้ประโยชน์ทั้งการ
ลดต้นทุนค่าปุ๋ย และเพิ่มปริมาณผลผลิต

2. ผักสวนครัว
– โรยปุ๋ยชีวภาพ 2 กํามือ ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร เอาหญ้าหรือฟางแห้งคลุมทับ
– รดด้วยน้ําผสมน้ําหมักพืชในอัตรา 1 ช้อนแกง ต่อน้ํา 10 ลิตร ทิ้งไว้ 7 วัน จึงลงมือปลูก
– โรยปุ๋ยชีวภาพซ้ํารอบๆ ทรงพุ่ม (อย่าให้โดนใบหรือโคนต้น) เดือนละ 1 – 2 ครั้ง
– รดน้ําผสมน้ําหมักพืช อัตราส่วน 2 ช้อนแกง ต่อน้ํา 1 ถังฝักบัว สัปดาห์ ละ 1 – 2 ครั้ง
– ใช้หัวเชื้อยาขับไล่แมลง กากน้ําตาล (เพื่อช่วยจับใบ) ผสมน้ําฉีดพ่นเมื่อมีศัตรูพืชระบาด
3. ไม้ผลและไม้ยืนต้น
วิธีใช้ : ใช้ปุ๋ยชีวภาพรองก้นหลุม จํานวน 2 กํามือ คลุกกับดินก้นหลุมให้เข้ากัน รดด้วยน้ําผสมน้ําหมักพืช (น้ําหมัก
พืช 1 ช้อน ต่อน้ํา 10 ลิตร) ทิ้งไว้ 7 วัน จึงลงมือปลูกคลุมโคนต้นด้วยเศษใบไม้แห้ง เมื่อต้นไม้ตั้งตัวได้แล้วให้
พรวนดิน และโรยปุ๋ยซ้ํารอบทรงพุ่ม ต้นละ 2 ก.ก. ต่อปี พร้อมกับรดด้วยน้ําผสมน้ําหมักพืชเป็นระยะๆ
4. การแก้ปัญหาวัชพืชโดยไม่ใช้สารเคมี
วิธีทําลายวัชพืช : ตัดหรือล้มวัชพืชต่างๆ ให้เกิดรอยช้ํา แล้วโรยปุ๋ยชีวภาพทับลงไปหรือไถพรวน จากนั้นฉีดพ่นซ้ํา
ด้วยน้ําผสมน้ําหมักพืชปริมาณเข้มข้น (น้ํา 10 ส่วน ต่อน้ําหมักพืช 1 ส่วน) โดยใช้วิธีการนี้ก่อนการไถพื้นที่นาหรือ
ใส่ล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน และหลังการเก็บเกี่ยว หากทําติดต่อกัน 3 ปี สภาพดินจะร่วนซุ่ยจนไม่จําเป็นต้องไถ
พรวนอีกต่อไป
5. การปศุสัตว์
การเลี้ยงสุกร ผสมน้ําหมักพืช 1 ลิตร กากน้ําตาล 1 ลิตร น้ําสะอาด 100 ลิตร ในภาชนะแล้วปิดฝาให้สนิท หมัก
ทิ้งไว้ 3 วัน จึงนําไปใช้ประโยชน์ได้
– ทําความสะอาด ให้นําไปฉีดล้างคอกให้ทั่ว จะกําจัดกลิ่นมูลเก่าได้ภายใน 24 ช.ม. หากทําซ้ําทุกสัปดาห์ น้ําล้าง
คอกนี้จะช่วยบําบัดน้ําเสียตามท่อและบ่อพักให้สะอาดขึ้นด้วย หรือถ้าผสมน้ําหมักพืช 1 ลิตร ต่อน้ําสะอาด 100
ลิตร ฉีดพ่นตามบ่อน้ํา เพื่อกําจัดหนอนแมลงวัน จะเห็นผลใน 1 – 2 สัปดาห์
– ผสมอาหาร ให้ผสมน้ําหมักพืช 1 ลิตร ต่อน้ําสะอาด 5 – 20 ถังแดง (โดยประมาณ) ให้สุกรกินทุกวันจะช่วยให้
แข็งแรงมีความต้านทานโรค และป้องกันกลิ่นเหม็นจากมูลสุกรที่เกิดขึ้นใหม่ด้วย กรณีลูกสุกรที่ท้องเสียให้ใช้น้ํา
หมักพืช (หัวเชื้อ) 5 ซี.ซี. หยอดเข้าปากจะรักษาอาการได้
หมายเหตุ : กรณีที่เลี้ยงวัว ควาย ก็สามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้โดยผสมน้ําหมักพืช กากน้ําตาล และน้ําแล้วรดฟาง
หรือหัวอาหารให้กิน รวมทั้งใช้ผสมในน้ําให้กินทุกวัน
การเลี้ยงไก่ และสัตว์ปีกอื่นๆ ใช้น้ําหมักพืชผสมน้ําสะอาดให้กินทุกวันจะช่วยให้แข็งแรง ไข่ดก น้ําหนักดีอัตราการ
ตายต่ําและมูลสัตว์ไม่มีกลิ่นเหม็น หากใช้น้ําหมักพืชผสมน้ําฉีดพ่นตามพื้นที่กําจัด กลิ่นแก๊ส และกลิ่นเหม็นจากมูล
ทุก ๆ 4 วัน และยังช่วยกําจัด การขยายพันธุ์ของแมลงวันทางอ้อมด้วย

