กฎหมายเกี่ยวกับบัญชี

[Total: 0    Average: 0/5]

สิ่งที่นักบัญชีควรรู้

การทำบัญชีที่รับรองทั่วไปจะต้องทำตามหลักการบัญชีคู่คือ วิธีการที่ใช้ปฏิบัติในการบันทึกรายการบัญชีต่างๆ ประกอบด้วยรายการในสมุดรายวันทั่วไปรายการในสมุดแยกประเภทตลอดจนเอกสารหลักฐานและการจัดเก็บ บันทึกเหล่านี้ระบบการบันทึกและประเพณีปฏิบัติต่างๆ ซึ่งอาจใช้ได้กับทั้งกิจการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะทำให้สามารถเสนอรายงานทางการเงินได้ถูกต้องตามที่ควรและทันต่อเหตุการณ์

การบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่ แต่ละรายการจะเกี่ยวข้องกับบัญชีสองด้านคือด้านเดบิตและด้านเครดิตซึ่งลงรายการด้านจำนวนเงินเท่ากัน และจะมีผลทำให้เกิดดุลขึ้นในตัวเอง และในขณะเดียวกันก็จะทำให้ผลรวมของยอดบัญชีที่เกิดจากทุกรายการรวมกันแล้วได้ค่าเป็นศูนย์ นั่นก็คือ ผลรวมของยอดดุลเดบิตเท่ากับผลรวมของยอดดุลเครดิต

หลักการลงบัญชีคู่สรุปได้ว่า “ทุกๆ เดบิตจะต้องมีเครดิตด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันเสมอ ทำนองเดียวกันทุกๆเครดิตจะต้องมีเดบิตเสมอ”การบันทีกตามระบบบัญชีคู่ก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้


1.แสดงให้เห็นฐานะการเงินของกิจการนั้นว่าอยู่สภาพมั่นคงเพียงใดหรือไม่ และมีเงินสดเพียงพอที่จะเป็นประกันเจ้าหนี้ภายนอกเพียงใดหรือไม่

2.แสดงให้ทราบถึงว่ากิจการนั้นมีทรัพย์สิน หนี้สินและทุนเท่าใด

3.แสดงให้ทราบถึงว่ากิจการนั้นมีรายได้รายจ่ายเท่าใด ผลของการดำเนินกิจการก่อให้เกิด  กำไรหรือขาดทุนอย่างใดเพียงใด

4.แสดงให้ทราบถึงว่า มีลูกหนี้และเจ้าหนี้เท่าใด

5.จากผลของการบันทึกรายการเกี่ยวกับกิจการค้าสามารถพิสูจน์ข้อบกพร่องต่างๆของกิจการ ที่ดำเนินมาแล้วเพื่อจัดการแก้ไขปรับปรุงเสียใหม่ให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อประโยชน์ในด้านการนำสถิต เปรียบเทียบผลของการดำเนินธุรกิจแต่ละปีได้ด้วยความรู้เกี่ยวกับกฎหมายบัญชีและข้อกำหนดกระทรวงพาณิชย์

1.ธุรกิจที่ต้องจัดทำบัญชี

ในการจัดทำบัญชีของธุรกิจได้กำหนดให้บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด และนิติบุคคลอื่นทีดำเนินธุรกิจต่อไปนี้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

1.ขายสินค้า

2. ซื้อขายที่ดิน

3. ขายทอดตลาด

4.โรงแรมหรือภัตตาคาร จำหน่ายอาหารและหรือเครื่องดื่ม

5.นายหน้า หรือตัวแทน

6.รับขนโดยใช้ยานพาหนะซี่งเดินด้วยกำลังเครื่องจักรหรือรับขนทางทะเล

7.ธนาคารรับแลกเปลี่ยนเงินตรา ซื้อขายตั๋วเงิน ให้กู้เงิน เครดิตฟองซิเอร์ โพยก๊วนหรือโรงรับจำนำ

8.ประกันภัย

9. เก็บของในคลังสินค้า

10.การไฟฟ้าหรือการประปา

11.การแสดง การเล่น การกีฬาหรือการประกวดที่จัดขึ้นเพื่อเก็บเงินจากผู้เข้าดูผู้เข้าฟังหรือจากผู้มีส่วนเข้าร่วมในการนั้น

12.ให้เช่าทรัพย์หรือให้เช่าซื้อ

13.รับจ้างทำของ

14.สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ 15.ธรุกิจอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

 2.วันที่เริ่มจัดทำบัญชี

ประเภทธุรกิจ

วันเริ่มทำบัญชี

1.บุคคลธรรมดา

1.1 เริ่มทำบัญชีนับจากวันเริ่มประกอบธุรกิจ

1.2 ธุรกิจประเภท1,4,5,11,12,13 และ 14 เริ่มทำบัญชี เมื่อมีรายได้ในปีครบ 100,000 บาทหรือมีรายได้ ในเดือนใดเดือนหนึ่ง ครบ 15,000 บาท

2.ห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล

วันที่ได้รับการจดทะเบียน

3.บริษัทจำกัด

วันที่ได้รับการจดทะเบียน

4.นิติบุคคลตามกฎหมายของต่างประเทศ

วันที่เริ่มประกอบธุรกิจในประเทศไทย

5.สำนักงานสาขา

5.1 วันที่ได้รับจดทะเบียนเป็นสำนักงานสาขาตามกฎหมาย

5.2 สำนักงานสาขาตามข้อ 1.2 เริ่มจัดทำบัญชีเมื่อมีรายได้ในปีใดครบ 100,000 บาท หรือ เดือนใดเดือนหนึ่งครบ 15,000 บาท

3.ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

ประเภทธุรกิจ

ผู้หน้าที่จัดทำบัญชี

1.ร้านค้าบุคคลธรรมดา เจ้าของ
2.ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน ผู้จัดการ
3.ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน หุ้นส่วนผู้จัดการ
4.บริษัทจำกัด กรรมการผู้จัดการ
5.นิติบุคคลตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ผู้จัดการ
6.สำนักงานสาขา ผู้จัดการสำนักงานสาขา

4.บัญชีที่ต้องจัดทำ

1.บุคคลธรรมดา/ห้างหุ้นส่วนสามัญ

ก.ขายสินค้าโดยไม่ได้เป็นผู้ผลิต ข.ขายสินค้าโดยเป็นผู้ผลิต

ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออก ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออก

บัญชีเงินสด บัญชีเงินสด

บัญชีสินค้าที่มีอยู่ในครอบครอง

2.นิติบุคคล

ก.ขายสินค้าและซื้อขายที่ดิน ข.ประกอบธุรกิจอื่น

บัญชีเงินสด บัญชีเงินสด

บัญชีรายวันซื้อ-ขาย บัญชีแยกประเภทรายได้-รายจ่าย

บัญชีแยกประเภทรายได้-รายจ่าย บัญชีแยกประเภททรัพย์สิน

บัญชีแยกประเภททรัพย์สิน บัญชีรายวันและแยกประเภทอื่น

บัญชีรายวันและแยกประเภทอื่น บัญชีสินค้าซึ่งอยู่ในครอบครอง

บัญชีสินค้าซี่งอยู่ในครอบครอง

ใส่ความเห็น