อัตราส่วนทางการเงิน 4 การวิเคราะห์ Horizontal Workingcapital เทคนิคการวิเคราะห์ กลต ภาษาอังกฤษ แปลว่า

Click to rate this post!
[Total: 919 Average: 5]

การวิเคราะห์งบการเงิน

การวิเคราะห์งบการเงิน
การวิเคราะห์งบการเงิน

งบการเงิน (Financial Statement) เป็นรายงานทางการเงินที่นำเสนอข้อมูลฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงานและกระแสเงินสดของกิจการที่ถูกต้องตามที่ควรในแต่ละงวดบัญชีหนึ่ง หรือระหว่างงวด การจัดทำงบการเงินนั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ที่ใช้งานงบการเงินนั้น ทราบถึงคุณภาพในการบริหารงานของผู้บริหาร ให้ผู้ที่ใช้งบการเงินทราบผลดำเนินงานของกิจการ ฐานะทางการเงินของกิจการนั้นๆว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือไม่ และเพื่อให้ผู้ที่ใช้งบการเงินศึกษาข้อมูลจากอดีตมาปรับปรุงหรือประยุกต์ใช้กับปัจจุบัน รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการจะลงทุนกับกิจการด้วย ดังนั้นการจัดทำงบการเงินควรทำให้ถูกต้องครบถ้วนเพื่อให้ผู้ที่อ่านงบการเงินนั้นเข้าใจ

งบการเงินที่ดี

งบการเงินที่ดีควรประกอบไปด้วย

  • งบแสดงฐานะการเงิน หรืองบดุล เป็นงบการเงินส่วนที่จะแสดงถึง ฐานะทางการเงินของกิจการ โดยจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ
  • งบกำไรขาดทุน หรือ งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ เป็นงบที่จะแสดงถึงผลของการดำเนินงานของกิจการว่ามีรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร หรือขาดทุนเท่าไหร่
  • งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนผู้ถือหุ้น เป็นงบการเงินที่แสดงรายละเอียดเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของของกิจการนั้นๆ
  • งบกรแสเงินสด เป็นงบการเงินส่วนที่แสดงถึงเงินหมุนเวียนภายในกิจการ โดยจะแสดงว่าเงินนั้นมีที่มาอย่างไร ใช้อย่างไรโดยจะเกิดขึ้นจาก 3 กิจกรรมคือ กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และ กิจกรรมจัดหาเงิน
  • หมายเหตุประกอบงบ จะเป็นส่วนแสดงข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่ได้อยู่ในงบการเงิน ยกตัวอย่างเช่น การรับรู้รายได้ เจ้าหนี้การค้า ลูกหนี้การค้า การตัดค่าเสื่อมราคา การตีมูลค่าสินค้าคงเหลือ

อ่านงบการเงินเพื่อลงทุน

อ่านงบการเงินเพื่อลงทุนหุ้น
อ่านงบการเงินเพื่อลงทุนหุ้น

ผู้ที่ชอบลงทุนในหุ้นบางคนก็ใช้เทคนิดคการอ่านงบกรเงินเพื่อลงทุนในหุ้น แต่บางคนก็อาศัยลองผิดลองถูกหรือประสบการณ์จากผู้อื่นที่เขียนหนังสือเพื่อ ลงทุนในหุ้น 

โดยผู้ที่ใช้งบการเงินนั้นจะมีหลายประเภท และมีจุดมุ่งหมายที่ต่างกัน ซึ่งอาจจะแยกออกได้เป็น 2 กลุ่มหลักดังนี้

