การแต่งกายสากลนิยม

7 การแต่งกายในโอกาสต่างๆสุภาพ เหมาะสมกับบุคลิกที่ไม่รู้?

Click to rate this post!
[Total: 201 Average: 5]

การแต่งกาย

การแต่งกายเป็นกระบวนการที่มนุษย์มีเพื่อสร้างสรรค์รูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองโดยใช้เสื้อผ้าและสิ่งประดับต่างๆ ซึ่งสามารถสื่อถึงตัวตนและสไตล์ชีวิตของบุคคลนั้นได้ การแต่งกายมีหลายปรัชญาและแนวคิดที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัฒนธรรมและสังคม ภาวะทางสังคม แนวความคิดเศรษฐกิจ ศิลปะ และปรัชญาส่วนบุคคลจะมีผลต่อวิธีการแต่งกายของบุคคลแต่ละคน

การแต่งกายมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อวิธีการแต่งกายของบุคคล เช่น

  1. วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ในการแต่งกายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจเลือกแต่งกายเพื่อสื่อถึงตัวตน ส่วนบุคคลอื่นๆ อาจเลือกแต่งกายเพื่อความสบายสบาย หรือเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มที่ตนเองเป็นส่วนหนึ่ง เช่นการแต่งกายเพื่อสัญลักษณ์ทางศาสนา หรือการแต่งกายในการปฏิบัติธรรมของกลุ่มบุคคลในสังคมบางแห่ง
  2. วัฒนธรรมและสังคม วัฒนธรรมและสังคมที่บุคคลนั้นๆ เป็นส่วนหนึ่งก็ส่งผลต่อการแต่งกายของบุคคลนั้นๆ การแต่งกายอาจถูกกำหนดโดยกฎระเบียบทางสังคม ศาสนา หรือกลุ่มชนที่เขาเป็นส่วนหนึ่ง เช่นการแต่งกายทางศาสนา การแต่งกายในงานประเพณี หรือการแต่งกายในการปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการงาน
  3. สไตล์ส่วนบุคคล แต่ละบุคคลมีสไตล์และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลต่อวิธีการแต่งกายของพวกเขา บุคคลอาจมีสไตล์แบบคลาสสิก สไตล์ที่ทันสมัย สไตล์ที่ดูมีเอกลักษณ์ หรือสไตล์ที่มีการผสมผสานหลายสไตล์เข้าด้วยกัน

การแต่งกายเป็นเรื่องส่วนบุคคลและควรถูกเข้าใจและเคารพต่อความแตกต่างของคนอื่นๆ เราควรเสนอความเห็นและการรับรู้ในเรื่องการแต่งกายโดยไม่ละเมิดสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น

การแต่งกายในโอกาสต่างๆ

การแต่งกายในโอกาสต่างๆ สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้

  1. การแต่งกายในงานทางธุรกิจหรือการประชุม ในโอกาสเช่นนี้ควรแต่งกายอย่างเป็นระเบียบ ใส่ชุดสูทหรือเสื้อเชิ้ตพร้อมกับกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงที่เหมาะสม ควรเลือกใส่สีที่เข้ากับบรรยากาศของงานและทำให้คุณดูมีความมั่นใจ
  2. การแต่งกายในงานเฉลิมฉลอง ในโอกาสเช่นนี้คุณสามารถสวมใส่ชุดแฟนซีหรือชุดราตรีที่สวยงามและน่าสนใจ สีและลวดลายของชุดก็สามารถเลือกตามความชอบของคุณได้ อาจมีการใช้สิ่งประดับเพิ่มเติม เช่น เครื่องประดับหรือผ้าคลุมได้เช่นกัน
  3. การแต่งกายในงานที่ต้องการการรับรอง ในโอกาสเช่นนี้ควรเลือกใส่ชุดที่เป็นสีเข้มหรือโทนสีที่เรียบหรู สำหรับผู้ชายควรสวมใส่สูทและเสื้อเนื้อหาดี ส่วนผู้หญิงควรเลือกชุดราตรีหรือชุดกีฬาที่สวยงามและมีความเป็นระเบียบ
  4. การแต่งกายในงานที่เกี่ยวกับกีฬาหรือกิจกรรมกลางแจ้ง ในโอกาสเช่นนี้คุณควรเลือกใส่ชุดกีฬาหรือผ้ากันเป็นพิเศษที่ทำมาเพื่อใช้ในกิจกรรมทางกายภาพ เช่น เสื้อผ้าที่สามารถดูดเหงื่อได้ง่ายและมีความสบายสูงสุด
  5. การแต่งกายในงานพิเศษหรืองานเลี้ยง สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลหรืองานเลี้ยงพิเศษ คุณสามารถสวมใส่ชุดที่มีลวดลายสีสันสดใสและมีการตกแต่งเพิ่มเติม อาจเป็นการใส่ชุดที่สมัครใจและสร้างความเป็นตัวตนของคุณได้