สูตรที่ 2 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี

1. น้ําหมักชีวภาพจากปลา
ส่วนผสม : เนื้อปลา น้ํากรดเข้มข้น 3% กากน้ําตาล 20% และหัวเชื้อจุลินทรีย์
วิธีทํา : นํามาผสมรวมกันหมักทิ้งไว้ 1 เดือน นํามากรองกากมาทําปุ๋ย และน้ําไปฉีดพ่น
การใช้ประโยชน์ : ใช้อัตรา 100 ซี.ซี. ต่อน้ํา 20 ลิตร เพื่อปรับสภาพดินให้ร่วนเหมาะแก่การเจริญเติบโต ลดการ
ใช้ปุ๋ยเคมี หรือใช้ในนาข้าวช่วงก่อนหว่านข้าวฉีดพ่นพร้อมสารควบคุมวัชพืช อัตรา 100 ซี.ซี. ต่อน้ํา 20 ลิตร และ
หลังหว่านข้าว 20 วัน อัตรา 50 – 60 ซี.ซี. ต่อน้ํา 20 ลิตร ช่วยเร่งการแตกกอ และเพิ่มจํานวนต้น ต่อกอ รวมทั้ง
ใช้ฉีดพ่นข้าวระยะตั้งท้องและน้ํานมด้วย
2. น้ําหมักชีวภาพจากเศษซากพืช
ส่วนผสม : เศษพืช 3 ส่วน น้ําตาลทรายแดง หรือกากน้ําตาล 1 ส่วน
วิธีทํา : นําส่วนผสมรวมกันหมักทิ้งไว้นาน 3 เดือน
การใช้ประโยชน์ : ใช้เป็นปุ๋ยให้กับผัก หรือฉีดพ่นขับไล่แมลง และป้องกันกําจัดโรคบางชนิด
3. น้ําหมักสมุนไพร
3.1 พืชผักสวนครัว
ส่วนผสม : เมล็ดสะเดา 2 ก.ก หัวข่าแก่ 1 ก.ก. ตะไคร้หอม 1 ก.ก. และน้ําหมักชีวภาพ 10 ลิตร
วิธีทํา : นําส่วนผสมมาผสมรวมกัน
การใช้ประโยชน์ : ป้องกันเพลี้ยอ่อน หนอนใยผัก หนอนกระทู้ หนอนคืบ เพลี้ยไฟในถั่วฝักยาว ถั่วพู แค คะน้า
ฯลฯ
3.2 สวนไม้ผล
ส่วนผสม : เมล็ดสะเดา 2 ก.ก หัวข่าแก่ 1 ก.ก. ตะไคร้หอม 1 ก.ก. และน้ําหมักชีวภาพ 20 ลิตร
วิธีทํา : นํามาผสมรวมกันทั้งหมดทิ้งไว้ 1 คืน แล้วใช้ผ้ากรองมาใช้ประโยชน์
การใช้ประโยชน์ : นําน้ําเชื้อที่ได้ 1 ลิตร ผสมกับน้ํา 20 ลิตร ฉีดพ่นไม้ผลขณะแตกใบอ่อน ระยะออกดอก และมี
ผล เพื่อป้องกันกําจัดเพลี้ยไฟ หนอนแก้วส้ม แมลงวันทอง ด้วงงวงมะพร้าว