ผู้ใช้งบซึ่งเป็นบุคคลภายใน

  • ผู้บริหาร
  • เจ้าของกิจการ
  • ผู้ถือหุ้น
  • ลูกจ้าง

ผู้ใช้งบซึ่งเป็นบุคคลภายนอก

  • เจ้าหนี้
  • นักลงทุน
  • ลูกหนี้
  • ผู้ตรวจสอบ
  • รัฐบาล

การวิเคราะห์งบการเงิน เป็นกระบวนการหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานจากงบการเงินของกิจการ ซึ่งจะเป็นการประเมินผลและตีความข้อมูลที่ได้จากงบการเงินทำให้ทราบจุดแข็ง จุดอ่อนที่ใดบ้าง และหาแนวทางแก้ไขปัญหาและส่งเสริมให้มีประสิทธิภาพที่มากขึ้น ซึ่งการวิเคราะห์งบการเงินมี วัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เพื่ออดูผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแล้ว
  2. เพื่อเปรียบเทียบภายในกิจการเองและคู่แข่ง
  3. เพื่อหาแนวโน้มว่ากิจการมีทิศทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง
  4. เพื่อใช้ในการวางแผนจำดทำงบประมาณในอนาคต
  5. เพื่อปรับปรุงแก้ไขผลการดำเนินงาน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เทคนิควิเคราะห์งบการ

การวิเคราะห์งบการเงินนั้นมีเทคนิคทั่ว ๆไปในการวิเคราะห์อยู่ 4 แบบ คือ

1.การวิเคราห์แบบแนวนอน (horizontal Analysis)

เป็นการวิเคราะห์โดยการเปรียบเทียบตัวเลขจากรายการใบงบตั้งแต่ 2 งวดบัญชีขึ้นไป อย่างเช่นปีปต่อปี หรือเดือนต่อเดือนเพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร โดยจะคำนวณในรูปแบบของอัตราร้อยละของการเปลี่ยนแปลง อาจเรียกอีกอย่างได้ว่า การวิเคราะห์อัตราร้อยละ

2.การวิเคราะห์แบบแนวตั้งหรือแนวดิ่ง (Vaertical Analysis)

จะทำการเปรียบเทียบรายการต่างๆในงบการเงินของงวดเดียวกัน โดยจะกำหนดให้รายการใดรายการหนึ่งเป็นตัวฐานในการเปรียบเทียบ โดยจะกำหนดให้มีค่าเป็น 100% แล้วจึงนำข้อมูลอื่นๆทุกรายการมาเปรียบเทียบกับตัวฐาน เป็นการแส้งอัตราร้อยละ เรียกอีกอย่างได้ว่า วิเคราะห์ย่อส่วนตามแนวดิ่ง

3.การวิเคราห์แบบแนวโน้ม (Trend Analysis)

เป็นการวิเคราะห์โดยการเปรียบเทียบข้อมูลทางการเงินมากกว่า 2 ปีขึ้นไป การวิเคราะห์แบบแนวโน้มนั้นสามารถทำได้ทั้งในรูปแบบของจำนวนเงินและเปอร์เซ็นต์โดยใช้ข้อมูลปีแรกสุดเป็นฐานในการเปรียบเทียบ

4.การวิเคราะห์แบบอัตราส่วนทางการเงิน (Ratio Analysis)

เป็นการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างรายการในงบการเงินเดียวกัน และนำผลไปเปรียบเทียบกับปีอื่นๆ รวมทั้งยังสามารถนำไปเผรียบเทียบกับบริษัทคู่แข่งของกิจการก็ได้แบ่งออกเป็น 4 ด้านดังนี้