อย่าลืมว่าการแต่งกายเป็นเรื่องส่วนบุคคล ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือความสะดวกสบายและความมั่นใจของคุณเองในการแต่งกายในโอกาสแต่ละครั้ง

การแต่งกายสุภาพ

การแต่งกายสุภาพเป็นการแต่งกายที่เน้นความเรียบร้อยและสมควรตามมารยาทและกฎระเบียบทางสังคม การแต่งกายสุภาพส่งผลให้คุณดูมีความเคารพและมีความมั่นใจในตนเอง ดังนั้นนี่คือบางแนวทางเพื่อการแต่งกายสุภาพ

  1. สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่พอดีกับรูปร่างและขนาดของคุณ ควรเลือกเสื้อผ้าที่พร้อมใส่และไม่มีรอยยับหรือเสียดสี อีกทั้งควรเลือกเนื้อผ้าที่สะดวกและไม่ทำให้รู้สึกไม่สบาย
  2. รักษาความสะอาด ควรรักษาความสะอาดของเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแต่งกาย เช่น รัดแน่นปุ่มและซิป รัดเข็มขัดเข้ากับเข็มกลัด และคอลาร์ของเสื้อผ้า
  3. เลือกสีที่เหมาะสม เลือกสีที่สอดคล้องกับบรรยากาศของโอกาสนั้นๆ สีที่เรียบหรูหรือสีพื้นๆ จะเป็นตัวเลือกที่ดีในการแต่งกายสุภาพ
  4. ระวังความเหมาะสม การแต่งกายสุภาพควรเน้นความเหมาะสมตามโอกาสและสถานที่ คุณควรปรับสไตล์การแต่งกายของคุณให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและประสบการณ์ที่คุณเข้าร่วม
  5. การใช้สิ่งประดับอย่างเหมาะสม ควรเลือกใช้สิ่งประดับอย่างมีความเหมาะสมกับโอกาส เช่น สร้อยคอหรือแหวนที่เรียบง่ายและสวยงาม ควรเลือกสิ่งประดับที่ไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมหรือผู้อื่นรับรู้ได้มากเกินไป
  6. รักษาระมัดระวังและการปรับแต่ง ควรตรวจสอบและปรับแต่งเสื้อผ้าและส่วนประกอบอื่นๆ ก่อนออกจากบ้าน แต่งตัวใหม่หรือซักและรีดเสื้อผ้าที่จำเป็นเพื่อรักษาความสะอาดและความเรียบร้อย

การแต่งกายสุภาพเป็นการสร้างความประณีตและการเคารพต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบตัว โดยคำนึงถึงการสร้างรูปลักษณ์ที่ดีและส่งเสริมความเป็นบุคคลของคุณเอง

การแต่งกายให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพ

การแต่งกายให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพเป็นการสร้างรูปลักษณ์และส่งความประทับใจที่ถูกต้องตามบุคลิกภาพของคุณเอง นี่คือบางแนวทางเพื่อการแต่งกายให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพ

