081 931 8761 9622104@gmail.com

ฐานภาษี

ฐานภาษี คือ ภาษีที่คิดจากรายได้ของคนนั้นๆ ซึ่งภาษีของแต่ละคนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเงินได้และรูปแบบธุรกิจ เช่น บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ทุกอย่างถูกวางเงื่อนไขไว้เพื่อความยุติธรรมและความถูกต้องของการคำนวณภาษี เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเราเองที่เป็นผู้เสียภาษีหรือรัฐบาลที่รับภาษีไปพัฒนาประเทศ

ฐานภาษีเงินได้ที่นำมาคำนวณมีดังนี้

  • เงินได้ คือ ฐานภาษีที่ทางกรมสรรพากรเรียกเก็บจากคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี
  • ทรัพสินย์ คือ ฐานภาษีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บจากคนที่มีทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่าถึงเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่
    • ภาษีบำรุงท้องที่
    • ภาษีที่ดิน
    • ภาษีโรงเรือน
    • ภาษีรถยนต์
    • ภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
    • ภาษีกองมรดก
  • สินค้าและบริการ คือ ฐานภาษีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บตามรายการดังนี้
    • สุรา บุหรี่
    • การนำเข้าสินค้า
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ภาษีสรรพสามิต
    • ภาษีศุลกากร
    • อากรมหรสพ
  • สิทธิพิเศษในการประกอบการ คือ ฐานภาษีที่เรียกเก็บจากค่าธรรมเนียมในการประกอบธุรกิจ โดยไม่คำนึงว่าจะมีลักษณะการผูกขาดหรือไม่

ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ขั้นเงินได้สุทธิตั้งแต่ เงินได้สุทธิจำนวนสูงสุด อัตราภาษี ภาษีสูงสุด ภาษีสะสมสูงสุด
0 – 150,000 150,000 5 ยกเว้น 0
เกิน 150,000 – 300,000 150,000 5 7,500 7,500
เกิน 300,000 – 500,000 200,000 10 20,000 27,500
เกิน 500,000 – 750,000 250,000 15 37,500 65,000
เกิน 750,000 – 1,000,000 250,000 20 50,000 115,000
เกิน 1,000,000 – 2,000,000 1,000,000 25 250,000 365,000
เกิน 2,000,000 – 5,000,000 3,000,000 30 900,000 1,265,000
เกิน 5,000,000 บาทขึ้นไป 35

ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล มีการคำนวณมาจากเงินได้ที่นำมาเป็นหลักฐานในการคำนวณภาษีและคูณด้วยอัตรภาษีที่กำหนด เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือที่เรียกว่า ฐานภาษีนิติบุคคล เกิดขึ้นจากกำไรสุทธิที่คำนวณตามเงื่อนไขที่ทางกรมสรรพากรกำหนด และด้วยการปิดช่องโหว่ในการจัดเก็บภาษีเงินได้ตามกรมบัญชี และความเป็นธรรมของทุกฝ่ายจึงได้มีการบัญญัติการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินได้หรือฐานภาษีที่มีความแตกต่างกันดังนี้

  • กำไรสุทธิ
  • ยอดรายได้ก่อนหักรายจ่าย
  • เงินได้ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย
  • การจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย

ฐานภาษี จะต้องคำนวณและอัพเดทข้อมูลในทุกๆปี เนื่องจากบางปีมีการปรับเปลี่ยนฐานภาษีขึ้นลง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆสิ่งที่ทางกรมสรรพากรนำมาคิดคำนวณและเรียกเก็บกับผู้ที่มีเงินได้ตามกำหนด ซึ่งต้องยื่นภาษีภายในกำหนดไม่อย่างนั้นจะโดนปรับล่าช้า ดังนั้นถ้าเราคิดบัญชีล่าช้าก็ส่งผลถึงการยื่นภาษีและค่าใช้จ่ายที่ตามมา ผมเลยแนะนำว่าให้หาสำนักงานบัญชีรับทำบัญชีสักแห่งที่เชื่อถือได้ มาทำบัญชีให้กับกิจการของเราเพื่อความคล่องตัวของการบริหารงานต่อไป