สูตรที่ 3 เครือข่ายผัก โครงการพัฒนาเกษตรยั่งยืน

1. น้ําหมักสมุนไพร
ส่วนผสม : หางไหล บอระเพ็ด หนอนตายยาก ตะไคร้หอม เปลือกสะเดาหรือใบแก่ สาบเสือ ยาสูบ (ก้าน หรือใบ
สด ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้)
วิธีทํา : นําส่วนผสมมาสับให้ละเอียดใส่ในโองหรือถังใส่น้ําให้ท่วมฝามือ (30 – 50 ลิตร) จากนั้นใส่เหล้าขาว 1 ขวด
ตามด้วยหัวน้ําส้ม 150 ซี.ซี. (ถ้าไม่มีใส่ผลมะกรูด หรือมะนาวผ่าซีก 2 ลูก) หากมีกลิ่นเหม็นให้ใส่กากน้ําตาล หมัก
ไว้ 7 วัน สามารถนําไปใช้ได้
การใช้ประโยชน์ : ขับไล่หนอนใย หนอนกระทู้ เพลี้ยอ่อน และป้องกันกําจัดโรคเน่า โรคใบไหม้ในผักบางชนิด

2. ปุ๋ยหมักชีวภาพสูตรเร่งรัด (3 วัน)
ส่วนผสม : มูล (วัว, เป็ด, หมู) 1 ปี๊บ ขี้เถ้าแกลบ 1 ปี๊บ รําละเอียด 1 ก.ก. น้ําหมักชีวภาพ 50 -100 ซี.ซี. ต่อน้ํา
20 ลิตร
วิธีทํา : นําส่วนผสม มาคลุกเคล้า แล้วนําน้ําหมัก มารดให้ได้ ความชื้น 50% สังเกตได้จากกํามือแล้วแบออกปุ๋ยจะ
ค่อยๆ แตกตัวออก ถ้าใช้ถุงพลาสติกคลุมหรือใช้กระสอบปุ๋ยหมักจะสามารถนําปุ๋ยไปใช้ได้เร็วขึ้น ปุ๋ยที่จะนําไปใช้
ต้องหมดความร้อนก่อน
การใช้ประโยชน์ : แก้ปัญหาดินเสื่อมสภาพในแปลงผักโดยใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ 1 ตันต่อไร่ (40 กระสอบ) หรือใช้น้ํา
หมักชีวภาพ ฉีดพ่นทางใบ อัตรา 30-40 ซี.ซี. ต่อน้ํา 20 ลิตร ทุกๆ 5 วัน หรือใช้ทางดิน อัตรา 100 ซี.ซี. ต่อน้ํา
20 ลิตร ปล่อยตามท้องร่อง