  1. รู้จักตนเอง ทำความรู้จักกับตนเองและสิ่งที่คุณชอบ พิจารณาสไตล์และสีที่เติมเต็มบุคลิกภาพของคุณ อย่าลืมพิจารณาด้วยความสมดุลของความสะดวกสบายและการแสดงออกเป็นอย่างดี
  2. ปรับสไตล์และโทนสี ลองปรับแต่งสไตล์และโทนสีของเสื้อผ้าให้เข้ากับบุคลิกภาพของคุณ โทนสีที่คุณชอบและเข้ากับโอกาสหรือสถานการณ์ที่คุณจะเข้าร่วม
  3. สร้างความมั่นใจ ความมั่นใจเป็นปัจจัยสำคัญในการแต่งกาย ใส่เสื้อผ้าที่ทำให้คุณรู้สึกดีและมั่นใจในตัวเอง การแสดงออกอย่างมั่นใจจะช่วยเพิ่มเสน่ห์และเอกลักษณ์ของคุณ
  4. ใส่รองเท้าที่เหมาะสม รองเท้าเป็นส่วนสำคัญในการแต่งกาย ควรเลือกรองเท้าที่เข้ากับสไตล์และโอกาสที่คุณจะใช้ คำนึงถึงความสะดวกสบายและความสวยงามของรองเท้าด้วย
  5. อุปกรณ์และเครื่องประดับ สร้างรายล้อมบุคลิกภาพด้วยอุปกรณ์และเครื่องประดับที่เหมาะสม อาจเป็นแว่นตา เครื่องประดับเล็กๆ หรือกระเป๋าเสริมสวยงาม ทำให้คุณดูเรียบร้อยและสอดคล้องกับบุคลิกภาพของคุณ
  6. รักษาระมัดระวังและความสะอาด อย่าลืมรักษาความสะอาดและความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ใช้ การแต่งกายให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพควรประกอบด้วยความสะอาดและความเรียบร้อย
  7. ตระหนักถึงโอกาสและสถานที่ คำนึงถึงบรรยากาศและสถานที่ที่คุณจะไป ควรเลือกสไตล์การแต่งกายที่เหมาะสมและไม่เกินไปหรือน้อยเกินไปกับการแต่งกายในโอกาสนั้นๆ

การแต่งกายให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพเป็นการสร้างการประทับใจและเอกลักษณ์ที่เหมาะสมตามตัวตนของคุณ จำไว้ว่าความสะดวกสบายและความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแต่งกายอย่างเหมาะสม

การแต่งกายของนักเรียน

การแต่งกายของนักเรียนเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎระเบียบของสถานศึกษา นี่คือบางแนวทางสำหรับการแต่งกายของนักเรียน

  1. ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ศึกษากฎระเบียบและนโยบายการแต่งกายของโรงเรียนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ควรรู้ว่านักเรียนต้องสวมใส่ชุดเฉพาะหรือรองเท้าเฉพาะตามกฎระเบียบหรือไม่
  2. เลือกสไตล์ที่เหมาะสม เลือกสไตล์การแต่งกายที่สวยงามและเหมาะสมกับบรรยากาศและสถานที่ของโรงเรียน อย่าลืมว่าการแต่งกายในโรงเรียนควรเน้นความสะอาดและสมาธิ ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่ไม่สร้างความรำคาญหรือสร้างความไม่สุภาพ
  3. รักษาความสะอาด ควรรักษาความสะอาดของเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแต่งกาย รัดแน่นปุ่มและซิป รัดเข็มขัดเข้ากับเข็มกลัด และคอลาร์ของเสื้อผ้า อย่าลืมสะอาดรองเท้าทุกครั้งก่อนเข้าโรงเรียน
  4. ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมหรือสื่อความเสียหาย หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีคำพูดหยาบคายหรือเสื้อผ้าที่สื่อความรุนแรง ควรปฏิบัติตามนโยบายเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมหรือที่รบกวนความสงบสุขในโรงเรียน
  5. ปรับแต่งตามโอกาส ปรับแต่งเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับโอกาสและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การสวมเสื้อฮู้ดีส์หรือเสื้อยืดทีมสำหรับกิจกรรมกีฬา หรือสวมเสื้อแบบทางการสำหรับงานพิธีและประชุม
  6. อย่าลืมความสบายสุข ในขณะที่แต่งกายให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพ อย่าลืมความสะดวกสบายของเสื้อผ้าและรองเท้าที่คุณสวมใส่ เลือกวัสดุที่อ่อนนุ่มและไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายในช่วงเวลาเรียนและกิจกรรมต่างๆ

ควรจำไว้ว่าการแต่งกายของนักเรียนควรเน้นความสุขอย่างเท่าเทียมกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการแสดงความเคารพและสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนเรียนและครูอาจารย์ของคุณในโรงเรียน

การแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่

การแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่เป็นการปฏิบัติตามบรรยากาศและกฎระเบียบของสถานที่ที่คุณจะไป นี่คือบางแนวทางสำหรับการแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่

