ดนตรีบำบัด เยียวยาโรคร้ายด้วยจังหวะแห่งการพลิ้วไหว

0
192

shutterstock_127599890

มนุษย์ได้สร้างสรรค์ดนตรีเพื่อเป็นสิ่งจรรโลงใจให้คลายความเศร้าโศก สร้างอามรณ์ความสนุกและใช้ในการระบายความทุกข์ นอกเหนือจากสรรพคุณที่ไม่ได้เกินจริงของดนตรีตามที่กล่าวมาแล้ว ดนตรียังเป็นศาสตร์แห่งการบำบัดและเยียวยาผู้ป่วยได้อีกด้วย “ดนตรีบำบัด (Music Therapy)” ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่อาจจะยังเป็นเรื่องไกลตัวจากความคิดและการรับรู้ของหลายคน ทั้งๆที่ดนตรีได้เข้ามามีบทบาทในการเยียวยาผู้ป่วยทางจิตมากว่า 5,000 ปี และยังมีการนำมาใช้อย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบันโดยขยายไปสู่การใช้เพื่อบำบัดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเจ็บป่วยทางร่างกาย อาทิ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาจากอาการเรื้อรัง

กลไกการทำงานที่มหัศจรรย์ของดนตรี ทำงานอย่างไร? เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนอยากรู้   ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความบาดเจ็บด้านร่างกาย การนำเอาดนตรีบำบัดมาใช้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการรักษาให้หายขาดจากโรคแต่เป็นตัวช่วยสำคัญที่สามารถนำมาใช้ควบคู่ไปกับการให้ยา เช่น การใช้จังหวะของดนตรีที่เหมาะสม อาทิ จังหวะดนตรีที่มีเสียงของธรรมชาติ เช่นเสียงน้ำไหล นกร้อง ลมพัดเอื่อยๆ ในการกระตุ้นให้ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ขยับแขนขาตามจังหวะดนตรี ซึ่งเพิ่มความเพลิดเพลินมากกว่าการทำตามคำแนะนำโดยนักกายภาพบำบัดเพียงอย่างเดียว และแน่นอนเสียงดนตรีมีผลต่อจิตใจที่ผ่อนคลายของผู้ป่วย การรักษาย่อมได้ผลขึ้นหากสุขภาพจิตของผู้ป่วยเป็นบวกและให้ความร่วมมือในการรักษา

ส่วนในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยทางร่างกายจากภาวะคุกคามของเซลล์มะเร็ง การได้รับฟังดนตรีวันละ 45 นาที ในดนตรีหลากหลายประเภท เช่น Classic, Jazz หรือแม้กระทั้ง Rock วันละ 2 ครั้ง โดยในหนึ่งสัปดาห์ควรจัดเวลาที่เหมาะสมเป็นสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งจะทำให้ภาวะอารมณ์ของผู้ป่วยคลายความเครียดลงได้

การใช้ดนตรีเพื่อบำบัดในกลุ่มของผู้ป่วยทางจิต อาจเรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่ใช้ควบคู่กับยาได้ เพราดนตรีมีผลต่อจิตใจและอารมณ์ของผู้ป่วยทางจิตโดยตรง ในรายที่มีอาการก้าวร้าวรุนแรงแพทย์จะพิจารณาใช้ดนตรีที่มีจังหวะช้า เพื่อปรับสมดุลอารมณ์ของผู้ป่วย พบว่าดนตรีสามารถเยียวยาให้ผู้ป่วยทางจิตกลับคืนสู่ความเป็นปกติได้

อีกแนวทางหนึ่งของการใช้ดนตรีบำบัดคือการให้ผู้ป่วยได้เล่นเครื่องดนตรีประเภทต่างๆเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสร้างสังคมในกลุ่มเด็กพิเศษหรือผู้ป่วยสูงอายุที่มีอาการอัลไซเมอร์ ร่วมด้วย

ดนตรียังสามารถใช้บำบัดคนทั่วไปที่มีภาวะอาการเครียดส่งผลถึงการเกิดอาการนอนไม่หลับ โดยในกลุ่มนี้การใช้ดนตรีที่มีคลื่นความถี่เหมาะสมจะช่วยให้การนอนของคุณเป็นการพักผ่อนที่สมบูรณ์ได้ โดยการใช้เพลงเพื่อขับกล่อมให้เข้าสู่ภวังค์นิทรามีตัวอย่างที่เราคุ้นเคยเช่น การกล่อมเด็กด้วยเพลงพื้นบ้านหรือการเปิดเพลงคลาสิคนั่นเอง

ทิ้งคำตอบไว้

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.