สูตรที่ 4 เครือข่ายข้าว โครงการพัฒนาการเกษตรยั่งยืน

ส่วนผสม : เช่นเดียวกับสูตรที่ 1
วิธีทํา : เช่นเดียวกับสูตรที่ 1
การใช้ประโยชน์ : ใช้ในนาข้าวดังนี้
1. การป้องกันกําจัดวัชพืช ใช้อัตรา 3 ลิตรต่อน้ํา 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ โดยปล่อยให้ไหลไปตามทางน้ําไหลเข้า
นา หรือจะใช้วิธีฉีดพ่น ใช้อัตรา 200 ซี.ซี. ต่อน้ํา 20 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่
2. ใช้แทนการปุ๋ยเคมี ให้เริ่มตั้งแต่ช่วงเตรียมดิน (ป้องกันกําจัดวัชพืช) และใช้ครั้งต่อไปหลังหว่านข้าว 10 – 15 วัน
และใช้ต่อเนื่องทุก 10 วัน รวม 5 ครั้ง ใช้อัตรา 1 ลิตร/น้ํา 200 ลิตร สําหรับพื้นที่ 1 ไร่
3. ลดการใช้ปุ๋ยเคมีครึ่งหนึ่ง โดยงดการใช้ปุ๋ยแต่งหน้า แต่ใช้น้ําหมักชีวภาพแทนปฏิบัติดังนี้คือ ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-
20-0 อัตรา 15 ก.ก. ต่อไร่ หลังหว่านข้าว 15 – 20 วัน แล้วใช้นําหมักในอัตราเดียวกับข้อ 2
4. ป้องกันกําจัดหอยเชอรี่ โดยใช้ส่วนผสมของยาฉุน 2 – 3 ก.ก. + หนอนตายยาก 1 ก.ก. + น้ําส้มสายชู 1 ลิตร +
เหล้าขาว 1 ขวด + กากน้ําตาล 1 ขวด หมักทิ้งไว้ 2 – 3 วัน แล้วฉีดพ่นในแปลงนาระยะปล่อยน้ําเข้านาช่วงเตรียม
ดิน ในอัตราส่วน 40 ซี.ซี. ต่อน้ํา 20 ลิตร

สูตรที่ 5 อาจารย์ชลอ รุ่งกําจัด

ส่วนผสม : เศษซากพืชสด 3 ส่วน (หากเป็นเศษซากสัตว์ใช้ 1 ส่วน) และกากน้ําตาล 1 ส่วน
วิธีทํา : นํามาผสมรวมกันหมักทิ้งไว้ 7 – 15 วัน จะได้หัวเชื้อน้ําหมักชีวภาพ หากต้องการขยายหัวเชื้อให้ใช้กากนํา
ตาล 1 ก.ก. หัวเชื้อ 1 ลิตร และน้ํา 20 ลิตร หมักทิ้งไว้ 7 – 15 วัน เช่นกัน
การใช้ประโยชน์ : ฉีดพ่นป้องกันกําจัดศัตรูพืช ใช้หัวเชื้อน้ําหมัก 2 ช้อนแกง ผสมกับน้ํา 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 3 วัน
หากต้องการลดการระบาดหรือป้องกันกําจัดแมลงจําพวกเพลี้ย ใช้น้ําหมัก 1 ส่วน เหล้าขาว 2 ส่วน น้ําส้มสายชู
เข้มข้น 5% 1 ส่วน และกากน้ําตาล 1 ส่วน หมักทิ้งไว้ 1 วัน แล้วใช้น้ําที่ได้จากการหมัก 2 ช้อนแกงผสมน้ํา 20
ลิตร ฉีดพ่นป้องกันกําจัดเพลี้ย หรือถ้าต้องการนํามาทําไวน์ ใช้จุลินทรีย์ 1 ลิตร ผสมกับน้ําตาลทรายขาว (ตามแต่
ต้องการ) น้ําผลไม้ 3 ก.ก. และผงฟู 3 ช้อนแกง หรือใช้รักษาโรคฝ้า ใช้จุลินทรีย์ มะละกอสุก กล้วยน้ําว้าสุก น้ําผึ้ง
แท้ อย่างละ 1 ส่วน ผสมรวมกันหมักทิ้งไว้ 1 เดือน นําน้ําที่ได้ทาส่วนที่เป็นฝ้า

สูตรที่ 6 รศ.นพ. บุญเทียม เขมาภิรัตน์

ส่วนผสม : เศษซากสัตว์สด (อาทิ หอย ปลา) 1 ส่วน และน้ําตาลทรายแดง 1 ส่วน
วิธีทํา : นํามาผสมรวมกันหมักทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ นําหัวเชื้อที่ได้ มาเจือจางกับน้ําในอัตรา 1 : 1,000
การใช้ประโยชน์ : นําน้ําที่ได้จากการเจือจางไปฉีดพ่นป้องกันกําจัดหอยเชอรี่ หากต้องการนําไปใช้กับพืชผักผลไม้
ให้เปลี่ยนจากเศษซากสัตว์เป็นพืชสดแทน ในอัตรา 3 ต่อ 1 ส่วน