  1. สำรวจและประเมินสถานที่ ทำความเข้าใจกับสถานที่ที่คุณจะไป เช่น มีบรรยากาศอะไรบ้าง มีกฎระเบียบหรือนโยบายเฉพาะในการแต่งกายหรือไม่ เพื่อให้คุณสามารถเลือกสไตล์และสีของเสื้อผ้าให้เหมาะสม
  2. คำนึงถึงระดับการเป็นอยู่ ประเมินระดับการเป็นอยู่ในสถานที่นั้น ว่าเป็นสถานที่ทางการหรือทางไม่เป็นทางการ และปรับสไตล์การแต่งกายตามนั้น เช่น สวมใส่ชุดทางการหรือชุดผ้าบางๆ สำหรับงานที่เป็นทางการ และสวมใส่ชุดที่สบายและทันสมัยสำหรับสถานที่ที่ไม่เป็นทางการ
  3. ปรับสไตล์การแต่งกายตามบรรยากาศ ประเมินบรรยากาศทั่วไปของสถานที่ว่าเป็นบรรยากาศเป็นทางการหรือเป็นบรรยากาศที่เรียบง่ายและผ่อนคลาย สามารถเลือกสไตล์การแต่งกายที่เข้ากับบรรยากาศนั้นๆ ได้ เช่น สวมใส่ชุดทางการหรือสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายและเรียบง่าย
  4. ระมัดระวังความเหมาะสม อย่าลืมประเมินความเหมาะสมของการแต่งกายตามสถานที่ เลือกสไตล์และเสื้อผ้าที่ไม่ทำให้คุณเด่นระบายสังคมหรือไม่เหมาะสมกับบรรยากาศของสถานที่
  5. ใช้สินค้าและเครื่องประดับที่เหมาะสม การเลือกใช้สินค้าและเครื่องประดับที่เหมาะสมกับสถานที่เป็นสิ่งที่สำคัญ อาจเป็นการเลือกใช้กระเป๋าหรือรองเท้าที่เหมาะสมกับสถานที่ หรือการเพิ่มเครื่องประดับเล็กๆ เพื่อเพิ่มเสน่ห์และความเหมาะสมกับสถานที่

การแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่คือการปรับแต่งตามบรรยากาศและกฎระเบียบของสถานที่นั้น คุณควรรับรู้และปฏิบัติตามบรรยากาศและกฎระเบียบเพื่อให้การแต่งกายของคุณสอดคล้องและเป็นไปตามที่คาดหวังในสถานที่นั้น

การแต่งกายให้เหมาะสมกับวัย

การแต่งกายให้เหมาะสมกับวัยเป็นการปรับสไตล์และเลือกสไตล์การแต่งกายที่เหมาะสมกับช่วงวัยของคุณ นี่คือบางแนวทางสำหรับการแต่งกายให้เหมาะสมกับวัย

  1. รู้จักลักษณะรูปร่างและขนาดของร่างกาย คำนึงถึงลักษณะรูปร่างและขนาดของร่างกายของคุณเมื่อคำนึงถึงการเลือกสไตล์และส่วนประกอบของเสื้อผ้า เลือกสไตล์และแบบที่เสริมทรงกายของคุณได้ดี
  2. คำนึงถึงความสบายและความเหมาะสม เลือกสไตล์และส่วนประกอบของเสื้อผ้าที่ทำให้คุณรู้สึกสบายและเหมาะสมกับวัยของคุณ คำนึงถึงความสมดุลระหว่างการแสดงความเป็นตัวตนและการปกปิดสิ่งที่ไม่ต้องการเปิดเผย
  3. รู้จักแนวทางและสไตล์การแต่งกายที่เหมาะสมกับวัย ค้นคว้าและรับรู้แนวทางและสไตล์การแต่งกายที่เหมาะสมกับวัยของคุณ อย่างเช่น การเลือกสไตล์ที่ทันสมัยและสดใสสำหรับวัยเยาว์หรือการเลือกสไตล์ที่มีเสน่ห์และเรียบหรูสำหรับวัยผู้ใหญ่
  4. ไม่ควรสงสัยในการทดลอง อย่ากังวลที่จะทดลองสไตล์และแนวทางการแต่งกายต่างๆ ที่คุณรู้สึกสนใจ การทดลองจะช่วยให้คุณค้นพบสไตล์ที่เหมาะสมกับตัวคุณและวัยของคุณ
  5. ความสมดุล คำนึงถึงความสมดุลระหว่างการแสดงตัวตนและการเลือกสไตล์การแต่งกายที่เหมาะสมกับวัย รักษารูปร่างเสมอภายในเสื้อผ้าที่เหมาะสมและให้คุณมีความเอกลักษณ์ที่เหมาะสมกับวัยของคุณ