  • 1.วัดสภาพคล่องทางการเงิน (Liquidity ratio) หมายถึงความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดได้ง่าย และไม่สูญเสียมูลค่า รวมไปถึงสินทรัพย์หมุนเวียน และหนี้สินหมุนเวียนด้วย เนื่องจากสินทรัพย์หมุนเวียนสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดที่สามารถนำไปใช้ชำระหนี้ระยะสั้นของกิจการได้
    • อัตราทุนหมุนเวียน (Current ratio)
  •                         =สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน = CA / CL
  • 2.วัดความสามารถในการทำกำไร (Profitability ratio) จะเป็นอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับกำไรของกิจการซึ่งจะมี กำไรขั้นต้น อัตรากำไรสุทธิ อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
  • 3.วัดประสิทธิภาพในการจัดการสินทรัพย์ (Asset Management ratio) เป็นอัตราส่วนที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ของกิจการ อัตราส่วนนี้เกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบระหว่างยอดขายกับการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ของกิจการ
  • 4.วัดความสามารถในการชำระหนี้ (Debt management ratio หรือ Leverage ratio)  โครงสร้างทางการเงินได้มาจาก 2 แหล่ง คือได้มาจากการลงทุน และ ได้มาจากการก่อหนี้ การกู้ยืมบุคคลภายนอก หากสัดส่วนทางการเงินของกิจการก่อหนี้มากกว่าเงินลงทุนของเจ้าของ กิจการก็จะมีความเสี่ยงสูง
      • 4.1 อัตรส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์ (D/E Ratio หรือ Debt to Equity Ratio )
      • 4.2 อัตรส่วนวัดความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Time Interest Earned or Interest Coverage Ratio)
      • 4.3 อัตราส่วนวัดความสามารถในการจ่ายค่าใช้จ่ายประจำทางการเงิน (Fixed Charge Coverage Ratio)
งบการเงินกลต
งบการเงินกลต

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือก.ล.ต.  เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนา ตลอดจนกำกับดูแลตลาดทุน อาทิ การระดมทุน สินค้าและบริการ ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การกระทำอันไม่เป็นธรรมในตลาดทุน  ทั้งนี้ ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กำหนดตามกฎหมาย ดังนี้​

  • กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  • กฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  • กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล​
  • กฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน
  • กฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
  • กฎห​มายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เว็บไซต์อ้างอิงของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ : www.sec.or.th/

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทสไทย (SET Index) เป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่นไหวของราคาหลักทรัพย์ทั้งหมด โดยคำนวณจากหุ้นสามัญจดทะเบียนทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์ปห่งประเทศไทย ซึ่งรวมหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่จะยกเว้นหุ้นที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP (Suspension) เกิน 1 ปี

ประโยชน์ของดัชนีหุ้น

  1. 1.ใช้ในการสะท้อนการเคลื่อนไหว และสภาวะของหุ้นที่มีการซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
  2. 2.สามารถใช้ดัชนีมาเป็น Performance Benchmark เพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนของตนเอง
  3. 3.สามารถนำไปอ้างอิงเปรียบเทียบระหว่างดัชนีของแต่ละที่ เช่น ระหว่างดัชนีหุ้นไทย (SET Index) กับดัชนีหุ้นฮ่องกง (Hang Seng Index) เป็นต้น (ควรวัดเปรียบเทียบกับดัชนีที่มีการคำนวณด้วยหลักวิธีการเดียวกัน)
  4. 4.เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการคาดการณ์ทิศทาง และแนวโน้ม ซึ่งจะเป็นที่นิยมใช้สำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิค

ดัชนีราคา SET50 Index คือดัชนีที่ใช้แสดงระดับราคาหุ้นสามัญ 50 ตัว โดยจะคัดเลือกกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) และสภาพคล่องในการซื้อขายสูงสุด 50 อันดับแรก

ดัชนีราคา SET1000 Index คือดัชนีที่ใช้แสดงระดับราคาหุ้นสามัญ 50 ตัว โดยจะคัดเลือกกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) และสภาพคล่องในการซื้อขายสูงสุด 100 อันดับแรก

เกณฑ์ในการคัดเลือกของหลักทรัพย์ที่จะอยู่ใน SET50 และ SET100 มีดังนี้

  1. 1.คำนวณแบบถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization Weight)
  2. 2.ไม่นำหลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP เกิน 20 วันมารวมในการคำนวณ
  3. 3.มีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนชำระแล้ว
  4. 4.SET50 จะคำนวณโดยใช้หุ้นสามัญจดทะเบียนที่ผ่านการคัดเลือก 50 อันดับแรก
  5. 5.SET100 จะคำนวณโดยใช้หุ้นสามัญจดทะเบียนที่ผ่านการคัดเลือก 100 อันดับแรก
(Visited 173 times, 1 visits today)
 
โทร.081-931-8341
 

Leave a Comment

Scroll to Top