สูตรที่ 7 ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตําบลเขาชนกัน

1. การทําหัวเชื้อน้ําหมัก
ส่วนผสม : เศษซากพืช ผัก ผลไม้ 3 ก.ก. + กากน้ําตาล 1 ก.ก. + น้ํา 10 ก.ก.
วิธีทํา : นํามาผสมรวมกันหมักทิ้งไว้ 15 วัน จะได้หัวเชื้อน้ําหมัก
2. การทําน้ําหมักจากหอยเชอรี่
2.1 วิธีที่ 1 ทั้งตัวพร้อมเปลือก
ส่วนผสม : หอยเชอรี่ทั้งตัว 3 ส่วน + กากน้ําตาล 3 ส่วน + หัวเชื้อน้ําหมัก 1 ส่วน
วิธีทํา : นําตัวหอยเชอรี่ทั้งตัวมาทุบหรือบดให้ละเอียด ผสมรวมกับส่วนผสมต่างๆ
2.2 วิธีที่ 2 จากไข่หอยเชอรี่
ส่วนผสม : ไข่หอยเชอรี่ 3 ส่วน + กากน้ําตาล 3 ส่วน + หัวเชื้อน้ําหมัก 1 ส่วน
วิธีทํา : นําไข่หอยเชอรี่ทั้งตัวมาทุบหรือบดให้ละเอียด ผสมรวมกับส่วนผสมต่างๆ
2.3 วิธีที่ 3 จากไข่หอยเชอรี่และพืชสด
ส่วนผสม : ไข่หอยเชอรี่และส่วนของพืชที่อ่อนๆ ยาวไม่เกิน 6 นิ้ว หรือ 1 คืบ 3 ส่วน + กากน้ําตาล 3 ส่วน + หัว
เชื้อน้ําหมัก 1 ส่วน
2.4 วิธีที่ 4 จากเนื้อหอยเชอรี่
ส่วนผสม : เนื้อหอยเชอรี่ 3 ส่วน + กากน้ําตาล 2 ส่วน + หัวเชื้อน้ําหมัก 1 ส่วน
วิธีทํา : นําตัวหอยเชอรี่ทั้งตัวจํานวนเท่าใดก็ได้ มาต้มในกระทะ พร้อมทั้งใส่เกลือแกงผสมไปด้วยในจํานวนที่
พอเหมาะ เพื่อให้เนื้อหอยเชอรี่แยกจากเปลือกได้ง่ายขึ้น จากนั้นนําเฉพาะเนื้อหอยเชอรี่มาบดให้ละเอียดแล้วผสม
กับส่วนผสมอื่นๆ ให้เข้ากันแล้วนําไปหมักตามขบวนการเช่นเดียวกับวิธีที่ 1
2. 5 วิธีที่ 5 การทําปุ๋ยน้ําหมักจากเนื้อหอยเชอรี่และพืชสด
ส่วนผสม : เนื้อหอยเชอรี่ที่ได้จากวิธีที่ 4 3 ส่วน + กากน้ําตาล 3 ส่วน + พืชสดบดละเอียด 1 ส่วน + หัวเชื้อน้ํา
หมัก 1 ส่วน
วิธีทํา : นําหอยเชอรี่ที่ได้จากการต้มกับเกลือในวิธีที่ 4 มาบดให้ละเอียด และนําไปผสมกับ น้ําตาลโมลาส และ
ชิ้นส่วนอื่นๆ ของพืชที่อ่อนๆ เหมือนกับวิธีที่ 3 ผสมให้เข้ากัน แล้วนําไปหมักตามขบวนการเช่นเดียวกับวิธีที่ 1

ที่มา:maeramphueng.go.th


อัพเดทครั้งสุดท้าย เมื่อ 18 เมษายน 2022

Leave a Comment

Scroll to Top