การแต่งกายให้เหมาะสมกับวัยคือการปรับแต่งตามความเป็นตัวตนและลักษณะรูปร่างของคุณ อย่าลืมว่าการแต่งกายเป็นสิ่งที่ส่วนบุคคล ควรเลือกสไตล์และสีที่คุณรู้สึกสะดวกและมีความมั่นใจในการแสดงออกของตนเองในวัยนั้นๆ

ศิลปะการเเต่งกายเเละศิลปะการพูด

       แนวคิดสำคัญ (Main Idea)

       การแต่งกายเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์ ในยุคก่อนมนุษย์ต้องการเพียงแค่เครื่องนุ่งห่มปกคลุมร่างกายเพื่อความอบอุ่น แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปเครื่องนุ่งห่มหรือเครื่องแต่งกายมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น เป็นเครื่องบ่งบอกถึงความมีวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันการแต่งกายเป็นการบ่งบอกสถานภาพทางสังคม บางอาชีพมีการกำหนดลักษณะการแต่งกาย หรือเรียกว่าเครื่องแบบ

    เครื่องแต่งกายเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่ บ่งบอกถึงบุคลิกภาพ รสนิยม และบทบาทหน้าที่การงาน หากเราแต่งกายอย่างมีศิลปะ ถูกต้อง เหมาะสมกับตัวเราและสถานการณ์ ก็จะช่วยเสริมสร้างให้เราเป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดี ดังนั้น จึงควรแต่งกายให้มีความเหมาะสมกับอาชีพและสถานภาพของตนเอง นอกจากนั้นการแต่งกายที่ดีจะช่วยสร้างความประทับใจให้เกิดแก่ผู้พบเห็น เพราะการแต่งกายที่ดีนั้นเป็นสิ่งแรกที่จะสร้างความพอใจ ความสนใจ ความน่าเชื่อถือ ความศรัทธาและความไว้วางใจได้


ความสำคัญ

  1. ความหมายของการแต่งกาย
  2. ความสำคัญของการแต่งกาย
  3. หลักสำคัญในการแต่งกาย
  4. การแต่งกายสำหรับสตรี
  5. การแต่งกายสำหรับสุภาพบุรุษ
  6. การแต่งกายตามพระราชนิยม
  7. การแต่งกายในโอกาสต่าง ๆ

      สมรรถนะย่อย (Element of Competency)

  • แสดงความรู้เกี่ยวกับศิลปะการแต่งกาย
  • ปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะการแต่งกาย

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives)

  1. อธิบายความหมายของการแต่งกายได้
  2. อธิบายความสำคัญของการแต่งกายได้
  3. อธิบายหลักสำคัญในการแต่งกายได้
  4. อธิบายการแต่งกายสำหรับสตรีได้
  5. อธิบายการแต่งกายสำหรับสุภาพบุรุษได้
  6. อธิบายวิธีการแต่งกายตามพระราชนิยมได้
  7. อธิบายวิธีการแต่งกายในโอกาสต่าง ๆ ได้

 

เนื้อหา

ศิลปะการแต่งกาย หรือศาสตร์แห่งการแต่งตัวของมนุษย์ เพื่อให้เกิดความงดงามอย่างเหมาะสมลงตัว การแต่งตัวหรือการแต่งกายในที่นี้รวมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทุกอย่างที่คนนำมาสวมใส่        ปกคลุมหรือประดับตกแต่งร่างกาย

                บางครั้งการแต่งกายกระทำเพื่อให้เกียรติแก่บุคคลและสถานที่ อีกทั้งยังเป็นการแสดงความ   นับถือในตนเองด้วย เมื่อตัวเรามีความรู้สึกว่าแต่งกายเรียบร้อย ถูกต้องเหมาะสมกับบุคลิกภาพ สภาพการณ์และกิจกรรมที่กระทำ ก็จะสร้างความมั่นใจในตนเองมากยิ่งขึ้น

ความหมายของการแต่งกาย

การแต่งกาย หมายถึง การตกแต่งร่างกายด้วยเสื้อผ้า และเครื่องประดับทุกอย่างตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า หากรู้จักเลือกเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับตนเอง จะทำให้มีบุคคลมีบุคลิกภาพที่ดี นอกจากต้องแต่งกายให้เหมาะสมกับตนเองแล้ว ต้องเหมาะสมกับกาละ คือเหมาะสมกับเวลากลางวัน กลางคืน งานโอกาสต่าง ๆ และเหมาะสมกับเทศะคือเหมาะสมกับสถานที่ เช่น สถานที่ราชการ โรงเรียน สถานที่ท่องเที่ยว โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

ความสำคัญของการแต่งกาย

การแต่งกายนอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงาม เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพ และช่วยสร้างความประทับใจให้เกิดแก่ผู้พบเห็นแล้ว การแต่งกายที่ดีนั้นยังเป็นสิ่งแรกที่จะสร้างความพอใจ ความสนใจ ความเชื่อถือ ความศรัทธาและความไว้วางใจให้แก่ผู้พบเห็นได้ ดังนั้น การแต่งกายจึงมีความสำคัญ ดังนี้

1. เพื่อป้องกันอันตรายจากสภาพแวดล้อม

การสวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ได้แก่ อากาศร้อน อากาศหนาว ลักษณะการประกอบอาชีพโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานประเภทต่าง ๆ ที่อาจเกิดอันตรายได้ระหว่างการปฏิบัติงาน ได้แก่ ชุดป้องกันของพนักงานดับเพลิง เครื่องแบบของข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เป็นต้น 

การแต่งกายชุดดับเพลิง
การแต่งกายชุดดับเพลิง
2. เพื่อบ่งบอกถึงเชื้อชาติ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม
เมื่อมนุษย์มีสติปัญญามากยิ่งขึ้น มีการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มชนและจากการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ จึงจำเป็นต้องมีระเบียบและกฎเกณฑ์ในอันที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขโดยไม่มีการรุกรานซึ่งกันและกัน จากการปฏิบัติที่กระทำสืบต่อกันมานี้เองในที่สุดได้กลายมาเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมขึ้นในสมัยโบราณ เมื่อมีการเฉลิมฉลองประเพณีสำคัญต่าง ๆ เช่น การเกิด การตายการเก็บเกี่ยวพืชผล หรือเริ่มมีการสังคมกับกลุ่มอื่น ๆก็จะมีการประดับหรือตกแต่งร่างกายให้เกิดความสวยงามด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ เช่นขนนก หนังสัตว์ หรือทาสีตามร่างกาย มีการสักหรือเจาะบางครั้งก็วาดลวดลายตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อแสดงฐานะหรือตำแหน่งซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีหลงเหลืออยู่  ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวพื้นเมืองของประเทศต่าง ๆ
การแต่งกายบ่งบอกเชื้อชาติ
การแต่งกายบ่งบอกเชื้อชาติ

3. เพื่อแสดงสถานะทางสังคม

สถานะภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของมนุษย์ แต่ละบุคคลย่อมไม่เหมือนกันจึงทำให้เกิดการแต่งกายที่แตกต่างกันออกไป สังคมทั่วไปมีหลายระดับชนชั้นมีการแบ่งแยกกันตามฐานะทางเศรษฐกิจ เช่น ชนชั้นระดับเจ้านาย ชาวบ้าน และกรรมกรการแต่งกายสามารถบอกได้ถึงสถานภาพทางสังคมของผู้สวมใส่ได้อีกด้วยเช่น ระดับการศึกษา ฐานะความเป็นอยู่

การแต่งกายนักเรียนที่บ่งบอกถึงระดับการศึกษา
การแต่งกายนักเรียนที่บ่งบอกถึงระดับการศึกษา

4. เพื่อบ่งบอกถึงอุปนิสัยของผู้แต่งการแต่งกายสามารถบ่งบอกอุปนิสัยของผู้แต่งกายได้ว่ามีลักษณะอย่างไร เช่น มีความประณีตการรักสวยรักงาม ความเป็นคนพิถีพิถัน รู้จักกาลเทศะ เป็นต้น

ที่มาsites.google.com/site/karphathna10/home.skyscrapercity.com